ศัตรูไม่เคยใจดีมารอคอยให้พวกเราเติบโตและพัฒนาให้เต็มที่ก่อนจึงมาหาดังนั้นตัวเองต้องพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ต้องมีพละกำลังความสามารถให้ดีเตรียมพร้อมไว้ก่อนจึงจะสามารถคุ้มครองตัวเองได้ จึงจะปกป้องคนที่ตนรักได้ จึงจะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างที่สำคัญกับตนได้ทว่าขณะนี้คงไม่ทันสำหรับตู้เซ่าฝู่เสียแล้ว
พลังกรงเล็บใกล้เข้ามาเรื่อยๆภาพที่สะท้อนผ่านม่านตาของตู้เซ่าฝู่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้แล้วว่ายอดฝีมือที่ปรากฏด้านหน้าของเขามีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ
“หากเส้นผมเขาหายไปแค่เส้นเดียวข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกเสียใจที่ต้องมาเกิดบนโลกนี้ ……”
ขณะที่ฝ่ามือกรงเล็บของชายชุดดำห่างตู้เซ่าฝู่เพียงสามนิ้วก็มีน้ำเสียงราบเรียบดังขึ้น ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเซ่าฝู่……
ด้านหลังของตู้เซ่าฝู่มีเงาของบุรุษท่าทางสง่าใกล้เข้ามาเรื่อยๆความรู้สึกในขณะนั้นรู้สึกเหมือนว่าเวลาผ่านไปช้ามาก ราวกับภาพลวงตาทว่าที่จริงมีชายเคลื่อนที่ไปด้านหน้าตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วจริงๆ
หลังจากที่ร่างอันสง่าของชายผู้หนึ่งปรากฏพลังปราณแห่งโบราณอันแข็งแกร่งที่ห้อมล้อมรอบกายตู้เซ่าฝู่จู่ๆ ก็หายไป ทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกผ่อนคลายลง
เมื่อชายคนนี้ปรากฏตัวขึ้นมาชายชุดดำกับชายชุดขาวที่สวมผ้าคลุมศีรษะขยับผ้าคลุมเล็กน้อยก็ตัวสั่นขึ้นมาแม้มองไม่เห็นสีหน้าแววตา ทว่าดูจากท่าทางก็พอคาดเดาได้ว่าพวกเขาเกรงกลัวชายท่าทางสง่าที่ปรากฏตัวคนนี้ชายชุดดำชุดขาวต่างสะดุ้งตกใจอย่างมาก
หลังจากตะลึงไปสักครู่พลังกรงเล็บที่ชายชุดดำจะส่งไปโจมตีตู้เซ่าฝู่ก็ถูกดึงกลับมาชายสวมผ้าคลุมจ้องชายที่เข้ามาผ่านช่องที่ลอดผ่านผ้าคลุมอย่างระแวงตาไม่กะพริบ
ทุกคนเมื่อเห็นก็นัยน์ตาสั่นไหว สายตาหันไปจับจ้องที่ชายท่าทางสง่างามที่จู่ๆปรากฏกายมาด้านหน้าตู้เซ่าฝู่ เมื่อเห็นชัดว่าผู้ที่มาคือใครแววตาของทุกคนก็ยิ่งตกใจประหลาดใจมากขึ้น
“นั่นคุณชายสามบ้านสกุลตู้นี่!”
“ทำไมคือคุณชายเมาหัวทิ่มแห่งบ้านสกุลตู้คนนั้นได้ล่ะ!”
“คุณชายสามมาแล้ว ทำไมคุณชายสามได้ล่ะ……”
ชาวเมืองทุกคนในบริเวณประหลาดใจถึงขีดสุดคนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตู้ถิงเซวียนคุณชายสามแห่งบ้านสกุลตู้
ในเมืองสือเฉิงคุณชายสามแห่งบ้านสกุลตู้เคยมีชื่อเสียงฉาวโฉ่โด่งดังพอๆกับคุณชายน้อยจอมทึ่ม ตู้เซ่าฝู่。
“น้องสาม……”
ตู้เจิ้นอู่ตู้จื้อสยงหันมาจ้องตากัน หลังจากที่ตะลึงทั้งสองก็เริ่มยิ้มแสดงสีหน้าดีใจออกมาแทน
เมื่อเสียงราบเรียบของผู้ที่มาดังขึ้น ตู้เซ่าฝู่เองก็รีบเบนตัวรีบเข้าไปยืนเคียงข้างบิดาของตน
บิดาขี้เมาของตนยังดูไม่สร่างเมาเท่าไร เสื้อผ้ายับเลอะเทอะไม่เรียบร้อยผมยาวกระเซิงปิดหน้าเห็นใบหน้าเพียงครึ่งหน้าในมือยังถือน้ำเต้าสุราขวดประจำอยู่ในมือ
“ท่านพ่อ”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึงแป๊บนึงก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นปีติสีหน้าดีใจอย่างมากไม่นานก็ค่อยๆ สงบลงสีหน้ากลับมาเป็นปกติ
“เจ้าไม่ตายแน่นอน”
ตู้ถิงเซวียนหันมาพูดกับตู้เซ่าฝู่เพียงประโยคสั้นๆพร้อมกับกลิ่นเหล้าที่ฟุ้งเตะจมูกมาก
“อืม”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า จากการใช้พลังจิตสำรวจ ตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ว่าบิดาขี้เมาวันนี้ไม่เหมือนปกติไม่เหมือนกับเมื่อก่อน ดูสง่าน่าเกรงขามกว่าเดิม
ที่ทำให้ตู้เซ่าฝู่ประหลาดใจยิ่งกว่าคือลมปราณบนตัวของบิดาขี้เมาเห็นได้ชัดว่าเขาสัมผัสได้แต่กลิ่นเหล้าทว่าบิดาเขากลับสามารถสร้างพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นทำให้พลังปราณอันน่าสยดสยองของชายชุดดำสลายหายไปได้
“ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที”
ชายชุดดำหันไปพูดกับตู้ถิงเซวียน
ตู้ถิงเซวียนแหงนหน้าไปมองแม้ชายชุดดำจะสวมผ้าคลุมศีรษะบังหน้าไว้ ทว่าตู้ถิงเซวียนกลับสามารถมองขาดตัวตนของพวกเขากล่าวว่า “เลิกทำอะไรลับๆ ล่อๆ ได้แล้วอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าคือใคร ถอดผ้าเถิด ทำอย่างกับคือผ้าบังยางอายของเจ้า”
“เหอะ!”
ชายชุดดำอุทานเชอะออกมา จากนั้นก็ดึงผ้าที่คลุมศีรษะทิ้งเผยให้เห็นแววตาดูคมเข้มนุ่มลึก ใบหน้าหล่อเหลาของเขาชายคนนี้คือบุรุษวัยกลางคนอายุราวๆ สี่สิบ
ชายชุดขาวที่ลอยอยู่กลางอากาศลังเลสักครู่แต่สุดท้ายก็เปิดผ้าคลุมศีรษะออกเช่นกัน
ทั้งสองอายุพอๆ กันชายชุดขาวดูร่างบางกว่าหน่อย แววตานิ่งสงบไม่เปลี่ยนแปลงไม่รู้ว่าในใจของเขากำลังคิดอะไร
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ชายชุดดำชุดขาวในใจรู้สึกสงสัยมากเพราะท่าทางของบิดาขี้เมาเหมือนกับไม่เพียงแต่รู้จักชายสองคนนี้แต่น่าจะรู้จักเป็นอย่างดีด้วย
นัยน์ตาของตู้ถิงเซวียนที่ถูกผมยาวบดบังไว้ส่วนหนึ่งสั่นไหวเขาหันกลับไปมองตู้เซ่าฝู่ จากนั้นหันกลับไปมองชายชุดดำ กล่าวว่า “บุตรชายของข้า พวกเจ้าเคยเห็นนานแล้วใช่หรือไม่ เขาเหมือนข้ามากเลยในที่สุดก็โตมาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าจะไม่เป็นห่วงเขาได้อย่างไร ไม่ง่ายเลยนะ”
พูดไปพูดมา มุมปากของตู้ถิงเซวียนโค้งขึ้นยิ้มขึ้นมาเขามีริมฝีปากบาง รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่มาจากใจและยิ่งเมื่อกล่าวว่าบุตรชายหน้าตาเหมือนตน เขาก็ยิ่งยิ้มอย่างมีความสุขกล่าวต่อว่า “พอมานับแล้ว พวกเจ้ามาคอยจับตาดูเกือบสิบเจ็ดปีแล้วใช่หรือไม่”
“เหอะ!”
ชายชุดดำไม่เข้าใจว่าตู้ถิงเซวียนหมายถึงอะไรดังนั้นตอบเพียงเสียงเหอะกลับมา จากนั้นก็จ้องตู้ถิงเซวียนตาเขม็งต่อไป
“พวกเจ้าอยากสังหารบุตรชายของข้าหรือ?” ตู้ถิงเซวียนเอ่ยถาม
“ข้าแล้วจะได้ไม่มีอะไรต้องห่วงภายหลัง”
ชายชุดดำนิ่งสักครู่ จากนั้นก็พูดกับตู้ถิงเซวียนพร้อมกับสายตาขมึงทึง“เจ้าสายเลือดจับฉ่ายนี้ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกอยู่แล้ว”
“เขาไม่ใช่สายเลือดจับฉ่าย เขาคือบุตรชายของข้า” ตู้ถิงเซวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลังน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความซื่อตรงและตั้งมั่น
“เพราะสายเลือดสกปรกของเจ้าทำให้เด็กสายเลือดผสมคนนี้เกิดมาหากไม่ได้เพราะเจ้า ทุกอย่างก็จะปกติเรียบร้อยดี”ชายชุดดำกล่าว
“เจ้าต้องได้รับการลงโทษจากคำพูดนี้ของเจ้า” น้ำเสียงนุ่มนวลของตู้ถิงเซวียนเริ่มกลายเป็นคลื่นเสียงที่แฝงด้วยความดุดัน
“ฮ่าๆ”
ชายชุดดำยิ้มจากนั้นก็หัวเราะเสียงดังเขาหันไปมองตู้ถิงเซวียน กล่าวว่า “ในช่วงสิบเจ็บปีมานี้แต่ละวันเจ้าเอาแต่เมาหัวทิ่ม ยังคิดว่าเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกหรือไงวันนี้เจ้าโผล่หน้ามาก็ดี งั้นก็จัดการไปพร้อมกันทั้งคู่เลยแล้วกัน”
“เจ้าจัดการข้าไม่ได้หรอก”
ท่ามกลางสายตาของทุกคนกำลังจับจ้อง ตู้ถิงเซวียนเงยหน้าขึ้นฟ้าจากนั้นจับผมที่กระเซิงปัดมาพาดที่บ่าเผยใบหน้าทั้งใบที่ปกติเปิดเพียงครึ่งเดียวให้เห็น
ใบหน้าคมคายสีหน้าตั้งมั่นของเขาเป็นสีหน้าที่ตั้งมั่นเหมือนกับตู้เซ่าฝู่ไม่มีผิด มีคิ้วดกดำโค้งเรียงตัวสวยขนตายาวงอน ซึ่งทำให้ใบหน้าดูอ่อนโยนลง เขาขมวดคิ้วราวกับมีเรื่องครุ่นคิดอยู่ในใจ
หากเขาแต่งตัวให้เรียบร้อยใบหน้าดูสดชื่นกว่านี้ใบหน้าหล่อเหลานี้ต้องทำให้สตรีที่ผ่านไปมามากมายหันหน้ามองตามเป็นแน่ทว่าวันนี้เขาหน้าตาดูสะลึมสะลือยังไม่สร่างเมาผมยุ่งกระเซิงมีหนวดเคราเฟิ้มจึงทำให้ดูโทรม
ทว่าก็ยังดูมีเสน่ห์มากอยู่ดีแม้จะเป็นน้ำเสียงของคนเมาทว่าเป็นเสียงที่ทุ้มต่ำฟังดูนุ่มลึกที่ทำให้สตรีใจสั่นได้ เป็นเสียงที่น่าหลงใหลเขาหันไปมองชายชุดดำ กล่าวว่า “ข้าเตือนว่าเจ้าไม่ควรแตะต้องบุตรชายของข้าเลยจริงๆนะ”
เมื่อน้ำเสียงอ่อนโยนของเขาพูดจบดวงตาของตู้ถิงเซวียนก็เริ่มดุดันขึ้น
“ข้าไม่ได้แค่จะแตะธรรมดาแต่จะฆ่าเขาซะ”
ชายชุดดำกล่าวต่อว่า “เจ้าน่าจะรู้ดี ไม่ใช่แค่ฆ่าพวกเจ้าสองพ่อลูก แต่เมืองสือเฉิงเมืองเล็กๆที่นี่ สำหรับพวกเราฆ่าล้างง่ายมากเหมือนแค่เป่าฝุ่นทิ้งเท่านั้น”
“พวกเจ้าหรือ? หมายถึงคนเบื้องหลังของพวกเจ้าใช่หรือไม่”
แววตาดุดันของตู้ถิงเซวียนเริ่มสั่นไหวกล่าวว่า “แต่อย่างน้อยๆ แค่เจ้าไม่ไหวหรอกตอนนั้นเจ้าก็ไม่ใช่ศัตรูของข้าแล้ว เมื่อเปรียบกับพวกเขา เจ้าถือว่าไม่ได้เรื่องเอาเสียเลยมิเช่นนั้นจะถูกส่งมาอยู่เขตชายแดนเช่นนี้หรือ ดูท่าในสายตาของพวกเขาเจ้ามันก็แค่คนไม่มีค่า”
“ตู้ถิงเซวียน แกอยากตายไวใช่ไหม!”
ชายชุดดำสีหน้าเคร่งเครียดจนถึงขีดสุดคำพูดของตู้ถิงเซวียนทิ่มแทงใจดำทำให้รู้สึกเจ็บปวด แววตาเริ่มเปี่ยมด้วยความอาฆาตแค้นลมปราณอันน่ากลัวถูกแผ่ออกมา เกิดอักษรยันต์ประกายแสงตัวใหญ่ขึ้นสว่างไสวราวกับกลุ่มดาวบนฟ้ายามราตรี
ทันใดนั้นลมปราณอันน่าสยดสยองนี้ก็แผ่ปกคลุมทั่วเมืองสือเฉิงเกิดลมกระโชกแรง ท้องฟ้าเปลี่ยนสี!
ชายเสื้อดำคำรามเสียงดังก่อนจากนั้นก็กำฝ่ามือ เกิดอักษรยันต์พรั่งพรูออกมาหล่อหลอมกลายเป็นกระบองสงครามบนกระบองสงครามมีพลังประกายแสงจ้าพร้อมกับอักษรยันต์ ร่างของชายชุดดำกระโจนเข้าหาตู้ถิงเซวียนและพูดข่มน้ำเสียงก้าวร้าว “ตู้ถิงเซวียน เจ้าไม่อาจมาเปรียบกับข้าได้หรอก พวกเจ้ามันก็แค่คนธรรมดาที่ต้อยต่ำเหมือนมดปลวกเป็นพวกชั้นต่ำ!”
“ซูม!”
เมื่อพูดจบกระบองสงครามที่เปี่ยมด้วยพลังปราณก็เกิดแสงระยิบระยับดั่งดวงดาวบริเวณที่กระบองพุ่งผ่าน ชั้นบรรยากาศก็บิดเบี้ยว เกิดเสียงซูมๆ จากลมพัดกระหน่ำอาวุธร้ายนี้พุ่งตรงเข้าหาศีรษะของตู้ถิงเซวียน
“โครม!”
เมื่อกระบองสงครามใกล้เข้ามาถึงด้านหน้าของตู้ถิงเซวียนมุมปากเขาก็กระตุกยิ้ม ดวงตาดำขลับคู่นี้ของเขาจ้องขมึงทึงอย่างอาฆาต จู่ๆสีหน้าท่าทางของเขาก็เปลี่ยนเป็นอีกคนมีลมปราณอันน่ากลัวระเบิดพลุ่งพล่านกระหน่ำออกมาจากภายในร่างของเขา
ในตอนนี้ตู้ถิงเซวียนไม่เหมือนคุณชายสามบ้านสกุลตู้ที่วันๆ เอาแต่เมาเหล้าอีกต่อไปท่าทางของเขาจู่ๆ ก็ดูสง่าน่าเกรงขามอย่างมากเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ราวกับว่าฟ้าดินเปลี่ยนสีได้อย่างไงอย่างงั้น!
ร่างของเขาเริ่มขยับเขาไม่ได้บุกเข้าหาหรือถอยหลัง แววตาอาฆาตของตู้ถิงเซวียนจับจ้องไปที่กระบองสงครามประกายแสงเขาดูไม่ร้อนรนและไม่คิดจะถอยหนี ไม่รู้ว่าเริ่มเมื่อไรในมือของเขาก็มีอักษรยันต์โถมกระหน่ำออกมาและเปลี่ยนสภาพเป็นหอกยาว
บนหอกยาวมีประกายสายไฟวิบวับเป็นแสงแวววาสาดส่องทั่วฟ้าเป็นบริเวณกว้าง ดูน่าตกใจและน่ากลัวมาก!
“ตู้ม!”
ก่อนกระบองสงครามเข้ามาถึง อากาศรอบๆ ก็เกิดเสียงระเบิดเมื่อกระบองสงครามเข้ามาใกล้ตู้ถิงเซวียนไม่ถึงหนึ่งนิ้ว ร่างของตู้ถิงเซวียนก็หายแวบทิ้งเพียงเงาจางๆขนาดเท่าคน กระบองสงครามแทงทะลุเงาปลอมของตู้ถิงเซวียนไปการโจมตีนี้ก่อให้เกิดแสงและคลื่นแรงทำให้คนมองประหลาดใจและสับสน
ขณะที่กระบองสงครามพุ่งทะลุเงาปลอมของตู้ถิงเซวียนชายชุดดำก็ตกใจจนขนลุกซู่ขึ้นมา แววตาดูตื่นตระหนกตกใจมากทันใดนั้นร่างจริงที่หายไปจู่ๆก็ปรากฏภายหน้าของชายชุดดำโดยอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองศอก
“ฟิ่วๆ!”
ระหว่างที่กำลังตื่นตกใจ ชายชุดดำก็รีบสร้างรั้วเป็นรัศมีอักษรยันต์ที่มีประกายแสงระยิบระยับเหมือนดาวไว้รอบตัวของเขา
“ช่วงสิบเจ็ดปีมานี้หากข้าไม่เมาหัวทิ่มทุกวัน พวกเจ้าจะวางใจได้อย่างไร แต่พวกเจ้าคิดจริงๆหรือว่าหลายปีมานี้ ข้าเอาแต่เมาอย่างเดียวจริงๆ?”