บทที่ 27 สัตว์ภูตแปลกประหลาด
ท้องฟ้าเริ่มมืด ความหนาวเย็นค่อย ๆ ปกคลุมไปทั่ว ถนนเงียบงันลง แทนที่ด้วยเสียงเห่าของสุนัขดังก้อง
เจียงผิงอันเดินไปทางป่าทิศตะวันตก เขาออกมองหาสัตว์ภูตเพื่อทดสอบเคล็ดเทียนซาที่เพิ่งฝึกมา
ทางเมิ่งจิงที่แอบออกมาซื้อขนมอบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเจียงผิงอัน
“เหตุใดเขาถึงออกมาดึกนัก? เขาลอบออกไปซื้อขนมเช่นกันหรือ?”
เมิ่งจิงกำลังจะจากไป แต่จู่ ๆ นางก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ จึงชะงักไปชั่วครู่ "หรือว่าเขาจะลอบนัดพบกับนังจิ้งจอกที่ไหน?"
ครั้นคิดถึงสิ่งนี้ นางก็นึกเคืองเล็กน้อย “ในฐานะทหาร เ้าทำเช่นนั้นได้ยังไง เอาละ ข้าจะจับเ้าแล้วนำไปรายงานให้ท่านพ่อทราบ!”
เมิ่งจิงใส่ขนมลงในถุงใบเล็กที่ข้างเอว แล้วสับขาเรียวเล็กลอบตามไป
เมื่อเข้าไปในป่า เจียงผิงอันก็แตะตาขวาของตน
เห็นได้ชัดว่าภายในป่ามืดสนิท ทว่าการมองเห็นของเขากลับไม่ได้รับผลกระทบเลย
ไม่ใช่ว่าเขาเรียนรู้วิชาอันใดมา แต่นี่เป็การทำงานของเนตรสีเื
เท่าที่รู้ตอนนี้คือตาขวานั้นสามารถจัดการกับวัตถุ การเพิ่มพลังของเคล็ดเทียนซา และช่วยการเพิ่มการมองเห็น
เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าตาข้างนี้ยังมีความสามารถอื่นอีกหรือไม่
"โฮก!"
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามของสัตว์ดังออกมาจากในป่า เสียงนั้นดังสนั่นสั่นะเืไปทั่วทั้งป่าจนทำให้นกและสัตว์ต่าง ๆ หนีแตกฮือด้วยความหวาดกลัว จนเห็นได้ชัดแม้ในคืนที่มืดมิดอย่างนี้
ทางเจียงผิงอันที่ได้ยินเสียงพลันดวงตาสว่างวาบ ดูท่าว่าจะมีสัตว์ภูตให้เขาสามารถใช้ทดสอบเคล็ดเทียนซาแล้ว
เขาเร่งความเร็วไปยังทิศทางของเสียง
เมิ่งจิงที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังกัดขนมเข้าปากแล้วพึมพำ "แทนที่จะลอบนัดพบใคร ชายผู้นี้กลับมาที่นี่เพื่อฝึกฝนงั้นหรือ?"
คิดแล้วก็ตามต่อไป
หลังจากผ่านไปครึ่งก้านธูป เมิ่งจิงก็พลันชะงักเท้า ก่อนดวงตาอันงดงามของนางจะเบิกกว้าง
ท่ามกลางสายตาของนาง ม้าที่งดงามยิ่งตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
ถึงเรียกว่าม้า แต่มันก็แตกต่างจากม้าทั่วไปมาก
สัตว์ภูตตัวนี้มีหางยาว ขนยาวปลิวไปตามสายลมทำให้ดูงามสง่าและหล่อเหลา
มันมีั์ตาสีทอง รูปร่างสูงโปร่ง และกล้ามเนื้อนูนชัดยามเคลื่อนไหว
ทั้งนี้รอบ ๆ ตัวมันยังมีแสงสีขาวจาง ๆ เรืองรองตัดกับความมืดโดยรอบจนเห็นได้ชัดเจน
มันจะมีม้าที่งดงามเช่นนี้อยู่ในโลกได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ม้าตัวนี้แปลกมาก ม้าตัวอื่นกินหญ้า หากเ้าตัวนี้กลับกำลังกินสัตว์ภูต!
ยามเมิ่งจิงเฝ้าสังเกตสัตว์ภูตตัวนี้ ทางเจียงผิงอันก็ทำการสังเกตมันเช่นกัน
แต่เขาไม่รู้ว่ามันเป็สัตว์ภูตประเภทใด ถึงยังไงซะในโลกนี้ก็มีสัตว์นับพันล้านชนิด จึงเป็เื่ปกติที่จะมีสัตว์ภูตที่เขาไม่รู้จัก
“ไม่รู้ว่าสัตว์ภูตตัวนี้อยู่ขั้นใดกันแน่?”
เจียงผิงอัน้าเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า แต่เขาเกรงว่าสัตว์ภูตตัวนี้จะทรงพลังเกินจะรับมือ จนทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายแทน
เมื่อเขาคิดถึงตรงนี้ กระแสน้ำอุ่นก็ไหลผ่านตาขวา ก่อนเขาจะมองเห็นความผันผวนของพลังงานในร่างกายของสัตว์ภูตตัวนั้น
“ขอบเขตก่อปราณขั้นห้า?”
เจียงผิงอันสะดุ้งเล็กน้อย
เื่นี้มันยังไงกัน? เหตุใดเขาจึงมองเห็นพลังงานในร่างกายของสัตว์ภูตได้?
ตาขวานี้ยังมีความสามารถในการระบุขั้นพลังของสิ่งมีชีวิตด้วยงั้นหรือ?
ภายใต้สถานการณ์ปกติ มันจะเป็เื่ยากยิ่งที่สัตว์ภูตและผู้ฝึกตนจะรับรู้ถึงความแข็งแกร่งอย่างเจาะจงของกันและกันได้โดยไม่ปล่อยกลิ่นอายของตัวเองออกมา
แต่ตาขวานี้ไม่รู้ว่ามีพลังพิเศษอะไร แม้อีกฝ่ายจะไม่ปล่อยพลังงานออกมา แต่มันก็ยังสามารถเห็นความผันผวนของพลังงานของคู่ต่อสู้ได้!
เจียงผิงอันยินดียิ่ง
ความสามารถนี้จะช่วยเสริมความสามารถในการเอาตัวรอดของเขาได้อย่างมหาศาล
เพราะท้ายที่สุด หากเขาสามารถรู้ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ล่วงหน้าได้ เขาก็จะมีเวลาเตรียมตัว
เมื่อเห็นว่าขั้นพลังของสัตว์ภูตตัวนี้ไม่สูงนัก เจียงผิงอันก็รีบวิ่งออกไปจากด้านหลังต้นไม้
ครั้นสัตว์ภูตสีขาวที่กำลังเพลิดเพลินกับการกิน พอเห็นเขาก็รีบวิ่งหนีไป
ชั่วขณะนี้เอง เจียงผิงอันพลันใช้เคล็ดเทียนซา
ศพจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในทันใด โดยบ้างก็ศีรษะร่วงหล่น บ้างก็กลายเป็ซากแห้งกรัง บ้างก็ถูกสะบั้นตัวขาดเป็สองท่อน ซึ่งเืของพวกมันรวมตัวกันเป็แม่น้ำสีแดงฉาน...
เดิมที ป่าแห่งนี้เป็เพียงพื้นที่รกร้าง แต่การปรากฏของซากศพที่น่าสลดใจเหล่านี้กลับทำให้บรรยากาศหนาวเย็นพลันมืดมนจนถึงขีดสุด
จู่ ๆ แมลงก็หยุดส่งเสียง ทางร่างเล็ก ๆ ของเมิ่งจิงที่อยู่ห่างไกลก็เหยียดกายขึ้น ร่างกายสั่นเทา บนสีหน้าปรากฏเค้าความตื่นตระหนกอย่างไม่อาจห้ามได้
“เคล็ด… เคล็ดเทียนซา… เขา… เขาสังหารผู้คนไปมากมาย...”
นางจำเคล็ดวิชาที่เจียงผิงอันใช้ได้
นิมิตที่นักฆ่าทั้งสี่ที่นางพบรวมกันปล่อยออกมาใน่กลางวันวันนี้ยังไม่น่ากลัวเท่ากับนิมิตที่เจียงผิงอันปล่อยออกมาคนเดียวเลย!
ูเาซากศพและทะเลเื!
ชายผู้คนนี้เป็ปีศาจงั้นหรือ?
สัตว์ภูตสีขาวที่อยู่ใกล้กับเจียงผิงอันรู้สึกได้แจ่มชัดที่สุด ั์ตาสีทองของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เจียงผิงอันผู้ใช้วิชาดังกล่าวก็รู้สึกไม่สบายตัวเช่นกัน เขารู้สึกวิงเวียนยิ่ง
การใช้เคล็ดเทียนซาผลาญพลังจิตมหาศาล หลังจากใช้ไปครู่หนึ่ง ก็ทนไม่ค่อยไหวแล้ว
เจียงผิงอันรีบลบนิมิตนั้นทิ้งและะโขึ้นไปบนตัวสัตว์ภูตสีขาวแปลกประหลาดตัวนี้
ด้วยเจียงผิงอันถูกใจสัตว์ภูตตัวนี้ั้แ่แรกเห็น
สัตว์ภูตตัวนี้สง่างามมาก มันสูงกว่าม้าธรรมดา ขนสลวยเป็ธรรมชาติ ทั้งยังมีดวงแสงสีขาวแปลก ๆ ล้อมรอบ
นับั้แ่ที่เขาเห็นผู้ฝึกยุทธ์ขี่อินทรีั์ เจียงผิงอันก็อยากมีสัตว์พาหนะเป็ของตัวเองมาโดยตลอด
เขายังถามผู้เฒ่าหลี่ด้วยว่าจะหาสัตว์พาหนะได้อย่างไร อีกฝ่ายบอกว่าเขาสามารถหาซื้อได้จากเมืองเฮยเฟิง แต่ราคาจะสูงยิ่ง
เจียงผิงอันไม่มีเวลาไปเมืองเฮยเฟิง ดังนั้นเื่นี้จึงถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักไป
ครั้นได้เห็นสัตว์ภูตที่งามสง่าและหล่อเหลาในวันนี้ เจียงผิงอันก็รู้สึกหวั่นไหวอีกครั้ง
เจียงผิงอันะโขึ้นไปบนหลังของสัตว์ภูต ก่อนกอดคอของมันเอาไว้แน่น
สัตว์ภูตตัวนั้นพลันส่งเสียงร้องออกมา แล้วะโดีดขาขึ้นอย่างแรง โดยพยายามจะสะบัดเจียงผิงอันออกจากหลังมัน
แต่เจียงผิงอันเลือกสัตว์ภูตตัวนี้แล้ว ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็จะต้องพิชิตมันให้ได้
สัตว์ภูตโกรธยิ่ง มันะโขึ้นไปบนลำต้นของต้นไม้หนาทึบด้วยพละกำลังทั้งหมด จากนั้นจึงพลิกร่างกระแทกลงพื้น
ตู้ม!
ทั้งสองกระแทกพื้นอย่างแรง ฝุ่นดินฟุ้งตลบไปทุกที่
เจียงผิงอันส่งเสียงครวญครางอู้อี้ แต่มือยังคงกอดคอของมันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เจียงผิงอันกอดมันแน่นขึ้น "จำนนให้ข้า!"
สัตว์ภูตดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของอีกฝ่าย จึงยิ่งโกรธมากขึ้น คราวนี้ มันะโสูงขึ้นแล้วกระแทกลงพื้นอีกครั้ง
เจียงผิงอันยังคงไม่ปล่อยมือ "จำนนให้ข้าซะ!"
"ข้าก็อยากได้สัตว์ภูตตัวนี้เหมือนกัน! ข้าก็อยากได้มันเช่นกัน!"
ร่างกายของเมิ่งจิงกลับมาเป็ปกติแล้ว ซึ่งเมื่อนางเห็นการกระทำของเจียงผิงอัน นางก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งใด
ตัวนางก็ถูกใจสัตว์ภูตที่งดงามตัวนี้เช่นกัน จึงรีบวิ่งมาจากระยะไกลแล้วะโขึ้นไปบนหลังของสัตว์ภูต
สัตว์ภูตส่งเสียงคำราม มันโยกร่างไปมาอย่างแรง ั์ตาสีทองของมันเต็มไปด้วยความเดือดดาลและไม่เต็มใจ
มนุษย์สองคนนี้บังอาจขี่หลังมัน ให้อภัยไม่ได้!
เมิ่งจิงเกือบถูกสะบัดทิ้งแล้ว นางพลันกอดหลังของเจียงผิงอันไว้แน่น
“เ้าลงไปเร็วเข้า! มันอันตราย!” เจียงผิงอันะโ
อีกฝ่ายเป็บุตรสาวของท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพมีเมตตาต่อเขา ตัวเขาไหนเลยจะปล่อยให้นางตกอยู่ในอันตรายได้
“ไม่! สัตว์ภูตตัวนี้งดงามมาก ข้าเองก็อยากได้เหมือนกัน เ้าปราบมันแล้วขายให้ข้าซะ”
ขาของเมิ่งจิงนั้นสั้นไปหน่อย ยามขี่นางจึงไม่สามารถหนีบตัวมันได้ ดังนั้นนางจึงเลือกพันขาไว้รอบ ๆ เอวของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันยังอยากจะพูดอะไรเพิ่ม แต่จู่ ๆ สัตว์ภูตสีขาวก็เริ่มวิ่งอย่างบ้าคลั่ง
ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวทำให้เขานึกหวาดกลัว จึงคว้าคอของสัตว์ภูตอีกครั้ง
ต้นไม้โยกไหวไปข้างหลังอย่างบ้าคลั่ง ตัวกิ่งก้านที่กระทบร่างกายทำให้พวกเขาเ็ปอย่างยิ่ง
เมิ่งจิงอิงแนบไปบนหลังของเจียงผิงอัน นางหรี่ตาลงไม่กล้าลืมเต็มที่ ขณะเดียวกัน ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางก็เผยความใยามมองดูสัตว์ภูตบินได้
“สัตว์ภูตตัวนี้เกือบจะไล่ทันท่านพ่อของข้าแล้ว! มันให้ก่อิญญาภูตแล้วงั้นหรือ?”
อนึ่งการก่อิญญาภูตนั้นเทียบเท่ากับการสร้างรากฐานของผู้ฝึกตน
เจียงผิงอันเองก็ใกับความว่องไวของสัตว์ภูตเช่นกัน มันรวดเร็วเกินไป!
“มันยังไม่ได้ก่อิญญาภูต มันเทียบเท่ากับขอบเขตก่อปราณขั้นห้าเท่านั้น”
“เป็ไปไม่ได้! สัตว์ภูตระดับห้าจะเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร มันไม่ใช่สัตว์ภูตบินได้!”
เสียงของเมิ่งจิงแตกพร่าเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าหลังจากรับรู้ระดับของสัตว์ภูตตัวนี้ นางก็ใยิ่งกว่าเดิม