บทที่ 49 เซียวหย่งเหวินนำสตรีกลับมา
หมอฟางตกใจมากเพราะเขาค่อนข้างวิตกกังวลกับเรื่องนี้ ใจคอของเขาเริ่มไม่ดีนัก “เจ้าเอาอะไรให้ฉีสือเยี่ยนกิน”
ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่พวกเขาก็เพียงขมวดคิ้ว ด้วยท้ายที่สุดเป็นหน่วนเป่าเองที่ยอมรับว่าเป็นคนให้ของกินแก่ฉีสือเยี่ยน
“อาหารที่หน่วนเป่าให้พี่เยี่ยนนั้นเป็นอาหารดี ๆ ทั้งนั้น ข้าบอกไปตั้นก็ไม่รู้หรอก” นางไม่รู้จะบอกชายชราอย่างไร ทว่าหน่วนเป่าแน่ใจว่าฉีสือเยี่ยนยังคงสบายดี และไม่ได้จะตายเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ
ก่อนชายชราจะผลุนผลันออกไป เขาก็ได้หันกลับมาพูด “อย่าฝังเข็มหรือให้ยาเขาสุ่มสี่สุ่มห้าอีก ดีที่พิษถอนไปแล้ว รอแค่เขาตื่นอย่างเดียวก็พอ”
ในสายตาของหมอฟาง หน่วนเป่าเป็นเพียงเด็กที่น่ารักกว่าเด็กธรรมดานิดหน่อย และเขาก็ไม่ใส่ใจกับคำพูดของหน่วนเป่ามากนัก
หน่วนเป่ายังเห็นความไม่พอใจของอีกฝ่าย จึงโบกมือให้หานเหนียงออกมา “ที่ข้าพูดเมื่อครู่ตั้นไปบอกเขาอีกรอบเถอะ สิ่งที่เขาทำอยู่อาจจะทำให้พี่เยี่ยนไม่ตื่นอีกเลยก็ได้ ถ้ายังดื้ออยู่หน่วนเป่าจะไม่สนแล้วนะ!”
หานเหนียงอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างกังวล หมอฟางเป็นคนดื้อรั้น นางรู้ดี เขาไม่เคยติดต่อกับครอบครัวนี้เลย จึงไม่รู้ว่าเด็กน้อยคนนี้มหัศจรรย์เพียงใด
หลินซื่อเดินตามมาด้วยใบหน้าไม่น่าดูเล็กน้อย โดยอุ้มหน่วนเป่าและเสี่ยวลิ่วไว้ในอ้อมแขน “หิวกันหรือยัง แม่จะเอาอาหารมาให้ เช้านี้เรามีเกี๊ยวของโปรดของหน่วนเป่า และยังมีขนมของโปรดของเสี่ยวลิ่วด้วยนะ”
หลินซื่อไปจัดอาหาร หน่วนเป่าเห็นหม่าลาโกวตั้งอยู่บนโต๊ะจึงหยิบมันขึ้นมาป้อนเสี่ยวลิ่ว
“เรียกพี่จ๋าวก่อน” พอเสี่ยวลิ่วเรียกพี่สาวได้ เขาก็ไม่เคยได้หยุดอีกเลย
“พี่จ๋าวววว”
“ตั้นแม่ เสี่ยวลิ่วเรียกข้าว่าพี่จ๋าวล่ะ!” หน่วนเป่าตื่นเต้นมาก
ป้อนขนมให้ก็ต้องเรียกพี่ ป้อนลูกชิ้นให้ก็ต้องเรียกพี่ ป้อนโจ๊กให้ก็เรียกพี่...
เสี่ยวลิ่วรู้สึกโมโหมาก ไม่รู้จะกินข้าวยังไง ปากก็ต้องพูดไม่หยุด น่าเบื่อมาก!
หลินซื่อไม่ได้ต่อว่าลูกทั้งสองที่แหย่กัน แต่นางอยากรู้ว่าหน่วนเป่าเอาอะไรให้ฉีสือเยี่ยนกินกันแน่
“ตั้นแม่ นั่นเป็นผลไม้ถอนพิษ หน่วนเป่าให้ตั้นกินไม่ได้หรอกนะ”
หลินซื่อ : เจ้าคิดว่าแม่ตะกละเหมือนเจ้าอย่างนั้นหรือ
“ผลไม้นั่นมาจากไหน”
หน่วนเป่ารู้ว่าท่านแม่เป็นห่วง นางจึงพาหลินซื่อไปดูที่มาของผลไม้
เจ้าตัวน้อยหยิบหม่าลาโกวขึ้นมา “ตั้นแม่ จับตาดูให้ดีนะ”
เพียงชั่วพริบตา หม่าลาโกวก็หายไปจากมือของหน่วนเป่า หลินซื่อสูดลมหายใจเข้าลึก แต่ก่อนที่นางจะทันได้ตอบสนอง หม่าลาโกวก็ปรากฏขึ้นในมือของหน่วนเป่าอีกครั้ง
“แบบนี้อย่างไงล่ะ” หน่วนเป่าพูดสบาย ๆ
หลินซื่อจับมือลูกน้อย แล้วพูดข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “อย่าให้ใครรู้ว่าเจ้าทำแบบนี้ได้เด็ดขาด”
หน่วนเป่าสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วขึ้นของท่านแม่ นางมองหลินซื่ออย่างจริงจัง
ท่านแม่คนนี้ รักและห่วงใยนางมากตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน ดีกับนาง มากกว่าเสี่ยวลิ่วลูกแท้ ๆ ของตัวเองอีก
หน่วนเป่ากอดคอท่านแม่ อิงแก้มแนบไหล่แล้วยืนยันอีกครั้ง “ตั้นแม่ วางใจเถอะ หน่วนเป่าจะปกป้องตัวเอง ปกป้องตั้นแม่ ปกป้องทุกคนในครอบครัว”
หลินซื่อมองดูลูกสาวของตัวเองที่จู่ ๆ ก็ดูรู้เรื่องรู้ราวด้วยดวงตารื้นน้ำ “ที่สำคัญที่สุดคือเจ้าต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเอง”
“หน่วนเป่าสัญญา”
“พี่จ๋าว กิน” เสี่ยวลิ่วป้อนขนมชิ้นเล็กให้หน่วนเป่า
หลังจากทานอาหารเย็น เซียวจ้งหลางและพี่น้องของเขาก็ไปเล่นกับหน่วนเป่า ขณะที่หลินซื่อเช็ดน้ำตาอยู่ในห้องคนเดียว
ครั้งหนึ่งนางเคยตั้งแผงขายผักดองในเมือง และคนที่เกิดวันเดียวกับหน่วนเป่าในวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี
แต่เป็นครอบครัวตระกูลมั่งมีอย่างจวนเจ้าเมือง ครอบครัวเดียวที่มีเด็กเกิดใหม่ ได้ยินมาว่าเป็นลูกชายและเป็นที่รักใคร่ของครอบครัว
แม้จะไม่รู้ว่าคนที่ทิ้งหน่วนเป่าคือใคร แต่คงเป็นเพราะนางเกิดมาเป็นเด็กผู้หญิง พวกเขาจึงเลือกที่จะทิ้งนาง
หากไม่ใช่ว่าเพราะหน่วนเป่ามีพลังวิเศษ พวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างทุกวันนี้กันอย่างไร
ทุกครั้งที่หลินซื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่พอใจ
หน่วนเป่าที่ออกไปเล่นกำลังชมละครฉากใหญ่
“เร็วเข้า พาหน่วนเป่าไปที่บ้านเก่าสกุลเซียวเร็ว” ปากของหลิวเกิ่นเซิงช้ำม่วงและเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับปากพูด
เซียวจ้งหลางไม่สนใจเรื่องซุบซิบเหล่านี้มากนัก แต่เซียวเฉินหลางกระตือรือร้นอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะอุ้มน้องสี่เซียวจี้หลางอยู่ก็ตาม “รีบไป รีบไปเถอะ พูดมา เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เมื่อเซียวจ้งหลางเห็นว่าทุกคนไปหมดแล้วไม่เห็นแม้แต่เงา เขาก็ถอนหายใจ ก้มลงอุ้มหน่วนเป่าที่อ้าแขนกว้างรอ
“พี่ยอง พี่เหมือนคนแก่เยย” หน่วนเป่าหัวเราะคิกคัก
เซียวจ้งหลางจั๊กจี้นาง “เช่นนั้นทำอย่างไรพี่จะไม่เหมือนคนแก่ล่ะ”
“ตามพวกเขาไป”
“แม่สาวน้อยออกคำสั่งเป็นแล้วหรือ”
หน่วนเป่าอยากจะแก้ต่างให้ตัวเอง แต่แล้วก็มีเสียงร้องไห้ดังมาจากบ้านเก่าสกุลเซียวเสียก่อน
หน่วนเป่ามาเมื่อสองวันก่อนก็ไม่เห็นว่าที่บ้านเก่ามีใครตายนะ
คนที่ร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าคือใคร?
เซียวจ้งหลางให้หน่วนเป่าขี่คอเพื่อให้น้องน้อยมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คนที่ร้องไห้คือเสี่ยวเหยาซื่อ เซียวหย่งเหวินดูเหมือนเพิ่งกลับมาจากในเมือง เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่น และมีคนยืนอยู่ข้างหลังเขาอีกคน
เป็นหญิงสาวสวมชุดขาวทั้งตัว มีฟางติดอยู่บนหัว สถานที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเศร้า เพียงแต่...
“พี่ยอง ขยับอีกหน่อย ข้ามองไม่เห็นหน้า”
เซียวจ้งหลางหมดคำจะพูด เจ้าดูสนุกเกินไปหน่อยแล้วกระมัง
แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เขาก็ตามใจน้องสาวอยู่ดี
เด็กชายรีบเปลี่ยนตำแหน่งจนหน่วนเป่าได้เห็นหน้าแม่นางน้อยชุดขาวคนนั้น
“ว้าว พี่ยอง ข้าเห็นแล้ว ข้าเห็นแล้ว” น้ำเสียงอ้อแอ้แบบเด็กน้อยของหน่วนเป่าทำให้ทุกคนที่รอชมความสนุกหัวเราะร่วน
เซียวจ้งหลางอยากจะตบหน้าผากตัวเองแรง ๆ สักที
“เซียวหย่งเหวิน เจ้าคนไร้ยางอาย ข้าทำงานหนักมากเพื่อลูก ๆ ที่บ้าน ข้าเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่เจ้าดันออกไปเสพสุขอย่างนั้นหรือ”
เสี่ยวเหยาซื่อร้องไห้และเช็ดน้ำตา รีบวิ่งไปทุบตีแม่นางน้อยคนนั้น
เซียวหย่งเหวินห้ามนาง “พ่อแม่ของถงเหนียงจากไปแล้ว ข้าแค่ช่วยนาง เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรห๊ะ”
เสี่ยวเหยาซื่อหัวเราะเยาะ “ช่วงนี้มีคนตายเยอะมาก คนข้างทางพวกนั้นทำไมท่านถึงไม่สนใจล่ะ ทำไมท่านถึงต้องสนใจนางด้วย”
เมื่อเซียวหย่งเหวินเห็นผู้คนมากมายเริ่มมามุงดูเรื่องราววุ่นวายนี้ เขาก็พูดเสียงเย็น “หลีกไป”
“ท่านสามารถเข้าบ้านได้ แต่นังผู้หญิงคนนี้เข้าไม่ได้” เสี่ยวเหยาซื่อมองแม่นางน้อยคนนี้ อีกฝ่ายทรวดทรงองเอวดีมาก ใครมองดูก็รู้ว่ามาทำอะไร
มือของถงเหนียงสั่นเล็กน้อยขณะที่นางจับเซียวหย่งเหวินไว้แน่น เสี่ยวเหยาซื่อที่อยู่ตรงหน้าอ้าปากค้างและกรีดร้องเสียงดัง ดูใกล้คลุ้มคลั่งจนเซียวหย่งเหวินทนดูไม่ได้
เขาผลักเสี่ยวเหยาซื่อออกไปแล้วกระซิบข้างหูนาง “ถ้าเจ้ายังโวยวายเสียงดังหน้าประตูบ้านอีก ข้าจะหย่ากับเจ้า”
คำพูดที่รุนแรงนั้นทำให้เสี่ยวเหยาซื่อตัวสั่นสะท้าน
ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะเข้าไปในบ้าน นางกวาดสายตามองชาวบ้านโดยรอบ
ก่อนที่ดวงตาของนางจะเป็นประกายเมื่อเห็นหน่วนเป่า
“พี่ยองไปกันเถอะ” อย่างไรก็ตามประตูก็ปิดลงแล้ว ดูต่อไปก็ไม่เห็นอะไรอยู่ดี
ระหว่างทางกลับ เซียวเฉินหลางและเซียวจี้หลางทะเลาะกันอย่างดุเดือดเนื่องจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน
“อาสะใภ้รองพูดถูก ตอนนี้คนตายข้างนอกเยอะแยะ ทำไมเขาถึงช่วยคน ๆ นี้ล่ะ” เขาไม่กล้าบอกว่าเพราะกามตัณหาเนื่องจากหน่วนเป่ายังอยู่ด้วย
ใครจะคิดว่าเซียวจี้หลางกลับเห็นต่าง “เมื่อบ้านเมืองกำลังเผชิญกับวิกฤต แม้แต่เด็ก ๆ ก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด การช่วยเหลือผู้อื่นก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
เจ้าหัวไชเท้าคนนี้ปกติมักจะพูดน้อย แต่พอเปิดปากพูด ทุกคนก็ได้แต่ส่ายหัวทันที
ถึงเซียวเฉินหลางจะตามใจน้องสาวมาก แต่เขาจะไม่ยอมให้น้องชายมีความคิดเช่นนี้เด็ดขาด “เจ้าต้องรู้ว่าเงินทุกบาทนั้นหามาอย่างยากลำบาก ใครจะโง่พอที่จะซื้อโลงไม้ให้คนที่ไม่รู้จักกัน เจ้าลองคิดดูดี ๆ”
“แม้จะบอกว่าเป็นคนอกตัญญู แต่หลายคนก็ถูกฝังด้วยเสื่อกก ถ้ายิ่งเป็นคนยากจน จะไปหาโลงไม้ได้จากที่ไหน” หลิวเกิ่นเซิงวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล
เซียวจ้งหลางอดไม่ได้ที่จะเข้าร่วมการสนทนา “ข้าสามารถใช้แรงงานได้ สามารถช่วยจัดเตรียมแต่งตัวให้ได้ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ศพ แต่ทั้งหมดก็ต้องใช้เงิน ข้าคิดว่ามันไม่ค่อยถูกตามประเพณีเท่าไร”
“ครอบครัวนางไม่ได้มีงานศพซะหน่อย” เจ้าก้อนแป้งมองพวกเขาที่กำลังเถียงกันไปมา พวกพี่ชายตลกจัง
“อะไรนะ?” หลายคนตกตะลึง
“ข้าบอกว่าดู ๆ แล้ว ยังไม่มีใครในบ้านนางตายสักหน่อย”
หน่วนเป่าส่ายหัว พี่ชายนี่ไม่ได้เรื่องเลย รีบชมข้ากันเร็วสิ!