บรรยากาศในจวนสกุลหลิวยังคงอึมครึมเหมือนเดิม หลิวซินถูกกักบริเวณมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เธอใช้เวลาไปกับการอ่านตำราโบราณจนเกือบจะหมดห้องเก็บของ และเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เธอรู้สึกโกรธหรือคับข้องใจ ร่างกายของเธอมักจะร้อนผ่าวอย่างประหลาด ราวกับมีเปลวไฟบางอย่างกำลังก่อตัวอยู่ภายใน แต่นอกเหนือจากเื่นี้ เธอก็แทบจะไม่ได้สนใจเื่ราวภายนอกเลย จนกระทั่งเหมยลี่ สาวใช้คนสนิทแอบนำข่าวสารจากตลาดมาเล่าให้ฟัง
"คุณหนูเ้าคะ ท่านต้องไม่เชื่อแน่ๆ" เหมยลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ขณะนำสำรับอาหารเข้ามาให้ "มีข่าวลือว่ากองทัพไป๋หูที่รุกรานชายแดน พ่ายแพ้ย่อยยับพ่ะย่ะค่ะ!"
หลิวซินเงยหน้าจากตำรา "อะไรนะ?"
"ใช่เ้าค่ะ! เขาว่ากันว่ามีแม่ทัพลึกลับที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้า มีฉายาว่า 'แม่ทัพเงา' เป็คนนำทัพไป๋หูพ่ายแพ้! เขาใช้กลยุทธ์ที่แปลกประหลาดมากจนพวกนั้นตั้งตัวไม่ติด"
หลิวซินรู้สึกทึ่งและให้ความสนใจกับข่าวนี้เป็พิเศษ โลกภายนอกที่ดูเหมือนสิ้นหวัง ยังคงมีคนที่สร้างปาฏิหาริย์ได้จริงหรือ? ข่าวนี้ทำให้จิตใจที่เคยห่อเหี่ยวของเธอมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เธอคิดถึงชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากา และความไม่เป็ธรรมที่เกิดขึ้นกับพวกเขา ความมุ่งมั่นที่จะทำบางสิ่งเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ในคืนต่อมา หลิวซินตัดสินใจทำในสิ่งที่กล้าหาญที่สุด เธอแอบหนีออกจากจวน โดยใช้เส้นทางลับที่เธอมักจะใช้หลีกเลี่ยงการพบเจอผู้คนที่ไม่พึงประสงค์ในจวนอยู่เป็ประจำ เธอสวมชุดชาวบ้านธรรมดาๆ และนำเงินเก็บติดตัวไปไม่มากนัก จุดหมายปลายทางของเธอคือหมู่บ้านชายแดนที่ถูกกองทัพไป๋หูทำลาย
เมื่อเดินทางไปถึง หลิวซินก็พบกับภาพที่น่าสลดใจ หมู่บ้านที่เคยสวยงามกลายเป็ซากปรักหักพัง ผู้คนบางส่วนหนีไปหมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มเด็กๆ กำพร้าที่กำลังรวมตัวกันอยู่รอบกองไฟเล็กๆ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหิวโหย หลิวซินรู้สึกปวดร้าวหัวใจ เธอรีบนำอาหารและเงินที่เธอมีออกมาแจกจ่ายให้เด็กๆ เ่าั้
"พี่สาวมาจากไหนหรือเ้าคะ?" เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"พี่มาจากเมืองหลวงจ้ะ" หลิวซินตอบพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยพวกหนูเอง"
เธอใช้เวลาที่เหลืออยู่ดูแลเด็กๆ เ่าั้ ช่วยทำแผล และเล่านิทานให้พวกเขาฟัง เธอไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อน การได้ทำสิ่งที่เป็ประโยชน์และได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอยังมีคุณค่ามากกว่าการเป็เพียงแค่บุตรสาวของขุนนางที่ถูกนินทาว่าเป็นางร้าย
เมื่อฟ้าเริ่มมืด หลิวซินจำเป็ต้องเดินทางกลับ แต่ขณะที่เธอกำลังเดินทางอยู่ในป่าลึก พายุฝนก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนัก สายฝนที่เทกระหน่ำทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหาที่หลบฝน แต่กลับพลัดหลงและลื่นล้มลงไปในหุบเหวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้ ร่างกายของเธอกระแทกเข้ากับก้อนหินอย่างรุนแรง เธอรู้สึกเ็ปไปทั้งตัว ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง
ในขณะที่สติของเธอกำลังเลือนลาง หลิวซินก็ััได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของตัวเอง เปลวไฟจางๆ สีทองแดงเริ่มล้อมรอบตัวเธอ ราวกับเกราะป้องกันจากความหนาวเย็นของพายุฝน เธอใและพยายามควบคุมมัน แต่เปลวไฟนั้นกลับเต้นรำไปตามอารมณ์ของเธอ ราวกับมีชีวิต
ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ แต่เป็เสียงที่มั่นคงและเงียบสงบในเวลาเดียวกัน หลิวซินพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่คอของเธอกลับแหบแห้งจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำและควันขาวจากไอน้ำที่กระทบกับเปลวไฟ หลิวซินมองเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเขา เขาดูสูงใหญ่ในชุดสีดำที่เปียกชุ่มจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเงินภายใต้ความมืด ส่องประกายเย็นเยียบและลึกลับราวกับดวงดาวในห้วงอวกาศ เธอมั่นใจว่าไม่เคยพบชายผู้นี้มาก่อน แต่กลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่คุ้นเคยจากเขา พลังงานที่ทำให้ร่างกายของเธอตอบสนองอย่างรุนแรง
ชายผู้นั้นคือหลงเฟยที่กำลังเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ที่เขาเคยใช้เป็ฐานที่มั่นลับเมื่อครั้งมาถึงโลกใบนี้ครั้งแรก เขาบังเอิญผ่านมาเจอหญิงสาวในชุดชาวบ้านที่กำลังนอนหมดสติอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีทองแดงที่ล้อมรอบตัว เปลวไฟนั้นไม่เป็อันตรายต่อสิ่งใดๆ รอบกาย แต่มันกลับแผ่พลังงานที่เขารู้สึกได้ถึงความโบราณและบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด
หลงเฟยรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก เขามองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า เขาใช้เซนเซอร์ที่ฝังอยู่ในดวงตาเพื่อวิเคราะห์พลังงานที่แผ่ออกมาจากเธอ ข้อมูลที่ได้ทำให้เขาต้องประหลาดใจเป็สองเท่า พลังงานนี้ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของเขา และมันก็เชื่อมโยงกับพลังงานที่เขาตรวจจับได้จากซากโบราณสถานแห่งหนึ่งในป่าลึก
ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวอย่างระมัดระวัง เขาใช้มือััเบาๆ ที่หน้าผากของเธอเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ เปลวไฟที่ล้อมรอบตัวเธอพลันสงบลงในทันทีที่เขาเข้ามาใกล้ ราวกับมันยอมจำนนต่อพลังงานบางอย่างจากเขา หลงเฟยรู้สึกถึงอุณหภูมิที่สูงผิดปกติในร่างกายของเธอ เขาอุ้มเธอขึ้นมาอย่างง่ายดาย เธอมีร่างกายที่บอบบางและเบาหวิว ราวกับขนนก
ในอ้อมแขนของเขา หลิวซินััได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา มันไม่ใช่ความร้อนจากไฟ แต่เป็ความอบอุ่นที่มั่นคงและปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึกถึงกลิ่นหอมจางๆ จากร่างกายของเขา กลิ่นที่ทำให้จิตใจของเธอสงบลงอย่างประหลาด ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป เธอก็ได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพเซียน ดวงตาที่เ็าแต่แฝงด้วยความห่วงใยชั่วขณะ และริมฝีปากที่ได้รูป...
หลงเฟยพาหลิวซินไปยังที่ซ่อนเล็กๆ ที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ เขาจุดไฟให้ความอบอุ่นและใช้ผ้าขนสัตว์ที่เขานำติดตัวมาด้วยเช็ดตัวให้เธออย่างเบามือ เขาตรวจสอบอาการาเ็ของเธอ พบว่ามีแผลถลอกเล็กๆ น้อยๆ ทั่วร่างกาย แต่ไม่มีาแที่ร้ายแรง หลงเฟยใช้ความรู้ด้านการแพทย์ในโลกอนาคตของเขา ผสมผสานกับการใช้สมุนไพรบางชนิดที่เขาพบในป่าเพื่อทำยาและปฐมพยาบาลให้เธอ
เขาเฝ้ามองเธอด้วยความสงสัย เขาไม่เคยสนใจเื่ความรักหรือความสัมพันธ์ในโลกเดิม เขาใช้ชีวิตอยู่แต่กับเทคโนโลยีและการเอาตัวรอด การได้ัักับความอบอุ่นของร่างกายหญิงสาว และการได้ใกล้ชิดกับเธอในระยะประชิดเช่นนี้ ทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขารู้สึกแปลกไปอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกนี้คล้ายกับความอยากรู้อยากเห็นในเื่ของจักรวาล แต่คราวนี้มันเกิดขึ้นกับคน เขาอยากรู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็ใครกันแน่ และเหตุใดพลังของเธอจึงสามารถเชื่อมโยงกับพลังงานที่พาเขาย้อนเวลามาได้
แสงจากกองไฟส่องกระทบใบหน้าของหลิวซิน ทำให้หลงเฟยได้เห็นความงามที่แท้จริงของเธอ ใบหน้าที่บอบบางแต่แฝงด้วยความดื้อรั้น จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากเล็กๆ ที่เผยอออกเล็กน้อยยามหลับใหล หลงเฟยเผลอยกมือขึ้นไปััแก้มของเธอเบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นที่เขาได้รับจากตัวเธอทำให้เขาอุ่นใจอย่างประหลาด นี่คือครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่เขาคิด
รุ่งเช้าเมื่อฝนหยุดตก หลงเฟยตัดสินใจพาหลิวซินกลับไปส่งที่ใกล้เมืองหลวง เขาสวมผ้าคลุมเพื่อปกปิดใบหน้าและตัวตนของเขาเอาไว้ เขาไม่ได้้าให้ใครรู้ว่าเขาเป็ใคร หรือเขามีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนนี้อย่างไร เขาวางเธอไว้ที่เชิงเขาซึ่งไม่ไกลจากถนนที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงนัก และทิ้งเงินส่วนหนึ่งไว้ให้เธอไว้ใช้จ่ายในการเดินทางกลับ เขาจากไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้
เมื่อหลิวซินตื่นขึ้น เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนผ้านุ่มๆ และมีสำรับอาหารวางอยู่ข้างๆ เธอรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก เธอจำได้เลือนรางถึงชายปริศนาคนหนึ่งที่อุ้มเธอไว้ และความอบอุ่นจากร่างกายของเขา เมื่อมองไปรอบๆ ก็ไม่พบใครแล้ว หลงเหลือเพียงร่องรอยของการก่อกองไฟที่มอดดับไปแล้วเท่านั้น เธอมองเงินที่วางอยู่ข้างๆ ตัวพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า
"ชายผู้นั้น... เป็ใครกันนะ" เธอกระซิบแ่เบา ขณะมองไปยังทิศทางที่เขาน่าจะจากไป
การพบกันสั้นๆ ในคืนพายุฝนนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตเธอไว้ แต่ยังทิ้งความประทับใจและความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่อาจลืมเลือนไว้ในใจของเธอ เธอไม่รู้เลยว่าชายผู้ลึกลับที่เธอเพิ่งพบเจอ คือคนเดียวกันกับ"แม่ทัพเงา"ผู้ที่กำลังจะสั่นะเืโลกใบนี้ และเธอก็ไม่รู้เลยว่า โชคชะตาได้นำพาให้เธอกับเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกันแล้วอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง... และการพบกันในครั้งนี้จะเป็เพียงจุดเริ่มต้นของเื่ราวทั้งหมดเท่านั้น