“เขาตื่นแล้วๆ น่ารักจริงๆเชียวใครช่างทิ้งหนูได้ลงคอกันนะ” หญิงสาวหน้าตางดงามสวมชุดซิสเตอร์ก้มลงอุ้มเด็กทารกเพศชายผู้หนึ่งซึ่งถูกวางทิ้งไว้ที่ด้านหน้าโบสถ์ท่ามกลางฝนที่ตกปรอยลงมา ตัวของเด็กน้อยสั่นเทาแม้จะมีหลังคาบดบังฝนเอาไว้ก็ตาม
โบสถ์เล็กๆชานเมืองแห่งนี้เป็สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีผู้ใจบุญก่อตั้งขึ้นซิสเตอร์โรสเป็ผู้คอยอบรมเลี้ยงดูเหล่าเด็กๆที่ถูกทิ้งด้วยตัวคนเดียวไม่ว่าจะเป็การใช้ชีวิต มารยาท การเข้าสังคม ความรู้ต่างๆนางล้วนเป็ผู้สอนเด็กๆทุกคนมาโดยตลอด เวลาส่วนใหญ่มักมีชาวบ้านแวะเวียนมาคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ
เด็กทารกเพศชายที่ถูกนำมาทิ้งกลางคืนฝนปรอยในคืนนั้นถูกตั้งชื่อว่าเย่ซี เขาเป็เด็กที่สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรงมาโดยตลอดหนุ่มน้อยคอยช่วยงานซิสเตอร์โรสมาั้แ่เขายังอายุได้แค่ห้าขวบไม่ว่าจะทำความสะอาด ล้างจาน ซักผ้า ทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ถึงแม้จะมีเด็กในโบสถ์แห่งนี้แค่ไม่กี่สิบคนแต่พวกเขาก็รักกันมาก คอยช่วยเหลือกันและกันมาตลอด
เย่ซีเป็เด็กที่มีร่างกายแข็งแรงเกินมนุษย์ปกติอย่างเห็นได้ชัดอายุแค่เจ็ดขวบก็ยกท่อนไม้หนักเกือบสามร้อยจินได้แล้วโชคยังดีที่ถึงแม้เื่นี้จะดูผิดปกติเป็อย่างมากแต่ทุกคนในโบสถ์และหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่เคยมองว่าเด็กหนุ่มเป็ตัวประหลาดแถมยังช่วยกันปิดบังเป็ความลับให้อีก
จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีกลุ่มโจรเดินทางมาจับเด็กหนุ่มกลับไปอย่างเงียบๆ
“ไอ้หนู ตามข้ามาซะดีๆไม่อย่างนั้นข้าจะไปตามฆ่าคนที่อยู่รอบตัวเอ็งให้หมดเลย”ชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมเกรียมยกมีดขึ้นมาขู่ทำให้เด็กชายอดตัวสั่นด้วยความกลัวไม่ได้
“อื้อ อื้ออ” ตอนนี้เย่ซีอายุได้เก้าขวบปีแล้วเด็กน้อยได้แต่พยักหน้าให้ทั้งน้ำตาเขาไม่้าให้เพื่อนๆและซิสเตอร์ต้องเดือดร้อนไปด้วยเขาไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนพวกนี้เป็ใคร
“ดีมาก พวกแกจับมันขึ้นรถไปได้แล้ว ” สิ้นเสียงหัวหน้าโจรสั่งการ ก็มีลูกน้องสองคนเดินเข้าไปสองคนลากตัวหนุ่มน้อยไปยังท้ายรถตู้ทึบที่พวกมันเตรียมไว้
น่าแปลกที่กลุ่มโจรพวกนี้ไม่ได้จับตัวใครไปเลยนอกจากเด็กชายอายุเพียงเก้าขวบคนเดียวอย่างกับพวกมันมีเป้าหมายเป็เด็กกำพร้าคนนี้เพียงเท่านั้น
เพี๊ยะ เพี๊ยะ ฉั๊วะ
เสียงแส้กระทบกับเนื้อดังกังวานไปทั่วถ้ำใต้ดินแห่งนี้ยามที่ิัถูกเฆี่ยนตีด้วยแส้ เืเนื้อจะสาดกระจาย กระเด็นไปทั่วทิศทางบ่งบอกถึงความรุนแรงของแส้เส้นนี้ได้เป็อย่างดี
“ทำงานเข้า อย่าอู้! มองทำไมคิดว่าแกจะทำอะไรได้? เพี๊ยะ!” ชายหัวล้านผู้รับหน้าที่คุมคนงานกล่าวตะคอกใส่เด็กหนุ่มอายุราวสิบสองปีผู้หนึ่ง
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นหันกลับมามองมันตาขวางมันก็หวดแส้ซ้ำลงไปจนหลังของเด็กหนุ่มแตกออกเป็รอยแส้เืไหลซิบออกมา แต่ตัวเด็กหนุ่มคนนั้นกลับไม่แสดงสีหน้าออกมาราวกับชินชาเสียแล้ว
“มีแรงแค่นี้? ขอแรงๆหน่อยข้าโดนเฆี่ยนทุกวันจนรู้สึกว่าหลังมันด้านซะแล้ว ทุกวันนี้แผลมันตื้นลงๆหรือเ้าหมดแรง?” เด็กหนุ่มนามเย่ซีกล่าวล้อเลียนออกมาั้แ่เขาถูกจับมาก็ต้องมาทำงานในเหมืองขุดแร่แห่งนี้โดยตลอดนี้ก็เป็เวลากว่าสามปีแล้วที่เขาทำงานไม่ได้หยุดพัก
ยามเข้ามาคราแรกก็มีผู้คนถูกกักขังใช้แรงงานมนุษย์เหมือนเขามากมายนักทุกๆวันจะมีศพถูกขนออกไปและมีคนใหม่เข้ามาแทนที่ตัวของเด็กหนุ่มเองก็ถูกใช้งานไม่ต่างจากทาสคนหนึ่ง แรกๆที่ถูกเฆี่ยนตีเขารู้สึกเหมือนหลังแทบจะฉีกออกจากกัน ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะเดินต่อ
“ปากดีนักนะ วันนี้ไม่ต้องให้ข้าวมันจับมันไปขังแยกด้วย”ชายหัวล้านหันไปสั่งการลูกน้องที่อยู่ข้างๆ
“ได้ครับ!” ชายคนนั้นรับคำแล้วลากเด็กหนุ่มหัวรั้นไปยังห้องขังมืดๆที่มีแต่กลิ่นเหม็นอับไร้ซึ่งแสงไฟและของตกแต่งใดๆ
“สักวันข้าจะฆ่าพวกเ้าให้หมด พวกบัดซบ” เด็กหนุ่มตะคอกใส่ชายที่ลากเขาเข้ามาในห้อง
“เหอะ กลัวแต่แกจะตายซะก่อนวันนี้ก็เป็อาหารให้หนูมันแล้วกัน”ว่าแล้วชายคนนั้นก็จับเด็กหนุ่มล่ามโซ่ทั้งแขนและขาโดยกางแยกออกจากกันและนำผงบางอย่างมาโรงไว้รอบๆตัวเด็กหนุ่มแล้วเดินจากไป
จี๊ด จี๊ดๆ
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูปหนูสกปรกสีดำหลายสิบตัวก็พากันวิ่งออกมาจากซอกหลืบเด็กหนุ่มมองพวกมันด้วยความเคยชิน หลังจากที่หนูพวกนั้นวิ่งมาดมผงที่โรยไว้รอบตัวเด็กหนุ่มพวกมันก็พากันมากัดแทะยังร่างที่ถูกตรึงไว้ทันทีแต่ก็ทำได้เพียงฉีกหนังชั้นนอกและเนื้อบางส่วนออกได้เท่านั้นเพราะร่างกายของเด็กหนุ่มแข็งแกร่งขึ้นมากนับจากคราแรกที่ถูกพาเข้ามา
คราแรกที่ถูกพามาที่นี่ตัวเขาถูกฟันหน้าอันแหลมคมกัดแทะไปทั่วร่าง เด็กหนุ่มได้แต่กัดฟันด้วยความเ็ปยามที่ฟันของหนูเ่าั้กัดลงมาผ่านิัของเขา ค่อยๆแทะเล็มเนื้อออกไปเส้นเอ็นถูกฉีก ความรู้สึกเหล่านี้ยากเกินจะรับไหว
สิ่งที่ทำให้ทั้งตัวเขาและพวกผู้คุมประหลาดใจนักก็คือเมื่อผ่านไปร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยกัดแทะและเหมือนคนใกล้ตายกลับค่อยๆฟื้นคืนสภาพหายดีขึ้นในไม่กี่วันถึงจะเป็อย่างนั้นมันก็เ็ปทรมานยิ่งนักสำหรับเด็กคนหนึ่ง
“ออกมาได้แล้ว สภาพแกนี่ดูดีขึ้นเยอะตั้งใจทำงานล่ะ” หลังผ่านพ้นไปหนึ่งคืนก็มีโจรผู้หนึ่งเดินมาเปิดประตูพาเด็กหนุ่มออกไป ทั่วร่างของเขามีแต่รอยฟันหนูิัแทบจะไม่มีเหลือติดอยู่บนตัวแม้แต่ใบหน้าก็เหมือนหุ่นจำลองห้องวิทย์ที่มีแต่กล้ามเนื้อ
“ดูไอ้เด็กนั่นสิ มันถูกพาไปห้องเดี่ยวอีกแล้วสภาพแบบนั้นยังไม่ตายอีก” โจรคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนข้างๆภาพตรงหน้ามันพบเห็นมาบ่อยครั้งแล้วทาสคนอื่นๆถูกพาไปหนเดียวก็ตายเพราะเสียเืกันหมดแต่ไอ้เด็กนี่ดันรอดมาได้ทุกครั้ง แม้สภาพมันจะประหลาดก็เถอะ
“ร่างกายของมันประหลาดจริงๆต่อให้เป็พลังของหัวหน้าที่เหมือนปีศาจก็ไม่น่าจะมีร่างกายแบบนี้” เสียงโจรอีกคนกล่าวตอบ หัวหน้าของพวกมันแทบไม่ต่างจากปีศาจร้าย
“แต่ถึงจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งหรือฟื้นฟูตัวเองได้แบบนั้นก็คงเ็ปจนตายไปจะยังดีซะกว่า ถูกทรมานแทบทุกวัน”โจรคนแรกกล่าวต่อ
[“ข้าทนได้ ข้าไม่เป็ไร ข้าทนได้ข้าไม่เป็ไร”]คำเหล่านี้วนเวียนซ้ำๆอยู่ภายในหัวของเด็กหนุ่ม เขาถูกทรมานอยู่ทุกวันไม่ขาดแต่ละวันพวกมันก็สรรหาวิธีใหม่ๆมาเสมอ แม้แรกๆร่างกายของเขาจะแทบรับไม่ได้ต้องล้มลงนอนซมเสมอ
แต่เมื่อนานวันเข้าร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งขึ้น แส้ที่เฆี่ยนเขาผู้คุมขังที่คอยทุบตีต่างสร้างรอยแท้และความเ็ปให้ตัวของเขาได้น้อยลงแม้จะพยายามใส่แรงมากขึ้นก็ตาม
[“ข้าจะต้องออกจากที่นี่ให้ได้คอยก่อนนะซิสเตอร์ เพื่อนๆ ข้าจะต้องออกไปเจอพวกเ้าให้ได้”]เด็กหนุ่มตั้งมั่นไว้ภายในใจ สิ่งนี้คอยยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาไม่ให้พังทลายลงไป จากการถูกทารุณในทุกๆวัน