เอมิกาคือชื่อของฉัน สาวน้อยสวยใสวัยแค่สิบแปด กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยและมีพี่สาว คืออันดา ที่อายุห่างกันสองปี พี่สาวของฉันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสองหน้าตาของเราสองคนคล้ายกัน ก็แน่ล่ะ เป็พี่น้องหน้าตาต้องคล้ายกันอยู่แล้วนี่นะหน้าตาของพวกเราจะเป็ประเภทสวยหน้าใส หวานจัด หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแต่หุ่นของเราดูภายนอกเหมือนว่าจะไซส์มินิแต่ขอโทษเถอะนะ เห็นพวกเราหน้าตาเหมือนตุ๊กตาน่ารักอย่างนี้แต่เราทั้งสองคนซ่อนรูปมักมีคนทักว่าฉันตัวเล็กกว่าพี่สาวแต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าฉันน่ะแอบซ่อนความสะบึมไว้ยิ่งกว่าอันดา พี่สาวแสนสวยหุ่นเซ็กซี่ที่ใคร ๆ ก็มองว่าหล่อนเพอร์เฟ็คและมักมีคนชื่นชมมากกว่า บางทีมันก็ทำให้ฉันแอบอิจฉาเล็ก ๆ เหมือนกัน
เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคากับแม่ที่หย่ากับพ่อมานานหลายปีดีดักแม่ของฉันก็หน้าตายังสวยพริ้ง พวกเราน่าจะได้รับดีเอ็นเอแสนวิเศษมาจากแม่นั่นล่ะเพราะขนาดอายุตั้งสี่สิบกว่าแล้วแต่แม่ยังดูสาวกว่าอายุหน้าเด็กและที่สำคัญรูปร่างของแม่ยังอึ๋มอั๋ม แม่ชอบวิ่งออกกำลังกายหรือไม่ก็เล่นโยคะ แม่ทำงานเป็แค่ลูกจ้างในหน่วยงานหนึ่งและหลายปีมานี้แม่ยังครองความโสดไว้อย่างเหนียวแน่น มีคนมาจีบแม่เยอะแยะมากมายและพวกเราสองคนพี่น้องก้มักถามแม่เสมอว่าทำไมไม่เลือกใครสักคนเราไม่ซีเรียสเื่ที่แม้จะแต่งงานใหม่หรอกนะ ยังบอกแม่เลยว่าถ้าแม่จะมีความรักครั้งใหม่มันจะทำให้ชีวิตของแม่สดใสและหายเครียดเพราะมันไม่แน่หรอกว่าพวกเราในอนาคตต้องมีครอบครัวหรือไม่เวลาที่พวกเราไปเรียนต่างจังหวัดแล้วแม่จะต้องอยู่คนเดียวหรือเปล่าตอนนั้นแม่ให้เหตุผลว่ายังไม่เจอใครที่ถูกใจ ส่วนใหญ่เป็ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วหรือไม่ถ้าเลือกที่เด็กกว่าก็จะเป็ปัญหาเพราะสาว ๆสมัยนี้หน้าตาน่ารักและเย้ายวนกันทั้งนั้น เด็กหนุ่ม ๆที่ไหนจะมาใช้ชีวิตอยู่กับคนแก่ได้นาน บางทีอาจจะมาหลอกเอาเงินก็เป็ได้พวกเราน่ะเหรอ...ก็โล่งใจลึก ๆ ว่าไม่ต้องเจอกับพ่อเลี้ยงไง แต่ว่า...ที่ไหนได้ แม่ยืนกรานความคิดของตัวเองได้ไม่ถึงสองเดือนก็ตกลงปลงใจให้ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับลูกสาวแสนสวยสองคนอย่างพวกเราซะนี่
เขาชื่อ สมรักษ์ ผู้ชายที่แม่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตอยู่กับเขาอีกครั้งเป็อดีตนายทหารเก่าอายุราว ๆ ห้าสิบกว่า ก็คราวพ่อของเราได้แล้วล่ะแต่ผู้ชายคนนี้มีอะไรพิเศษนะเหรอถึงทำให้แม่ยอมเริ่มต้นความรักครั้งใหม่อีกแม้แต่เราซึ่งเป็ลูกสาวก็ยังรู้สึกว่าแม่น่าจะตัดสินใจไม่ผิด แม่ให้เราเรียกผู้ชายคนใหม่ของครอบครัวว่าพ่อรักษ์ ถือว่าเขาเป็พ่อคนใหม่ของเราซึ่งทั้งฉันและพี่อันดาก็ไม่ได้นึกรังเกียจกับการที่ต้องเรียกผู้ชายคนใหม่ว่าพ่อหรอกนะพ่อรักษ์มีสิ่งพิเศษที่ฉันสังเกตว่ามันอาจเป็เสน่ห์ที่มัดใจแม่ซึ่งไม่สนผู้ชายมาหลายปีได้อยู่หมัดพ่อรักษ์เป็ผู้ชายที่ดูดี ภูมิฐาน ร่างกายบึกบึนมีกล้ามเป็มัดและผิวสีแทนจัดฉันแอบเห็นตอนพ่อรักษ์ถอดเสื้อและปลูกต้นไม้ข้างบ้าน
ไม่รู้ทำไมสิน่าฉันถึงได้ชอบแอบมองพ่อรักษ์ในอากัปกิริยานั้นบ่อย ๆเวลาที่พ่อรักษ์สวมกางเกงเพียงตัวเดียวไม่สวมเสื้ออวดมัดกล้ามหน้าอกนูนแน่นสมชายชาตรีหน้าตาของพ่อรักษ์ก็ยังอ่อนกว่าวัยทั้งที่อายุตั้งห้าสิบกว่าแล้วแต่ยังใสเหมือนคุณอาไม่มีผิดและยิ่งน่าแปลกที่ฉันมักเกิดอาการใจหวิวเวลาอยู่ใกล้ผัวใหม่ของแม่ฉันพยายามไม่คิดว่าฉันมีความคิดบ้า ๆ เพราะกลัวบาปแต่ฉันก็เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้คนเดียวั้แ่พ่อรักษ์เข้ามาอยู่ในบ้านจวบถึงวันนี้ก็ครบสามเดือนพอดีแต่ไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่าว่าพี่อันดาไม่ค่อยชอบหน้าผัวใหม่ของแม่จนคืนนั้นที่ฉันนอนอ่านหนังสือบนเตียงในห้องนอนแล้วพี่สาวก็เข้ามาฉันได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ ของพี่อันดาที่จู่ ๆ ก็เข้ามานั่งข้าง ๆจนฉันต้องปิดหนังสือและหันไปคุยด้วย
“เจ้อันกินข้าวยัง?”
“กินแล้ว...เฮ้อ”
“อ้าว...กินข้าวแล้วมานั่งถอนหายใจทำไม มีอะไรเหรอหรือว่าหนักใจเื่ที่มหาลัย”
“เปล่าหรอก เจ้ไม่ได้หนักใจเื่เพื่อนหรือเื่เรียนหรอก”
“แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น เหมือนกำลังเบื่อ ๆ นะ มีอะไรหรือเปล่า?”
“ถ้าพูดให้ฟังเอมอย่าพูดเรื่อองนี้กับใครนะ”
ฉันพยักหน้าไปงั้นด้วยความอยากรู้ “อือ...ว่ามาสิ”
“เจ้กำลังคิดเื่พ่อเลี้ยงของเรา”
“เจ้คิดอะไร พ่อรักษ์ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินี่นาเขาก็เข้ากันกับแม่ได้ดีนะ หรือว่า เจ้ไม่ชอบเขา”
“ประมาณนั้นล่ะเอม...ชู่ว!...อย่าเสียงดังไปนะ”