นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๑ นกพิราบบินกลับ แต่ไร้จดหมาย (3)

             

            ตอนที่หลินหลานหรูกลับออกจากสำนักคุ้มภัยหนานเหรินยามนั้นสีท้องฟ้าด้านบนมืดครึ้มลงทุกขณะ อากาศก็เย็นตัวขึ้นเรื่อยๆจนนางรู้สึกเจ็บผิวหน้า

            หลินหลานหรูเดินตรงกลับเรือนทางทิศตะวันออกโดยมีเกาฟังเดินตามมาอย่างเงียบเชียบ กำลังจะก้าวเท้าข้ามผ่านประตูลานเรือน ทว่าเสียงฝีเท้าหนึ่งดังหนักๆมาจากด้านในเข้าเสียก่อน

            เป็นเสี่ยวจิง"คุณหนูท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ"

            สีหน้ายามนั้นของเสี่ยวจิงเห็นได้ชัดว่ากำลังรอหลินหลานหรูกลับมาในน้ำเสียงยังแฝงไปด้วยความกังวล จึงเอ่ยถามถึงสาเหตุ "เกิดอะไรขึ้น"

            เสี่ยวจิงรีบตอบ "จางหรงเจ็บท้องจวนจะคลอดแล้วเจ้าค่ะเพียงแต่ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด"

            ราบรื่นสิแปลกหลินหลานหรูกลับหลังหันเพื่อเดินนำไปยังเรือนบ่าวรับใช้จางหรงไม่ได้รับอภิสิทธิ์ให้อาศัยในเรือนแยกกระนั้นก็ยังได้รับการดูแลอย่างดีในเรือนบ่าวหน้าจวน

            ทันทีที่หลินหลานหรูมาถึงภายในห้องกำลังวุ่นวายกันยกใหญ่ บ่าวรับใช้วิ่งเข้าวิ่งออกพลางยกอ่างน้ำผสมเลือดไปเปลี่ยน พ่อบ้านสกุลหลินยืนหน้าซีดอยู่ด้านนอกนางจึงหันไปถาม

            "เหตุใดข้างในจึงเงียบนัก"

            พ่อบ้านไม่ใช่แค่ตัวสั่นแต่เสียงยังสั่นด้วย"เรียนคุณหนู จางหรงออกแรงเบ่งมาเกือบสองชั่วยามแล้ว เมื่อครู่เพิ่งจะหมดสติไปท่านหมอกำลังฝังเข็มให้นางตื่นขอรับ"

            สีหน้าหลินหลานหรูไร้ความรู้สึกใดยามพ่อบ้านเอ่ยรายงานนางเพียงใช้น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามต่อไปอีกประโยคเท่านั้น"ส่งคนไปตามท่านพ่อข้าหรือยัง"

            พ่อบ้านก้มหน้าตอบอย่างผิดหวัง"ส่งคนไปตามสองครั้งแล้วขอรับ นายท่านเพียงบอกให้บ่าวจัดการทั้งหมดไม่ต้องส่งคนไปตามอีก"

            เฮอะ! หลินหลานหรูนึกหยันในใจตอนทำหลับหูหลับตาทำด้วยหรือไร ตอนนี้ถึงได้หลับหูหลับตาทำเป็นมองไม่เห็นยามนี้บ่าวรับใช้นางนั้นกำลังจะคลอดบุตรให้ตัวเองแท้ๆยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็นสักเหลี่ยม เสียดายที่นางคิดว่าบิดาในชาตินี้ต่างออกไปแล้วเชียวท่าแท้เดิมเป็นอย่างไรก็ยังเป็นเยี่ยงนั้น

            นางหันกลับไปสั่งบ่าวรับใช้ด้านหลังเสียงดังโดยให้ไปตามหลินหานฉีอีกรอบ กำชับไปอีกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพาตัวมาให้ได้เรื่องนี้ต้องให้หลินหานฉีเป็นคนจัดการด้วยตนเอง

            จากนั้นจึงหันต่อมาที่เสี่ยวจิง"เจ้ารีบกลับไปเอากล่องยาในเรือนข้ามาที่นี่อย่าได้ชักช้าหรือเห็นเป็นเรื่องเล่น"

            เสี่ยวจิงรับคำแล้ว

            ทว่าสายตาที่เสี่ยวจิงใช้มองหลินหลานหรูใช่ว่าหลินหลานหรูไม่เข้าใจ เพียงแต่ไม่มีเวลาอธิบาย

            เกี่ยวกับเรื่องนี้จางหรงจะอยู่หรือตายล้วนไม่เกี่ยวกับนางแต่เด็กในท้องไม่ควรรับกรรมตามไปด้วย อย่างไรเสียเด็กคนนี้ก็เป็นน้องของนางจะปล่อยให้ตายได้อย่างไร

            หลังจางหรงได้สติอีกครั้งก็ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วยามเด็กคลอดยากจนท่านหมอยังเกือบถอดใจ เห็นทีความหวังคงริบหรี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจางหรงซึ่งเสียเลือดมากเกินไปแล้ว

            "น้องเล็ก"หลินหลงอู่เพิ่งเดินมาถึง เขาวางมือบนไหล่หลินหลานหรู มองนางด้วยสีหน้ากังวล"ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง"

            หลินหลานหรูส่ายศีรษะเป็นคำตอบ

            เมื่อหลินหานฉีมาถึงหลินหลานหรูไม่ทันย่อกายคารวะก็ได้ยินจางหรงหวีดร้องสุดเสียงตามด้วยเสียงเด็กร้องไห้ ขณะเดียวกันก็ได้ยินบ่าวรับใช้ในห้องร้องอย่างตื่นตระหนก...จางหรงไร้ลมหายใจแล้ว

            หลินหานฉีผลุนผลันเข้าไปในห้องเดิมทีหลินหลานหรูก็ไม่คิดจะเข้าไปข้างในอยู่แล้วต่อมาเมื่อหลินหานฉีสั่งให้บ่าวรับใช้ด้านนอกพาคุณหนูคุณชายกลับเรือนนางจึงไม่คิดจะอยู่ต่อ ทราบเพียงแค่ว่าจางหรงให้กำเนิดบุตรชาย

            เพียงแต่คุณชายน้อยที่เพิ่งคลอดอาการย่ำแย่อาจอยู่ได้ไม่พ้นคืนนี้ และไม่อนุญาตให้บ่าวรับใช้ข้างในหรือแม้แต่ท่านหมอออกจากห้องจนกว่าจะถึงรุ่งสาง

            หลินหลานหรูสะดุดใจเล็กน้อยกระนั้นนางก็ยังกลับเรือนตามคำสั่ง เพียงแต่กลับไม่ถึงเรือนก็หยุดเดินลงกลางทางเงยหน้ามองฟ้าที่มืดมิดด้านบนครู่หนึ่งก่อนหันไปเอ่ยกับเกาฟัง"ไปเล่นข้างนอกกัน"

            บนใบหน้าเกาฟังราวกับมีประโยคหนึ่งเขียนไว้บนนั้น 'คนสกุลหลินมีงานอดิเรกเช่นนี้ทุกคนหรือ' ค่ำมืดดึกดื่นอากาศเย็นถึงกระดูกนึกอย่างไรถึงออกมาเดินเล่นในแถบชายป่าทางใต้ของเมือง

            หลินหลานหรูวางมือทาบลงข้างต้นไม้พวกนางหลบอยู่ในมุมมืดขณะที่สายตามองตรงไปที่หญิงรับใช้มีอายุนางหนึ่งอีกฝ่ายเดินออกจากจวนสกุลหลินมาอย่างลุกลี้ลุกลนกระทั่งหิ้วตะกร้าใบใหญ่มาหยุดยังพื้นที่รกร้างชายป่าใกล้กับลำน้ำสายเล็ก

            "คุณชายน้อยเจ้าอย่าโทษข้าเลย" หญิงรับใช้เอ่ยเสียงสั่นเครือกับทารกตะกร้าขณะที่นั่งยองๆ กวาดตามองหาบางสิ่งบนพื้น กระทั่งเจอกิ่งไม้แหลมคมชิ้นหนึ่ง"ข้าเพียงแต่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ใครใช้ให้เจ้าเกิดมากำพร้ามารดาบิดาจิตใจโฉดชั่ว ไหนเลยจะคิดมาก่อนว่าเจ้าจะแขนขาพิการอย่างละข้างทั้งยังอัปลักษณ์ซ้ำเติมชะตาชีวิตเช่นนี้"

            หลินหลานหรูถึงกับตกใจกลางคืนเงียบสงัด ต่อให้หญิงรับใช้นางนั้นพูดเบามากกว่านี้ก็ยังได้ยินเพื่อหน้าตาแล้วไม่คิดว่าหลินหานฉีจะกำจัดบุตรชายของตนเองได้

            ชั่วเวลานั้นหญิงรับใช้เงื้อไม้ในมือหมายสังหารเด็กน้อยให้ตายในคราวเดียวทว่าเงื้อไม้อยู่นานพลันแขนอ่อนยวบตามจิตใจที่อ่อนไหว หญิงรับใช้ฆ่าเด็กน้อยไม่ลงจึงหิ้วตะกร้าลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า บริเวณนั้นมีแหล่งน้ำเล็กๆ สายหนึ่งหากลอยเด็กไปตามน้ำอาจโชคดีมีใครพบเข้า

            ยามนั้นแววตาหลินหลานหรูคมปลาบมองหญิงรับใช้ผลักตะกร้าให้ลอยบนผิวน้ำ ช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาโดยแท้

            ขณะเดียวกันหญิงรับใช้ยังคงสะอื้นไห้พลางปาดน้ำตาด้วยความสงสารเด็กทารกจับใจ ในใจภาวะนาให้คุณชายน้อยมีชีวิตรอดปลอดภัยและพบผู้อุปถัมภ์ใจบุญ อย่าให้มีชีวิตที่แสนรันทดเช่นนี้

            "เจ้าช่างเป็นคนดีที่หาได้ยากยิ่ง"น้ำเสียงอำมหิตดังขึ้นในความมืด

            หญิงรับใช้ผวาตกใจล้มนั่งไปกับพื้นน้ำ"คะ...คุณหนู ทะ...ท่าน"

            หลินหลานหรูยืนเด่นท่ามกลางความมืดสีหน้าและแววตาสงบเยือกเย็นจนน่าขนลุกก่อนโบกมือสั่งให้เกาฟังไปหิ้วตะกร้าในน้ำขึ้นมา

            นางยังเอ่ยต่อ "ดึกดื่นกลางฤดูหนาวเช่นนี้เจ้าว่าน้องชายข้าจะมีชีวิตรอดให้ผู้ใดมาเจอรึ"

            หญิงรับใช้เมื่อตั้งสติได้ก็ดีดตัวขึ้นคุกเข่าพลางยกมือวิงวอนขอให้หลินหลานหรูไว้ชีวิตคุณชายน้อย "คุณหนูท่านอย่าก่อกรรมทำเวรต่อไปเลยนะเจ้าคะ ถึงอย่างไรคุณชายก็เป็นน้องชายท่านต่อให้ท่านไม่เห็นคุณชายเป็นน้องก็เถอะได้โปรดไว้ชีวิตคุณชายน้อยสักหนเถิดนะเจ้าคะ บ่าวขอร้อง"

            เฮ่ยเดี๋ยว!ข้าไม่ได้มาเอาชีวิตน้องชายเสียหน่อย เล่นใหญ่เกินไปหรือไม่

            หลินหลานหรูกลอกตานางไม่สนใจคำวอนขอนั้น เพียงเอ่ยถามอีกเรื่องขึ้นมา"บิดาข้าสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้รึ"

            แต่กับหญิงรับใช้ที่จิตใจอัดแน่นไปด้วยความเคืองแค้นจะยังมีสติแยกแยะเจตนาดีชั่วใดได้อีก ในสายตาบ่าวรับใช้ในจวนสกุลหลินหลินหลานหรูคือเด็กน้อยจิตใจอำมหิตผู้หนึ่งที่สมควรตายเพื่อชดใช้

            ดังนั้นคำถามเมื่อครู่ของหลินหลานหรูจึงเป็นเพียงลมผ่านหู

            "คุณหนู! เจ้ามันอำมหิต คุณชายน้อยเพิ่งเกิดได้ไม่ทันข้ามวันเจ้าก็คิดชั่วฆ่าคนได้ไม่กะพริบตา มารมาเกิดชัดๆ "

            "อ่า...เหตุใดข้ายังไม่ทันทำอะไรก็กลายเป็นมารเสียแล้ว..." หลินหลานหรูไม่ทันกล่าวจบชั่วพริบตานั้นหญิงรับใช้ก็พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วเป้าหมายคือบีบคอหลินหลานหรูกดลงกับพื้นหญ้า

            "เจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้า ตายซะไปตายซะนางมาร!"

            หลินหลานหรูกระเสือกกระสนดึงมือหญิงรับใช้ให้หลุดจากลำคอนางหายใจไม่ออก! ทว่าเรี่ยวแรงของนางเทียบกับคนที่กำลังอาฆาตแค้นแล้วต่างกันเกินไป

            นางลืมไปได้อย่างไรว่าหญิงรับใช้ผู้นี้เป็นคนเลี้ยงดูจางหรงมาตั้งแต่ยังเล็กลืมไปได้อย่างไรว่าจางหรงเห็นนางเป็นปรปักษ์และวางแผนเล่นงานกันมาตลอดลืมไปได้อย่างไรว่าบ่าวรับใช้ในจวนทั้งชิงชังและอยากให้นางตายมากแค่ไหน

            ฉับ!เกาฟังสะบัดกระบี่ฉับเดียวตัดศีรษะหญิงรับใช้ขาดสะบั้นก่อนยกเท้าถีบร่างไร้ศีรษะนั้นให้กระเด็นไปด้านข้าง

            หลังเป็นอิสระหลินหลานหรูหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างหมดแรงก่อนปล่อยตัวเองนอนหงายมองความมืดมิดเบื้องบนใบหน้าและเสื้อคลุมสีขาวบางส่วนเปรอะเปื้อนคราบเลือดจากหญิงรับใช้

            "เหตุใดเจ้าไม่ฝึกวรยุทธ์"เกาฟังเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม จากนั้นส่งมือให้หลินหลานหรูใช้จับเพื่อลุกขึ้นยืนลำคอของนางปรากฏรอยเขียวช้ำให้เห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            หลินหลานหรูไอแค่กๆ สองสามทีเพื่อหาเสียงเอ่ย ทว่าน้ำเสียงก็ยังเบาหวิวอยู่ดี "ร่างกายข้ารับพิษมานานหลายปีหากฝืนฝึกวรยุทธ์อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงอายุยี่สิบ"

            เกาฟังนิ่งไปเล็กน้อย

            นางจึงเอ่ยต่อ"ใช่ว่าข้าไม่เคยฝึก แต่ผลที่ได้กลับเลวร้ายกว่าที่คิดข้าจึงไม่คิดจะฝึกวรยุทธ์อีก"

            ตามจริงแล้วหากตกอยู่ในสถานการณ์อย่างเมื่อครู่ อย่างน้อยๆ ถ้าพอมีวิชาอยู่บ้างอาจหลบทัน

            ส่วนหนึ่งที่หลินหลานหรูฝึกวรยุทธ์ไม่ได้ต้นเหตุมาจากเหลยเมี่ยวที่เผลอลงมือทำร้ายนางหลังเขาถูกธาตุไฟเข้าแทรกครั้งนั้นนางเพิ่งพบกับเหลยเหมี่ยวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายคิ้วบากวัยกลางคนผู้นี้คือใคร

            เหลยเมี่ยวพลั้งมือจนนางบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไปในที่พักของเขาซึ่งอยู่ทางด้านหลังของวัดต้าหมิงเมื่อได้สติคืนกลับมาก็พบว่าร่างกายของตนผิดปกติไปเสียแล้วส่วนเหลยเมี่ยวกลับเห็นนางเป็นผู้มีพระคุณไปเสียอย่างนั้น

            'เหตุใดข้าถึงรับพิษจากเจ้ามาได้' เป็นประโยคแรกที่นางถามเหลยเมี่ยวหลังได้สติตอนนั้นนางเพิ่งอายุเพียงห้าขวบเศษ ร่างกายไม่อาจทนรับพลังลึกลับของเหลยเมี่ยวได้นับวันจึงยิ่งบั่นทอนอายุขัย

            ดังนั้นหลังจากพบเฉิงอิ้นในอีกหลายเดือนถัดมานางจึงให้เขาผนึกเส้นลมปราณของนางทุกเส้น เพื่อขจัดความผิดปกตินั้นทิ้งไปด้วยเหตุนี้ต่อให้นางฝึกวรยุทธ์หนักเท่าไร ก็ไม่สามารถบ่มเพาะกำลังภายในได้

            "เอาเถิดข้าจะฝึกหรือไม่ล้วนไม่สำคัญ อย่าได้พูดถึงมันเลยส่วนเด็กทารกเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง" หลินหลานหรูเดินมาหยุดข้างตะกร้ามองทารกน้อยในห่อผ้านวมสีขาว อากาศเย็นจัดขนาดนี้ยังไม่ยอมร้องไม่ใช่ว่าเป็นใบ้ไปอีกหรอกหรือ เมื่อนางจับหาชีพจรกลับเต้นอ่อนจนแทบไม่มี

            "เจ้าจะจัดการอย่างไร ฆ่าทิ้งซะยังดีกว่าโตเป็นคนพิการให้ผู้อื่นดูแคลน" เกาฟังชักกระบี่อีกครั้ง

            "ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรคิดแทนเขา"หลินหลานหรูเอ่ยหยุดกระบี่ในมือเกาฟังเสียงดัง

            ในอดีตไม่ใช่เพราะคนอื่นที่เอาแต่คิดแทนนางว่าควรทำอย่างไรถึงจะดีหรอกหรือสุดท้ายแล้วที่ว่าดีคือดีกับใครกัน "ในเมื่อเด็กเกิดมาแล้วชีวิตหลังจากนี้ล้วนเป็นของเขา จะอยู่หรือตายโตขึ้นเมื่อไรก็ให้เขาตัดสินใจเองเถอะ"

            แววตาเกาฟังวูบไหวเล็กน้อยราวกับว่าสิ่งที่นางพูดได้กระทบจิตใจของเขา นานทีเดียวกว่าจะได้ยินเสียงเกาฟังเก็บกระบี่เข้าฝัก

            หลินหลานหรูมองตรงออกไปในความมืดเบื้องหน้าก่อนเอ่ยขึ้นมาในความเงียบ "เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือนเวลานี้ไป๋เซี่ยยังพักอยู่ในจวนสกุลมู่ หากต้องการว่าจ้างศิษย์สำนักลั่วซานจำเป็นต้องดึงไป๋เซี่ยมาร่วมด้วย จากนี้ก็ให้เจ้าหาวิธีทำให้ไป๋เซี่ยออกจากจวนสกุลมู่แล้วกัน"

            หลังนางกล่าวจบเกาฟังแทบเผยรอยยิ้มออกมาทันทีราวกับว่าเขารอเวลาให้นางเอ่ยประโยคเหล่านี้มานานแล้วดังนั้นจึงตอบรับฉับไวยิ่งกว่าสายลม "ไม่มีปัญหา"

            เอ๊ะ...เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเกาฟังกำลังจะสร้างเรื่องปวดหัวให้นาง"เจ้าจะทำอย่างไร"

            เกาฟังเก็บสีหน้า"พรุ่งนี้เดี๋ยวเจ้าก็เห็นเอง"

            หือ? ปัญหามาเยือนนางแน่ ไม่น่าไว้ใจโจรผู้นี้ช่างไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย

             

             

            รุ่งเช้าสาวใช้ยกอ่างทองแดงเข้ามาในห้อง ปรนนิบัติหลินหลานหรูล้างหน้าบ้วนปากเหมือนยามปกติพลันหางตาหลินหลานหรูสะดุดเข้ากับกล่องใบหนึ่งซึ่งวางตั้งอยู่บนโต๊ะกลางห้อง

            "เจ้าเป็นคนยกกล่องใบนั้นเข้ามาหรือ"

            เสี่ยวจิงมองตามไปยังโต๊ะพลางส่งผ้าขนหนูในมือให้หลินหลานหรูเช็ดใบหน้า "ไม่ใช่บ่าวเจ้าค่ะตอนเช้ามืดบ่าวเดินเข้ามาก็เห็นมันวางอยู่ตรงนั้นแล้ว"

            หลินหลานหรูเกิดสนใจใคร่รู้ขึ้นมาจึงเดินรอบโต๊ะเพื่อทำการสำรวจ

            "ให้บ่าวเปิดออกดูดีไหมเจ้าคะ"เสี่ยวจิงก็อย่างรู้

            "อืม เจ้าเปิด"

            หลินหลานหรูปล่อยให้เสี่ยวจิงเปิดกล่องอย่างไม่คิดอะไรมาก

            "ชะ... "หลินหลานหรูตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อขณะที่เสี่ยวจิงหวีดร้องเสียงแหลมก่อนวิ่งหนีออกจากเรือน

            หลินหลานหรูมองของในกล่องแล้วถึงกับพะอืดพะอมนางอยากจะร้องไห้มากกว่าหัวเราะ ทว่าที่อยากทำตอนนี้มากที่สุดคือตะโกนดังๆ ว่า"บัดซบเกาฟังงงงงง!!"

            ข้าจะเป็นลม เล่น 'ตัดศีรษะมู่หวังจง' ใส่กล่องมาวางในเรือนข้าจะแช่งให้ข้าตายวันตายพรุ่งหรือไร

            "เกาฟัง! เจ้าคนบัดซบเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!"

            เสียงหลินหลานหรูดังจนคนในจวนหยุดกิจกรรมในมือลงทั้งหมดมองหน้ากันและคิดไปเองว่าคงหูแว่ว ทว่าสำหรับเกาฟังนั้นได้ยินชัดเต็มสองรูหูเขาหยุดแทะเมล็ดแตงโมก็จริงแต่กลับหลุดหัวเราะขบขันแทน

            อืม...ต้องให้เขาอธิบายเรื่องทั้งหมดให้นางฟังแล้ว

            "พูดมา" นางสั่งเสียงเย็น

            เกาฟังอมยิ้มพลางชำเลืองมองศีรษะน่ารักๆ ของมู่หวังจงเล็กน้อยจากนั้นก็ชี้แจงเรื่องทั้งหมดอย่างสั้นกระชับในประโยคเดียวว่า"ข้าทำตามที่เจ้าสั่ง"

            ฮะ? นางสั่งให้เขาตัดศีรษะมู่หวังจงตั้งแต่เมื่อไร อ๊า!เขาช่างหาเรื่องปวดหัวให้นางแท้"ข้าบอกให้เจ้าตัดศีรษะมู่หวังจงตั้งแต่เมื่อไรหูเจ้าได้ยินข้าพูดเช่นนั้นรึ"

            เกาฟังพยักหน้า ช่างกวน...นัก!

            โอ๊ย ตายๆจะต่อศีรษะกลับคืนก็ไม่ทันแล้ว หลินหลานหรูได้แต่ยืนกุมขมับ "ตัวเล่าเจ้าตัดศีรษะแล้วเอาตัวไปไว้ที่ใด"

            "ทิ้งไว้บนเตียงในห้องมู่หวังจง"

            เฮือก! หลินหลานหรูเกือบเข่าทรุด"เจ้าบ้าไปแล้วรึ สังหารคนไม่อำพรางศพ เจ้ายัง...เจ้ายังเอาหัวมันมาไว้ในเรือนข้า รอให้ทางการตามมาเจอเรอะ บัดซบนัก"

            แทนที่เกาฟังจะเครียด กลับกันเขาหัวเราะอย่างชอบใจได้กุดหัวมู่หวังจงล้างแค้นให้พี่น้องนับสิบที่ตายในจวนสกุลเจินเป็นอะไรที่ไม่สามารถบรรยายความสะใจนี้ได้กระมัง

            หลินหลานหรูเห็นแล้วรู้สึกฉุนเฉียวอยากข่วนหน้าคนเร่าๆ เฉิงอิ้นเพิ่งออกจากเมืองเมื่อวานเกาฟังก็ก่อเรื่องให้นางแล้ว

            รอจนนางควบคุมอารมณ์ได้ค่อยสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง"ปานนี้คงมีคนพบศพไร้หัวของมู่หวังจงแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ทางการคงไม่ทำคดีชุ่ยๆ"

            หลินหลานหรูกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับศีรษะนี้ดีเพื่อไม่ให้อนาคตคนสกุลมู่ตามสืบถึงตัวนาง สกุลมู่ไม่ใช่หมูในคอกที่ใครจะหยิบไม้ไปแย่เล่นเมื่อไรก็ได้ทั้งอำนางของหลานชายที่เป็นถึงแม่ทัพ ทั้งญาติทางฝ่ายภรรยาเป็นถึงพระสนมเบื้องหลังยังมีฮ่องเต้ แม้แค่อำนาจสองฝ่ายแรกก็ทำให้นางตกที่นั่งลำบากได้แล้ว

            หากเรื่องรู้ไปถึงฮ่องเต้ถึงตอนนั้นไม่มีคำอธิบายที่มีน้ำหนักพอ เรื่องนี้คงไม่จบง่าย

            การที่นางปล่อยมู่หวังจงมานานถึงเพียงนี้เพราะไม่อาจลงมือได้ ทว่าเกาฟังจ้องตัดหัวมู่หวังจงมาตลอดที่ผ่านมามีเฉิงอิ้นคอยห้ามตามคำสั่งนาง ตอนนี้เฉิงอิ้นเพิ่งจากไปเขาก็ลงมือทันทีนางเองก็ประมาท ดันสั่งให้เขาจัดการเรื่องของไป๋เซี่ยซึ่งอยู่ในจวนสกุลมู่เสียไม่เอะใจสักนิดว่าเกาฟังจะลงมือ

            "จริงอยู่ที่ข้าสั่งให้เจ้าจัดการเรื่องของไป๋เซี่ยศีรษะมู่หวังจงขาดขนาดนี้ ไป๋เซี่ยคงออกจากจวนสกุลมู่ในเร็ววันขอเพียงเรื่องนี้ปิดลงเร็วเท่าไรยิ่งดีคืนนี้ก็ให้เจ้าลอบเอาศีรษะในกล่องไปวางในห้องทำงานของผู้ช่วยคนสนิทมู่หวังจงแล้วกันทิ้งจดหมายไว้ให้เขาสักฉบับ ปล่อยเรื่องนี้ให้เขาจัดการเอง"

            "อืม"

            อืม? อืมอะไร ข้าคิดหัวแทบแตกเจ้าบอกแค่อืม น่าตายนัก น่าตายนัก!

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน