“เ้าจะให้ข้าทำอะไรนะ?” ไป๋อี้เฟย (ในร่างหลินซินเหยียน) ถามเสียงเ็า แต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิด
“เ้าก็ต้องช่วยข้าขายยาไงเล่า!”ซินเหยียน (ในร่างไป๋อี้เฟย) ตอบกลับหน้าตาเฉย
ร้านยาซินเซิ่งถังวันนี้เต็มไปด้วยลูกค้าจากทั่วสารทิศที่แวะเวียนกันมาไม่หยุดร้านคับแคบที่มีสมุนไพรเรียงรายไปทุกมุมห้องทำให้ไป๋อี้เฟยแทบหายใจไม่ออกเขายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางร้าน มองดูผู้คนที่เดินเข้าออกด้วยความรู้สึกคลื่นไส้
“คุณหนูหลิน!ช่วยบดโสมให้ข้าหน่อย!”
“คุณหนูหลิน! ต้มยานี่ให้ข้าด้วย!”
เสียงลูกค้าะโเรียกชื่อ"หลินซินเหยียน" ไม่หยุด หญิงชรานางหนึ่งยื่นกระดาษใบสั่งยาเข้ามาหาเขาไป๋อี้เฟยขมวดคิ้วแน่นพลางมองกระดาษอย่างไม่เข้าใจ
“นี่มันตัวอะไรกัน?” เขาพึมพำเบาๆ
“ตัวนี้คือตงควาย เ้าโง่!อ่านไม่ออกหรือไง!?” เสียงซินเหยียนดังขึ้นจากข้างๆเธอพยายามกระซิบเบาๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ความจริง
“หึ...ข้าไม่เคยต้องมาทำงานต่ำต้อยเช่นนี้มาก่อน”ไป๋อี้เฟยเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส
ซินเหยียนยกมือขึ้นฟาดหลังเขาทันที“ต่ำต้อยอะไรกัน! เ้ากำลังทำให้ชื่อเสียงร้านยาข้าพังนะ รีบไปบดโสมเดี๋ยวนี้เลย!”
ไป๋อี้เฟยจำใจต้องเดินไปนั่งหลังร้านก่อนจะหยิบโสมแห้งออกมาและลองใช้หินบดสมุนไพรตามที่เห็นคนอื่นทำ แต่...
“แค่กๆๆ! นี่มันฝุ่นอะไรกัน!”เขาเผลอสูดผงโสมเข้าไปเต็มปอดจนสำลัก ไอหน้าดำหน้าแดง
“โอ๊ย! เ้าจะทำอะไรน่ะ!”ซินเหยียนรีบเข้ามาช่วยอย่างหัวเสีย “นี่บดสมุนไพรนะ ไม่ใช่ทุบหิน!”
ไป๋อี้เฟยหันมามองด้วยสายตาดุดัน“เ้ากล้ามาสั่งข้าอีกแล้วเรอะ!?”
“ข้าสั่งเ้าแน่!ในเมื่อเ้าอยู่ในร่างข้า เ้าก็ต้องทำให้ดีที่สุดสิ!”
การเถียงกันของทั้งสองทำให้ลูกค้าหลายคนเริ่มหันมามองด้วยความสงสัยเสี่ยวไป๋รีบเข้ามาห้ามพลางหัวเราะแห้งๆ
“คุณหนูหลินวันนี้ดูแปลกๆไปนะเ้าคะ ฮ่าๆ...”
หลังจากผ่านไปครึ่งวันในที่สุดซินเหยียนก็ปล่อยให้ไป๋อี้เฟยจัดการต้มยาตามลำพังเพราะเธอเองก็ต้องไปที่จวนตระกูลไป๋เพื่อตามแก้ไขปัญหาของอีกฝ่าย
“ห้ามทำร้านยาข้าพังนะ!”ซินเหยียนกำชับไว้ก่อนจะจากไป
ไป๋อี้เฟยยืนมองหม้อยาตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
“ต้มยา...ต้มอย่างไรล่ะ?” เขาขมวดคิ้วพลางนึกถึงวิธีที่ซินเหยียนทำก่อนหน้านี้ก่อนจะโยนสมุนไพรทุกอย่างที่มีลงไปในหม้อใหญ่โดยไม่สนใจว่าเป็อะไร
ฟู่!
ไม่นานนักควันสีดำก็ลอยโขมงออกมาจากหม้อ เสียงลูกค้าด้านหน้าร้องกันระงม
“นี่มันอะไรกัน!กลิ่นอะไรกันเนี่ย!?”
“โอ๊ยยย! หม้อยาไฟลุกแล้ว!”
เสียงโกลาหลดังลั่นไปทั่วร้านไป๋อี้เฟยยืนมองหม้อยาที่ไฟลุกโชนด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่ในใจเขากลับเริ่มรู้สึกเดือดดาล
“นี่มันไม่ใช่เื่ของข้าเสียหน่อย!”
ในขณะเดียวกัน ซินเหยียน(ในร่างไป๋อี้เฟย) ก็เดินเข้าไปในจวนตระกูลไป๋ด้วยความรู้สึกประหม่าเธอต้องแสร้งทำตัวเป็คุณชายรองให้สมบทบาทที่สุด
ทว่านางบ่าวรับใช้และข้ารับใช้ภายในจวนต่างพากันก้มหัวทำความเคารพทันทีที่เห็นเธอ
“คุณชายรองเ้าคะวันนี้ท่านมาที่ห้องโถงใหญ่หรือไม่?”
ซินเหยียนกลืนน้ำลายลงคอพลางฝืนยิ้ม“เอ่อ...ไปสิ ไปแน่ๆ”
เธอเดินตามนางบ่าวไปอย่างเลี่ยงไม่ได้และพบว่าภายในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยขุนนางและผู้าุโของตระกูลที่มารวมตัวกัน
“ท่านอี้เฟยมาพอดีเลย!เรากำลังคุยกันเื่งานเลี้ยงประจำตระกูล!” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
“เอ่อ...งานเลี้ยง? อ้อ งานเลี้ยงน่ะเอง” ซินเหยียนพยายามทำหน้าขรึมสุดชีวิตแต่ในใจกลับร้อนรน
“ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการเชิญตระกูลลู่มาร่วมงานเลี้ยง?”
“หา? เชิญ...ตระกูลลู่?”ซินเหยียนทวนคำเสียงเบา พลางพยักหน้าหงึกหงัก “ข้าว่าดี! ดีมากเลย!”
ทุกคนหันมามองเธอด้วยความสงสัยเพราะปกติไป๋อี้เฟยเป็คนที่พูดน้อยและเข้มงวด แต่วันนี้กลับดูแปลกไป
“เอ่อ...ท่านไม่ป่วยใช่หรือไม่?”ผู้าุโคนหนึ่งถามขึ้น
“ป่วย? ฮ่าๆข้าแข็งแรงดี!” ซินเหยียนหัวเราะกลบเกลื่อน
เมื่อถึงเวลาเย็นทั้งสองคนกลับมาพบกันอีกครั้งที่สวนลับหลังจวนตระกูลไป๋
“เ้าทำอะไรกับร้านยาข้ากันแน่!?”ซินเหยียน (ในร่างไป๋อี้เฟย) ถามเสียงดังลั่นทันทีที่เห็นเขา
“แล้วเ้าทำอะไรกับตระกูลข้าล่ะ!?”ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน) ตอบกลับไม่ยอมแพ้
ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันอย่างเอาเื่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่าชีวิตของตนเองพังไม่เป็ท่า
“ข้าจะไม่ทนกับเื่แบบนี้อีกแล้ว!”ไป๋อี้เฟยกัดฟันพูด
“ข้าก็เหมือนกัน!เราต้องหาวิธีกลับร่างให้ได้!”
“หึ ถ้าเ้ามีปัญญาทำได้ข้าคงไม่ต้องมาเผชิญชะตากรรมเช่นนี้หรอก!”
“นี่เ้า!”
ทั้งสองคนเถียงกันเสียงดังลั่นก่อนที่ซินเหยียนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เอาเถอะ...ในเมื่อมันเป็แบบนี้แล้วเราคงต้องร่วมมือกัน”
ไป๋อี้เฟยมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่พอใจแต่ก็จำต้องยอมรับความจริงนี้
“ก็ได้ ข้าจะร่วมมือกับเ้าแต่เ้าห้ามทำให้ชื่อเสียงของข้าต้องแปดเปื้อนอีก!”
“หึ! เช่นกันเ้าก็ห้ามทำร้านยาข้าพังอีกเด็ดขาด!”