บทที่ 3 เจียนโม่หรือหลุนเซ่อ
เป็เวลาเกือบจะเที่ยงคืน บรรยากาศเงียบเชียบ ไม่น่าจะมีคน เรือสำราญลำใหญ่เทียบท่ารออยู่แล้ว...
จู่ๆหลุนเซ่อดันเห็นเรือประมงเล็กๆแล่นเข้ามาใกล้ จึงต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นหน่อย
"พ่อหนุ่ม " เสียงเรียกจากเรือลำเล็กชวนให้เขาใเล็กน้อย แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เขาเผยพิรุธออกมา
เขาหยุดเดินกะทันหัน ตั้งใจหันกลับไปมองอีกครั้ง แต่เรือนั่นหายวับไปกับตา เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นแต่หมอกจางค่อยๆปกคลุม ลมแรง
"บ้าน่า ผีสางอะไรไม่มีหรอก คิดมากไปเองทั้งนั้น " เขาบ่นพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าใส่เกียร์หมาขึ้นเรือลำใหญ่ไป
พอเขาไปถึงที่เกิดเหตุ...
พบว่าบนนั้นไม่มีใครเลย สันนิษฐานได้ง่ายๆว่าพวกนั้นต้องทำเื่ชั่วๆ สุดท้ายพลาดท่าทำเื่ใหญ่เก็บกวาดไม่ไหว ได้แต่หนีไปกบดานตัวใครตัวมัน นั่นแหละนิสัยของนักการเมืองชั่ว สันดานที่แก้ไม่หาย
"ที่แท้ ก็เล่นสกปรกกับผู้หญิง"
"แต่ก็ดีเหมือนกัน น่าจะตายใหม่ๆ อวัยวะบางส่วนคงยังใช้ได้"
ร่างบางของหญิงสาว อยู่ในสภาพคว่ำหน้าบนโต๊ะอาหาร รอบข้างเต็มไปด้วยคราบเืเปรอะพื้น ข้าวของกระจัดกระจาย คล้ายว่ามีการต่อสู้ยกใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนเืเย็นแบบเขาหวั่นไหวหรือสงสารหรอก หลุนเซ่อเห็นบ่อยซะจนชินตา เขาไม่รอช้ารีบจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมชำแหละเนื้อหนัง
มีดปลายแหลมจ่อท้ายทอยของเธอจนเกือบจะเสียบทิ่มเข้าเนื้อ...
สายตาของเขากลับเหลือบมองเห็นบัตรประจำตัว *หลิวม่านกู่* เต็ม ๆ ตา
"ห่ะ!!! เป็ไปไม่ได้ "
"ไม่นะ ต้องไม่ใช่เธอ"
นี่เป็ครั้งแรกที่เขามือไม้สั่น รีบปามีดคมทิ้ง ยกมือสองข้างกุมขมับเรียกสติสักครู่ จึงค่อยๆจับเนื้อตัวที่บอบช้ำอย่างเบามือ พลิกหงายร่างบางขึ้นมอง
ทันทีที่เขาได้เห็นใบหน้าของเธอจะจะ น้ำตาของเขาไหลออกมาเองอย่างพรั่งพรู ไม่คิดเลยว่ารักแรก รักเดียว ในวัยเด็กจะถูกกระทำทารุณขนาดนี้ หลุนเซ่อเ็ปแสนสาหัส วินาทีนั้นเขาคิดแค่ว่าคงไม่มีโอกาสได้สารภาพรักกับเธออีกแล้ว เทวทูตเดินดินแบบเขาร่างกายอ่อนยวบโน้มตัวลงกอดศพอย่างอ่อนโยน
ตึกๆ ตึกๆ...
เสียงหัวใจยังเต้นอ่อนๆพอให้เขาได้ยิน หลุนเซ่อใจหล่นฮวบ ขอบคุณในปาฏิหาริย์ ที่ทำให้มีหวัง พอรีบััชีพจร และสำรวจร่างกายเป็อย่างดี พบว่าหลิวม่านกู่ยังไม่ตาย เขารีบอุ้มเธอขึ้นแนบ-อก วิ่งพาร่างโชกเือาบแสงจันทร์ ขึ้นรถสปอตสุดหรู โดยไม่ห่วงว่าเบาะจะเปื้อนคราบเื
"รอก่อนนะม่านกู่ ผมจะพาคุณไปรักษา เดี๋ยวก็ปลอดภัยแล้ว แข็งใจหน่อย" นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกหวาดกลัวได้มากขนาดนี้
จากคนเืเย็นที่ทำให้คนอื่นหวาดกลัวมาโดยตลอด คราวนี้กลับต้องเป็เขาที่ได้มาััความรู้สึกนี้ด้วยตัวเอง
ขับรถบึ่งหน้าด้วยความเร็วไปได้ไม่นาน... ก็ต้องถกเท้าเหยียบเบรกดังเอี้ยดจนรถกระชาก!!
"ไม่ได้สินะ พาเธอไปโรงพยาบาลไม่ได้ "
"ตอนนี้มีชื่อเสียงโด่งดัง หลายปีกว่าเธอจะปั้นมันมาได้ จะให้มันแปดเปื้อนเพราะเื่พวกนี้ไม่ได้"
เขาบ่นพึมพำคนเดียวในรถ หันหน้ากลับไปมองเธอที่หายใจรวยรินข้างเบาะก็ชวนให้ใจเ็ป คนใจเย็นแบบเขาหัวเสียหนักถึงขั้นฟาดมือตบพวงมาลัยรถอย่างแรงจนแตรลั่น
ท้ายที่สุดรถหรูก็ต้องหันหัวกลับลำ เขาเร่งความเร็ว พาเธอไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ริมทะเล ที่อยู่ห่างไกลผู้คนเกือบนอกเขตเมือง ภาพในอดีตครั้งที่ยังเป็แค่เด็กไร้บ้านผุดขึ้นมาในหัว...
ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ณ สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเจียงโจว
เด็กชายขี้กลัววัยสิบขวบ ตัดสินใจเดินเบียดคนที่ไม่ยอมต่อแถว เข้ารับอาหารจากครอบครัวคนใจดีที่นำมาแจก
มือเล็กๆเอื้อมหยิบได้แค่แผ่นแป้งทอดหนึ่งชิ้น เด็กน้อยดีใจมาก ยังไม่ทันได้อ้าปากงับ แผ่นหลังถูกคนกระแทกอย่างแรง อาหารแสนอร่อยหลุดมือ ไม่เพียงเท่านั้น เท้าคนหลายคู่ย่ำลงจนเสียของ
แง แง แง แง
เสียงร้องไห้เบาๆ ดังมาจากมุมอับหลังอ่างน้ำ
"หยุดร้องไห้เถอะ เป็เด็กผู้ชายไม่สมควรร้องไห้" หลิวม่านกู่ ลูกสาวตัวน้อยของเถ้าแก่ผู้ใจดี ออกเสียงใสๆพูดเจื้อยแจ้ว ตบไหลเบาๆ พร้อมยื่นแป้งทอดแผ่นใหม่ให้เขา...
"ธะ เธอ ไม่รังเกียจฉันหรอ ฉันเป็เด็กไร้บ้านนะ " เขาปัดมือที่เปื้อนฝุ่น รับแป้งทอดจากมือเธอด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว
"พวกเรา ต่างเป็เด็กเหมือนกัน ไม่สมควรแบ่งแยกฐานะ " เธอช่างสดใสเหมือนดวงอาทิตย์ ส่งรอยยิ้มให้โลกที่มืดดำของเด็กชาย
เป็เวลาบ่ายแก่ๆ เด็กเล็กนอนกลางวัน เด็กโตทำความสะอาดโรงครัว
คุณหนูม่านกู่สร้างสรรค์จินตนาการบนกระดาษ ละเลงสีเทียนสนุกมือ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ริมฝีปากเล็กๆฮัมเพลงคลอไป
คิกๆ คิ คิ
เสียงหัวเราะเล็กๆดังขึ้นขัดจังหวะ ม่านกู่เงียบเสียง ขนลุกซู่ หัวใจเต้นแรง กวาดสายตามองไปรอบๆ
"ฮือ เสียงอะไรน่ะ อย่าบอกนะว่าผีหลอก..."
เธออุทานอยู่อย่างนั้น กระทั่งเหลือบเห็นปลายนิ้วเท้าของเด็กชายคนเดิมที่อายุไล่เลี่ยกัน
"ออกมานะ ถ้าไม่ออกมา ฉันจะฟ้องแม่ " ม่านกู่ร้ายกาจแต่เด็ก รู้จักขู่คนอื่น
"อย่าฟ้องคนอื่นเลยนะ ฉันก็แค่อยากดูเธอวาดภาพ เห็นเธอมีความสุข ฉันก็แค่อยากหัวเราะเป็เพื่อนเธอ" ความไร้เดียงสาของเด็กกำพร้าผู้เนื้อตัวมอมแมม ช่างน่าเอ็นดู
"ก็แค่เื่เล็กน้อย ทำไมต้องทำลับๆล่อๆ" ม่านกู่ยืนเท้าสะเอวซักถาม เหมือนสอบสวนผู้ร้าย นิ้วเล็กๆชี้หน้าจนเขาจนมุม
"ฉันต้องแอบอยู่อย่างนี้เพราะไม่อยากถูกไล่ให้ไปนอน ฉันบอกแล้วไงว่าอยากอยู่เป็เพื่อนเธอ จนกว่าเธอจะกลับบ้าน" เขาก็ยังคงยืนยันคำเดิม
"เอ้อ เอาเถอะ งั้นนายก็นั่งเป็เพื่อนฉันสักพักก็แล้วกัน" ม่านกู่เดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้ ยกมือเท้าเกยคาง มือเล็กๆอีกข้างจับสีเทียนถูไถบนแผ่นกระดาษเห็นเป็รูปเป็ร่าง ส่วนสหายตัวน้อยมองดูเธอด้วยแววตาเป็ประกาย
"แค่นั่งมองฉัน มีความสุขขนาดนั้นเลยหรอ " ม่านกู่เห็นเขาอมยิ้มน้อยใหญ่ก็อดถามไม่ได้
"ถ้าเป็ไปได้ ฉันอยากมองเธอตลอดไป " สหายตัวน้อยโรแมนติกั้แ่ยังเด็ก ไม่ใช่เพราะตอบเอาใจผู้หญิง แต่ตอบจากความรู้สึกที่ออกมาจากใจ
"ฮ่าๆ งั้นนายก็คงต้องเป็เ้าบ่าวของฉันแล้วล่ะ" ยัยตัวแสบม่านกู่พูดติดตลก หยอกล้อเล่น โดยไม่ได้คิดอะไร ตามประสาเด็กแปดขวบ
"งั้นโตขึ้น ฉันจะขอเธอแต่งงาน รอฉันนะ "
"ดี ถ้านายสร้างบ้านในฝันให้ฉันได้ ฉันจะยอมแต่งงานกับนาย" ม่านกู่ตอบตกลง พร้อมยื่นภาพที่เพิ่งวาดเสร็จให้เขาดู
"ฉันจะสร้างบ้านแบบนี้ เป็ของขวัญให้เธอ" เด็กน้อยสองคนพูดกันจอแจ พยักหน้าสองสามครั้ง ยื่นนิ้วก้อยเกี่ยวรัดเป็พันธสัญญาที่ไม่ว่าผ่านไปอีกกี่สิบปีก็ไม่คิดลืม
ณ เวลาปัจจุบัน
"ม่านกู่ ในที่สุดผมก็ได้พาคุณมาอยู่ในเรือนหอของเรา"
"มันคือบ้านในฝันของคุณยังไงล่ะ "
"ต่อไปนี้ ไม่ว่าคุณ้าอะไร เจียนโม่คนนี้จะหามันมาให้ม่านกู่เอง..."
เขาพูดทุกประโยคนี้กับเธอด้วยเสียงสอง พลางอุ้มร่างบางขึ้นเตียงอย่างเบามือที่สุด ทางเดียวที่จะรักษาเธอได้ คือจ้างหมอเถื่อนในสังกัด มาคอยดูแลรักแรกที่นี่
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา หลุนเซ่อ เทวทูตเดินดินก็ได้หายไปจากตลาดมืดอย่างไร้ข่าวคราว ตอนกลางวันเป็เพียงเจียนโม่ผู้อ่อนโยน คอยประคบประหงมเ้าหญิงนิทราอย่างมีหวัง ว่าสักวันเธอจะฟื้นขึ้นมาให้เขาได้ขอแต่งงาน
ต่างจากตอนกลางคืน ที่เป็ฆาตกรต่อเนื่อง ไล่ล่าสังหารเงียบลูกน้องไอ้มาเฟียวิลเลี่ยมชางเป็ศพเรียงตัว
เพื่อแก้แค้นให้ผู้หญิงของเขา เจียนโม่ใจเย็นมากพอที่จะแค่รอเวลาให้มันมุดหัวออกจากแหล่งกบดาน
มุมเม้ามอย
พระรองดิบเถื่อนมาก แต่ยอมรับเลยว่าพี่แกมีเสน่ห์สุดๆ ใครชอบผู้ชายทรงแบ๊ด ร้ายกับทุกคนบนโลกยกเว้นเธอคนเดียว ต้องเสิร์ฟพี่คนนี้ให้เลยค่า คลั่งรักโคตร!!! แต่น่าเสียดายที่เจียนโม่เป็แค่พระรอง ใครอยากดามใจเฮียโม่บ้าง ยกมือขึ้น ขอเสียงหน่อยค่า
ปล.เม้ามอยกันต่อในเม้นนะค่า ฮิฮิ