เสียงนาฬิกาดังติ๊กต่อกเบาๆ ท่ามกลางความเงียบของห้องเล็ก ๆ อันนาเริ่มรู้สึกตัว ดวงตาเธอลืมขึ้นช้า ๆก่อนจะขยับแขนอย่างเชื่องช้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น พิงหลังกับหัวเตียง
หัวเธอยังมึนงงความรู้สึกร้อนในร่างกายยังไม่จางหาย แต่สิ่งที่หนักกว่านั้นคือความรู้สึกในอก...เธอมองไปรอบห้องที่เคยคุ้นเคย—ห้องเดิมที่เธออยู่คนเดียวมาตลอด แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้มันดูว่างเปล่ากว่าทุกวัน
เงียบเกินไป!!!
เหงาเกินไป!!!
ทั้งที่เธอเคยบอกตัวเองเสมอว่า"อยู่คนเดียวก็ชินแล้ว" แต่วันนี้...แค่เธอลืมตาขึ้นมาแล้วไม่เห็นหน้าใครบางคน—ใครบางคนที่เธอไม่ควรคาดหวังในตอนแรก
ก็แค่... ไม่อยู่
แต่กลับรู้สึกเหมือนบางอย่างขาดหายไปจากโลกทั้งใบ
"อยู่คนเดียวมาก็อยู่ได้นี่นา…."เธอเคยย้ำกับตัวเองแบบนั้นมาตลอด ตั้งแต่ก่อนจะเจอเขาตั้งแต่ก่อนหัวใจจะมีที่ว่างให้ใครซักคนเข้ามา
แล้วทำไมล่ะ... ทำไมอยู่ดี ๆถึงเผลอทำตัวอ้อนเขาเหมือนเด็กน้อย ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนั้นกับใคร
ช่างอ่อนแอจริง ๆ เลยนะ... อันนา
หรือว่า... ลึก ๆ แล้วเธออยากให้เขาอยู่ อยากให้เขาดูแล
ขณะเดียวกัน....
เมื่อชายหนุ่มขับรถมาถึงหอพักของอันนา
พีทจอดมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็วก่อนจะรีบก้าวตรงมายังหน้าห้องของอันนา เขาดูร้อนรนและกังวลอย่างปิดไม่มิด
เขาเคาะประตูห้องเธอ
“อันนา!เปิดประตูหน่อย!”
เมื่อเธอได้ยินเสียงเคราะหประตูหัวใจที่ห่อเหี่ยวพองโตยิ่งขึ้น
หญิงสาวพยายามลุกจากเตียงร่างกายยังอ่อนแรงแต่เธอก็พยายามฝืนตัวเองสุดกำลังเสียงของเขาดังชัดจนกลบความเจ็บไข้ไปชั่วครู่
เธอค่อยๆ เปิดประตูออก พีท แทบจะถลาเข้ามาทันทีที่เห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้า
ร่างสูงเดินเข้ามา ก่อนจะหมุนกลอนประตูให้ล็อกอย่างระมัดระวังเพราไม่อยากให้เสียงรบกวนใคร...
“เป็นไงบ้าง?” เขาพูดพร้อมก้าวเข้าไปใกล้แล้วใช้มือวางบนหน้าผากของเธอ
หน้าผากเธอร้อนฉ่าเหมือนเตาเล็กๆ เขาขมวดคิ้วแน่น สีหน้ากังวลขึ้นชัด
“ตัวเธอร้อนมากเลยนะกินยารึยัง? ไปหาหมอไหม?”
สัมผัสนั้นอุ่น... อุ่นจนหัวใจเธอสั่น
อันนา ยิ้มจาง ๆ พูดเสียงแผ่ว
“ฉันกินตอนใกล้เที่ยงแล้วละเดี๋ยวค่อยกินอีกครั้ง ไม่ต้องไปหาหมอหรอก อยากพักในห้องนี้แหละ”
“ขอโทษนะ...ที่ฉันทำอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นไข้” เขาเอ่ยเสียงเบาราวกับพูดกับตัวเอง
อันนาไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแค่มองหน้าคมเข้มของเขา ดวงตาคู่สวยส่งสัญญาณแห่งความอ่อนแอออกไปให้เขาได้รับรู้
ความเงียบระหว่างเขาสองคนไม่ใช่ความอึดอัดแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด
ในที่สุดพีทก็พูดขึ้นเบา ๆ
“ถ้ายังไม่อยากไปหาหมอก็ได้... แต่ขออยู่ดูแลก่อน อย่าปฏิเสธนะ”
อันนา ยิ้มอ่อน ๆ ให้เขาดวงตาเริ่มคลอไปด้วยน้ำใส ๆ จนเธอต้องกะพริบถี่ ๆ เพื่อไล่มันออกไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้...
หรือเพราะคำพูดง่าย ๆ จากคนตรงหน้าที่กลับทำให้หัวใจของเธอเหมือนได้รับการปลอบโยนลึก ๆ
เธอหลบตาเขาอย่างเงียบ ๆก่อนจะหมุนตัวอย่างเชื่องช้า เดินกลับไปที่เตียง แล้วค่อย ๆทิ้งตัวลงนอนเหมือนร่างกายไม่มีแรงจะฝืนอีกต่อไป
ชายหนุ่ม เดินตามมาช้า ๆจนมานั่งลงข้างเตียง น้ำหนักเบาของที่นอนยุบลงเมื่อเขาทิ้งตัวนั่งข้างเธอใกล้พอที่เธอจะได้กลิ่นเสื้อของเขา—กลิ่นแบบที่เธอเริ่มคุ้นเคยโดยไม่รู้ตัว
พีท วางมือเบา ๆ บนหน้าผากเธออีกครั้งก่อนจะพูดว่า “เดี๋ยวนะ... ฉันจะหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้หน่อยตัวเธอร้อนจนแทบลวกมืออยู่แล้ว”
เขาลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าของเธอ ตู้ไม้บานเลื่อนสีครีมที่ดูธรรมดาแต่ก็สะอาดเรียบร้อย
เขาเปิดตู้เสื้อผ้าออกอย่างเบามือ
ทันทีที่บานตู้เปิดออก
พีทหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตามองสำรวจเสื้อผ้าที่พับเก็บเรียบร้อยอยู่ในชั้นและชุดไม่กี่ชุดที่แขวนไว้ในตู้ ไม่มีความหรูหรา ไม่มีเสื้อผ้าแบรนด์แพง ๆมีแต่เสื้อยืดธรรมดา เดรสผ้าฝ้ายตัวหลวม ๆ กับชุดนักศึกษาที่รีดเรียบ
มันคือความเรียบง่ายที่มีเสน่ห์แบบของเธอ
เขาเห็นผ้าขนหนูผืนเล็กพับเก็บไว้มุมหนึ่งจึงเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา พลางสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจาง ๆยังติดอยู่ที่ผืนผ้า กลิ่นอ่อนโยน... เหมือนตัวของเธอ
เขาพับผ้าในมือเบา ๆ แล้วปิดบานตู้กลับจากนั้นก็หันหลังกลับไปมองหญิงสาวที่นอนซมอยู่บนเตียง เธอยังหลับตาอยู่ร่างเล็กซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผมเผ้ายุ่งเล็กน้อยแต่กลับดูน่าเอ็นดูขึ้นกว่าเดิมในสายตาเขา
ร่างสูงใหญ่รีบเดินไปชุบน้ำที่ห้องน้ำ และกลับมานั่งลงข้างเตียงบรรจงเช็ดหน้าและลำคอของเธอเบา ๆ ผ้าในมือของเขาซับความร้อนจากตัวหญิงสาวและอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ
พีทบรรจงเช็ดหน้าผากและลำคอของเธอด้วยผ้าขนหนูเปียก กลิ่นหอมจาง ๆจากผ้าและความร้อนจากร่างของเธอผสมกันเป็นอุณหภูมิที่ไม่อาจวัดได้ด้วยปรอท
ก่อนจะเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเธอเบาๆ เพื่อจะถอดมันออก
“ถอดเสื้อออกก่อน..เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้นะ... ตัวเธอร้อนมาก เดี๋ยวไข้ขึ้นกว่าเดิมอีก”น้ำเสียงของเขานุ่มแต่จริงจัง
ทันใดนั้นอันนา ก็สะดุ้ง เธอลืมตาขึ้นอย่างตกใจรีบยกมือขึ้นจับข้อมือเขาไว้ด้วยแรงอันน้อยนิดใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อครู่เริ่มมีสีแดงระเรื่อจาง ๆ ขึ้นที่แก้มแม้ไม่แน่ใจว่าเพราะพิษไข้... หรือความเขินอาย
“มะ...ไม่เป็นไร ฉันเช็ดเองก็ได้...” เธอพึมพำเสียงเบาพยายามดันมือเขาออกอย่างไม่จริงจังนัก
แต่พีท ไม่ยอมขยับ เขามองเธอด้วยสายตากึ่งหงุดหงิด กึ่งเป็นห่วงและในน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็แอบมีความดุเล็กน้อย
“นี่…จะให้ฉันถอดเสื้อให้เธอดีๆหรือจะให้ถอดทุกชิ้น ตัวเธอร้อนจนเหมือนจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว อย่าดื้อ…”
“ร่างกายนี้ฉันได้เห็นหมดแล้ว…ไม่ต้องอายหรอก…เดี๋ยวก็โดนฉันถอดอีกหลายครั้งอยู่ดี…”เขาแกล้งพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตาบ้า…ฉันเป็นไข้อยู่นะ…ยังจะมาพูดอะไรแบบนี้”เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ดวงตาหลุบต่ำ ไม่กล้าสบตาเขาใจเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว...แต่เป็นเพราะสายตาและความแน่วแน่ในน้ำเสียงของเขา
พีทผ่อนลมหายใจ ก่อนจะพูดเสียงเบาลง “ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอตอนนี้นะแค่อยากทำให้เธอหายไข้... เชื่อใจฉันได้ไหม”
อันนาหลับตาลงช้า ๆ พยักหน้าเบา ๆ ในที่สุด เขาก็ค่อย ๆถอดเสื้อยืดตัวบางของเธอออกอย่างระมัดระวัง
เขาก็เริ่มเช็ดตัวต่ออย่างเบามือที่สุดทั้งลำคอ ไหล่ และต้นแขน และมาถึงบราตัวน้อยที่ปิดสองเต้ากลมและล้นออกมา
หน้าหล่อเหลา หยุดมือหนาที่จับผ้าขนหนูสักพักเขามองลงมายังสองเต้าอวบอิ่มที่หลบภายใต้บราตัวงาม
พลางกลืนน้ำลายผ่านลูกกระเดือกลงไปในลำคอด้วยความยากลำบากเมื่อนึกถึงมือของตัวเองที่เคยลูบไล้และเค้นคลึงเนินเนื้อนี้อย่างเต็มมือ
เขาแทบคลั่งเมื่อคิดถึงรอยจูบจากริมฝีปากร้อนของตัวเองที่ฝากไว้ที่ปลายถันยั่วยวนของเธอ
พีทสูดลมหายใจลึก พยายามดึงสติกลับมา ก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วเร่งมือเช็ดตัวเธอต่ออย่างเร็วขึ้นแต่ยังคงอ่อนโยน
“ต้องรีบลดไข้ให้เธอก่อน...”เขาพูดเสียงเบา เหมือนย้ำเตือนตัวเอง
“ถอดกางเกงออกด้วยนะจะได้เช็ดตัวได้ทั่ว” เขาสั่งเธอแบบหน้าตาเฉย
อันนาหน้าแดงระเรื่อ “นี่นาย ไม่ต้องเช็ดข้างล่างก็ได้”
“อย่าดื้อสิจะถอดเองดีๆ รึจะให้ฉันถอดให้”
“ฉันบอกแล้วนะ ถ้าให้ฉันถอด….ฉันจะถอดให้หมดทุกชิ้นเลย” เขาดุเสียงเข้มกับเธออีกรอบ
“คนบ้า…ชอบรังแกคนอื่น…”เธอนึกในใจ
“ก็ได้…แต่นาย…หันไปทางอื่นก่อนได้ไหม”เธอขอร้องเขา
“ฉันจะไม่หันหน้าหนีไปทางไหนร่างกายเธอเป็นของฉัน…ฉันมีสิทธิเห็นและดูได้ทุกส่วน” หน้าคมเข้มพูดแบบคนเอาแต่ใจ
“นี่นาย…อื้อ…ไม่เถียงด้วยแล้ว.”เธอทำท่างอน บ่ายหน้าหนีหน้าคมเข้ม แต่ก็ยอมใช้มือบางน้อยถอดกางเกงออกเหลือแต่กางเกงในตัวจิ๋ว ที่ตอนนี้ปิดบังส่วนอ่อนโยนของเธอไว้ เธอเบียดเรียวขายาวสวยเข้าหากันด้วยความอายต่อสายตาชายหนุ่มและพยายามปกปิดให้เขาได้มองเห็นสิ่งที่ยั่วยวนที่อยู่ตรงหน้าเขา
“นี่แนะ…ดื้อนักใช่ไหม”เขาใช้มือหนา จับเรียวขางามให้แยกจากกันและพลิกโถมตัวเองมาอยู่กึ่งกลางลำตัวของเธอพร้อมกับก้มหน้าหล่อมาหายใจเป่ารดอยู่กลางหน้าอกที่อยู่ภายใต้เสื้อชั้นในบางที่มองทะลุไปเห็นสองปุ่มชูชัน
“อ๊ะ…นาย…เดี๋ยวก่อนสิ”เธอตกใจและผลักหน้าอกกำยำเบาๆ
ใบหน้าหล่อขยับเข้ามาใกล้ริมฝีปากแดงระเรื่อเธอ เนื้อตัวเธอช่างน่าสัมผัสแต่ก็เต็มไปด้วยความร้อนจากพิษไข้
ช่วงล่างกลางลำตัวของเขาแทรกอยู่กลางร่างงามของหญิงสาว และทาบทับสนิทกับส่วนเนินนุ่มของหญิงสาว
นี่ถ้าเธอไม่เป็นไข้อยู่ตอนนี้เธอคงโดนเขากดกระหน่ำไปแล้วแน่นอน
“ฉันจะเช็ดตัวให้อย่าดื้อสิ เดี๋ยวไข้ก็ไม่ลดหรอก”
เขากระซิบเสียงพร่าใกล้ข้างหูราวกับจงใจให้ลมหายใจอุ่น ๆ ปะทะผิวเธอ
ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงมาราวกับจะอ่านใจเธอออกหมดทุกอย่าง
มือของเขาอุ่นแต่แรงกดเบาอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ ลูบไล้ผ้าขนหนูลงตามแนวร่องอกที่อ่อนนุ่มและแนวเอวของเธอ ลงมาถึงช่วงเรียวขาสวยมือเขาสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็พยายามทำให้เป็นปกติ
อันนากลืนน้ำลายฝืดๆ
เธอรู้…ว่าควรให้เขาเช็ดตัวให้ดี ๆ
เพราะถ้ายังดื้ออีกเธอก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมอยู่เฉย ๆ ได้อีกนานแค่ไหน
สายตาเขาดูเหมือนกำลังอดกลั้นบางอย่าง
ริมฝีปากแน่นตึงเหมือนคนพยายามข่มความรู้สึก
อันนาใจเต้นแรง ร่างกายร้อนวูบวาบ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะพิษไข้ หรือเพราะเขากันแน่
“พีท...”เธอเรียกชื่อเขาเบา ๆ
แต่เขายังคงเช็ดตัวต่อโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
“ถ้าเธอพูดอีก ฉันจะ...” เขาพูดเสียงต่ำ
และหยุดพูด
กลืนน้ำลายแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ก่อนจะพูดต่อเบาๆ ราวกระซิบ “...จะอดใจไม่ไหวแล้วจริง ๆ นะ อยากโดนจูบใช่ไหม…อันนา???”เขาจ้องมองที่ดวงตาคู่สวย
อันนามองเขาด้วยสายตาที่ยอมแพ้ และไม่ตอบอะไร เธอเพียงนอนนิ่ง หลับตา...ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ดูแลเธอในแบบที่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะทำได้
ภายในห้องยังคงเงียบ...แต่เงียบอย่างอบอุ่น
และในความเงียบนั้นหัวใจของใครบางคนกำลังเต้นดังขึ้นเรื่อย ๆ
เขาเช็ดตัวให้เธออย่างเนิ่นนานแม้ผ้าขนหนูจะเริ่มเย็นและชื้น
แต่พีท ก็ไม่ยอมหยุด เขาลุกขึ้นและ เดินเข้าไปในห้องน้ำ
เอาผ้าไปซับน้ำอุ่นใหม่อีกครั้งก่อนกลับมาเช็ดตัวเธอต่ออย่างระมัดระวัง
นิ้วมือใหญ่ๆ ของเขากดเบา ๆ บริเวณแขน ขา และลำตัว อย่างตั้งใจที่สุด
เขาทำทุกอย่างเงียบๆ มีเพียงเสียงหายใจช้า ๆ กับเสียงผ้าขนหนูลูบผ่านผิวเนียนบางของเธอ
เวลาผ่านไปช้าๆ จนในที่สุด ร่างของเธอก็ไม่ร้อนเท่าเดิม
ไข้เริ่มลดลงทีละน้อยดวงตาเธอปรือ ๆ เหมือนกำลังจะหลับ
อันนารู้สึกเหนื่อยล้าร่างกายอ่อนแรงจนแทบจะขยับไม่ไหว
เธอเบนสายตามองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า
ดวงตาเขายังจ้องเธออยู่เงียบและแน่วแน่เหมือนเดิม ราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงให้เธอรับรู้ผ่านเพียงการสบตา
“ยาอยู่ไหน…ฉันจะเอาให้กิน”เขาถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ แต่แฝงความนุ่มนวล
“อยู่บนหัวเตียง” หญิงสาวตอบเสียงแผ่วเธอรู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงในทุกถ้อยคำ
พีท เอื้อมมือควานหายา เมื่อเจอแล้วเขากลับมานั่งข้างเธออีกครั้ง
มือหนาพยุงร่างที่อ่อนแรงขึ้นอีกมือเปิดขวดยา หยิบยาออกมาวางลงในมือเธออย่างระมัดระวัง ก่อนจะยื่นแก้วน้ำให้
“กินยาแล้ว จะได้ดีขึ้น” เขาพูดเบา ๆน้ำเสียงมั่นคงไม่ต่างจากแววตาที่ยังจับจ้องเธออยู่ไม่ห่าง
หลังจากเธอกลืนยาลงไป เขาค่อย ๆประคองเธอให้นอนลงอีกครั้ง แล้วจัดผ้าห่มให้คลุมร่างบางมิดชิด
“นอนพักซะจะได้ดีขึ้น…พรุ่งนี้จำได้ใช่ไหมว่าเราต้องพรีเซนต์งานโครงการวิจัย”
เสียงของเขาเรียบแต่เปี่ยมด้วยความห่วงใย
“อืม…จำได้…ขอบใจนะ…พีท”
เธอพึมพำเบา ๆ ราวกระซิบ ทั้งอ่อนแรงทั้งอุ่นใจ ก่อนเปลือกตาจะค่อย ๆ ปิดลง ด้วยฤทธิ์ไข้ที่ยังต่อสู้ในร่างกาย
พีท ไม่พูดอะไรอีก
เขานั่งเงียบ ๆมองเธอหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า
มือหนาเอื้อมออกไปจัดผ้าห่มอีกครั้งจากนั้นค่อย ๆ ลูบผมนิ่มของเธอเบา ๆปลายนิ้วแตะเส้นผมนั้นอย่างระมัดระวังเหมือนกลัวจะทำให้เธอตื่น
ห้องเงียบสนิทมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหญิงสาวและหัวใจของเขาที่เต้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน
พีทมองใบหน้าที่นอนหลับอยู่ของอันนาเงียบ ๆ แววตาเขานิ่งแต่ในใจกลับปั่นป่วนอย่างแปลกประหลาด
ที่ผ่านมา...
กิจกรรมเร่าร้อนบนเตียงที่เขาเคยมีกับผู้หญิงมันเป็นแค่... เรื่องของอารมณ์ชั่ววูบ เรื่องปกติของผู้ชายคนหนึ่งที่มีรูปลักษณ์และเสน่ห์มากพอจะได้สิ่งเหล่านั้นโดยไม่ต้องร้องขอ
เขาไม่เคยต้องพยายามเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ต่างก็ยอมให้เขาเข้าใกล้ยอมให้เขาสัมผัสอย่างง่ายดาย—ด้วยความเต็มใจ
ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาเกินชายทั่วไป
รูปร่างสูงโปร่งของเขาดูสะดุดตาแม้ในกลุ่มคนมากมาย
เส้นผมสีเข้มที่ดูไม่ตั้งใจจัดแต่งแต่กลับเข้ากับใบหน้าคมคายแบบพอดิบพอดี
และรอยยิ้ม—รอยยิ้มที่หว่านเสน่ห์ได้แม้ในความเงียบขรึม
เพียงแค่เขาเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วส่งรอยยิ้มเพียงนิดเดียว ก็เพียงพอจะทำให้ผู้หญิงละลายทั้งใจ
ทุกครั้งที่เขายิ้มมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยแบบไม่รู้ตัว ใบหน้าหล่อคมเข้มยิ่งดูน่าค้นหา
ผู้หญิงที่พบเขาครั้งแรกมักหายใจไม่ทั่วท้องและไม่นานก็มักตกหลุมเสนห์ลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น
พีท รู้ตัวดีว่าตัวเขาดึงดูดผู้หญิงได้ง่ายแค่ไหน
ทุกคนต่างอยากเป็นคนที่เขาเลือกในค่ำคืนที่ได้พบเขาอยากรู้ว่าอ้อมแขนของเขาจะอบอุ่นหรือร้อนแรงแค่ไหน
และเมื่ออยู่บนเตียงกับเขา…สัมผัสของเขาจะเร่าร้อนเพียงใดสำหรับพวกเธอ
แต่ อันนา... กลับไม่เหมือนใคร
ตั้งแต่แรก เธอไม่เคยสนใจรอยยิ้มของเขาไม่เคยหวั่นไหวกับสายตาที่เขาใช้เอาชนะผู้หญิงคนอื่น
เธอมองเขาด้วยท่าทีที่นิ่งเฉยจนเขาเกือบหงุดหงิดและมองว่าเขาคือคนที่ชอบกวนใจเธอ
..เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารวยแค่ไหนและที่สำคัญ เธอไม่เคยถาม
และนั่นแหละ... ที่ทำให้เขาสนใจเธอมากกว่าใครๆ
เขาก้มลงเล็กน้อย กระซิบถ้อยคำช้า ๆข้างใบหูเธอด้วยเสียงนุ่มที่ไม่บ่อยนักจะหลุดจากริมฝีปากเขา
“หลับเถอะอันนา...ฉันจะเฝ้าอยู่ตรงนี้สักพัก…ฉันเป็นห่วงเธอมากนะ”
“รู้ไหมฉันรักเธอนะอันนา ” ชายหนุ่มเอ่ย กระซิบข้างๆ หูของเธอและจ้องหน้าสวยที่หลับตาสนิท คำนี้เขาไม่เคยบอกกับหญิงสาวคนไหนเลย
แต่อันนา ไม่ได้ยินคำพูดสุดท้ายนั้นเพราะเธอหลับไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเธอหลับแล้วเขาก็ลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเสียงของผ้าปูที่นอนจะปลุกเธอให้ตื่นเขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการเช็ดตัวให้เธอเมื่อครู่แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ
แสงไฟสลัวในห้องน้ำส่องให้เห็นเงาสูงของชายหนุ่มมือเรียวยาวของเขากำลังซักล้างผ้าขนหนูด้วยน้ำจากก๊อก บีบมันเบา ๆแล้วแขวนไว้กับราวผ้า ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนทุกการเคลื่อนไหวดูช้าและมีความหมาย
กิจกรรมเล็กน้อยแบบนี้เขาแทบไม่เคยต้องทำเองเลยหากอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตน ที่นั่นมีพี่เลี้ยงมีแม่บ้าน มีคนคอยดูแลทุกเรื่อง ตั้งแต่กาแฟแก้วแรกของวัน เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่มีคนคอยดูแลซักและรีดไว้ให้เรียบร้อย จนไปถึงผ้าห่มที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยบนปลายเตียง
ผิดกับเวลาอยู่กับอันนา...
ที่นี่เขาไม่ใช่ทายาทมหาเศรษฐี ไม่ใช่เจ้าของธุรกิจพันล้านแต่เป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ซักผ้าขนหนูเพื่อเช็ดตัวให้หญิงสาวเป็นคนที่เรียนรู้การอยู่ร่วมกับใครสักคนอย่างเรียบง่ายและจริงใจ
และในความธรรมดานั้นเอง—เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเอง“มีชีวิตชีวา” มากกว่าที่เคยเป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
และเมื่อดูแล้วว่าเธอปลอดภัยหลับสนิทด้วยใบหน้าที่สงบลง เขาก็นั่งมองเธออยู่ครู่หนึ่งแสงจากโคมข้างเตียงทอดเงาอ่อน ๆ บนผ้าห่มทำให้เส้นผมที่ปรกแก้มเธอดูอ่อนโยนยิ่งขึ้น
เขาลุกขึ้นอย่างระมัดระวังดึงผ้าห่มขึ้นมาให้เธออีกนิด และปิดโคมไฟให้เธอ ก่อนจะค่อย ๆเดินออกจากห้องของเธอและกดล๊อกประตูให้อย่างเงียบๆ
ขณะที่เขาออกจากตัวหอพักลมยามค่ำคืนก็พัดมาเย็น ๆ เขาหยิบกุญแจรถจากกระเป๋าเป้ใบโปรดที่สะพายเป็นประจำสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับต้องการเก็บเอาบรรยากาศของสถานที่นี้ไว้ให้นานที่สุด
เพื่อกลับสู่คฤหาสถ์หลังใหญ่ตามที่ได้บอกพ่อกับแม่ของเขาไว้ว่าจะกลับดึกสักหน่อย
เขาขับรถช้าๆ ไปตามถนน และในระหว่างทางนั้น เขาก็เผลอยิ้มจาง ๆ กับตัวเอง
เพราะแม้จะกลับไปยังคฤหาสถ์หลังใหญ่...ใจของเขากลับยังคงอยู่ในห้องเล็ก ๆ นั้น—ข้าง ๆหญิงสาวที่เขาเพิ่งคลี่ผ้าห่มให้ด้วยมือของตัวเอง