หลังจากที่มะลิได้รับคำตอบที่พึ่งพอใจ เธอก็เข้าไปนอนในเต็นท์เดียวกับอลิซาเบธในทันที เมื่ออเล็กซ์ได้มีเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆ เข้าจึงได้ทำการตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองอย่างละเอียด และได้ทำการยกเลิกคำสั่งต่างๆ ก่อนหน้าทั้งหมด
" ชื่อ อเล็กซ์ เรนเดลล์ อายุ 30 ปี
เผ่าพันธุ์ มนุษย์ ระดับวิวัฒนาการ 1
แต้มสังหาร 4,002
พร์
1)ระบบไร้ขีดจำกัด ระดับ 1
ใช้แต้มสังหาร 0/1,000,000
2)จ่าฝูง ไม่มีระดับพัฒนาตามระดับวิวัฒนาการ
สมาชิก
อาเธอร์ เรนเดลล์ ความภักดี 100 สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
จัสมิน ชู ความภักดี 85
ยังไม่สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
อลิซาเบธ เรนเดลล์ ความภักดี 100
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
เฮร่า เรน ความภักดี 90
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
ค่าสถานะ
พลังชีวิต 150/150 แต้มสีแดง 0
พละกำลัง 310/325 แต้มสีเขียว 0
ความแข็งแกร่ง 150/150 แต้มสีน้ำเงิน 0
ความแม่นยำ 150/150 แต้มสีฟ้า 0
ความเร็วความคล่องตัว 150/150 แต้มสีขาว 0
สติปัญญาและการตอบสนอง 150/150 แต้มสีส้ม 5
ทักษะพิเศษ แต้มสีทอง 0
1)มองเห็นในที่มืด
ติดตัว ระดับ 5
ยิ่งมีระดับสูงขึ้นความคมชัดยิ่งมากขึ้น
2)เพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า
เรียกใช้ ระดับ 1
ลดพละกำลัง 10 หน่วยทุกวินาทีที่ใช้ "
3)ตีนแมว
ติดตัว ระดับ 5
เสียงฝีเท้าเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น ลดความเสียหายเมื่อตกจากที่สูง
4)การจดจำแบบภาพถ่าย
ติดตัว ระดับ 1
ยิ่งมีระดับมากขึ้น พื้นที่ในการจดจำแบบภาพถ่ายจะมากตามไปด้วย "
อเล็กซ์ถึงกับใจเต้นแรงที่พบว่าเขาได้รับทักษะพิเศษเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง เขาจึงเริ่มใช้ความคิดทบทวนเื่ราวเกี่ยวกับการต่อสู้ที่พอจำได้ ใน่แรกภาพความทรงจำนั้นเลือนลางเป็อย่างมากเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจดจำเื่ราวใดๆที่เกิดขึ้นเลย แต่พอผ่านไปสักระยะเขาก็พบว่ามีซอมบี้ 1 ตัวในนั้นหลบการโจมตีของเขาได้หนึ่งครั้ง แต่มันก็ไม่ได้โชคดีในครั้งที่ 2 เพราะมันโดนอเล็กซ์หาแยกร่างในทันที
เมื่อซอมบี้ตัวนั้นตายลงและมอบดวงแสงสีทองให้กับเขา ภาพความทรงจำทุกอย่างหลังจากนั้นก็ชัดเจน เหมือนกับว่าเขากลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง และเขายังสามารถตรวจสอบดูความทรงจำในเวลานั้นได้เหมือนกับมองดูภาพถ่ายในมือ อเล็กซ์จดจำรายละเอียดทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในสายตาของเขาได้หมด เขาจำได้แม้กระทั่งว่าได้ทำการเคาะประตูห้องพักของน้องสาวไปกี่ครั้ง
" นี้สินะที่เขาเรียกว่าความทรงจำแบบภาพถ่าย มันช่างสุดยอดจริงๆ " อเล็กซ์บ่นพึมพำคนเดียวเบาๆ แล้วเขาก็ลุกขึ้นมองไปในทิศทางส่วนในของตัวจังหวัด ที่ตอนนี้เหมือนกับว่าบริเวณนั้นกำลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่
" มันเริ่มแล้ว "
ในความคิดของอเล็กซ์คาดการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ลักษณะนี้เอาไว้แล้ว ตอนนี้ผู้ที่ยังรอดชีวิตกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด แล้วไฟก็คือสิ่งที่เอาไว้ต่อกรกับความชั่วร้ายมาั้แ่ในอดีต อเล็กซ์คิดว่าหลังจากผ่านคืนนี้ไปคงมีมนุษย์ที่ได้รับการวิวัฒนาการขึ้นไปในระดับที่ 1 หลายคน แต่สิ่งที่อเล็กซ์ให้ความสนใจก็คือ ทำไมกองทัพยังไม่มีการเคลื่อนไหวอีก ทั้งๆที่เหตุการณ์ความวุ่นวายก็ผ่านมาแล้วถึง 24 ชั่วโมง แต่ทหารที่ประจำการในกองทัพไม่มีการขยับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยเหตุนี้เอง อเล็กซ์จึงได้เลือกจุดหมายปลายทางของเขาเอาไว้แล้ว นั่นก็คือค่ายทหารที่ใช้ปกป้องจังหวัดแห่งนี้ มันตั้งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไปไม่มาก อเล็กซ์เพียงแค่ใช้เวลาในการเดินเท้าแค่ครึ่งวันเท่านั้นเอง และภายในค่ายทหารทุกค่าย มียานพาหนะที่สามารถสตาร์ทเครื่องได้ด้วยมือไม่จำเป็ต้องอาศัยไฟฟ้าแต่อย่างใดอยู่ด้วย
การที่อเล็กซ์จะเดินทางไปยังหลุมหลบภัยที่อยู่ภาคเหนือได้นั้น มันไม่สามารถเดินทางด้วยเท้าได้แน่นนอน นี้ขนาดระยะทางเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรจากบ้านของเขามายังมหาวิทยาลัยก็พบเจอกับอุปสรรคมากมายแล้ว และตอนนี้ยังมีคนที่เขาต้องคอยปกป้องดูแลอีกหลายคน การที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยการเดินเท้านั้นทำได้เพียงแค่ในความฝันเท่านั้นถ้าปราศจากยานพาหนะของกองทัพ
เมื่อได้จุดหมายปลายทางที่จะไปแน่นอนแล้ว อเล็กซ์เริ่มใช้สายตาสำรวจถนนรอบหอพักหญิงแห่งนี้ จากนั้นก็เริ่มสังเกตพฤติกรรมของพวกซอมบี้กับพวกสัตว์บ้า รวมถึงใช้ความคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับการกลายสภาพของมนุษย์ ั้แ่เขารู้ว่ากลุ่มของน้องสาวที่ร่วมกันจัดปาร์ตี้วันเกิดมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 20 คน มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่กลายสภาพเป็ซอมบี้ ซึ่งมันแตกต่างจากข้อมูลที่อเล็กซ์ได้รับมาตลอดเส้นทางที่เขามุ่งหน้ามายังหอพักหญิงแห่งนี้ เพราะเขาพบเจอกับผู้ที่รอดชีวิตน้อยมาก มนุษย์ส่วนใหญ่กลายสภาพเป็ซอมบี้ทั้งหมด แล้วกลุ่มนักศึกษาสาวพวกนี้ มีสิ่งใดที่เหมือนกัน มันเลยทำให้พวกเธอไม่ได้กลายสภาพเป็ซอมบี้เหมือนกับคนทั่วไป
" IQ และ EQ อย่างนั้นหรอ ? หรือลักษณะภูมิประเทศที่กำลังอยู่ในเวลานั้น ? … "
ยิ่งอเล็กซ์คิดใคร่ครวญเื่ราวต่างๆมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้เขาพบเจอปัญหามากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เขาทำได้เพียงให้ข้อสรุปที่แน่นอนเพียงอย่างเดียวก็คือ โลกได้ทำการแบ่งแยกสิ่งมีชีวิตออกเป็ 3 สายพันธุ์ มนุษย์ สัตว์ ซอมบี้ และเขาก็มั่นใจได้ว่า สิ่งมีชีวิตทั้ง 3 จะเกิดการวิวัฒนาการอย่างก้าวะโในไม่ช้า ถ้าฝ่ายของมนุษย์ไม่สามารถวิวัฒนาการให้ทันสิ่งมีชีวิตอีก 2 รูปแบบ อเล็กซ์มองเห็นอนาคตแค่ 2 ทางเท่านั้นคือ สูญพันธุ์ กับกลายเป็ปศุสัตว์ให้กับพวกซอมบี้และสัตว์ที่บ้าคลั่ง …
ตลอดทั้งคืนอเล็กซ์เฝ้าสังเกตไปยังส่วนในและส่วนกลางของตัวจังหวัด การต่อสู้ดิ้นรนของผู้ที่รอดชีวิตนั้นเรียกได้ว่าแข็งแกร่งเป็อย่างมาก มีเสียงะเิดังขึ้นตลอดทั้งคืน รวมถึงเสียงปืนที่ไม่เคยเว้น่ห่างเกินนาที แต่เสียงเหล่ามันไม่อาจเทียบได้กับเสียงคำรามของเหล่าซอมบี้นับล้าน ขนาดพวกสุนัขที่บ้าคลั่งยังต้องถอนตัวออกมาหากินในพื้นที่รอบนอกแทน
อเล็กซ์ก็ใช้่เวลาที่มีเสียงอึกทึกครึกโครมเหล่านี้ ทำการทดสอบสมมติฐานของเขาหลายอย่าง เกี่ยวกับความสามารถของซอมบี้จนได้ข้อสรุปออกมาว่า ซอมบี้ใช้การรับรู้จากเสียงเป็หลัก ตามมาด้วยการตรวจจับความร้อน แล้วก็การดมกลิ่น และพวกมันสนใจแค่ 2 อย่างคือเหยื่อกับพวกพ้อง
อเล็กซ์โยนหินลงไปจากชั้นดาดฟ้าหลายก้อน เข้าพบอีกว่าซอมบี้มีการตรวจจับความร้อนในระยะที่จำกัด แต่หูของพวกมันดีมาก มันไวต่อเสียงแต่ถ้าหันหน้าไปในทิศทางที่เกิดเสียงแล้วไม่พบว่าทิศทางนั้นมีเหยื่อของมันอยู่ หรือมีสิ่งมีชีวิตที่มีอุณหภูมิร่างกายแตกต่างไปจากพวกมัน มันจะละความสนใจในทันที แล้วเคลื่อนที่ไปหาพวกพ้องของมันแทน
ส่วนพฤติกรรมสัตว์ที่บ้าคลั่ง เช่น สุนัขบ้า แมวบ้านั้น แตกต่างจากเหล่าซอมบี้มาก พวกมันมีสายตาที่แหลมคม ใช้การมองและการดมกลิ่นเป็หลัก มีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าอยู่เต็มเปี่ยม ธรรมชาติได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของพวกมันให้กลับไปสู่ยุคแรกเริ่มก่อนที่พวกมันจะกลายมาเป็สัตว์เลี้ยงของมนุษย์ ไม่มีอีกแล้วสุนัขเฝ้าบ้าน ไม่มีอีกแล้วแมวขนปุยที่น่ารัก มีแต่เพียงสัตว์นักล่าที่พร้อมจะกัดกินสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ไม่ใช่พรรคพวกตัวเองเท่านั้น…
แล้วแสงแรกของดวงอาทิตย์ก็โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมา เสียงคำรามของเหล่าซอมบี้ที่ดุร้ายก็เบาบางลงเรื่อยๆ หนึ่งในจังหวัดของภาคตะวันออกในประเทศสยามแห่งนี้ก็กลับมาสู่ความสงบเรียบร้อย เหมือนกับว่าคืนที่ผ่านมานั้นไม่ได้เกิดเื่วุ่นวายใดๆขึ้นมาเลย
อเล็กซ์เฝ้าสังเกตการณ์และเป็ยามจนถึงรุ่งเช้าโดยไม่ได้ไปปลุกตำรวจสาวอย่างมะลิให้ตื่นขึ้นมาผลัดเปลี่ยนกับเขาแต่อย่างใด เนื่องจากค่าพละกำลังที่เกิน 300 หน่วยไปแล้ว ต่อให้อเล็กซ์ไม่ได้นอนอีก 2 คืนก็ไม่เป็ไร ส่วนสาวๆของหอพักหญิงพวกเธอนั้นยังคงพากันนอนหลับสนิทไม่ไหวติงแต่อย่างใด แต่กลับกลายเป็ว่า เฮร่า คือคนแรกที่ตื่นขึ้นมา
" สวัสดีตอนเช้าพี่เขย "
น้ำเสียงของเฮร่านั้นมีความละม้ายคล้ายคลึงกับเฮเลนเป็อย่างมาก จนทำให้อเล็กซ์ที่ยังคงอยู่ในความคิดของตัวเอง ลืมไปว่าภรรยาสุดที่รักของเขานั้นจากไปแล้ว เขาเลยหันหน้ามายิ้มให้เฮร่าเป็การตอบรับ แต่เมื่อคำถามที่ 2 ขอเฮร่าดังขึ้น มันได้ปลุกอเล็กซ์ออกจากความฝันในทันที
" แล้วพี่สาวล่ะคะ ตอนนี้เธอไปนอนอยู่เต้นท์ไหน เมื่อคืนเธอคงเหนื่อยที่ต้องคอยดูแลฉัน ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่เขยจะพาครอบครัวมาหาพวกเราถึงที่นี่ขอบคุณมากนะคะ "
อเล็กซ์ไม่ตอบคำถามใดๆของเฮร่าเลยแม้แต่คำเดียว เขาทำเพียงแค่จ้องมองดวงตาสีน้ำตาลที่ใสกระจ่างเฉกเช่นเดียวกับพี่สาวของเธออยู่แบบนั้น ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมาว่า
" เฮเลนเธอไม่ได้มาที่นี่พร้อมกับพวกพี่หรอก พี่ให้เธอไปรอพวกเราอยู่ที่ภาคเหนือแล้ว แล้วคนที่ดูแลเธอเมื่อคืน เธอชื่อมะลิ เป็คนที่พี่ช่วยเอาไว้ระหว่างทางที่มายังที่นี่ "
เฮร่าเธอก็ไม่ได้เป็คนโง่ จากน้ำเสียงที่สั่นเครือของอเล็กซ์ มันบอกความจริงทุกอย่างกับเธอแล้ว พี่สาวของเธอนั้นจากไปแล้ว แต่ที่พี่เคยของเธอพูดแบบนี้ก็เพราะว่า ที่ด้านหลังของเธอ กำลังมีเด็กชายวัย 10 ปี กำลังคลานออกมาจากเต็นท์นั้นเอง
" ค่ะ~ "
เฮร่าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน แล้วเธอก็รีบใช้มือทั้งสองข้างปาดน้ำตาที่กำลังไหลออก เธอต้องทำใจให้ได้ เพราะเธอก็เป็หนึ่งคนที่รับรู้ถึงเื่เลวร้ายนี้เช่นกัน จะเป็การดีที่สุดที่ปล่อยให้เื่ทุกอย่างให้พี่เขยเป็คนจัดการมันด้วยตัวของเขาเอง แล้วเธอก็เดินเข้าไปสวมกอดอเล็กซ์เป็การขอบคุณที่เขาไม่ได้ทอดทิ้งเธอกับอลิซาเบธไป
อเล็กซ์ใช้มือลูบผมสีดำแดงของเฮร่าเบาๆ เป็การปลอบโยน แล้วอาเธอร์ก็วิ่งเขากอดพวกเขาเช่นกัน อเล็กซ์กับเฮร่านั้นถึงแม้พวกเขาจะต่างสายเื และเฮร่านั้นมีฐานะเป็น้องภรรยา แต่ความรักของคนทั้งสองไม่ต่างพี่น้องที่คลานตามกันออกมา และอาเธอร์ก็รักเฮร่าไม่ต่างไปจากแม่คนหนึ่ง เพราะใน่ที่พ่อของเขาไปรบในา เฮร่าคือคนที่ใช้เวลาอยู่กับอาเธอร์มากที่สุด
อลิซาเบธที่ได้ยินเสียงพูดของเฮร่าเธอจึงรีบลุกออกมาจากเต็นท์ แล้วเมื่อเห็นการกอดที่อบอุ่นของคนทั้ง 3 เธอจึงน้ำตาไหลออกมาทันที จากนั้นก็วิ่งเข้าไปสวมกอดร่วมกับพวกเขา ในที่สุดสมาชิกภายในครอบครัวที่เหลืออยู่ของอเล็กซ์ก็ได้สวมกอดกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเสียที แต่ความอบอุ่นนี้มันได้ทำให้มะลิกับเหล่านักศึกษาหญิงที่ได้เห็นต้องหลั่งน้ำตาออกมา เพราะพวกเธอทุกคนก็อยากให้คนในครอบครัวเดินทางมาหาแบบอเล็กซ์เช่นกัน…
หลังจากดวงอาทิตย์เริ่มลอยโด่งอุณหภูมิก็เริ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อทุกคนที่อาศัยอยู่บนชั้นดาดฟ้าของหอพักหญิงได้ร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกันเสร็จแล้ว อเล็กซ์ก็เริ่มเล่าเื่ราวต่างๆรวมถึงสมมติฐานที่เขาได้คิดค้นขึ้นมาให้กับนักศึกษาหญิงเหล่านี้ได้รับรู้เอาไว้ เพราะความรู้ที่เขามอบให้นี้จะช่วยให้พวกเธอรอดชีวิตได้ในวันข้างหน้า แล้วอเล็กซ์ก็พูดถึงจุดหมายปลายทางของเขารวมถึงแผนการเดินทางของวันนี้ด้วย
" พี่จะไปสำรวจที่ค่ายทหารปกป้องจังหวัดกับมะลิ เพราะที่ค่ายทหารนั้นมีรถที่สามารถจะใช้ในการเดินทางได้ และจุดหมายปลายทางของพี่ก็คือหลุมหลบภัยาโลกที่อยู่ภาคเหนือ ตอนนี้พวกเธอทั้งหมดมี 2 ทางเลือกเท่านั้น 1 คืออยู่ที่นี่ แล้วรอกองทัพมาช่วย กับ 2 คือเดินทางไปภาคเหนือกับพวกพี่ แต่พี่ไม่สามารถรับปากหรือให้คำสัญญาใดๆว่าจะสามารถปกป้องพวกเธอให้ปลอดภัยได้ พวกเธอคงเข้าใจ "
อเล็กซ์หยุดพูดสักพัก พร้อมกับใช้สายตาสำรวจดูแววตาของนักศึกษาสาวทุกคนก่อนจะพูดต่อไปว่า
" สำหรับคนที่เลือกข้อ 1 หลังจากนี้สามารถกลับไปอาศัยอยู่ในห้องพักของตัวเองได้ แต่การอาศัยอยู่บนชั้นดาดฟ้าแห่งนี้เป็ที่ที่ปลอดภัยที่สุด และข้อดีของหอพักแห่งนี้ก็คือพวกเธอมีน้ำไว้สำหรับดื่มกินไปอีกหลายเดือน และพวกเธอไม่จำเป็ต้องรีบตัดสินใจเพราะพี่ยังอยู่ที่นี่อีก 2-3 วัน เอาล่ะพี่กับมะลิต้องไปแล้ว พยายามอย่าส่งเสียงดัง และอย่าโผล่หน้าออกไปจากตัวตึกเด็ดขาด รวมถึงอย่าะโร้องเรียกกับคนแปลกหน้าด้วย ถึงมันอาจจะดูใจดำไปบ้างแต่ทุกคนต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง "
หลังจากอเล็กซ์กล่าวจบก็เดินลงไปจากชั้นดาดฟ้าโดยมี อลิซาเบธ เฮร่าและอาเธอร์เดินลงมาส่งด้วย แผนการในวันนี้ อเล็กซ์ได้บอกกับครอบครัวของเขาั้แ่กอดกันแล้ว ถึงแม้อเล็กซ์ไม่อยากจะห่างจากครอบครัวของเขาอีก แต่มันก็มีความจำเป็ต้องทำเช่นนั้น เพราะสภาพร่างกายของเฮร่าที่พึ่งฟื้นตัวต้องมีคนคอยดูแลใกล้ชิด ส่วนอาเธอร์ที่ได้รับาเ็ั้แ่วันแรกก็้าเวลาพักฟื้นเช่นกัน อลิซาเบธเลยมีความจำเป็ต้องคอยดูแลปกป้องทั้งสองคนนี้
ก่อนที่อเล็กซ์จะเดินลงบันไดไป และเห็นว่าไม่มีใครตามมา เขาจึงยื่นปืนกับอลิซาเบธและอาเธอร์คนละกระบอก พร้อมกับจ้องตาคนทั้งสอง โดยไม่ต้องกล่าวคำอำลาใดๆ หลังจากอเล็กซ์กับมะลิจากไปแล้ว อลิซาเบธกับอาเธอร์รีบซ่อนปืนของพวกเขาทันที และในมือของอลิซาเบธยังมีกุญแจอีกหนึ่งดอกที่ใช้เปิดแม่กุญแจที่ใช้ล็อคประตูหน้าของตึกอีกด้วย….