หลังจากนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์มานานกว่า 5 ชั่วโมง เหอเยี่ยนฟางก็เงยหน้าขึ้น หันไปมองนอกหน้าต่างออฟฟิศ ก็พบว่า ขณะนี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว
ก็เหมือนกับทุกๆ วันที่ผ่านมา เยี่ยนฟางต้องทำโอที เร่งหาข้อมูลเพื่อเขียนบทความพิเศษที่บรรณาธิการโยนมาให้เธอรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็วันศุกร์ ที่เหล่าเพื่อนร่วมงานจะเร่งออกจากออฟฟิศั้แ่ห้าโมงเย็น เพื่อไปสังสรรค์ผ่อนคลายหลังจากทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและเคร่งเครียดมาตลอดสัปดาห์
หากนั่นไม่ใช่วิถีชีวิตของเหอเยี่ยนฟาง ั้แ่เธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัยด้วยคะแนนสูงลิ่วพร้อมเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง เธอก็ได้งานทำทันทีเพียงสมัครงานเป็ที่แรก
เยี่ยนฟางเริ่มทำงานั้แ่เป็นักข่าวฝึกหัดจนกระทั่งได้รับตำแหน่งรองบรรณาธิการฝ่ายข่าวเศรษฐกิจเมื่อหกเดือนก่อน นับว่าเยี่ยนฟางประสบความสำเร็จด้านหน้าที่การงานอย่างมากในวัยเพียง 35 ปี
เยี่ยนฟางไม่เคยมีแฟน โสดสนิทมาตลอด แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรกับสถานภาพนี้ เพราะสำหรับเยี่ยนฟาง ชีวิตนี้มีแต่งาน งาน และก็งาน เพราะงานคือเงิน เงินคืองาน จะว่าเธอเป็คนบูชาเงินก็ไม่ผิดซะทีเดียว
แต่ขนาดทำงานวันละ 10-14 ชั่วโมง เยี่ยนฟางก็ยังไม่รวยแบบชาวบ้านเค้าสักที ในเมื่อชีวิตนี้มีค่า ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ค่าจิปาถะอีกสารพัดสิ่ง ถึงจะไม่ได้ร่ำรวย แต่เธอก็ไม่ได้มีหนี้สินอะไร
เช้าตื่นมาทำงาน เย็นค่ำกลับบ้านนอน เยี่ยนฟางใช้ชีวิตแบบนี้มาจนชิน และไม่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไร อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดี
อาจจะมีความรู้สึกอิจฉาบ้างเวลาเธอต้องรายงานข่าวการจัดอันดับบุคคลร่ำรวยที่สุด นักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ไฟแรง หรือข่าวผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่บางครั้งเธอถึงกับร้องว้าวกับจำนวนเงินปันผลที่มันมากมายมหาศาล มากกว่าจีดีพีของประเทศเล็กๆ ในทวีปแอฟริกาเสียอีก
เธอเคยคิดว่าถ้ามีเงินมากมายขนาดนั้นเธอจะทำอะไรกับมันดีนะ แต่ยังไม่ทันจะคิดหาคำตอบเธอก็เตือนตัวเองให้หยุดคิดฟุ้งซ่าน เพราะต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ ก็ใช่ว่าเธอจะมีเงินเยอะขนาดนั้นได้ที่ไหนกัน
หลังจากลุกขึ้นบิดี้เีไปสองสามที มองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาสามทุ่มครึ่ง เยี่ยนฟางก็ลุกขึ้นเก็บสัมภาระ เตรียมตัวกลับบ้าน บ้านหรือที่เธอเรียกมันว่า ที่ซุกหัวนอน
เยี่ยนฟางอาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดหนึ่งห้องนอน มีห้องนั่งเล่นกับครัวเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในย่านที่ถือว่าค่อนข้างดี มีรถไฟใต้ดินผ่าน การจราจรไม่ติดขัดมากนัก ไม่อยู่นอกเมืองจนเกินไป และไม่ค่อยมีอาชญากรรม
เยี่ยนฟางเช่าห้องนี้ั้แ่เธอเพิ่งจะเริ่มทำงาน เมื่อสิบกว่าปีก่อน บรรดาเพื่อนบ้านต่าง ๆ ล้วนเปลี่ยนหน้าไปหลายครอบครัวแล้ว มีเพียงเธอที่ทนอยู่ที่นี่ได้นานที่สุด แม้ค่าเช่าห้องจะเพิ่มขึ้นแทบทุกปีก็ตาม
เพราะเยี่ยนฟางเป็คนเรียบง่าย บางครั้งก็ง่ายเกินไป เธอไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากหาที่อยู่ใหม่ ไม่อยากเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ในเมื่อที่นี่ไม่ไกลจากที่ทำงานที่เธอก็ไม่คิดจะเปลี่ยน ทำไมต้องหาที่อยู่ใหม่ด้วยล่ะ ค่าเช่าแพงขึ้น แต่เธอก็ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นนะ
เยี่ยนฟางปิดคอมพิวเตอร์ คว้ากระเป๋าสะพายแล้วปิดไฟในห้องทำงาน ก่อนจะเดินออกจากออฟฟิศ เมื่อลงลิฟท์มาถึงโถงชั้นล่าง ก็พบว่าฝนเริ่มตกลงมาปรอย ๆ เธอจึงคิดว่าจะเรียกแท็กซี่กลับบ้าน เพราะคืนนี้เป็วันศุกร์สิ้นเดือน รถไฟคงจะแน่นแน่นอน
หลังจากเรียกแท็กซี่ได้ บอกจุดหมายปลายทางให้คนขับแล้ว เธอที่ปิดตาลง พักสายตาสักหน่อย แต่เพราะความเหนื่อยล้าสะสม รวมกับแอร์ในรถที่เย็นฉ่ำ ส่งผลให้เยี่ยนฟางเผลอหลับไปทันที
รถแท็กซี่เพิ่งเลี้ยวออกจากย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้ไม่นาน ฝนก็กระหน่ำลงมาทันที คนขับที่อายุไม่น้อยแล้วพยายามเพ่งมองฝ่าสายฝนเพื่อประคองรถไปยังจุดหมายด้วยความเร็วค่อนข้างต่ำ
จู่ๆ เหตุไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อรถบรรทุกขนาดใหญ่ เกิดเสียหลักไม่สามารถเบรกรถตรงสัญญาณไฟแดงได้ รถบรรทุกพุ่งเข้าหารถแท็กซี่ของเยี่ยนฟางอย่างรวดเร็ว
เสียงแตรและเสียงล้อครูดไปกับถนนก่อนจะเกิดเสียงประสานงาดังสนั่นหวั่นไหวกลางสี่แยก รถคันอื่นๆ ในบริเวณนั้นพากันจอดนิ่งสนิท
อุบัติเหตุใหญ่ในคืนวันศุกร์ที่ฝนกระหน่ำที่มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุหนึ่งราย ส่งผลให้การจราจรติดขัดในบริเวณนั้นและบริเวณใกล้เคียงเกือบสองชั่วโมง
................
“อึก...หิวน้ำ คอแห้งจังเลย”
“คุณหนูฟื้นแล้ว!!! คุณหนูคะ คุณหนูฟื้นแล้วจริงๆ”
เหอเยี่ยนฟางพยายามลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือเพดานห้องสีขาวสะอาดตา ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม แล้วก็ตามมาด้วยใบหน้าของสตรีวัยกลางคนที่กำลังยิ้มอย่างดีใจ พร้อมทั้งยื่นมือมาจับมือเธอเขย่าอย่างตื่นเต้น
“คุณหนูฟื้นแล้ว เจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่าคะ บอกป้าฟางนะคะ” แม่นมฟางรีบถาม
“หิวน้ำ...” ถึงแม้จะยังสับสนอยู่ แต่เยี่ยนฟางก็บอกความ้าของตัวเองออกไป ขณะที่เริ่มสังเกตสิ่งรอบตัวไปด้วย
“โอ๊ะ... ป้าเนี่ยแก่แล้วจริงๆ มัวแต่ดีใจ ลืมหยิบน้ำให้คุณหนูเลย ป้าเรียกพยาบาลแล้วนะคะ เดี๋ยวคุณหมอคงเข้ามาตรวจคุณหนู”
เยี่ยนฟางรับน้ำมาจิบเพียงเล็กน้อยก่อนจะคืนแก้วให้ป้าฟาง พร้อมกับมองไปรอบ ๆ ตัวก็พบว่า เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล ที่น่าจะเป็ห้องพิเศษ เพราะมันดูหรูหรามาก มีสายน้ำเกลืออยู่บนแขนซ้าย เธอยกมือขวาขึ้นจับศีรษะก็รู้สึกถึงผ้าพันแผลพันอยู่รอบศีรษะ รู้สึกระบมอยู่บ้าง โดยเฉพาะบริเวณขมับด้านขวา
เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงอยู่ที่โรงพยาบาล จริงสิ อุบัติเหตุรถชน เราน่าจะาเ็จากเหตุการณ์รถชนคืนนั้น แล้วคุณป้าใจดีคนนี้เป็ใครกันล่ะ’
“คุณป้าคะ หนูอยู่โรงพยาบาลอะไรคะ แล้วอยู่มากี่วันแล้วคะ” เยี่ยนฟางถาม
“ตอนนี้คุณหนูรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หลังจากประสบอุบัติเหตุขณะเล่นสกี แล้วสลบไปเกือบสามอาทิตย์ค่ะ เพื่อนๆ ของคุณหนูต้องกลับไปก่อน เพราะโรงเรียนเปิดเทอมแล้ว คุณผู้ชายเลยส่งป้ามาที่นี่เพื่อดูแลคุณหนูค่ะ” แม่นมฟางตอบ
‘สวิสเซอร์แลนด์? เล่นสกี? โรงเรียนเปิดเทอม? คุณผู้ชาย? นี่มันอะไรกันเนี่ย งงไปหมดแล้ว’
“ขอโทษนะคะ คุณป้าชื่ออะไรคะ” เยี่ยนฟางตัดสินใจถามออกไป
แม่นมฟางยกมือขึ้นทาบอก แย่แล้ว คุณหนูความจำเสื่อมแน่ ๆ เลย
“ป้าคือป้าฟาง แม่นมของคุณหนูไงคะ คุณหนูจำป้าไม่ได้เหรอคะ”
เยี่ยนฟางทำหน้าสับสน เธอไม่เคยมีแม่นม เรียกว่าไม่เคยมีแม่เลยจะดีกว่า ั้แ่จำความได้เธอก็เติบโตขึ้นมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า อาศัยอยู่ร่วมกับเด็กกำพร้าอีกกว่า 50 ชีวิต
นับว่าเธอยังโชคดีที่เกิดมาฉลาดหน่อย ผลการเรียนดีมาตลอดจนได้รับทุนการศึกษา ได้เรียนฟรีพร้อมเงินใช้จ่ายส่วนตัวเล็กๆ น้อย ๆั้แ่ ม.ต้น แถมยังได้เข้าเรียนม.ปลายในโรงเรียนชื่อดังที่บรรดาคุณหนูลูกคนรวย คนมีชื่อเสียงไปเรียนกัน เพราะเธอสอบเข้าได้ด้วยคะแนนสูงที่สุดนับแต่ก่อตั้งโรงเรียนมา
ตอนเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังได้ทุนเรียนฟรีที่มหาวิทยาลัย B จนจบ ระหว่างเรียนเธอก็อาศัยสอนพิเศษ ติวข้อสอบให้นักเรียน ก็พอจะทำให้มีเงินเก็บบ้างเล็กน้อย ไม่ลำบากจนเกินไป แต่เธอก็ไม่เคยไปเล่นสกีระหว่างปิดภาคเรียนเลยก่อน ไม่ต้องพูดถึงการไปเล่นสกีที่ต่างประเทศ ขนาดสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ เธอยังไม่ค่อยจะได้ไป เพราะ่ปิดเทอมน่ะ คือ่เวลาทำเงินของเธอเลยนะ จะเอาเวลาที่ไหนไปเที่ยวเล่น ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายได้ล่ะ
ก๊อก ก๊อก ... เสียงเคาะประตูห้อง ก่อนประตูจะเปิดออก พร้อมกับคุณหมอและพยาบาลหน้าตาใจดีเดินเข้ามา
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณเซียว ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ”
‘คุณเซียว ใครคือคุณเซียว?’
“คุณหมอคะ คุณหนูน่าจะความจำเสื่อมค่ะ ขนาดป้าเธอยังจำไม่ได้เลยค่ะ” ป้าฟางเห็นคุณหนูไม่ยอมตอบคำถามคุณหมอ เลยพูดขึ้นแทน
“งั้นหมอขอตรวจเพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ” คุณหมอพูดก่อนจะหันไปสั่งพยาบาลให้เตรียมห้องตรวจและอุปกรณ์ให้พร้อม
########