“พระองค์!เเย่เเล้วพระองค์”
“กราบทูลฝ่าา”
“มีประชาชนเเห่มาร้องทุกข์กันระงมไปหมดพะย่ะค่ะ”
ข้าราชบริพารทั้ง4เข้ามาถึงท้องพระโรงในขณะที่ผมกำลังคิดเจรจาการทูตกับชาวฮอลันดาอยู่ การที่ข้าราชบริพารหลายสิบคนกรูกันเข้ามาในท้องพระโรงโดยมิทันตั้งตัวนั้นนับเป็อุปัทวภัยร้ายกาจยิ่งยวดเเน่นอน พระเ้าเอกทัศน์ถึงกลับวิใในทันที ใจของเขาตกไปอยู่ตาตุ่ม
“มีการอันใด ขอให้ชัดถ้อยชัดคำ!”
“ค..คือ”
“เร็วซี!”ผมกล่าวเร่ง
“มีคนมาร้องทุกข์กันถ้วนหน้าว่าเมื่อไหร่?พระองค์จะออกตอนใหม่?”
“ตอนใหม่ห่าอันใดของเ้า?”
“บทต่อไปของขบวนการอโยธยาเรนเจอร์พะย่ะค่ะ” เมื่อผมได้ฟังก็ถึงกับล้มหัวคะมำทั้งๆที่นั่งอยู่"ปัดโธเอ้ย เื่เยี่ยงนี้?"
“มิใช่เื่เยี่ยงนี้พะย่ะค่ะ นี้มันก็อาทิตย์นึงผ่านมาเเล้ว ทั้งขุนนางในราชวงศ์เเละพ่อค้า หรือสำนักพิมพ์ก็ต่างรอตอนต่อไปอยู่ อยากจะมาเข้าเฝ้าเพื่อขอลิขสิทธิ์ตีพิมพ์เเต่พระองค์มิทรงว่าง ส่วนพวกเ้าขุนมูลนายบ่าวไพร่ทาสก็ไม่ทำไร่ไถนา บอกว่าจะต้องฟังตอนต่อไปให้ได้ ระบบถ่วงดุลการค้าย่ำเเย่พะย่ะค่ะ”
“…. โอเคร โอเคร ทุกวันจันทร์10โมงเช้าโอเค๊"
“โอเค๊ นี้เป็คำศัพท์ที่พระองค์ทรงพระอักษรใหม่รึพะย่ะค่ะ”
“โอเค๊ เเปลว่า ตกลง เป็ภาษาบริเตนใหญ่”
“พะย่ะค่ะ กระหมอมโอเค๊พะยะค่ะ เดี๋ยวกระหมอบจะนำความที่ได้ไปบอกพะย่ะค่ะ”
หลังจากเสร็จกิจราชการในตอนเช้า2ชั่วโมง ในการเเก้ปัญหาที่ปวงประชานำมาทิ้งไว้ให้ในตอนเช้าก็เป็เวลา10โมง ตอนนี้ผมมีเวลาให้ทำอะไรอีกมาก หลังจากคิดว่าจะประหยัดเวลาเช่นไรดีด้วยการคิดคำนวนเเบบปกติก็สามารถทำให้ผมมีเวลามากกว่าคนอื่น โดยใน1ปีผมจะมีเวลา12เดือนกับอีก24วัน
เนื่องจากผมโกนหัวล้าน ทำให้เวลาในการสระผมลดลงวันละ15นาที เพราะตอนนี้มีผมยาวนอกจากนั้นยังประหยัดเวลาสะบัดโบกให้ผมเเห้ง เนื่องจากที่อยุธยาในสมัยนี้ค่อนข้างร้อนจัดเเละผมก็ต้องสวมอาภรณ์กษัตริย์ซึ่งร้อนทวีคูณด้วยการที่ผมเป็คนเหงื่อออกง่ายจึงต้องสระผมทุกวัน เเล้วก็ลดเวลากินอาหารลงจาก3มื้อ เป็1มื้อใหญ่ เมื่อกระเพาะไม่ได้รับสารอาหารที่เป็เชื้อเพลิงในการย่อยสลายไขมัน คาร์โบไฮเดรตหรือเเป้ง ก็จะทำให้เกิดสารคีโตนขึ้นในกระเพาะ เเล้วส่วนสำคัญก็คือสมองนั้นจะมีการดูดรับคีโตนมาใช้ ซึ่งนั้นทำให้สมองมีประสิทธิภาพมากขึ้นเเละสามารถสร้างสรรค์ไอเดียได้มากขึ้น เนื่องจากกลไกสมองของมนุษย์ตั้งเเต่สมัยโฮโมเซเปี้ยนเมื่ออดอาหาร สมองจะส่งสัญญาณว่าเริ่มถึงขีดอันตราย จึงทำให้ต้องพัฒนาส่วนทุกส่วนของมนุษย์ให้เเกร่งขึ้น
คราวนี้การกินอาหารของผมจะลดลง โดยปกติเเล้วผมเป็คนกินช้า ยิ่งในกรณีที่ผมกลายเป็กษัตริย์ทำให้ผมมีอาหารล้นมือจึงใช้เวลาประมาณ30นาที-45นาทีในการกินอาหาร1มื้อ เท่ากับว่าผมจะลดเวลาลงได้ 30นาทีx2มื้อ เเล้วบวกกับ15นาทีของการสระผม จะเท่ากับว่าผมประหยัดเวลาได้ วันละ75นาที หากเป็1เดือน ก็จะเท่ากับประหยัดเวลาได้ 75x30นาที เท่ากับ2250นาที หารด้วย60 เท่ากับ37.5ชั่วโมง เท่ากับว่า 1เดือนผมจะมีเวลาวันครึ่งเพียวๆเอาไว้วิเคราะห์สถานการ์ณเพื่อปรับปรุงความเป็อยู่ของประราชฎร หากเป็1ปีก็เท่ากับ 12x37.5ชั่วโมง เท่ากับ 450ชั่วโมง คิดง่ายๆก็เกือบ20วันใน1ปี
หรือก็คือ1ปี ผมมีเวลา385วันโดยประมาณ หากคิดเป็10ปีก็จะได้เวลาเกือบ1ปีเพียวๆ นอกจากนั้นผมจะให้ระบบนี้สืบทอดกันในวังหลวงสำหรับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องใช้ความคิดมากๆด้วย ทำให้ประเทศของผมมีความเร็วมากกว่าประเทศทั่วไปทวีคูณขึ้นเกือบ100เท่า หากคิดเป็จำนวนหัว เเละจะเร็วขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
ในขณะที่ผมกำลังจะจัดการงานสุดท้ายของวันนี้ ก็ได้มีระบบเเจ้งเตือนขึ้นมา
[ติ๊งงงง!]
[ปลดล็อค ระบบร้านค้า!]
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพอยต์จนถึงจำนวน100000เเต้มเเล้ว กรุณาใช้สอยอย่างระมัดระวัง]
‘ระบบ..ร้านค้า!’ ขามอุทานในใจ ในจังหวะนั้นผมตัดสินใจให้จันขาวรับหน้าที่ตัดสินการราชการเเทนผม เเล้วเดินกลับไปที่สวนส่วนพระที่นั่งสุริยาศอมรินทร์ของผมเอง ทหารที่ทำหน้าที่รักษาสวนพระที่นั่งเเหวกอาวุธเบิกทางให้ผม ชายทั้งสองเป็ทหารเอก พวกเขาคุกเข่าเเละทำความเคารพ
“โปรดทรงพระตัดสินพระทัย มอบราชโองการคุ้มครองพระองค์เเก่ข้าพเ้า”
“พวกเ้าดูเเลสวนนี้เอาไว้ อย่าให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามา เเม้ว่าจะเป็กิจการงานใหญ่หลวง เราจะไปชมนกชมไม้ไม่นาน”
“ข้าพพระพุทธเ้าน้อมรับราชโองการ”ชายทั้งสองพูดเอื่อยๆด้วยเสียงทุ้มพร้อมๆกัน เขาไว้ทรงผมเเสกกลางเเละผิวคลำดำเเดด ร่างกายไม่ใหญ่ไม่เล็ก กล้ามเนื้อของพวกเขาเป็เเบบทนทาน ผมเดินเข้าไปปกปิดอาการตื่นเต้น
‘ตั้งเเต่เมื่อ5วันก่อนเราก็ลืมมันไปเลยจริง ที่กรุงศรีนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่วันหยุดสินะ เห้อ คนสมัยนี้คงเอาการเอางานน่าดูเลยเเหะ ไม่สิ พวกเขาคงไม่รู้จักวันหยุดหรอกกระมัง’ผมเดินพลางชมนกชมไม้เเละเดินเข้าไปในป่าลึก สวนส่วนพระองค์เเห่งนี้เป็สวนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า400ปี ตั้งเเต่สมัยพระเ้าอู่ทองนั้นเเหละ เพราะฉะนั้นที่นี่เก่าเเก่มากเเละเป็สถานที่ปกคลุมไปด้วยรมไม้ชายน้ำ เนื่องจากมีลำธารใหลผ่านสวนเเห่งนี้ เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ กระรอกกระจอนยังหยอกล้อกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อผมย่างกรายเข้ามา นกกางเเขนเเละนกเอี๊ยงก็ส่งเสียงคุยกันจอเเจดังเดิม พวกมันอยู่อย่างสงบสุขที่นี้จนไม่คิดว่ามนุษย์เป็สัตว์ดุร้ายไปเเล้ว
พระเ้าเอกทัศทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในป่าลึก จนได้สถานที่ประจวบเหมาะ'เอาหล่ะ ถึงเวลาทดลองร้านค้าหรืออะสักหน่อยเเล้ว'
“ระบบ”
[ติ๊ง]
[ ตอนนี้ศาสตราวุธได้รับการวิวัฒนาการเเล้ว ในกรณีที่ท่าน้าเรียกขานกรุณาเปลี่ยนเป็ซิสต์เต็มส์คอล]
ผมทำหน้าเหยเกเล็กน้อย"ซิสเต็มส์คอล!"
เมื่อพูดเสร็จร่างกายของผมก็เกิดโปรเเกรมไฮโลเเกรมขึ้นมาเป็วินโดว์หลายหน้าขึ้นมาทับซ้อนกันเป็รูปวงกลม เเละมีวงเเหวนรอบร่างกาย รูปร่างทันสมัยนัก ดาบอนันตเทวะเกิดเป็โครงดาบเเบบเส้นเรดาร์ขึ้นมาหลายร้อยเส้นซ้อนตัดกันเป็กากบาทเเล้วก็เกิดดาบอนันตเทวะในมือขวาของผม ไฮโลเเกรมรอบๆยังคงทำงานอยู่ไม่หยุด
ติ๊งๆๆๆ
ติดชี้นนน! ชี้นนนนน!
เสียงเครื่องจักทำงานกันต่อเนื่อง บริเวณขาทั้งสองข้างของผมปรากฏวงไฮโลเเกรมขยายใหญ่ขึ้นจากลูกเท่ามะนาวกลายเป็รัศมีกว้างเกินร่างกายของผมไปครึ่งเมตร มันเป็ลักษณะเเบนใต้เท้าเเละหมุนอย่างต่อเนื่อง มีเเสงปรากฏจากด้านใต้ฝ่าเท้าออกมาเป็เเสงสีขาวเเละม่วงลาเวนเดอร์ฉายเเสงขึ้นมาเป็เส้นตรง เหล่าสัตว์เเละลิง กับพญานกเเถวนั้นเเตกตื่นกันใหญ่
‘สิ่งมีชีวิตภายนอกเห็นด้วยงั้นรึเนี้ย? หากว่าเราไปเปิดระบบตอนนี้ที่ห้องส่วนพระองค์อาจจะเป็ที่สงสัยของคนได้ โชคดีจริงๆที่เลือกเข้ามาปลีกวิเวกในส่วนลึกของสวนพระที่นั่ง’
[ซิสเต็มส์ โครเวิร์ค อัลติเมท]
เสียงของAIดังขึ้น ทำเอาตัวของผมขนลุกไปทั้งกาย"น..นี้มันอะไรกัน?" มีภาพไฮโลเเกรมตั้งอยู่ตรงหน้าของผม มันฉายเเสงโครงสร้างที่เป็เส้นสีฟ้าไปรอบๆด้านหน้าผมก่อนที่จะกลายเป็รูปร่างบ้านในเสี้ยววินาที ลักษณะโครงของบ้านกลายเป็ร้านค้าเเบบฝรั่งยุคกลางในนิทานปรัมปรายังไงยังงั้น ภายในไม่นานร้านค้าขนาดกว้าง8เมตรคูณ12เมตรก็ตั้งอยู่กลางอากาศ ด้วยน้ำหนักของมันทำให้มันตกลงมาบนพื้นหญ้า
ตึ้งงง ฟู่ๆๆๆบลูมมม
บ้านหลังนั้นกระทบลงพื้นหญ้าเเละกระเเสลมที่ถูกบีบอัดพวยพุ่งออกมาใส่ร่างกายของผม เเต่ทว่าที่มันน่าทึ่งคือบ้านหลังนี้มันไม่ได้กระทบพื้น เเต่มันห่างจากพื้นหญ้า1มิลลิเมตร หรือก็คือลอยอยู่นั้นเอง หลังคาเเบบโรมโบราณสีส้มอิฐนั้นให้กลิ่นอายเวทมนต์ลึกลับ เเละมีป้ายเเผ่นไม้ห้อยตกลงมากวัดเเกว่งส่งเสียงกระดิ่ง
ก๊องง กึกๆๆเเก๊งง
ป้ายหน้าร้านที่มีสลัก open สั่นไปมามีกระดิ่งเล็กๆ2ลูกผูกเอาไว้
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบร้านค้า]
[เชิญเข้าไปด้านในเเละเลิกช็อปปิ้งได้ตามสนใจ]
“เเกรู้จักคำว่าช็อปปิ้งด้วยรึ?”ผมถามอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่สินี้มันเกินกว่าจะเชื่อได้ไปแล้ว
[ท่านยังรู้จักคำว่า โอเค๊ เลย]
ผมได้เเต่กล้าๆกลัว เลยหากิ่งไม้มาเเย่บ้านหลังนี้ดูปรากฏว่าไม่มีเหตุการ์ณผิดปกติอะไร พระเ้าเอกทัศน์เปิดประตูเข้าไปก็พบว่ามีประตูอีก2ประตู ด้านนึงเป็ประตูไม้เเละมีอัญมณีสีเเดงเหมือนโกเมนย้อนเวลาของผมเเต่มันมีขนาดเท่าลูกบอล ตัวไม้ทำจากไม้สักหยวกสีน้ำตาลอ่อนๆ บริเวณรอบโกเมนมีขอบทองสลักลายน้ำของไทยโบราณอยู่อย่างละเอียด ลูกบิกกลอนประตูเป็เเบบโบราณ ้ามีป้ายเขียนไว้ Material Factory
ส่วนอีกประตู เป็ประตูที่ทำจากเสื้อผ้าคนเเละเนื้อหนังคน เเม้มันจะไม่ได้ดูน่ากลัวเเต่ก็ดูวิปริตอย่างบอกไม่ถูกเพราะประตุฝั่งนี้เกิดจากหนังสือบีบอัดกับเสื้อของคนหลายยุคหลายชาติเเละที่สำคัญ เเม่งมีมือศพคนโผล่ออกมาด้วย เเม้ว่ามันจะเป็มือคนที่เหมือนมือชนชั้นผู้ดี เเต่ทว่ามือนั้นน่าจะเป็ลูกบิดประตู ้ามีเเผ่นกระดาษของม้วนคัมภีร์จีนโบราณ
เขียนไว้ว่าHuman kind
พระเ้าเอกทัศน์ไม่รอช้า เขากลืนน้ำลายเอือกนึงก่อนที่จะเข้าไปในประตูข้างขวาที่ทำจากเนืุ้์เเละหนังสือกับเศษเหล็กอัดกัน เขาจับมือของมนุษย์ที่เป็กลอนประตูเเล้วมืุ์นั้นก็กำมือพระเ้าเอกทัศน์เเน่น
“เหวอ!!!”