บทที่ 3
เช้าวันใหม่มาถึงเร็วกว่าที่คิดผมรู้สึกตัวตอนที่แสงอ่อนๆ จากภายนอกลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาทั้งที่เมื่อคืนเหมือนเพิ่งจะหลับไปไม่นาน ร่างกายยังไม่อยากขยับแต่สมองกลับตื่นก่อนเป็อย่างแรก คิดถึงเื่อนาคตและปัญหาที่กำลังเจอตอนนี้มันเรียงคิวกันขึ้นมาโดยไม่ต้องมีใครเรียก ผมนอนมองเพดานอยู่พักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียงเสียงขยับตัวของผมทำให้กัสที่อยู่ในโหมดพักพลังงานบนแท่นชาร์จสว่างขึ้นทันที
“อรุณสวัสดิ์ครับกริส วันนี้ตื่นเช้านะครับ” เสียงใสๆดังขึ้นพร้อมกับร่างก้อนเมฆขนฟูลอยออกมาช้าๆ
“อืม…เช้าจริง” ผมยกมือขยี้ตา “นอนต่อก็ไม่หลับอยู่ดี”
กัสลอยมาใกล้ขึ้นนิดหน่อยเหมือนกำลังสังเกตสีหน้า“วันนี้กริสมีแผนอะไรไหมครับ”
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ“กริสอยากออกไปดูสวนหน่อย ถึงจะยังเก็บอะไรไม่ได้ แต่ก็อยากไปดูให้สบายใจ”
กัสพยักหน้าแบบเข้าใจ “ดีเลยครับระบบหุ่นยนต์รายงานว่าทุกอย่างทำงานปกติแต่ถ้ากริสไปดูเองก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น”
ผมลุกขึ้นจากเตียง ล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าแบบง่ายๆไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน แค่เสื้อแขนยาวกับกางเกงที่พร้อมจะเข้าสวนได้ถ้าจะพูดให้ตรงก็คือ ่นี้ผมไม่ค่อยมีอารมณ์จะพิถีพิถันกับอะไรนักแค่ขอให้ร่างกายพร้อมใช้งานก็พอก่อนออกจากบ้านผมหยิบขวดน้ำติดมือไปด้วยแล้วเดินออกไปด้านนอกอากาศเช้าของดาวชายขอบแบบนี้เย็นกว่าที่คิด แดดไม่แรงลมพัดเอากลิ่นดินกับกลิ่นพืชสดเข้ามาเบาๆ
สวนกว้างตรงหน้าดูจะเรียบร้อยเมื่อวาน เห็นผักหลายแปลงที่ก่อนหน้านี้เหี่ยวเฉาตอนนี้เป็สีเขียวและดูมีชีวิตชีวาผมก็ดีใจ ผมเดินช้าๆ ไปตามทางเดิน มองหุ่นยนต์ทำสวนที่กำลังทำงานตามโปรแกรมของมันเสียงเครื่องยนต์ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ ถึงจะดังไปหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันเงียบแล้วพังเอากลางทาง
“อีกประมาณเดือนครึ่ง…ถึงสองเดือน” ผมพึมพำกับตัวเอง “ถึงจะเก็บได้จริงๆ”
กัสลอยตามมาอยู่ข้างๆ “ใช่ครับถ้าสภาพอากาศไม่แปรปรวน และไม่มีโรคพืชแทรกซ้อน”
ผมพยักหน้า “รู้แหละ แค่อยากมาดูด้วยตา”
ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรจากการเดินดูสวนครั้งนี้มากนักนอกจากความรู้สึกว่าตัวเองยังควบคุมอะไรบางอย่างได้อยู่ถึงมันจะยังไม่สร้างรายได้ตอนนี้ แต่สวนตรงหน้าก็เป็สิ่งที่ผมเลือกจะรักษาไว้ไม่ใช่แค่เพราะเป็มรดกของเ้าของร่างเดิม แต่เพราะมันคือหนึ่งในช่องทางรายได้ของผมที่อย่างน้อยๆถ้าเป็สตรีมเมอร์ไม่รุ่งก็ยังมีไร่สวนที่ยังหาเงินได้อยู่ถึงจะไม่มากก็ตาม
ผมเดินตรวจแปลงไปเรื่อยๆ ดูใบ ดูดิน ดูความชื้นไม่มีอะไรผิดปกติอย่างชัดเจน ซึ่งก็ดีในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ทำให้ใจผมเบาขึ้นมากนัก ค่าใช้จ่ายยังคงเดินหน้าไปทุกวันในขณะที่รายรับยังเป็ศูนย์ ผมรู้ดีว่าคลิปที่อัดไว้ก่อนหน้าเป็แค่การเริ่มต้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีคนดูหรือไม่
“กริสครับ” กัสเรียกผมเบาๆ “คลิปที่อัดไว้ก่อนหน้านี้กัสกำลังตัดต่ออยู่ครับ ระหว่างรอผลอนุมัติสตรีม กัสเสนอว่ากริสอัดคลิปไว้วันละหนึ่งคลิปดีไหมครับ?”
“อืม ดีสิ” ผมตอบ “อย่างน้อยก็ไม่เสียเวลาเปล่า”
ความจริงคือ ผมเองก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองกำลังทำถูกหรือเปล่าแต่ในเมื่อเลือกทางนี้แล้ว จะมัวนั่งคิดวนไปวนมากก็ไม่ได้ช่วยอะไรการขยับตัวทำอะไรสักอย่าง ถึงจะเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
ผมยืนมองสวนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับบ้านท้องเริ่มส่งสัญญาณเตือนอีกรอบ ถึงจะเพิ่งตื่นมาไม่นานแต่ร่างกายก็ใช้พลังงานไปพอสมควรแล้ว พอกลับเข้าบ้านผมวางขวดน้ำลงบนเคาน์เตอร์ครัวแล้วมองไปรอบๆห้องครัวที่ตอนนี้เริ่มคุ้นตามากขึ้นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
“วันนี้ยังใช้ของเดิมก่อน” ผมพูดกับกัส “ยังไม่ถึงเวลาจะซื้ออะไรเพิ่ม”
“เข้าใจครับ” กัสตอบ “กัสจะจัดตารางอัดคลิปให้เหมาะกับวัตถุดิบที่มีอยู่”
ผมหยิบผักที่เหลือจากเมื่อวานออกมาดูตรวจสภาพอย่างคร่าวๆ ทุกอย่างยังใช้ได้ดี ฟักทองที่เหลือยังถูกห่ออย่างเรียบร้อยผักสลัดยังสด มะเขือเทศยังไม่ช้ำ ซูกินียังแข็งผมคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะทำอะไรดีสำหรับคลิปถัดไป แต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักอย่างที่กัสบอก ่นี้เป็แค่การอัดเก็บ ยังไม่ใช่สตรีมจริงแค่ให้มีเนื้อหาเตรียมไว้ก่อน
ผมล้างมือ เตรียมพื้นที่ครัวเหมือนเดิมความรู้สึกตอนนี้ต่างจากเมื่อวานเล็กน้อย ไม่ถึงกับตื่นเต้นแต่ก็ไม่ประหม่าเท่าเดิม มันคล้ายกับการทำอะไรซ้ำๆ ที่เริ่มชินมือมากขึ้นแม้ในใจจะยังมีความกังวลอยู่ แต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวได้คล่องกว่าเดิม
“กัส” ผมพูดขึ้นระหว่างจัดอุปกรณ์ “ถ้าวันที่ได้เริ่มสตรีมจริง กริสควรพูดน้อยลงดีไหม?”
กัสหัวเราะเบาๆ “ไม่เป็ไรเลยครับ พูดแบบที่เป็กริสนั้นแหละดีแล้ว”
ผมยิ้มบางๆ “ก็หวังว่าจะมีคนชอบเหมือนกัน”
หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จ ผมก็หยุดมือชั่วครู่มองครัว มองสวนที่มองเห็นผ่านหน้าต่าง ผมคิดว่าอย่างน้อยวันนี้ผมก็ยังทำในสิ่งที่ตอนนี้ผมทำได้ไม่ได้ปล่อยให้วันหนึ่งผ่านไปโดยไม่ได้ขยับอะไรเลยถึงมันจะยังไม่สร้างผลลัพธ์ทันที แต่ก็เป็ก้าวเล็กๆ ที่ผมเลือกจะเดินต่อไป
ผมยกกำไลข้อมือขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆแล้วพูดกับกัส “ไปต่อกันเถอะ เดี๋ยวสายกว่านี้จะเสียจังหวะ”
กัสลอยขึ้นพร้อมตอบรับอย่างร่าเริง “ครับกริสเดี๋ยวกัสเตรียมระบบให้พร้อม”
“ขอบใจนะกัส” ผมยิ้มอ่อนๆ และลูปหัวกันไปด้วย
วันที่สามหลังจากยื่นขออนุมัติการสตรีมระบบก็ส่งการแจ้งเตือนเข้ามาในกำไลข้อมือของผมตอนเช้า เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นแต่ก็พอให้ผมหยุดมือจากการเช็ดโต๊ะครัวแล้วเงยหน้าขึ้นมองกัสลอยเข้ามาใกล้แทบจะทันที สีหน้าดูตื่นเต้นกว่าผมหลายเท่า
“กริส! ระบบอนุมัติแล้วนะ!”
ผมกระพริบตาหนึ่งที ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆไม่ใช่เพราะไม่ดีใจ แต่เป็เพราะความรู้สึกแปลก ๆ มากกว่า ความรู้สึกที่รู้ว่า สิ่งที่ทำอยู่มันต้องเดินหน้าแล้วตอนนี้ผมถอยหลังไม่ได้แล้ว ไม่อย่างงั้นทั้งผมและสวนนี้จะตายไปพร้อมกัน อุตส่าห์ได้ชีวิตใหม่ผมก็ไม่อยากให้มันพังั้แ่เริ่มนะ
“ผ่านแล้วเหรอ” ผมถามย้ำ ทั้งที่เห็นข้อความชัด ๆ อยู่ตรงหน้า
“ผ่านแล้วจ้า แบบเรียบร้อย ไม่มีเงื่อนไขพิเศษอะไรเพิ่มเลย”กัสตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง
ผมพยักหน้าก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ครัวโต๊ะตัวเดิมที่ผมนั่งคิดเื่ค่าใช้จ่าย เื่หุ่นยนต์เื่เงินไม่พอเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนนั้นผมยังไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่ตอนนี้อย่างน้อยผมก็มีแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้หวังแล้ว
“งั้น… ต่อไปต้องทำอะไรบ้าง” ผมถาม
กัสฉายหน้าจอการจัดการช่องขึ้นมาตรงหน้าเป็หน้าต่างโปร่งใสที่ลอยอยู่ระดับสายตา “ขั้นแรก ต้องตั้งชื่อช่องก่อนครับถึงจะอัปโหลดวิดีโอได้”
ผมมองช่องว่างตรงตำแหน่ง “ชื่อช่อง” อยู่พักหนึ่งนิ้วลอยค้างเหนือแป้นพิมพ์เสมือนโดยที่ยังไม่พิมพ์อะไรลงไป ความจริงผมยังไม่ได้คิดชื่อช่องั้แ่แรกด้วยซ้ำแค่คิดว่าลองอัดคลิปไว้ก่อน ดูว่ามันจะไปได้แค่ไหน แต่พอถึงเวลาต้องตั้งจริงๆผมกับคิดไม่ออกชะงั้น
อ่า... ผมชื่ออะไรดีนะ
“กัส” ผมเรียก
“ครับ?”
“คิดว่าใช้ชื่ออะไรดีครับ ที่จะสื่อถึงความเป็กริสดี”
กัสเอียงตัวเล็กน้อยเหมือนกำลังคิด “อืมม กัสว่ากินกับกริสดีไหมครับ?”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “ชื่อมันฟังดูแปลกๆนะครับ”
“งั้นกัสก็ไม่รู้แล้วครับว่าจะใช้ชื่ออะไร” กัสตอบหน้าตายแต่หางเสียงยังแฝงความจนใจ ไม่รู้จะตอบเ้านายตัวน้อยของตัวเองยังไงดี
ผมคิดอยู่ชักพัก ผมหันกลับมามองช่องว่างตรงหน้าอีกครั้งแล้วพิมพ์ลงไปช้า ๆ ตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละคำ
วันๆของกริส
ไม่ได้มีคำอธิบายซับซ้อน ไม่ได้มีสโลแกนเท่ ๆแค่ชื่อที่บอกตรง ๆ ว่าเป็ชีวิตประจำวันของผม ถ้ามีใครอยากดู ก็เข้ามาดู ถ้าไม่ก็ไม่เป็ไร
ผมกดบันทึก ระบบประมวลผลอยู่ไม่ถึงวินาทีก่อนจะขึ้นข้อความยืนยันว่าช่องถูกสร้างเรียบร้อยแล้ว
“เรียบร้อยแล้วครับกริส” กัสบอก
ผมพยักหน้าความรู้สึกเหมือนยกของหนักลงจากบ่าข้างหนึ่งไปได้โดยไม่รู้ตัว
หน้าจอเปลี่ยนไปเป็หน้าจัดการวิดีโอไฟล์วิดีโอหลายไฟล์ที่ผมอัดไว้ใน่สามวันที่ผ่านมาปรากฏขึ้นเรียงกัน คลิปทำอาหารคลิปเตรียมของ คลิปทดลองพูดหน้ากล้องที่บางอันผมยังไม่กล้าเปิดดูซ้ำด้วยซ้ำ
“คลิปแรกจะเอาอันไหนขึ้นดีครับ” กัสถาม
ผมไล่สายตามองรายชื่อไฟล์ ก่อนจะหยุดที่ไฟล์แรกสุดวันที่อัดไว้วันแรก ชื่อไฟล์เรียบ ๆ ไม่มีลูกเล่นอะไร
“เอาอันแรกนี่แหละ” ผมตอบ “เอาเป็ สลัดฟักทองมะเขือเทศซูกินีย่างกับนมนี้แหละครับ ไหนๆก็เป็คลิปแรกที่เราถ่ายกัน”
“โอเคครับ”
กัสเปิดหน้าตั้งค่าอัปโหลดขึ้นมาผมช่วยกรอกข้อมูลไปทีละช่อง ชื่อวิดีโอไม่ได้ตั้งยาว แค่บอกว่าเป็เมนูอะไร คำอธิบายก็แค่บอกว่าทำอาหารจากผักใช้วัตถุดิบพื้นฐาน กินง่าย ทำกินเองในชีวิตประจำวัน
“ไม่ต้องใส่แท็กเพิ่มเหรอ” ผมถาม
“ไม่ต้องใส่ครับ แอปจะประมวลผลและติดแท็กเองจ้าา” กัสตอบ
ผมพยักหน้า ดีมากกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก นึกว่าจะต้องนึกชื่อแท็กใส่เองชะอีก
หลังจากกดอัปโหลด ระบบก็เริ่มประมวลผลวิดีโอแถบสถานะค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ผมนั่งมองมันอยู่พักหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบน้ำดื่มมากินแก้กระหาย ระหว่างนั้นก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ผมไม่ได้คาดหวังว่าคลิปแรกจะมีคนดูเยอะไม่ได้คิดว่าจะมีใครมาคอมเมนต์ั้แ่วันแรกด้วยซ้ำแค่คิดว่ามันเป็ก้าวแรกที่ผมเลือกเดินเอง โดยไม่ใช่เพราะใครมาบังคับ
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง
“อัปโหลดเสร็จแล้วครับกริส”
ผมเดินกลับมาที่หน้าจอ คลิปแรกของช่อง “วันๆของกริส”แสดงสถานะเป็ “เผยแพร่แล้ว” อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแปลก ๆ แล่นขึ้นมาในอกอีกครั้งตอนนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นแบบหัวใจเต้นแรงมากๆ อยากรู้ว่าคนอื่นๆ จะคิดยังไงมันเป็ครั้งแรกเลยที่เขาได้ทำอะไรแบบนี้ โลกก่อนเป็แค่พนักงานธรรมดา มีโซเซียลไว้คุยกับเพื่อนเท่านั้นไม่เคยได้อัปโหลดหรือแชร์อะไรเลย
“หลังจากนี้ก็รอดูไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม” ผมพูดกับกัส
“ครับ ดูผลตอบรับ ดูคอมเมนต์ แล้วค่อยปรับไปตามที่กริสอยากทำ”
ผมเอนหลังพิงเก้าอี้ มองเพดานครัวที่คุ้นเคย“ถ้ามันไม่เวิร์กล่ะ”
กัสลอยมาอยู่ระดับสายตาผม “ถ้าไม่เวิร์กก็แค่ไม่ทำต่อ หรือเปลี่ยนวิธีทำ ไม่มีอะไรเสียหายเลยนะครับอย่างน้อยกริสก็ได้ลองแล้ว”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา“พูดแบบนี้แล้วมันรู้สึกเบาขึ้นเยอะเลยนะ”
“กัสเก่งเื่นี้อยู่แล้ว”
ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ อีกครั้ง แล้วลุกขึ้นยืน“งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวไปดูสวนอีกรอบ แล้วค่อยคิดเื่คลิปถัดไป”
ผมเดินออกจากครัวทิ้งหน้าจอช่องที่เพิ่งถูกสร้างไว้ข้างหลัง โดยไม่รู้เลยว่า หลังจากนี้สิ่งที่เรียกว่า “วันๆของกริส” มันจะถูกมองจากคนอื่นในแบบไหนบ้าง
ช่างมันสิ ใครจะมองยังไง ก็เื่ของเขาเถอะใครแคร์กันล่ะ จริงไหม?