บทที่ 12
ไม่คุ้มค่าเสียเลย
“ข้าจะรีบปลุกแม่นาง!” ถังน่ากดเสียงลง ในขณะที่กำลังถึงหน้าเตียงเสียงทุ้มต่ำเปี่ยมพลังก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง “ไม่ต้อง”
จิ้งเส้าหวงมองไปด้านหน้าก็เห็นเงาร่างของซิ่งหลิงที่นอนแผ่หลาอยู่กลางเตียงไม่ต่างจากว่าวนกนางแอ่น เขาโคลงหัวเดินเข้าไปใกล้
“ออกไปเถอะ ข้าจะคุยกับแม่นางของพวกเ้าเอง”
อี้ฉุนและถังน่ามองกันไปมาครู่หนึ่งจึงรับคำสั่ง ค่อยๆ ถอยเท้าออกจากเรือนชั้นในอย่างเงียบเชียบ เมื่อในเรือนไร้ผู้อื่นจิ้งเส้าหวงจึงเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าเตียงพิจารณาโฉมหน้าของซิ่งหลิงที่ไร้การแต่งแต้มแล้วถอนใจเฮือกใหญ่
ดูไม่ได้เลยจริงๆ
ปลายนิ้วแกร่งจิ้มลงบนหางคิ้วบางๆ ด้วยความใคร่รู้ มุมปากกระตุกยิ้มขัน ััได้ถึงขนคิ้วบางๆ จนแทบมองไม่เห็น
“หากคุณชายขบขันนักก็วาดคิ้วให้สิเ้าคะ”
จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงหัวเราะ สบตากับดวงตาดอกท้อฉ่ำปรือ ยามตื่นจากนิทราดวงตาคู่นี้ยิ่งมองก็ยิ่งยั่วยวน เขาดึงมือกลับทิ้งตัวนั่งลงบนขอบเตียง แต่ดวงตายังคงจับจ้องดวงหน้าเล็กจ้อยไม่วางตา
ซิ่งหลิงยันตัวลุกขึ้นจากเตียง ลูบหน้าลูบตาเรียกสติตัวเองให้กลับคืนเพื่อที่จะใช้ต่อกรกับเขา ระหว่างนั้นสายตาร้อนแรงจ้องมองมาทำให้นางรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อดถามออกมาไม่ได้
“ข้างดงามจนทำให้คุณชายลุ่มหลงหรือไม่”
ซิ่งหลิงตื่นเต็มตาดีแล้วจึงหันหน้าให้จิ้งเส้าหวงได้มองเห็นใบหน้าที่ปราศจากการประทินโฉม ไร้การปรุงแต่ง เกลี้ยงเกลาเป็อย่างยิ่ง
“ขาดทุนย่อยยับแล้ว” จิ้งเส้าหวงกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่เคยเห็นสตรีใดที่ไร้การประทินโฉมแล้วกล้าปรากฏกายต่อหน้ามาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นให้นานอีกหน่อย ซิ่งหลิงยามประทินโฉมก็ดูงดงามแต่ไม่ว่าสตรีใดก็ล้วนเหมือนกันหมดต่างมีความงดงามทั้งสิ้น
ทว่าจิ้งเส้าหวงกลับสนใจคิ้วที่มองเห็นได้เพียงแค่ครึ่งเดียวและใต้ตาที่คล้ำเล็กน้อย ยามประทินโฉมนางเป็เช่นนางจิ้งจอกทั้งดูยั่วยวนและเปี่ยมด้วยเสน่ห์แสนร้ายกาจ ทว่าใบหน้าเรียบเนียนเกลี้ยงเกลาไร้การแต่งเติมในตอนนี้กลับทำให้เขามองนางได้โดยไม่รู้เบื่อ
“หากคุณชายระคายตาเช่นนั้นซิ่งหลิงขอตัวผัดแป้งทาชาดก่อนนะเ้าคะ”
แม้จะมั่นใจในใบหน้าที่ไร้การประทินโฉมของตนเองว่าไม่ได้ย่ำแย่ถึงขั้นอัปลักษณ์หรือดูเหมือนภูตผี แต่การจ้องเขม็งของจิ้งเส้าหวงทำให้ซิ่งหลิงเกิดประหม่าขึ้นมา
นางลุกขึ้นจากเตียงในขณะที่กำลังจะผละออกข้อมือเล็กบางก็ถูกมือหนาคว้าจับเอาไว้ ซิ่งหลิงหันขวับมองจิ้งเส้าหวงด้วยความประหลาดใจ เขามักเว้นระยะห่างกับนางอยู่เสมอแม้แต่ยามที่ปลุกนางก็ยังใช้เท้าสะกิดเขี่ย!
หากเป็บุรุษอื่นจับมือถือแขนก็คงไม่แปลกใจ
แต่หากเป็จิ้งเส้าหวงย่อมต้องแปลก!
หรือว่าผีเข้า!
“คุณชายท่านมาหาข้าในยามนี้ใช่มีเื่ใดหรือไม่เ้าคะ” ซิ่งหลิงถามขึ้น แววตามองเขาด้วยความหวาดระแวง หากเกิดถูกภูตผีปีศาจเข้าสิงร่างจริงๆ นางจะถูกควักหัวใจหรือถูกสังหารเพื่อนำเนื้อหนังเรือนร่างของนางไปใช้ล่อลวงผู้อื่นหรือไม่...
“เ้ามีฐานะใดในตระกูลจิ้ง”
“บ่าวอุ่นเตียงเ้าค่ะ ข้าน้อยรู้ตัวดีว่าต่ำต้อย ขอบพระคุณคุณชายที่ช่วยตักเตือน” ซิ่งหลิงยิ้มเย็น บิดหมุนข้อมือให้หลุดออกจากการจับกุมแล้วก้มตัวยอบกายลงคารวะด้วยความนอบน้อมว่าง่ายแต่อัดแน่นด้วยการประชดประชัน จนถึงยามนี้ยังคิดถึงเื่ในรถม้าไม่ปล่อยวางอีกหรือ!
ใจแคบเกินไปแล้ว!
“เช่นนั้นก็มาทำหน้าที่ของเ้าเสีย”
ซิ่งหลิงได้ยินคำพูดของเขาก็นึกว่าหูฝาดจนอยากจะกรอกน้ำล้างหูดูสักรอบแล้วค่อยให้เขาพูดคำนั้นออกมาอีกหน อยากฟังให้ชัดเจนว่านางไม่ได้หูแว่วไป
แม้จิ้งเส้าหวงไม่ได้พูดขึ้นอีก แต่ฝ่ามือหนาที่กำลังคลายสายรัดเอวออกพร้อมๆ กับอาภรณ์ที่หลุดออกไปเรื่อยๆ นี่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด...
จวบจนเรือนกายแข็งแกร่งกำยำเปิดเปลือยท่อนบน ซิ่งหลิงยังคงยืนนิ่งเป็ไก่ไม้อยู่หน้าเตียง เขากระตุกยิ้มมุมปาก เท้าคางกับศอก กล่าวเอื่อยเฉื่อย
“น้อยครั้งนักที่สตรีขายคืนแรกจะอยู่บนเตียงข้า”
คำพูดของเขาเรียกนางที่ตกอยู่ในภวังค์ให้กลับคืน กวาดตามองเรือนร่างบุรุษที่ไร้อาภรณ์บดบังด้วยความพอใจ ครั้งแรกของนางถูกรมยาเสียจนไม่รับรู้สิ่งใด ทว่าตอนนี้สติสัมปชัญญะของนางครบถ้วนสมบูรณ์ดี
นอกจากห้าองคาพยพบนใบหน้าคมคายหล่อเหลาแล้ว เรือนกายของเขาก็ถือว่ายอดเยี่ยมมีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งงดงามสมกับเป็ชายชาตรี
แววตาของจิ้งเส้าหวงเปิดเผย ตรงไปตรงมาทำให้นางหลุดยิ้มมือค่อยๆ แก้สายรัดเอวออกอย่างเนิบช้าไม่รีบร้อน พูดออกมา
“ั้แ่คุณชายไถ่ตัวข้าน้อยมาก็ไม่เคยเรียกหาให้ปรนนิบัติรับใช้ เกือบเดือนมานี้นึกว่าคุณชายไม่สนใจเื่พวกนี้ พอมาวันนี้จึงแปลกใจ”
“ข้าไม่ใช่คนมักมาก”
อาภรณ์ตัวกลางหลุดออกจากเรือนร่างแบบบาง ตกลงบนพื้นเรือนชิ้นแล้วชิ้นเล่า จิ้งเส้าหวงมองนางอย่างใจเย็นพลางกัดฟันเป็พักๆ การเคลื่อนไหวของนางแสนจะเชื่องช้า ดวงตาคมตวัดมองรอยยิ้มบางๆ ที่แขวนประดับมุมปากค่อยรู้เจตนา
นางจงใจ...
จิ้งเส้าหวงเพียงแค่ยื่นแขนออกไปปลายนิ้วก็แตะัักับสายรัดเอวเส้นเล็กบางที่นางพยายามแก้อยู่นาน สอดปลายนิ้วเกี่ยวเข้ากับสายรัดเอว ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยสายรัดเอวก็หลุดออกพร้อมกับร่างบางที่โถมเข้าหาตามแรงดึง
อาภรณ์ร่นหลุด แขนแกร่งขยับโอบประคองกอดรัดร่างบางไว้แน่นแล้วขยับกายพลิกตัวกดนางไว้บนเตียง ฝ่ามือหยาบกร้านกุมลำคอเล็กบางเอาไว้หลวมๆ ลอบสังเกตสีหน้าของนางอย่างระมัดระวัง
“คุณชายชอบเล่นแรงๆ นี่เอง”
แววตาของนางไร้ความหวาดกลัว ซ้ำดวงตายังลุกวาวส่องประกายดุจพบเื่สนุก หนแรกรสชาติของนางตรงใจถูกจริตกันพอดี ทว่ายามนั้นมียาปลุกราคะเป็ตัวแปรซึ่งอาจทำให้นางเลอะเลือนไม่เป็ธรรมชาติ หนนี้จิ้งเส้าหวงจึงอยากทดสอบดูให้แน่ชัด
“เ้าก็ชอบมิใช่หรือ”
จิ้งเส้าหวงคร่อมอยู่เหนือร่างบาง ก้มหน้าลงจนปลายจมูกของคนทั้งสองแทบแตะัั ลมหายใจอุ่นร้อนสาดกระทบใบหน้าของกันและกัน ฝ่ามือที่กุมลำคอเรียวกระชับบีบแน่นขึ้นอีกหน่อย ปลายนิ้วสากกดลงบนจุดชีพจรพอดิบพอดี
“เช่นนั้นคุณชายก็อย่าสนุกจนลืมตัวเล่าเ้าคะ” ซิ่งหลิงเชิดคางขึ้นยิ้มแย้ม ไม่ตื่นตระหนก เขามีทักษะท่าทางจะดูดุดันรุนแรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้นางเจ็บหรือรู้สึกอึดอัด แม้เขาจะกุมลำคอนางเอาไว้แต่ยังคงหายใจได้เป็ปกติ
“ไม่รับปาก”