ตอนที่ 2 ร่างสถิตัฟ้า
"ร่างสถิตย์ัฟ้ามันคืออะไร?" เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เ้าในตอนนี้นั้นพลังที่เหนือชั้นกว่าผู้ใดถูกผนึกเข้ามายังร่างของเ้าเพียงแต่จำเป็ต้องรอการเติบโตตามพลังลมปราณในร่างของเ้า"
"และมันจะมีประโยชน์อันใดแก่ข้า.."
"มากมายเหลือคณาเลยมันคือพลังอันแข็งแกร่ง ที่จะได้รับพรตามแต่พลังลมปราณที่
ชั้นลมปราณสีม่วง ได้รับพร ััแห่งั
ชั้นลมปราณสีคราม ได้รับพร ลมหายใจแห่งั
ชั้นลมปราณสีน้ำเงิน ได้รับพร กล้ามเนื้อแห่งั
ชั้นลมปราณสีเขียว ได้รับพร เกล็ดั
ชั้นลมปราณสีเหลือง ได้รับพร ปราณั
ชั้นลมปราณสีส้ม ได้รับพร ปีกแห่งั
ชั้นลมปราณสีแดง และชั้นลมปราณสีรุ้งยังมิได้มีผู้ใดได้ััจึงยังคงเป็พลังอันลึกลับ..."
ร่างกายเล้งซานถึงกับสั่นสะท้านมันคือความพึงพอใจอันมากล้น มันมิอาจทราบได้ว่าพรัจะทรงพลังซักเพียงใดแต่สิ่งที่มันเข้าใจคือแม้ว่ามันจะสำเร็จปราณขั้นสูงเพียงใดก็ไม่เพียงพอในการกวาดล้างโลกอสูร ด้วยความต่างของพลังอันมหาศาลแต่หากมีพรัเข้ามาเสริมแม้เพิ่มโอกาสเพียงแค่หนึ่งในร้อยส่วนในการแก้แค้นก็นับว่าเป็ความพึงพอใจอย่างมากล้นเฟรย่ายังกล่าวต่อไปว่า
"เ้าในตอนนี้สามารถฝึกััแห่งั ได้แล้ว ลองตั้งจิตและดูความเปลี่ยนแปลงที่ต่างจากเดิมดูสิ"
เล้งซานนั่งสงบจิตและรวมรวมสมาธิทันทีมันค่อยๆััถึงออร่าสีฟ้าที่ห่อหุ้มร่างกายได้ทีละนิดและชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆเมื่อผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปเล้งซานก็ปล่อยออร่าสีฟ้ากระจายพลังที่ห่อหุ้มร่างออกไปเป็ระลอกคล้ายหินที่ถูกทิ้งลงผืนน้ำค่อยๆกระจายระลอกพลังออกไปโดยมีตนเองเป็จุดศูนย์กลางมันสามารถััได้รับรู้ได้แม้กระทั้งการขยับของดอกหญ้า ที่ที่ถูกลมพลัดเบาๆััได้ถึงการขยับทุกครั้งของปีกแมลงแต่ละตัวโดยรอบ
"วิเศษ!!เป็ญาณรับรู้ที่ทรงพลังมาก ข้าสามารถััทุกสิ่งรอบตัวในระยะ หนึ่งส่วนห้าลี้(ร้อยเมตร)"
'สมแล้วที่เป็อัจฉริยะในรอบพันปีของตระกูลเล้งที่เป็ความหวังฟื้นฟูตระกูล ปู่ของมันกล่าวว่าอาจใช้เวลา นับเดือนในการฝึกญาณรับรู้แต่มันกลับใช้ได้ในทันทีที่เรากล่าวจบ โดยมิได้บอกโดยละเอียด'
เฟรย่าแม้เป็ธิดาเทพยังคงตะลึงกับอัจฉริยะผู้นี้ได้แต่นึกในใจโดยมิได้กล่าวชมเฉยอะไรเพื่อมิให้มันหลงระเริงกับความสามารถของตัวมันเอง
เล้งซานยืนขึ้นและสำรวจสิ่งที่ติดตัวมาจากอดีตกลับมิพบสิ่งใดที่ติดตัวตัวมานอกจากเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ภายในหัวทำการวิเคราะห์สถานการณ์ในตอนนี้ทันที
"ในเมื่อข้าต้องอยู่ที่นี่และไม่สามารถกลับไป ณ จุดเดิมได้ ข้าจะต้องรู้จักที่นี่และก่อตั้งตระกูลเล้งขึ้นมาอีกครั้งให้จงได้!!"
จากการกระจายัััมันรู้สึกถึงปราณชีวิต หลายสายทางทิศเหนือ จึงเร่งเดินทางทันทีตลอดเส้นทางยังพบสัตว์ต่างๆมากมาย ผลไม้ที่คุ้นตา จึงแน่ใจกว่า 9 ส่วนว่าที่นี้ยังคงเป็โลกมนุษย์ แต่จะเจาะจงว่าทวีปใดนั้น ยังนับว่าเป็เื่ยาก
ในอดีตโลกมนุษย์แบ่งออกเป็4 ทวีปหลักได้แต่ ทวีปัฟ้า ทางตะวันออก ทวีปพยัคฆ์ขาวทางตะวันตก ทวีปเต่าทมิฬทางเหนือและ ทวีปหงสาเพลิงทางใต้ ตระกูลเล้งเป็ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปัฟ้าแม้นับรวมทั้ง 4 ทวีปก็ยังนับเป็อันดับ 1 หากพูดว่าตระกูลเล้งไร้ผู้ต่อต้านในโลกมนุษย์คำกล่าวนี้ก็หาได้เกินจริงแม้แต่น้อยแต่ด้วยพลังลมปราณที่ขั้นต่ำสุดในปัจจุบันของเล้งซานการก่อตั้งตระกูลให้กลับสู่จุดเดิม นับว่ายากยิ่งราวกับปีนป่าย์ก็มิปาน
"ข้างหน้าราว20 ลี้ มีหมู่บ้าน เราอาจจะพอสอบถามข้อมูลของทวีปนี้ได้เ้าจงเร่งเดินทางเถอะ"
เสียงของเฟรย่าแม้จะหวานไพเราะแต่ทุกคำกล่าวล้วนไร้ซึ่งอารมณ์ทุกคำ รู้สึกได้เพียงความเบื่อหน่ายเท่านั้นเล้งซาน แม้มีััแห่งัยังรับรู้ได้เพียงทิศทางไม่สามารถบอกตำแหน่งที่ชัดเจนได้เช่นเฟรย่าเล้งซานถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
'อดีตนางผู้นี้มีพลังระดับใดกัน แม้เป็เพียงิญญา ยังมีััที่น่ากลัวได้เช่นนี้'
เล้งซานเร่งเดินทางทันทีหวังเพียงข้อมูลเล็กน้อยเพื่อจะได้ตั้งเป้าหมาย ณ ที่แห่งนี้ได้ แต่ด้วยพลังปราณม่วงมันจึงทำได้เพียงวิ่งไปเรื่อย เก็บผลไม้กิน ตามทางและเดินทางร่วมครึ่งวันกว่าจะพบหมู่บ้าน
"เฮ้ย!!เ้าหนุ่ม เ้าเป็ใครมาจากที่ใดกันเหตุใดออกมาจากป่าคนเดียวข้ามิคุ้นหน้าเ้าด้วย ไม่ใช่คนในหมู่บ้านเมฆาล่อง สินะ"
ทันทีที่เข้ามาในระยะสายตายามหน้าทางเข้าหมู่บ้านะโทักทันทีจากััแห่งัชายผู้นี้อยู่ในระดับปราณสีครามขั้นที่ 3
"ครอบครัวข้านั้นเดินทางผ่านป่าเพื่อย้ายเมืองอาศัย แต่กลับถูกโจรป่าดักปล้นบิดาข้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเปิดเส้นทางให้ข้าหลบหนี ด้วยความกลัวข้าวิ่งหนีร่วมครึ่งวันจนพบหมู่บ้านแห่งนี้ ได้โปรดไปช่วย บิดา ข้าด้วยเถิด"
ทันทีที่พูดที่พูดมันเดินมาจับชายเสื้อยามเฝ้าหมู่บ้านด้วยท่าทีขอร้องด้วยชีวิตหน้าตาเศร้าหมอง อีกทั้งเหงื่อที่ท่วมตัวจากการวิ่งมาตลอดครึ่งค่อนวันทำให้การกระทำนี้ดูสมจริงยากจะจับพิรุธส่งเสริมการแสดงของเด็กหนุ่มได้อย่างแเี
'เหอะ!!เ้าเด็กนี้ ช่างพลิกลิ้น ได้เก่งกาจกว่าพลังฝีมือ'
เฟรย่าสบทในใจ...