หลังจากผู้าุโมากันครบแล้วเมี่ยวอิงเยว่ที่พาอู๋เซิ่งไปยังตำหนักของนางแล้วนางและเมี่ยวจื่อก็ปรากฎตัวที่ห้องโถง
“คารวะท่านประมุข”เหล่าผู้าุโพากันคารวะยกเว้นผู้าุโสูงสุดและบางคน
“พวกเ้าคงจะได้ยินมาบ้างเหตุผลที่ข้าเรียกมารวมตัวที่นี่”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“เป็เื่จริงงั้นเหรอ”หลายคนใ
“ถูกต้องข้าได้รับศิษย์สืบทอดแล้วดังนั้นอีก 3 วันข้าจะทำพิธีอย่างเป็ทางการ”
“แบบนี้ออกจะไม่เหมาะมั้งท่านประมุขถึงอย่างไรศิษย์สืบทอดก็มีตำแหน่งไม่ธรรมดาการจะรับใครควรจะปรึกษาพวกเราก่อนหรือเปล่า”
“ใช่แล้วหากรับคนที่ไม่ได้เื่มากหรือคนๆนั้นเป็สายลับของศัตรูมันจะไม่แย่เอางั้นเหรอ”ผู้าุโด้านหลังผู้าุโสูงสุดกล่าว
“แล้วตอนที่พวกเ้ารับศิษย์เ้าเคยถามความเห็นของข้าหรือไม่แล้วที่เ้าใช้อำนาจมอบที่พักส่วนตัวของเหล่าศิษย์สืบทอดให้ลูกหลานของพวกเ้าพวกเ้าเคยเห็นกฎของสำนักบ้างหรือไม่” เมี่ยวอิงเยว่มองไปทำให้ทั้งสองคนเงียบปากทันทีแววตาของนางเห็นได้ชัดว่าหากอีกฝ่ายกล้าต่อปากกับนางอีกนางลงมือแน่
“ท่านประมุขอย่าได้ตำหนิพวกเขาเลยพวกเขาก็แค่เป็ห่วงสำนักเท่านั้น” ผู้าุโสูงสุดเป็ชายชราชุดสีม่วงใบหน้ามีความเ้าเล่ห์แฝงเอาไว้อย่างชัดเจนและกลิ่นอายของอีกฝ่ายก็เหนือกว่าต้วนเทียนเลยทีเดียว
“ถ้าพวกเขาเป็ห่วงจริงหลังจากจบการประชุมให้นำลูกหลานของพวกเ้าออกไปจากที่พักส่วนตัวของศิษย์สืบทอดด้วยสถานที่เ่าั้มีไว้เฉพาะศิษย์สืบทอดเท่านั้น หากมีผู้าุโท่านใดรับศิษย์สืบทอดเข้ามาเกรงว่าพวกเขาจะไม่มีที่พักแล้ว”เมี่ยวจื่อกล่าว
“นี่!!!!!!!!!!!”
“เื่นั้นเอาไว้ก่อนข้าอยากจะรู้ว่าศิษย์สืบทอดของท่านประมุขเป็ใครแล้วมีพร์แบบไหนกันถึงอย่างไรหากไม่ถึงเกณฑ์การจะแต่งตั้งเขาก็ไม่อาจจะทำใจยอมรับได้” ผู้าุโสูงสุดกล่าว
“เื่นั้นไม่ต้องกังวลหรอกจากที่ข้าเห็นเขามีพร์มากกว่าหลานชายและหลานสาวของท่านอีกนะ” เมี่ยวจื่อเย้ยหยันเห็นได้ชัดว่านางเกลียดชายชราคนนี้มาก
“ในวันพิธีพวกเ้าจะได้รู้เองแต่ข้าบอกได้แค่ว่าเขาเป็อย่างที่เมี่ยวจื่อกล่าวจริงๆอย่างน้อยๆในระดับเดียวกันหรือรุ่นอายุเดียวกันก็ไม่มีศิษย์คนไหนเทียบกับเขาได้”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“แบบนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา”ผู้าุโหลายคนพยักหน้าขอแค่แข็งแกร่งและมากพร์พวกเขาก็ยอมรับได้ทั้งนั้น
มีเพียงแค่พวกผู้าุโสูงสุดที่ขมวดคิ้วพวกเขานั้นไม่้าให้เมี่ยวอิงเยว่มีสิทธิ์สืบทอดและหากจะเป็ศิษย์สืบทอดก็ต้องเป็คนของพวกเขา
“ดูเหมือนประมุขไม่คิดจะให้เราเจอกับเขาจนกว่าวันพิธีจะเริ่มสินะ”ผู้าุโสูงสุดหรี่ตาลงสายตาที่ท้าทายมองไปยังเมี่ยวอิงเยว่ในฐานะระดับตัดิญญาขั้นสมบูรณ์เขาไม่ได้หวาดกลัวเหมี่ยวอิงเยว่เลยแต่เขาไม่รู้ว่า4 ปีมานี้เหมี่ยวอิงเยว่ได้ถูกอู๋เซิ่งช่วยทะลวงเส้นลมปราณบนร่างทั้งหมดและชี้แนะหลายๆอย่างทำให้นางทะลวงขั้นครึ่งเซียนได้แล้ว
“ทำไมผู้าุโสูงสุดอยากจะท้าทายข้างั้นเหรอ” เมี่ยวอิงเยว่มองสวนกลับิญญาครึ่งเซียนโจมตีออกไปใบหน้าของผู้าุโสูงสุดเปลี่ยนไปและถูกทำให้ถอยหลังและมีโลหิตไหลออกมาจากมุมปาก
“ผู้าุโสูงสุด”ผู้าุโด้านหลังของผู้าุโสูงสุดพากันใและวิ่งเข้าไปหาผู้าุโสูงสุดทันที
“เ้าทะลวงครึ่งเซียนแล้ว”ผู้าุโสูงสุดใอย่างมากเพียงแค่ 4ปีที่หายไปเมี่ยวอิงเยว่กลับก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก
“อะไรนะท่านประมุขทะลวงขั้นแล้ว”
“แบบนี้ก็เป็ข่าวดีหนะสิตอนนี้ใครจะกล้ารังแกพวกเราอีก” ผู้าุโหลายคนไม่สนใจผู้าุโสูงสุดเลยและพากันแสดงสีหน้ามีความสุข
“ท่านพี่นี่ท่าน”แม้แต่เมี่ยวจื่อก็ยังใ
“ยังมีใครไม่เห็นด้วยอีกหรือไม่”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“ไม่เลยหากท่านประมุขเลือกด้วยตัวเองศิษย์คนนั้นจะต้องยอดเยี่ยมแน่นอน” หลายคนต่างพากันยิ้มออกมาด้วยอำนาจของประมุขตอนนี้ต่อให้ผู้าุโสูงสุดคิดเป็อื่นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ระดับตัดิญญาและครึ่งเซียนคือความแข็งแกร่งที่ห่างกันราวฟ้ากับเหวมันคือเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์และเซียนดังนั้นเพียงแค่การโจมตีง่ายๆผู้าุโสูงสุดถึงกับาเ็ได้
“ดีถ้างั้นแยกย้ายไปเตรียมการได้และอย่าลืมที่พักส่วนตัวของเหล่าศิษย์หากข้ายังเห็นว่ามีลูกหลานที่ไม่ได้เป็ศิษย์สืบทอดพวกนั้นยังอยู่ข้าจะลงมือด้วยตัวเอง”เมี่ยวอิงเยว่เผยแววตาเ็าเมื่อมองไปยังผู้าุโสูงสุด
“......”ผู้าุโสูงสุดได้แต่กัดฟันด้วยความโกรธและจากไปเขาจะไปคิดได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะทะลวงขั้นได้ทำให้แผนการต่างๆของเขาต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
“เราจะทำยังไงกันต่อดีแบบนี้พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้แน่และหากนางคิดเล่นงานพวกเราและตามสืบเื่ต่างๆพวกเราจะต้องรับโทษอย่างแน่นอน”ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
“ใช่แล้วด้วยพลังของนางตอนนี้มีเพียงแค่บรรพชนของสามสำนักเท่านั้นที่พอจะต่อกรได้นอกนั้นไม่รู้ว่าจะมีใครกล้าต่อกรกับนางอีก”
“ไม่ต้องกังวลแม้พวกเราจะปะทะกับนางตรงๆไม่ได้ แต่ศิษย์ของนางไม่เหมือนกัน ไปสืบมาเดี๋ยวนี๋ว่ามันคือใครจากนั้นก็วางแผนลอบสังหารซะหากมันไม่ยอมออกจากสำนักก็ทำให้มันออกไปให้ได้”ผู้าุโสูงสุดเผยจิตสังหารออกมา
“พวกเราจะรีบไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้”
อีกด้านอู๋เซิ่งที่นั่งพักอยู่ในห้องก็อ่านกฎของสำนักไปพลางและจัดเตรียมบางอย่างไปพลาง
“ไอแห่งความตายที่รวบรวมเอาไว้ในค่ายกลหากข้าทำความเข้าใจได้สักนิดก็น่าจะทำให้เต๋าของข้าพัฒนาขึ้นจากที่ข้าศึกษามา จักรพรรดิกระบี่ได้ฝึกฝนเต๋าหลายหมื่นเต๋าสร้างผลไม้เต๋าออกมานับหมื่นจากนั้นก็หลอมรวมเต๋านับหมื่นกลายเป็เต๋าที่ยิ่งใหญ่ที่มีเพียงหนึ่งเดียวั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันหากข้าทำแบบนั้นได้บ้าง” อู๋เซิ่งจมอยู่กับความคิดอีกครั้ง
เขานั้นนับถือจักรพรรดิกระบี่ที่บุกเบิกเส้นทางการบ่มเพาะและถ่ายทอดให้กับจักรพรรดิอู๋ซูหากไม่มีจักรพรรดิกระบี่ก็ไม่มีจักรพรรดิอู๋ซู และตอนนี้เขาแิการบ่มเพาะของทั้งสองอยู่เพราะงั้นอู๋เซิ่งไม่มีทางทำให้ทั้งสองอับอายและ้าจะเป็ตัวตนที่สามารถเดินเคียงบ่าเคียบไหล่กับพวกเขาได้
“เต๋าไร้พันธนาการคงจะเหมาะกับข้ามากที่สุดข้าฝึกฝนคัมภีร์ดอกบัวส่อง์ดังนั้นเมื่อเมล็ดเต๋าแตกหน่อรูปร่างของพฤกษาเต๋าก็น่าจะไม่เหมือนกับที่จักรพรรดิกระบี่ฝึกฝนรากฐานของข้าคือความอิสระไร้พันธนาการเหมือนกับทะเลที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเหมือนกับท้องฟ้าที่ปกคลุมท้องทะเล เพราะงั้นเมล็ดเต๋าของข้าเมื่อแตกหน่อก็จะกลายเป็อกบัวกลางทะเลและท้องฟ้าอันกว้างใหญ่หนึ่งเต๋า หนึ่งดอกบัว” ขณะที่อู๋เซิ่งพึมพำพลังปราณฟ้าดินรอบๆก็พุ่งเข้าสู่ร่างของอู๋เซิ่งด้วยความเร็วหินิญญาถูกดูดซับอย่างต่อเนื่อง