การปรากฏตัวของฉางเฟิงย่อมกลายเป็นจุดสนใจของหญิงสาวในนิกายภายนิกายธารวารีจำนวนศิษย์ผู้หญิงจะมากกว่าผู้ชาย เรียกได้ว่าศิษย์ 7 ใน 10ส่วนเป็นหญิงสาว เพราะทักษะวิชาของนิกายล้วนแต่เกี่ยวกับธารวารีและเหมันต์ซึ่งหญิงสาวจะเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้มากกว่าผู้ชายแน่นอนสำหรับอัจฉริยะไม่ว่าจะหญิงหรือชายล้วนไม่เกี่ยวมันขึ้นอยู่กับพรสวรรค์
“นั่นมันเขาไม่ใช่เหรอปรมาจารย์นักปรุงยาระดับ 8 ที่อายุน้อยที่สุดในทวีปเซียน ฉางเฟิง” ศิษย์คนหนึ่งเคยเห็นฉางเฟิงกล่าวขึ้น
“อะไรนะนั่นคือนักปรุงยาระดับ 8 งั้นเหรอ”
“ไม่น่าเชื่อนี่มันสมบูรณ์แบบเลยไม่ใช่เหรอ”
“หมายความว่ายังไง”
“พวกเจ้าดูหน้าตาราวกับสวรรค์สรรสร้างให้กับมือ เป็นนักปรุงยาระดับ 8 ที่อายุน้อยขนาดนี้แถมพลังบ่มเพาะนั่นขั้นเซียนอีกด้วย”
“จริงด้วยนี่มันออกจะสมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว ข้าไม่น่าเกิดมาในยุคนี้เลย” ชายหนุ่มหลายคนพากันรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
ฉางเฟิงได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงของศิษย์นิกายธารวารีคุยกัน
“ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอก”ซวนหยวนเสวี่ยพาฉางเฟิงไปยังยอดเขาของเหล่าผู้อาวุโสในนิกายพักอยู่
“ท่านผู้อาวุโสศิษย์พาปรมาจารย์ฉางเฟิงมาแล้ว” เมื่อถึงยอดเขาซึ่งมีตำหนักกลางน้ำอยู่ซวนหยวนเสวี่ยก็คารวะไปข้างหน้าทันที
“เข้ามา”เสียงอันน่าหลงใหลดังขึ้น
พวกฉางเฟิงเดินเข้าไปในตำหนักซึ่งตอนนี้มีระดับผู้อาวุโสหลายคนนั่งอยู่แต่ละคนต่างเป็นจักรพรรดิเซียนกันทั้งนั้น
“วิ้ง!!!!!!!!!!!”
ปราณกระบี่เหมันต์เล่มหนึ่งพุ่งตรงมาทางฉางเฟิงฉางเฟิงหรี่ตาลงปรากฎโกลาหลในร่างปะทุออกมาพร้อมกับนิ้วมือทั้งสองของฉางเฟิงกลายเป็นดัชนีกระบี่เข้าปะทะกับปราณกระบี่เหมันต์
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!”
ปราณกระบี่เหมันต์หายไปฉางเฟิงเองก็รู้สึกเย็นไปถึงกระดูกเห็นได้ชัดว่าปรากฎกระบี่เมื่อครู่รุนแรงมาก
“นี่คือการทักทายแบบใหม่งั้นเหรอ”ฉางเฟิงยิ้ม
“ขออภัยที่เสียมารยาทแต่ข้าได้ยินข่าวลือของเจ้ามาค่อนข้างมากเลยอยากจะทดสอบเล็กน้อย” ผู้อาวุโสที่เป็นชายคนหนึ่งกล่าว เขานั้นเป็นระดับจักรพรรดิเซียนขั้นที่ 1เห็นได้ชัดว่าพึ่งทะลวงระดับได้ไม่นานจึงมีสิทธิ์เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้
“ถ้างั้นข้าขอทดสอบบ้างนะ”เสี่ยวเฮ่ยกล่าวเสร็จแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวก็ปกคลุมตำหนัก
“อ๊ากกกกกกกก”เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ผู้อาวุโสหลายคนถึงกับทนไม่ใหวกระอักเลือดออกมา
“ผู้อาวุโสยั้งมือด้วย”ผู้นำนิกายธารวารีรีบปรากฏตัวและคารวะให้กับเสี่ยวเฮ่ย
“ไม่ต้องตกใจไปแค่ทดสอบเท่านั้นเอง”เสี่ยวเฮ่ยเย้ยหยัน
“เป็นคนของข้าที่เสียมารยาทขอให้ท่านผู้อาวุโสโปรดอภัย” ตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสพากันหวาดกลัวเพียงแค่แรงกดดันก็สามารถสังหารพวกเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“เหอะ...”เสี่ยวเฮ่ยเค้นเสียงและสลายแรงกดดันออก
“ยังไม่รีบขอบคุณผู้อาวุโสอีก”ผู้นำนิกายส่งสายตาเย็นชาไปยังผู้อาวุโสที่ลงมือทดสอบฉางเฟิง
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตา”คราวนีเขาหวาดกลัวมากจริงๆอีกฝ่ายแข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวซึ่งความแข็งแกร่งนี้ผู้นำนิกายเทียบไม่ได้เลย
“เอาละเรามาเข้าเรื่องกันเถอะข้าคิดว่าพวกท่าน่าจะได้ยินจากสหายซวนหยวนบ้างแล้ว” ฉางเฟิงกล่าว
“พวกเราเห็นด้วยกับแผนการของเจ้าเพราะจากพลังที่ผู้อาวุโสแสดงออกมาถ้าท่านลงมือคงลบสามนิกายได้ง่ายๆ” ผู้นำนิกายธารวารีกล่าว
“ข้าจะไม่ลงมือหรอกนะไม่งั้นพวกข้าจะหาพันธมิตรไปทำไม” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าสหายจะให้สมุนไพรเทพลงมือสินะ”อาจารย์ของซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
“ไม่ผิดสำหรับผู้นำและบรรพชนที่ซ่อนตัวอยู่ของสามนิกาย ข้าจะให้สมุนไพรเทพช่วยกันลงมือแน่นอนรวมถึงพวกท่านด้วยส่วนจักรพรรดิเซียนและเซียนทั่วๆไปข้าจะให้ตระกูลเซียนเป็นคนลงมือ” ฉางเฟิงกล่าว
“ถ้าเช่นนนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาขอแค่มีคนช่วยสู้กับระดับผู้นำพวกเราก็พอจะสามารถเอาชนะได้” ผู้นำนิกายกล่าว
“แล้วรางวัลที่เจ้าบอกว่าสามารถเป็นอะไรก็ได้ไม่ว่าจะปรุงยา ค่ายกลหรืออุปกรณ์จริงหรือไม่”อาจารย์ของซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
“ไม่ผิดสำหรับปรุงยาขอแค่พวกเจ้ามีสมุนไพรพร้อมข้าก็จะปรุงยาให้ ทำไม อยากจะให้ข้าปรุงยาให้ก่อนงั้นเหรอข้าก็ไม่ขัดหรอกนะแต่ต้องทำงานให้คุ้มด้วยละ” ฉางเฟิงกล่าว
“ของมันแน่อยู่แล้วพวกเราย่อมต้องลงแรงให้คุ้มค่าแน่นอน เพียงแต่เพื่อความแน่นอนข้าเลยอยากจะเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกข้าให้มากกว่านี้อีกเล็กน้อย” ผู้นำนิกายธารวารียังมีหน้าตาเหมือนกับหญิงสามอายุ 30ซึ่งมีความงามพร้อมกับเส้นผมสีฟ้าเหมือนกับทะเล เห็นได้ชัดว่านางเองก็มีสายเลือดของเผ่าอื่นเช่นกัน
“แล้วเจ้าต้องการเม็ดยาอะไร”ฉางเฟิงกล่าว
“ขอถามเจ้าสามารถปรุงยาระดับ 8 ขั้นสูงได้หรือไม่” ผู้นำนิกายกล่าว
“ไม่มีปัญหา”
“แล้วขั้นสูงสุดละ”
“ทำได้”ฉางเฟิงกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นข้ามีสมุนไพรกึ่งเทพอยู่จำนวนหนึ่งข้าอยากจะให้เจ้าปรุงยาสู่เทพได้หรือไม่มันเป็นเม็ดยาระดับ 8 เท่านั้น” ผู้นำนิกายกล่าว
เมื่อได้ยินชื่อของเม็ดยาระดับผู้อาวุโสหลายคนก็นั่งไม่ติดเพราะเม็ดยาสู่เทพคือเม็ดยาที่จะช่วยให้จักรพรรดิเซียนขั้นที่ 9กลายเป็นกึ่งเทพในทันที และเมื่อฟ้าดินเกินการเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถกลายเป็นเทพได้ในอนาคต
“ข้าไม่เคยปรุงเม็ดยาสู่เทพอาจจะต้องใช้เวลาศึกษาสักหลายวันก่อน”ฉางเฟิงกล่าว
“ไม่มีปัญหาพวกเรารอได้”หลังจากนั้นทางนิกายก็เตรียมที่พักที่ดีที่สุดให้กับฉางเฟิง และทางนิกายได้สั่งห้ามกระจายข่าวของฉางเฟิงออกไปด้านนอกรวมถึงห้ามเสียมารยาทต่อฉางเฟิงเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรือผู้อาวุโสเพราะตัวอย่างมันพึ่งปรากฎให้เห็น
ผู้นำนิกายได้นำสมุนไพรกึ่งเทพมาให้กับฉางเฟิงด้วยตัวเองและคอยอยู่ให้ความช่วยเหลือฉางเฟิงด้วยตัวเอง
“ท่านผู้นำยังสาวดูเหมือนว่านางจะสนใจเขา”ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว
“มันก็ไม่แปลกหรอกชายคนนั้นเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบขนาดนั้นเป็นใครจะอยากพาด”
“นั่นสินะผู้นิกายของพวกเราเองก็งดงามถ้านางและปรมาจารย์ฉางได้แต่งงานกันก็น่าจะดีกับนิกายของเราไม่น้อย”ระดับผู้อาวุโสพากันพยักหน้า
แต่สำหรับผู้อาวุโสฝ่ายชายพากันกำหมัดแน่นพวกเขาไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนเพราะพวกเขาต่างต้องการครอบครองผู้นำนิกายของพวกเราไม่เพียงแค่นางงดงามแต่นางยังเป็นผู้นำนิกายใครบ้างไม่อยากจะได้นางไปครอบครอง
หลังจากผ่านไปหลายวันฉางเฟิงก็ศึกษาเม็ดยาสู่เทพจนมั่นใจว่าสามารถปรุงยาเมื่อฉางเฟิงลงมือปรุงยามันช่างเป็นภาพที่งดงาม การปรุงยาของฉางเฟิงนั้นไม่เหมือนนักปรุงยาคนอื่นเลยผู้อาวุโสฝ่ายโอสถที่มาดูฉางเฟิงปรุงยาอยู่ห่างๆต้องถอนหายใจด้วยความเคารพความสามารถของพวกเขาและฉางเฟิงต่างกันเกินไปจนเทียบไม่ติด