ตอนที่ 6 วิกฤตการณ์ (2)
สิ้นคำกล่าวของเยว่หลง ความรู้สึกตกตะลึงงันลึกล้ำเข้าจู่โจมทุกผู้คนในชั่วพริบตา
“ลายมือที่เขียนขึ้นเป็ของซูลงจริง ในสมุดบันทึกนี่ยังมีหลักฐานมากมายที่บ่งบอกว่าซูลงเป็ผู้เขียนมันขึ้นมา” เยว่หลงโกรธจนเืขึ้นหน้า ความเคารพที่เขามีต่อเฒ่าซูพังทลายสิ้นไม่มีเหลือ จากการเรียกหาว่าพี่ซูลงกลับกลายเป็เรียกว่าซูลงเสียเฉยๆ การถูกสวมเขาตลอดสิบห้าปี นี่หมายถึงการหยามเหยียดความไว้เนื้อเชื้อใจที่เยว่หลงมีต่อซูลงอย่างถึงที่สุด
ผู้าุโหลงเจียงสังเกตสถานการณ์ความวุ่นวายของเมืองธาราครามด้วยสีหน้านิ่งสงบ ไม่มีทางที่ผู้ชราในตำนานอย่างเขาคิดยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกมัน เคยมีาาที่ปกครองอาณาจักรซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิหลงเทียนอีกที เข้ามาขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์ัล้วนไม่มีาาคนใดได้รับการช่วยเหลือแม้เพียงผู้เดียว ราชวงศ์ัยึดถือความแข็งแกร่งเป็ที่ตั้ง หากาาใต้อาณัติตนยังดูแลราชอาณาจักรตัวเองไม่ได้ มันสมควรที่ต้องล่มสลาย
“ปะ…เป็ความจริงหรือท่านประมุข” เหล่าผู้าุโตระกูลซูต่างจับจ้องมาทางประมุขด้วยแววตาสั่นสะท้าน พวกเขาถูกผู้นำตระกูลหลอกมาตลอดสิบห้าปี… หากสังเกตจากอากัปกิริยาของผู้คนตระกูลซูล้วนอยู่ในอาการตกตะลึงปานิญญาหลุดจากร่าง กระทั่งสีหน้าของซูอวี่แปรเปลี่ยนเป็ซีดขาวราวกระดาษ
เหยาหยี้แสยะยิ้มกว้าง ซูอวี่มิใช่ลูกหลานตระกูลซูโดยสายเื สิ่งนี้คือการหยามเหยียดเกียรติตระกูลเยว่อย่างหาที่เปรียบมิได้ ภายในทวีปั พิธีแต่งงานคืองานมงคลสำคัญที่ให้ ฟ้าดิน,บรรพบุรุษ,ราชวงศ์ั เป็พยาน การทำให้พิธีมงคลบริสุทธิ์เกิดมลทินแม้เพียงเสี้ยว โทษทัณฑ์ของมันผู้นั้นล้วนสมควรถูกผู้คนทั่วทวีปัรังเกียจเดียดฉันท์ นับเป็การดูิ่ฟ้าดิน บรรพบุรุษและราชวงศ์ัที่ยอมเป็สักขีพยาน นี่คือสิ่งที่สังคมมิอาจยอมรับได้
“ตระกูลซูกล้าลบหลู่ฟ้าดิน บรรพบุรุษตัวเองและราชวงศ์ั!! ความกล้าหาญของผู้นำตระกูลและบุตรชายของเขาช่างมากมายยิ่งนัก ข้าที่ขึ้นชื่อว่าไร้ยางอายคงต้องขอยอมแพ้พวกท่านทั้งสอง บัดนี้ฉายาไร้ยางอายคงต้องยกให้พวกท่านพ่อลูกตระกูลซูแล้ว” เหยาหยี้โค้งคำนับไปทางซูลง
ในอดีต แววตาของผู้คนมากมายในเมืองธาราครามล้วนมองเฒ่าซูประหนึ่งวีรบุรุษ เฒ่าซูเคยเป็แบบอย่างที่ทำให้ผู้คนเปี่ยมล้นด้วยกำลังใจและความกล้าที่จะก้าวเดินในเส้นทางผู้ฝึกตนอย่างไม่ท้อถอย จวบจนกระทั่งวีรบุรุษผู้นั้นกระทำความผิดลบหลู่พิธีมงคลศักดิ์สิทธิ์ ชั่วขณะนี้ คุณงามความดีของเฒ่าซูคล้ายมลายสูญสิ้น แววตาของผู้คนแปรเปลี่ยนเป็ผิดหวังลึกล้ำ
กระแสเสียงของผู้คนตีออกเป็สองฝ่ายชัดเจน ผู้สนับสนุนและผู้ทำลาย เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ราวกับโอกาสอันเปิดทางให้คนที่ริษยาในตัวซูอวี่ล้วนสามารถระบายความโกรธของพวกมันออกมาในที่สุด เสียงะโเสียดสีทิ่มแทงดุจคมมีดปักลึกลงกลางใจของสองพ่อลูกดังกระหึ่ม ทันทีที่พวกมันยืนอยู่ข้างความถูกต้อง คำด่าทอยิ่งมายิ่งแรงกระแทรกจิตใจผู้รับฟังไร้ความปราณี พวกมันต่างชี้หน้าด่าสองพ่อลูกด้วยใบหน้าเที่ยงธรรม
ซูลงยืนแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์ของผู้คนนับพันที่ล้วนร่ายคำกระแทรกกระทั้นจิตใจ ราวกับการปะาคนด้วยคำพูด เฒ่าซูผู้มีจิตใจมั่นคงดุจหินผาไม่หวาดหวั่นแม้ขุนเขาไท่ซานถล่มลงมา หยาดเหงื่อพร่างพรายทั่วใบหน้า แผ่นหลังอาบชุ่มด้วยเหงื่อเย็นเยียบ น้ำตาของผู้เฒ่าไหลรินจนแห้งเหือด เขาได้ลบหลู่พิธีแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง ไร้ซึ่งคำแก้ตัวอันใด ชายชราหันศีรษะมองไปทางซูอวี่อย่างเชื่องช้า หัวใจของเขาบีบรัดเ็ปปานจะขาดใจ
ซูอวี่กำลังถูกผู้คนมากมายเย้ยหยันเหยียดหยามด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ โดยที่เขาไม่ได้รับรู้เื่ราวนี้มาก่อนเลย นี่คือความโหดร้ายของโลกใบนี้ สังคมไม่มีโอกาสอันใดให้เขาได้พูดแก้ตัวล้วนสาดเทไปด้วยวาจาร้ายกาจอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มนิ่งสงบไร้การตอบสนอง นิ่งเงียบจนน่ากลัว…
แท้จริงแล้ว จิตใจของซูอวี่แข็งแกร่งดุจปราการเหล็กกล้า เนื่องจากถูกผู้คนดูิ่เหยียดหยามมาั้แ่เด็ก เขาถูกดูถูกมาก่อนที่จะประมือกับเด็กเจ็บขวบและกลายเป็ตัวตลกของเมืองไป จิตใจของซูอวี่ขณะนี้ล้วนไม่เกิดระลอกคลื่นหวั่นไหวอันใด ั์ตาเข้มแข็งทรงพลังทอดมองผู้คนไร้อารมณ์
“ซูอวี่! เ้าไม่มีสิทธิ์ได้ตบแต่งกับแม่นางเยว่” เหยาหยี้สาดน้ำมันเข้ากองไฟอย่างไม่ลังเล ทันใดนั้น ผู้คนมากมายที่้าเหยียบย่ำซูอวี่พลันกล่าวสนับสนุนการหย่าร้างของชายหญิงทั้งสอง
เยว่ซานพบว่าบิดาของตนเองคงไม่สามารถตัดสินได้อย่างเยือกเย็นแน่ๆ ใบหน้าของเฒ่าเยว่บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เขาเอ่ยกับบิดาด้วยความห่วงใย “ท่านพ่อ การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าเถอะ”
เยว่หลงไม่กล่าวตอบ ความโกรธและผิดหวังครอบงำจิตใจของเขาโดยสมบูรณ์ ผู้ชราอยากจะร่ำร้องออกมา ซูลงแลกจอกสาบานกับตน เขากลับหักหลังพี่น้องคนนี้ได้อย่างเืเย็น หักหลังความไว้เนื้อเชื้อใจตลอดสิบห้าปี… ถ้าให้เยว่หลงตัดสินใจความเป็ไปของตระกูลเยว่ เกรงว่าการตัดสินใจนี้คงถูกแทรกด้วยอารมณ์ซึ่งไม่ใช่คุณสมบัติของผู้นำที่ดี เฒ่าเยว่ผงกศีรษะเบาๆ
“ซูอวี่ เ้าได้ยินคำกล่าวของผู้คนแล้ว เ้าไม่ใช่บุตรชายโดยสายเืของตระกูลซู เ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ตบแต่งกับลูกสาวของข้า ก่อนที่ตระกูลเยว่จะต้องอับอายไปมากกว่านี้ จงส่งมอบหนังสือแต่งงานมาซะ” เยว่ซานจงใจแผดเสียงดังกึกก้อง เพื่อให้ทุกผู้คนล้วนได้ยินกันอย่างแจ่มชัด เขารู้สึกโกรธเคืองไม่ต่างไปจากเฒ่าเยว่ผู้เป็บิดา ผู้คนทั้งตระกูลเยว่ล้วนโกรธเคือง! ตระกูลซูจงใจทำให้ตระกูลเยว่อับอาย โดยให้บุตรสาวเพียงคนเดียวไปแต่งงานกับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า
ท่ามกลางความโกลาหล เรือนร่างของหญิงสาวผู้เลอโฉมเคลื่อนกายลงจากนภาฟ้าเข้าใกล้ผู้นำตระกูลซู ฝ่าเท้าขาวราวหิมะเรียวงามของเยว่ชิงััพื้นเบื้องล่างอย่างนุ่มนวล “เป็ความจริงหรือท่านซูลง”
เยว่ชิงนับถือซูลงมากถึงมากที่สุด นางรู้สึกขอบคุณเฒ่าตระกูลซูจากก้นบึ้งของหัวใจ หญิงสาวไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ทุกคนต่างมองเป็วีรบุรุษกลับกระทำความผิดขั้นร้ายแรงเช่นนี้ ถึงกระนั้น นางยังคงเชื่อใจว่าคำกล่าวนั้นเป็ความเท็จ นางภาวนาให้เหยาหยี้โกหก เยว่ชิงจึงทะยานมาหาซูลงพร้อมกับความเชื่อใจมอบโอกาสให้เขาได้เอ่ยพูด…
ซูลงไม่มีความกล้าพอจะมองหน้าหญิงสาวเบื้องหน้า เฒ่าซูรู้สึกเกลียดแค้นตัวเองเข้าไส้ ชายชรารวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อสบตากับนาง ั์ตาคู่งามกระจ่างใสนั้นจ้องกลับมายังเขา แววตานั้นเคยเต็มไปด้วยความหลงใหลนับถือ แต่ขณะนี้หลงเหลือไว้เพียงความสับสนในจิตใจ
“เป็ความจริง”
ซูลงมิอาจทานทนต่อการจับจ้องของนางได้อีกต่อไป ความใสซื่อบริสุทธิ์ของหญิงสาวทำให้เขากัดฟันพูด นี่คงเป็โทษทัณฑ์จาก์…
แววตาของเยว่ชิงขยายโตกว้าง รูม่านตาหดรีดเล็กลงสุดขีด หญิงสาวเหาะกายออกห่างอย่างรวดเร็วกลับไปยืนเคียงข้างผู้าุโหลงเจียงดังเดิม จู่ๆ…หยาดพิรุณใสเอ่อนองหลั่งไหล แววตาของนางพร่ามัว น้ำตาเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกผิดหวังเ็ปใจ …เยว่ชิงคืออัจฉริยะในรอบร้อยปี ทันใดนั้น นางเช็ดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดพลันระงับอารมณ์ที่สั่นไหวให้สงบในทันที นวลหน้าดุจน้ำนมงามล้ำปรากฏคราบน้ำตาที่ไม่แห้งสนิทดีเด่นชัด นางเหลือบมองไปทางซูอวี่สังเกตอากัปกิริยาของเขาอย่างเงียบเชียบ
ผู้าุโหลงเจียงเผยรอยยิ้มบาง เขาถูกใจเยว่ชิงอย่างมาก นางมิเพียงมีพร์ด้านวรยุทธอย่างเดียว นางคือคนที่มีพร์ครบทุกด้าน! โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมจิตใจให้สงบซึ่งส่งผลต่อการฝึกบรือวรยุทธอย่างมาก แน่นอนว่านางทำด้านนี้ได้ดีประดุจอัจฉริยะ
ซูอวี่ที่เงียบงันมานานปรากฏการตอบสนอง “หนังสือแต่งงานไม่ได้อยู่กับข้า …อยู่กับนางต่างหาก” ซูอวี่จ้องมองไปทางเยว่ชิง สุ้มเสียงเ็าของชายหนุ่มสามารถได้ยินโดยทุกผู้คน ทันใดนั้น แววตาของผู้คนกลับกลายเป็รังเกียจเดียดฉันท์หนักกว่าเดิม ตามหลักพิธีแต่งงานศักดิ์สิทธิ์ บุรุษที่ถือเป็ผู้นำควรต้องเป็คนเก็บหนังสือแต่งงานไว้กับตัวซึ่งซูอวี่มิได้ทำเช่นนั้น “…เยว่ชิงภรรยาข้า ข้าไม่มีสิทธิ์พูดอะไรมาก แต่ข้าอยากให้การตัดสินใจนี้เป็เื่ระหว่างเราสองคน ถ้าเ้ารู้สึกอับอายที่ต้องมีข้าเป็สามีจงทำลายหนังสือแต่งงานเล่มนั้น ข้าล้วนไม่มีข้อโต้แย้งใด”
คำพูดของเขาราวกับหอกแหลมแทงทะลุจิตใจของนาง ถึงเมื่อคืนนี้นางจะพูดให้เขาตัดใจจากตนเอง… แต่นั่นล้วนหาได้ใช่ความรู้สึกที่แท้จริงไม่ นางรู้สึกผิดอยู่มากที่พูดเช่นนั้นออกไป นางเพียงพูดออกไปด้วยความหวังดี
เมื่อครั้นยังเยาว์วัยซูอวี่คงเข้าใจว่าเป็เหตุบังเอิญที่ทำให้นางได้มาเจอกับเขาในป่าลึก แท้จริงแล้ว เยว่ชิงเดินทางไปหาเขาด้วยความ้าของตัวเอง นอกจากนางจะหลงใหลในปู่ของเขา นางล้วนชมชอบซูอวี่มาั้แ่เด็กแล้วเช่นกัน ซูอวี่เป็บุรุษที่เข้มแข็งและขยันมั่นเพียรอย่างมาก เยว่ชิงคือโฉมงามล่มเมือง ตอนยังเด็กนางเคยถูกพวกอันธพาลรังแกและซูอวี่ก็ยื่นมือเข้ามาช่วย …ทั้งที่ ซูอวี่ในตอนนั้นยังอ่อนแอกว่าเยว่ชิงมากมายนัก แน่นอนว่าเขาถูกอันธพาลพวกนั้นทำร้ายจนาเ็สาหัส ทว่า พวกผู้าุโตระกูลเยว่ล้วนมาช่วยได้ทันกาลพอดี
ดูเหมือนซูอวี่จะจำไม่ได้เลยว่าเคยช่วยนางเอาไว้ และเยว่ชิงยังเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจเสมอ แม้ภายนอกนางจะแสดงกิริยาเ็าไร้เยื่อใยต่อเขาก็ตาม
แทบจะในทันที ซูอวี่กู่ะโก้อง “แต่ทว่า ถ้าเ้ายังเชื่อใจในสามีคนนี้ว่าจะกลายเป็บุรุษที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้า เ้าจงรักษาหนังสือแต่งงานเล่มนั้นไว้ และในวันที่เราพบกันอีกครั้ง ข้าจะกลายเป็บุรุษที่สามารถทำให้เ้าพูดอวดกับผู้อื่นได้อย่างภูมิใจ” ทันใดนั้นเองที่ซูอวี่หันกายกลับคิดเดินทางออกจากเมืองธาราคราม
คิ้วงามของเยว่ชิงเลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ น้ำตาบริสุทธิ์ของหญิงสาวไหลรินดุจสายธาร ถึงแม้เขาจะถูกกดดันจากผู้คนทั่วทั้งเมือง สีหน้าของซูอวี่กลับสงบนิ่งดุจผิวน้ำ นี่คือความเข้มแข็งที่นางปลาบปลื้มครั้นเยาว์วัย การที่นางสามารถปรับเปลี่ยนห้วงอารมณ์ว้าวุ่นแปรเปลี่ยนเป็ความสงบในชั่วพริบตา หญิงสาวล้วนได้รับอิทธิพลมาจากซูอวี่ทั้งสิ้น นางไม่ได้มอบคำตอบใดแก่เขาหลงเหลือไว้เพียงรอยยิ้มบางบนใบหน้า
“ท่านผู้าุโหลงเจียง!!” เหยาหยี้แผดเสียงสนั่นลั่นเมืองขณะโค้งคำนับไปทางผู้าุโหลงเจียง “การที่พิธีแต่งงานถือเป็ความศักดิ์สิทธิ์แห่งทวีปัถูกย่ำยีเช่นนี้ ท่านผู้าุโที่เป็คนสนิทกับท่านจักรพรรดิหลงเทียนกล้าเมินเฉยได้หรือขอรับ!! เขาหยามเกียรติฟ้าดิน บรรพบุรุษตนเองและราชวงศ์ัที่ให้มาเป็สักขีพยานนะขอรับ!!”
ไม่ทราบว่าเหยาหยี้ไปเอาความหาญกล้าบ้าบิ่นนี้มาจากไหน มันกล้าพูดต่อผู้าุโหลงเจียงได้อย่างห้าวหาญ เห็นได้ชัดจากถ้อยคำที่ว่า “กล้าเมินเฉยได้หรือ” นี่ราวกับการตอกย้ำว่าผู้าุโหลงเจียงไร้ซึ่งความรับผิดชอบ เหยาหยี้กล้าสั่งสอนบุคคลในตำนาน!! ผู้คนมากมายสีหน้าขาวซีดดุจกระดาษ ในขณะที่มีคนหลายคนยกนิ้วให้เหยาหยี้ ถ้าผู้าุโหลงเจียงลงมือเอง ตระกูลซูย่อมถูกลบหายจากเมืองเป็แน่
“ทะ…ท่านผู้าุโหลงเจียง ความอัปยศอดสูนี้ลูกหลานตระกูลซูมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องซูลงหรือซูอวี่แต่อย่างใดขอรับ! เื่นี้ผู้คนทั้งตระกูลซูสามารถเป็สักขีพยานได้” ผู้คนในตระกูลซูมากมายดิ้นพล่านราวกับถูกสาดน้ำร้อนใส่ พวกเขาออกมาแก้ต่างในทันที โดยมีผู้าุโเป็แกนนำหลัก
ผู้าุโหลงเจียงมองมาทางผู้คนที่เรียกร้องอย่างไร้อารมณ์ แววตาของผู้ชราเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง เกียรติยศ ศักดิ์ศรีความเชื่อ นั่นไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกอะไรด้วยเลย พิธีแต่งงานนี้ไม่ได้ทำให้ผู้าุโหลงเจียงรู้สึกว่าตนเองถูกล่วงเกินแต่อย่างใด แม้กระทั่งคำพูดของเหยาหยี้เมื่อครู่ยังเล็กน้อยจนเขาสามารถมองข้ามได้
“ท่านผู้าุโหลงเจียงโปรดเมตตาพวกเขาด้วย” เยว่ชิงคุกเข่าก้มเคารพต่อหน้าผู้าุโหลงเจียงด้วยสีหน้าอ้อนวอน นางไม่อยากให้เฒ่าซูและซูอวี่ถูกผู้าุโหลงเจียงลงโทษ
“วางใจเถิด ข้าไม่คิดมีส่วนยุ่งเกี่ยวอันใด การที่ข้าได้เ้ามาเข้าร่วมกับวังัล้วนเป็ประโยชน์มากมายแล้ว”
ทันใดนั้น สีหน้ากังวลของหญิงสาวกลับกลายเป็รอยยิ้มยินดี ทุกผู้คนล้วนไม่สามารถได้ยินบทสนทนาระหว่างผู้าุโหลงเจียงและเยว่ชิง สืบเนื่องจากผู้าุโหลงเจียงตั้งใจใช้พลังปราณเพื่อปิดกั้นการสนทนาไว้
“แม่นางเยว่ ท่านได้ยินคำพูดของซูอวี่มันหรือไม่ ท่านรีบทำลายหนังสือแต่งงานนั้นเสียเพื่อมิให้ตระกูลเยว่ต้องอับอายไปมากกว่านี้” เหยาหยี้กล่าวคำขณะมองไปทางเยว่ชิงซึ่งลอยกายนิ่งอยู่บนฟ้า “ท่านคงสับสนเมื่อได้รู้ความจริง พวกมันควรต้องได้รับการลงโทษจากชาวเมือง ซึ่งเฒ่าซูและซูอวี่กลับลากตระกูลเยว่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เพียงแม่นางเยว่ทำลายหนังสือแต่งงานเล่มนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนถือเป็โมฆะ ผู้คนมากมายเข้าใจในตัวท่านและยินดีสนับสนุนการตัดสินใจของท่านอย่างแน่นอน”
สีหน้าเรียบนิ่งเ็าของเยว่ชิงทอดมองผู้คนเบื้องล่าง ั์ตาไร้อารมณ์ฉายประกายรังเกียจเมื่อสบตากับเหยาหยี้ ด้วยนิสัยของมันและการสนับสนุนจากตระกูลเหยา เหยาหยี้กลับกระทำเื่ชั่วช้าได้อย่างไร้ยางอาย นางรู้สึกขยะแขยงอย่างมาก
“คนนอกไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับเื่ของเรา”