ภาพเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อนฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำของธันย์ชนกอีกครั้ง ผู้ชายที่เธอถอยไปชนวันนั้นก็คือเขา!
“คุณไปทำอะไรที่นั่นคะ” ธันย์ชนกอดที่จะถามไม่ได้ ในตอนนั้นเธอกำลังเสียศูนย์กับภาพบาดตาของคนรักกับเพื่อนสนิท จึงไม่ทันได้มองหน้าคนที่ตนถอยชน ซ้ำยังวิ่งหนีออกมาดื้อๆ หลังจากขอโทษเสร็จ
“ทรายไม่จำเป็ต้องรู้ มันไม่ได้มีผลกับข้อตกลงของผม”
ฮึ…ขอตกลงของผม สินค้าอย่างเธอไม่มีสิทธิ์รับรู้อะไรเลยสินะ ได้ในเมื่อเขาไม่อยากให้เธอรู้แต่เธอมีสิทธิ์ที่จะขอ
“ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าฉันไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ แต่ฉันมีสิทธิ์สร้างข้อตกลงของตัวเองใช่ไหมคะ” ธันย์ชนกกลับมาเข้าเื่ของตัวเอง
หญิงสาวมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลนิ่ง อย่างรอคอยความหวัง ซึ่งดูเหมือนจะริบหรี่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนคนคิดจะตั้งเงื่อนไขเริ่มถอดใจ แต่แล้วคนตัวโตก็ยอมพยักให้
“ลองบอกมาก่อนสิ แล้วผมจะตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ” เขาบอกคล้ายกับจะยอมใจดีกับเธอ แต่…
“ทรายรู้ใช่ไหมว่านักธุรกิจแบบผมไม่มีทางยอมขาดทุนแม้แต่สตางค์แดงเดียว” สิงหาโน้มหน้าเข้าใกล้จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ ทั้งจากความโกรธและความอาย อยากที่จะถอยหนีแต่ก็จนปัญญา จึงหันมาทุ่มเทสมาธิกับการยื่นข้อตกลงแทน
“หนึ่ง คุณต้องกำหนดระยะมาค่ะ ฉันจะได้รู้ว่าต้องอยู่กับคุณนานแค่ไหน”
“มันเป็การซื้อขาด ทำไมต้องกำหนดเวลา” สิงหาถามหน้าบึ้ง ในสัญญาก็ระบุอยู่เด่นชัดว่าเป็การซื้อขายไม่ใช่สัญญาเช่าเสียหน่อยถึงต้องมีกำหนดเวลา
ธันย์ชนกส่ายหน้าหวือ เธอไม่คิดว่าตัวเองจะอยู่กับเขาได้นาน เพราะคิดว่าไม่นานเขาก็คงเบื่อเธอแล้วซื้อผู้หญิงคนใหม่มาแทนที่ และที่สำคัญสักวันเขาก็ต้องมีครอบครัว เธอจะไม่ยอมอยู่ในสถานะที่อาจจะทำให้ครอบครัวของใครต้องร้าวฉานเด็ดขาด
“ต่อให้คุณต้องแต่งงาน ฉันก็ต้องอยู่ใต้อาณัติของคุณทั้งชีวิตอย่างนั้นหรือคะ ทำไมฉันถึงไม่มีสิทธิ์กำหนดทางเดินชีวิตของตัวเองบ้างเลยคะ” ธันย์ชนกตัดพ้อเสียงเครือ
“หนี้แปดล้านยังไม่รวมดอกเบี้ยทรายคิดว่าจะใช้เวลาหาเงินกี่ปีล่ะ” ในที่สุดเขาก็ยอมต่อรองด้วย
ดวงตากลมโตเหลือบมองเพดานขณะคำนวณเงินกับระยะเวลาที่ดูเป็ไปได้ “งั้นฉันขอเวลาสี่ปีสำหรับหน้าที่หลักที่คุณให้ฉันทำ ส่วนหน้าที่เสริมฉันจ่ายแทนดอกเบี้ย”
“ปีละสองล้าน ตกเดือนละเกือบแสนเจ็ด ทรายไม่คิดว่าเงินเดือนมันไม่สูงไป สำหรับคนที่ยังไม่จบปริญญาตรีหรือ”
“เื่บนเตียงไม่จำเป็ต้องใช้วุฒิการศึกษานี่คะ” ธันย์ชนกโต้ทันควัน
“ปากเก่งเหมือนกันนี่ ถึงเวลาชดใช้หนี้ก็ขอให้ใช้ปากให้เก่งแบบนี้นะ” สิงหายิ้มใส่ตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความใกับคำพูดห่ามๆ ของเขา
“เอาเป็ว่าผมให้เงินเดือนทรายเดือนละสองแสน ส่วนงานเสริมก็คิดเป็ดอกเบี้ยอย่างที่ทรายบอก แต่ถ้าหากทรายทำให้ผมพอใจมากๆ ผมจะให้เงินพิเศษเพิ่ม ทรายจะได้มีเงินเก็บ” เขาบอกอย่างใจป้ำ
“มีเื่เดียวใช่ไหม” เขาถาม
“มีอีกค่ะ ฉันอยากจะขอเวลาทำความคุ้นเคยกับคุณก่อน ก่อนที่จะเริ่มทำงานตามข้อตกลงของคุณ”
“ทำไมต้องขอเวลา” เสียงราบเรียบเจือแววไม่พอใจ
สิงหารู้จักเธอมามากพอแล้ว หนึ่งเดือนนับั้แ่ที่พบกันครั้งแรกเขาก็ได้ประวัติทุกอย่างของเธอมาอยู่ในมือ ชายหนุ่มรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับธันย์ชนกเพราะฉะนั้นเขาคุ้นเคยกับเธอดี และมั่นใจว่าจะทำให้เธอคุ้นเคยได้ไม่ยาก
“สำหรับคุณอาจจะมองว่าการมีความสัมพันธ์กับใครสักคนเป็แค่เื่ทางร่างกาย แต่สำหรับฉันมันคือการเมคเลิฟ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยถึงไม่ได้รักกันแต่เราก็ต้องรู้จักและคุ้นเคยกันให้มากๆ ก่อน” ธันย์ชนกแจง
“ทรายเคยเมคเลิฟกับเพื่อน? ” เขาถามก่อนจะขยายความเมื่อเห็นสีหน้าใราวกับเห็นเอเลี่ยนของอีกฝ่าย
“ก็ทรายบอกว่าต้องรู้จักคุ้นเคยกันก่อนถึงจะมีเซ็กส์ด้วยได้” เขาทวนคำของเธอหน้าตาย เพราะสำหรับเขาเซ็กซ์ก็แค่เคมีและปฏิกิริยาของร่างกายเท่านั้น
ธันย์ชนกถอนหายใจหนักใส่คนตัวโต พยายามคิดว่าอาจเป็เพราะเขาเป็ลูกครึ่ง ซ้ำยังไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศเสียนานคงไม่เข้าใจสิ่งที่เธอ้าจะสื่อความหมาย “เอาเป็ว่าฉันขอเวลาก็แล้วกัน”
“นานแค่ไหน” เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเขาลงมือจริงๆ ระหว่างปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายกับสมองอะไรจะชนะก่อน
ธันย์ชนกกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด พยายามหาช่องทางยื้อเวลาให้ได้มากที่สุด แล้วจึงยิ้มออกมา “จนกว่าดิฉันจะเรียนจบ”
ตอนนี้เธอเรียนอยู่ปีสุดท้าย เหลือแค่สอบไฟนอลในเดือนหน้า และฝึกงานอีกหนึ่งเทอมเธอจึงจะเรียนจบ แต่การที่ถูกให้มาอยู่ที่นี่ก็เท่ากับว่าเธอต้องดร็อปเรียน ไม่รู้จะได้กลับไปเรียนให้จบตอนไหนนั้นหมายความว่าเธอสามารถยืดเวลาให้นานขึ้นได้ หรือถ้าเขายอมปล่อยให้เธอกลับไปเรียนให้จบก่อนยิ่งดีใหญ่
“นานไป ผมให้แค่สอบไฟนอล”
“แต่ฉันมาอยู่ที่นี่คงต้องดร็อปเรียนไม่ได้ไปสอบหรอกค่ะ” ธันย์ชนกแสร้งทำเสียงเศร้า “เออ...หรือว่าคุณจะให้ฉันกลับไปเรียนให้จบก่อนคะ”
“่นี้เขายังเรียนกับสอบออนไลน์กันไม่ใช่หรือไง”
เพราะก่อนหน้านี้มีสถานการณ์โรคระบาดที่ติดต่อกันเป็วงกว้าง จนมีคนป่วยและคนเสียชีวิตเป็จำนวนมาก ทำให้รัฐบาลประกาศปิดกิจกรรมหลายอย่างที่สุ่มเสี่ยงต่อการรวมกลุ่มกัน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ผับ บาร์ ไม่เว้นแม้แต่สถานศึกษา
ซึ่งสิงหามองว่าถึงรัฐบาลจะไม่ประกาศประชาชนทุกคนก็พร้อมที่จะหยุดอยู่กับบ้านเพื่อหยุดโรคระบาดบ้าๆ นี่กันอยู่แล้ว เห็นจะมีก็แต่พวกคนใหญ่คนโตกับพวกอภิสิทธิ์ชนทั้งหลายนั้นละที่ไม่คิดจะช่วยกันหยุด ซ้ำหลายเคสยังเป็คนทำให้เกิดคัสเตอร์ใหญ่เองเสียด้วยซ้ำ
กว่าสถานการณ์จะดีขึ้นก็กินเวลามากว่าสองปี เพิ่งจะมีการคลายล็อกดาวน์ให้สถานบริการ ร้านค้าและสถานที่ท่องเที่ยว เปิดบริการได้ตามปกติเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง แต่สถานศึกษาก็ยังไม่ได้เปิดนี่
เธอคิดว่าเขารู้ไม่ทันหรือไง…
“เอาตามที่ผมบอกก็แล้วกัน”
‘คนเผด็จการเอ่ย’ ธันย์ชนกค่อนในใจ
****
อีพี่มันใจร้อนรอนานๆ เดี๋ยวจะกลายร่างเป็ฟอสซิล น้อนช่วยเข้าใจหน่อยนะลูก