ประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ ร่างของเด็กสาวผอมบางที่คุ้นเคยเดินเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คุ...คุณหนูใหญ่”
“ไม่เรียกว่าพี่สาวเหมือนเดิมแล้วเล่า” ลู่อวิ๋นชย่าถามยิ้ม
หนิงผิงคุกเข่าลงอย่างใ “ตอนนั้นคุณหนูอนุญาตให้บ่าวเรียกท่านอย่างนั้นได้เ้าค่ะ แต่ตอนนี้บ่าวไม่กล้าแล้ว บ่าวขอคุณหนูใหญ่โปรดให้อภัยบ่าวด้วยนะเ้าคะ”
“ข้าอนุญาตให้เ้าเรียกข้าว่าพี่สาวอย่างนั้นหรือ? ความจำของข้าค่อนข้างจะมีปัญหาน่ะ เ้ารีบลุกขึ้นมาก่อนเถอะ พื้นมันเย็นมาก เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“ไม่ได้เ้าค่ะ เป็บ่าวจะยืนค้ำหัวเ้านายได้อย่างไร” หนิงผิงก้มตัวต่ำกว่าเดิม
“ถ้าอย่างนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วตอบคำถามข้า เ้าชื่ออะไร”
“หนิงผิงเ้าค่ะ” หนิงผิงเงยหน้าขึ้นมองเ้านายช้าๆ
“เ้าอายุเท่าไหร่”
“พ้นปีใหม่นี้ก็อายุครบสิบสามปีแล้วเ้าค่ะ”
“แล้วข้าล่ะ ตอนนี้ข้าอายุเท่าไหร่”
“สามวันที่แล้วเป็วันเกิดครบสิบสี่ปีของคุณหนูเ้าค่ะ”
“มิน่าล่ะเ้าถึงเรียกข้าว่าพี่สาว แล้วที่นี่คือที่ไหน”
ลู่อวิ๋นชย่าถามสิ่งที่ตนเอง้ารู้ออกไปทุกอย่าง เพราะในภาพฝันนั้นแสดงให้เธอเห็นเพียงว่าเธอเป็ใคร หลุดไปอยู่ในโลกอนาคตได้อย่างไร และเธอกลับมาในยุคโบราณอีกครั้งได้อย่างไรเท่านั้น
และความทรงจำที่เธอมีเกี่ยวกับคนที่นี่ก็ช่างน้อยนิด หรือว่าเื่ราวต่างๆ ในเวลานี้จะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ดูอย่างสาวใช้ตัวน้อยที่คุกเข่าตอบคำถามเธออยู่นี้อย่างไร ในภาพฝันหลายๆ ครั้ง ลู่อวิ๋นชย่าไม่เคยเห็นสาวน้อยคนนี้เลยสักครั้ง แต่ถ้ามองในแง่ดี เื่ราวเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ดี เพราะเธอจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ตัวเองเสียใหม่ ในภาพฝันนั้น ลู่อวิ๋นชย่าคนเก่าช่างเป็คนที่อ่อนแอยิ่งนัก เห็นแล้วก็ขัดใจมาก เธออยากเป็ ‘หย่าหยา’ ลูกสาวของคุณพ่อลู่เกามากกว่า ชีวิตดูจะมีสีสันกว่ากันตั้งเยอะ
“ที่นี่คือหมู่บ้านเกษตรกรเซิ่งไห่ อยู่ภายใต้การปกครองของนายท่าน เอ่อ...บ่าวหมายถึงบิดาของคุณหนูเ้าค่ะ”
“อ้อ...เป็ของใต้เท้าลู่ เสนาบดีกรมพระคลังน่ะรึ”
“คุณหนู! เหตุใดคุณหนูจึงเรียกนายท่านเช่นนั้นเ้าคะ” หนิงผิงถามขึ้นอย่างใ พร้อมกับหันมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นก็แอบถอนหายใจโล่งขึ้นมาเล็กน้อย
“ทำไมหรือ ข้าเรียกเขาว่าใต้เท้าลู่ก็ถูกแล้วนี่ หรือเ้าจะให้ข้าเรียกเขาว่าท่านพ่อ เหอะ...เขายังไม่เคยนับข้าเป็ลูกเลยด้วยซ้ำ”
“คุณหนูเป็บุตรสาวคนโตของนายท่านที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ คุณหนูก็ต้องเป็บุตรสาวของนายท่านสิเ้าคะ”
"ถ้าเขาคิดว่าข้าเป็ลูกสาวของเขา มีหรือที่เขาจะส่งข้าให้มาใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากอย่างนี้ เ้ามองดูข้าวของเครื่องใช้ของข้าสิ มีตรงไหนที่บ่งบอกถึงสถานะของข้าว่าเป็คุณหนูใหญ่ของเสนาบดีกรมพระคลังบ้าง หรือเ้าคิดว่าผ้าห่มเน่าๆ พวกนี้คือของที่คุณหนูใหญ่ในตระกูลสูงศักดิ์เขานิยมใช้กัน”
“แต่คุณหนูเ้าคะ” หนิงผิงตัวสั่นไปหมดแล้ว “หากใครมาได้ยินเข้ามันจะไม่ดีนะเ้าคะ”
“เฮ้อ...พูดไปเ้าก็ไม่เข้าใจ เอาล่ะ เราอย่าเพิ่งพูดเื่นี้กันอีกเลย ข้าหิวแล้ว มีอะไรให้ข้ากินบ้าง”
หนิงผิงยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ “คุณหนูรอบ่าวก่อนนะเ้าคะ วันนี้มีของโปรดของคุณหนูด้วยเ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มให้สาวใช้คนใหม่อย่างเอ็นดู ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะแข็งค้างไป “นี่...นี่คือของโปรดของข้าหรือ”
“ใช่สิเ้าคะ คุณหนูชอบขนมเปี๊ยะอบถ่านนี่ที่สุด คุณหนูรีบกินเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวจะมีคนมาแย่งไปเสียก่อน”
“ยังจะมีคนมาแย่งของพรรค์นี้ไปอีกหรือ” ลู่อวิ๋นชย่ามองขนมในจานอย่างรังเกียจ “ถ้าใครอยากได้เ้าก็ยกให้เขาไปทั้งจานเลยเถอะ แล้วก็มองดูพวกเขาให้ดีด้วยว่าได้กินขนมพวกนี้ไปจริงหรือเปล่า”
“ทำไมคุณหนูถึงพูดอย่างนั้นล่ะเ้าคะ”
“เพราะนี่มันคือแผนการชั่วร้ายของคนที่อยากจะเห็นข้าอดตายยังไงล่ะ” ลู่อวิ๋นชย่าข่มความโกรธเอาไว้เมื่อนึกถึงความเป็ไปได้
“ใครจะกล้าทำเื่เลวร้ายอย่างนั้นเล่าเ้าค่ะ” หนิงผิงผลักจานขนมเปี๊ยะให้ลู่อวิ๋นชย่าอีกครั้ง “คุณหนูกินสักหน่อยเถอะเ้าค่ะ ถ้าไม่ชอบจริงๆ บ่าวจะไปขอยืมมันหวานมาเผาให้คุณหนูกิน”
โครม!
ประตูเปิดออกอย่างกะทันหัน หนิงผิงรีบกวาดขนมเปี๊ยะเ่าั้ลงถุงผ้าเหมือนกับเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว ลู่อวิ๋นชย่าหรี่ตามองการกระทำของหนิงผิงตลอดเวลา และเห็นว่าสาวใช้ตัวน้อยหวาดกลัวหญิงมีอายุคนนั้นเป็อย่างมาก
“ไหนล่ะอาผิง ข้าเห็นเ้าไปเอาขนมเปี๊ยะแสนอร่อยมาจากห้องครัวแล้วไม่ใช่หรือ ไม่เอามาแบ่งให้ข้ากินบ้างเล่า”
“ไม่ได้นะเ้าคะพี่อี้จู้ นี่มันคืออาหารของคุณหนู” หนิงผิงยัดถุงขนมเปี๊ยะเข้าไว้ในอกเสื้อของตัวเองอย่างหวงแหน
อี้จู้คว้าเข้าที่ผมของหนิงผิงที่มัดจุกเอาไว้อย่างง่ายเข้าเต็มแรง นางใช้แรงกระชากผมนั้นจนหนิงผิงร้องไห้ออกมาอย่างทนไม่ไหว แต่มือของหนิงผิงก็ยังปกป้องห่อขนมน่าเกลียดนั้นเอาไว้อย่างสุดชีวิต
เพียะ!
ลู่อวิ๋นชย่าตบไปที่หน้าของอี้จู้เต็มแรง “บังอาจ! อยู่ต่อหน้าข้ายังกล้าทำร้ายสาวใช้ของข้า เ้ายังเห็นข้าเป็เ้านายอยู่ไหม”
“ท่านตบหน้าข้าหรือเ้าคะคุณหนูใหญ่” อี้จู้กุมแก้มตัวเองไว้อย่างไม่อยากจะเชื่อ “ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร ข้าเป็คนที่ฮูหยินใหญ่ส่งมาให้ดูแลท่านนะเ้าคะ”
“ดูแลข้าหรือ? ดูแลข้าแล้วทำไมต้องมาทำร้ายสาวใช้ของข้าด้วย” ลู่อวิ๋นชย่าเดินอ้อมหลังอี้จู้แล้วเตะเข้าไปที่ข้อพับของอีกฝ่าย ทำให้อี้จู้นั่งอยู่ในท่าคุกเข่าทันที “เ้าพูดมาอีกครั้งซิว่าเ้าเข้ามาในห้องของข้าทำไม”
“ข้า...ข้าแค่ได้ยินว่าอาผิงไปเอาขนมเปี๊ยะมาจากห้องครัวจานใหญ่ ข้าไม่ได้กินขนมหวานมานานแล้วก็เลยอยากมาขอแบ่งจากนางเท่านั้นเ้าค่ะ” อี้จู้ก้มหน้าตอบคำถาม นางเห็นสายตาของลู่อวิ๋นชย่าเมื่อครู่แล้วก็เกิดกลัวขึ้นมา
“เอาขนมนั้นมาให้ข้า” ลู่อวิ๋นชย่ายื่นมือไปตรงหน้าหนิงผิง
“แต่ว่าคุณหนู ขนมจานนี้เป็อาหารของคุณหนูนะเ้าคะ หากว่าคุณหนูให้พี่อี้จู้ไป แล้วคุณหนูจะกินอะไรล่ะเ้าคะ” หนิงผิงแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว “คุณหนูหลับไปสองวันแล้วยังไม่ได้กินอะไรเลย หากวันนี้คุณหนูยังอดอาหารอีก ข้ากลัวว่าคุณหนู...”
“ถ้าไม่ฟังคำสั่งข้าก็ไสหัวไป!”
หนิงผิงเอาถุงขนมเปี๊ยะออกมาจากอกอย่างนึกเสียดาย แต่นางก็ไม่อยากขัดใจคุณหนู นางไม่อยากไปจากคุณหนู เพราะนางอยู่กับคุณหนูมาั้แ่นางอายุได้เพียงสิบขวบ ผ่านมาสามปี คุณหนูใหญ่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่นางมีอยู่ในขณะนี้ “นี่เ้าค่ะคุณหนู”
ลู่อวิ๋นชย่าหยิบขนมเปี๊ยะสีดำออกมาช้าๆ จากนั้นก็หักแบ่งมันออกเป็สองส่วนแล้วยื่นไปต่อหน้าอี้จู้ “อยากกินไม่ใช่หรือ กินสิ...ข้าจะป้อน”
“ข้าไม่บังอาจกินขนมของเ้านายหรอกเ้าค่ะ” อี้จู้ก้มหน้าต่ำกว่าเดิม ขนมชิ้นนั้นนางอยากกินจริงๆ ซะที่ไหน นางแค่ถูกสั่งให้คอยมาแย่งขนมของคุณหนูใหญ่แล้วค่อยแอบเอาไปทิ้งเท่านั้น ทำอย่างนี้คุณหนูใหญ่ก็จะอดอาหารและตายไปในที่สุด หรือแม้ว่านางจะไม่มาแย่งขนมก้อนดำๆ ชิ้นนี้ คุณหนูใหญ่ก็กินเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เพราะไส้ขนมทั้งไหม้ทั้งขม แถมผิวขนมด้านนอกยังถูกทาด้วยคราบเขม่าควันที่เกาะอยู่ก้นหม้อเสียจนดำสนิท ใครเห็นก็ต้องกินไม่ลงอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คุณหนูใหญ่กำลังบังคับนางให้กินขนมน่ารังเกียจชิ้นนี้หรือ นางไม่มีวันยอม
“ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าอยากกินขนมหวานของข้าอยู่เลยไม่ใช่หรือ เอาสิ...ข้าอนุญาตให้เ้ากินได้ หรือว่าขนมชิ้นนี้มีปัญหา เช่นนั้นข้าคงต้องเรียกแม่ครัวมาพบสักหน่อยแล้ว หนิงผิง! ไปตามแม่ครัวที่ทำขนมชิ้นนี้ให้มาพบข้าเดี๋ยวนี้” ลู่อวิ๋นชย่าะโขึ้นเสียงดัง
“เ้าค่ะ” หนิงผิงรีบวิ่งออกไปตามคำสั่งเ้านายทันที
“คุณหนูแน่ใจว่าจะเรียกป้าสี่มาจริงๆ หรือเ้าคะ” อี้จู้ถามขึ้นอย่างกระหยิ่ม เรียกมาก็ดี นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณหนูใหญ่จะรับมือกับแม่ครัวปากร้ายอย่างป้าสี่ยังไง
ลู่อวิ๋นชย่ามองอี้จู้อย่างสังเกต ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก คาดว่าป้าสี่คนนี้คงไม่ธรรมดา แต่แล้วยังไงใครสน “เรียกมาทำไมเดี๋ยวเ้าก็จะรู้เอง แต่ตอนนี้เ้ารีบกินขนมที่อยู่ในมือข้าก่อนดีกว่า”
อี้จู้รับขนมมาถือไว้ในมือ นางแค่อยากถ่วงเวลารอให้ป้าสี่เดินมาถึงห้องพักของคุณหนูใหญ่เท่านั้น หลังจากนั้นนางก็แค่รอดูความสนุกเท่านั้นเอง