ตอนที่ 19
การลอกเลียนปราณกระบี่
ลู่หานที่กำลังนอนหายใจแรงอยู่กับพื้นก็ะโขึ้นมาด้วยความตระหนก ดวงตาคู่นั้นมองไปที่ร่างของชายชราที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬประหนึ่งขนของอีกาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เมื่อครู่เขานั้นคิดว่าหู่ของเขาได้ยินไม่ผิดผู้ที่เป็อาจารย์กล่าวว่าจะสอนวิชาบางอย่างให้กับเขา
“ ท่านอาจารย์พูดว่าเช่นไรนะขอรับ ” ลู่หานถามด้วยความฉงน
“ ข้าบอกว่าข้าจะสอนวิชาให้เ้าอย่างไรล่ะ ”
ลู่หานยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ตอนนี้ร่างกายของเขามีเพียงแค่ทักษะบ่มเพาะรากฐานที่เป็ต้นกำเนิดของพลังบ่มเพาะเท่านั้นจะให้ฝึกฝนวิชาอันใดได้
ภายในนิยายเื่จ้าวกระบี่์สยบฟ้ามันจะแตกต่างออกไปจากนิยายกำลังภายในเื่อื่น เพราะว่าทักษะบ่มเพาะภายในนิยายกำลังภายในเื่นี้มันคือวรยุทธ
ทักษะบ่มเพาะรากฐานคือต้นกำเนิดของพลังบ่มเพาะ ส่วนทักษะอื่นๆที่ฝึกฝนตามมามันคือวรยุทธ ตอนนี้เขามีเพียงแค่ทักษะบ่มเพาะหลักฐานจะไปให้ใช้วรยุทธอื่นได้เช่นไรนอกจากการต่อยตีธรรมดา
ตอนนี้เขาไม่มีพลังอันใดเลยนอกจากทักษะการต่อยตีที่ได้เรียนรู้มาจากผู้เป็อาจารย์ ในตลอดหลายวันที่ผ่านมาและเ้าอินทรีเพลิงฟ้าที่แฝงเร้นอยู่ในร่างกาย
เมื่อร่างกายตอนนี้มีเพียงแค่พลังบ่มเพาะรากฐานระดับกำเนิดพลังสีทองจะสามารถเรียนทักษะที่ 2 ได้เช่นไร
“ ท่านอาจารย์ลืมไปแล้วหรือเปล่าครับว่าตอนนี้ ศิษย์ยังมีพลังบ่มเพาะรากฐานอยู่เพียงแค่ระดับกำเนิดพลังสีทองเท่านั้นนะขอรับจะเรียนทักษะบ่มเพาะที่ 2 จากท่านอาจารย์ได้เช่นไร ” เมื่อยิ่งเอ่ยความสงสัยภายในใจก็ยิ่งปรากฏขึ้น ลู่หานไม่คิดว่าผู้ที่เป็ถึงมหาปราชญ์แห่งยุคจะหลงลืมเื่นั้นไปได้
“ ไม่ใช่ทักษะบ่มเพาะที่ข้าจะสอนเ้ามันคือสิ่งที่เรียกว่าปราณกระบี่ ” หวังเซียนฉิงทำหน้าตาจริงจังเพื่อกล่าวให้ดูน่าเชื่อถือ
“ ปราณกระบี่งั้นรึขอรับ!!! ” ครั้งนี้ลู่หานนั้นยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่ แต่ความสงสัยภายในใจนั้นก็เพิ่มพูนขึ้นตามไปด้วย ปราณกระบี่มันเป็ทักษะบ่มเพาะที่ถูกเขียนเอาไว้ภายในเื่นิยายจ้าวกระบี่์สยบฟ้า
แล้วเหตุใดมหาปราชญ์แห่งยุคถึงกล่าวขึ้นมาว่าเขานั้นจะสอนปราณกระบี่ที่เป็ทักษะบ่มเพาะให้กันละแล้วยังกล่าวว่ามันไม่ใช่ทักษะบ่มเพาะอีกด้วย
“ ข้าควรจะพูดให้กระจ่างสินะ มันไม่ใช่ปราณกระบี่แต่มันเป็เพียงการลอกเลียนปราณกระบี่เท่านั้น ” หวังเซียนฉิงเอ่ยด้วยใบหน้าหนักใจที่เขานั้นกล่าวอย่างไม่ละเอียดทำให้ศิษย์ของตนเองไม่เข้าใจในคำพูด
“ ลอกเลียนหรือทำได้ด้วยหรือขอรับท่านอจารย์ ” ลู่หานเอ่ยถามด้วยความฉงน เขาไม่เข้าใจในคำพูดนั้นและความหมายที่แฝงอยู่ด้านใน เขาเป็นักอ่านตัวยงของนิยายเื่นี้แต่ว่าการลอกเลียนทักษะบ่มเพาะปราณกระบี่เขาไม่เคยเห็นจะได้ยิน
“ เ้าแปดเ้ารู้หรือเปล่าว่าเหตุใดผู้ฝึกยุทธ์ถึงสามารถฝึกฝนทักษะบ่มเพาะที่ 2 ได้ตอนที่มีระดับพลังบ่มเพาะของทักษะบ่มเพาะรากฐานอยู่ในระดับบรรลุพลังการบ่มเพาะ ”
“ รู้ขอรับ เพราะว่าในยามที่ทักษะบ่มเพาะรากฐานผู้ฝึกยุทธ์สามารถก้าวขึ้นไปสู่ระดับบรรลุพลังการบ่มเพาะ ทักษะบ่มเพาะรากฐานมันจะแสดงคุณลักษณะของมันออกมาเพื่อให้สามารถรองรับทักษะบ่มเพาะอื่นๆได้ ” ลู่หานตอบกลับไปอย่างทันควันเขารู้เื่นี้มาจากการอ่านนิยายหลายต่อหลายครั้ง
ทักษะบ่มเพาะรากฐานที่อยู่ภายในร่างกายตอนนี้มันยังไม่ได้แสดงคุณลักษณะของมันออกมาอย่างแน่ชัดว่าเป็หยินหรือหยาง กำลังบ่มเพาะของบางคนก็จะเป็หยินเด่น บางคนก็จะเป็หยางเด่นแตกต่างกันออกไป
แต่ในตอนนี้ทักษะบ่มเพาะรากฐานมันยังไม่ได้แสดงจุดเด่นของมันออกมาทำให้ไม่สามารถฝึกฝนทักษะบ่มเพาะอื่นๆได้
“ เ้าเข้าใจคำว่าลอกเลียนหรือไม่ ตอนนี้ร่างกายของเ้าก็มีพลังบ่มเพาะไหลเวียนอยู่ มันสามารถสร้างออกมาเป็รูปร่างได้ถ้าเ้ามีการฝึกฝนและขัดเกลามันมากพอ ”
“ แม้ว่าการลอกเลียนแบบปราณกระบี่มันจะไม่สามารถแข็งแกร่งได้เท่าเทียมกับทักษะบ่มเพาะปราณกระบี่จริงๆแต่ว่ามันก็สามารถเอาไว้ให้เ้าป้องกันตัวได้ในตอนนี้ ”
“ หลักการมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นแต่้าความละเอียดอ่อน ข้าอยู่กับเ้ามานานมากพอสมควรจึงรู้ว่าเ้านั้นเป็คนที่มีความจำและความละเอียดอ่อนในด้านต่างๆเป็เลิศ โดยปกติแล้วข้าจะไม่บอกกล่าวหรือสอนวิธีการลอกเลียนแบบปราณกระบี่ให้ผู้ใด แต่เ้าเป็กรณีพิเศษ ” หวังเซียนฉิงอธิบายร่ายยาวแทบจะไม่ได้หยุดพักหายใจ
โดยตัวของลู่หานที่นั่งฟังอยู่ด้านหน้าก็ตั้งใจนั่งฟังเก็บรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้อย่างไม่ให้ขาดตกแม้แต่อย่างเดียว
“ ดูซะ... ” มือของผู้เป็อาจารย์ยกขึ้นมาด้านหน้าก่อนที่จะมีพลังบ่มเพาะถูกปลดปล่อยออกมาแล้วจับตัวกลายเป็ปราณกระบี่สีขาว
ลู่หานมองดูแล้วก็ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก เขารู้ได้ทันทีว่าวิธีที่ผู้เป็อาจารย์ใช้สร้างปราณกระบี่มีขึ้นมามันแตกต่างจากการสร้างปราณกระบี่จากทักษะบ่มเพาะ
ทักษะบ่มเพาะปราณกระบี่มันเป็ทักษะที่เยี่ยหวนตัวเอกของเื่ใช้บ่อยมากภายในเื่เพราะมันเป็ทักษะบ่มเพาะที่ 2 ที่เขาเริ่มฝึกฝนจากตำราหลังจากที่ทักษะบ่มเพาะรากฐานก้าวขึ้นสู่ระดับบรรลุพลังแห่งบ่มเพาะ
โดยทั่วไปการใช้ทักษะบ่มเพาะปราณกระบี่จะเป็การปลดปล่อยพลังบ่มเพาะออกมาจำนวนมากแล้วสร้างปราณกระบี่ขึ้นมาในพริบตาเดียว แต่การสร้างปราณกระบี่ของหวังเซียนฉิงผู้นี้นั้นแตกต่างไปพลังบ่มเพาะค่อยๆถูกปล่อยออกมาแล้วเริ่มสร้างจากฐานกระบี่ด้านล่างขึ้นไป้าอย่างละเอียดละออ
หลังจากที่แสดงให้ศิษย์ของตนเองได้เห็นกับตาแล้วปราณกระบี่ที่ปรากฏออกมาอยู่บนฝ่ามือก็ได้จางหายไป
“ เมื่อได้เห็นกับตาแล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าต้องสร้างมันด้วยวิธีเช่นไร ” หวังเซียนฉิงเอ่นถามศิษย์คนเล็กของตนเอง
ลู่หานนิ่งเงียบพลางใช้ความคิดอย่างขะมักเขม้น
“ การถักทอพลังบ่มเพาะให้เป็รูปร่างงั้นหรือขอรับ ” ลู่หานเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆว่าคำตอบที่เขานั้นคิดออกมามันจะผิด
“ ถูกต้อง!!! ”
“ เอ๊ะ!!! ” ลู่หานตระหนกเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าความคิดของตัวเองมันจะถูกต้อง
แต่ถ้าเป็เช่นนั้นจริงๆลู่หานก็เข้าใจเลยว่าเหตุใดผู้เป็อาจารย์ของเขาถึงกล่าวว่ามันต้องใช้ความละเอียดละออเป็อย่างมาก ตอนนี้ทักษะบ่มเพาะรากฐานของเขามันอยู่เพียงระดับกำเนิดพลังสีทองเท่านั้นยังไม่ได้บรรลุไปถึงระดับบรรลุพลังแห่งการบ่มเพาะ
เมื่อทักษะบ่มเพาะรากฐานยังไม่แสดงจุดเด่นจุดด้อยของมันออกมา การถักทอพลังิญญาออกมาให้กลายเป็รูปร่างมันจะยิ่งทำได้ยากเย็นมากกว่าตอนที่แสดงจุดเด่นจุดด้อยแล้ว เพราะเมื่อใดที่พลังบ่มเพาะทักษะบ่มเพาะรากฐานสามารถขึ้นไปอยู่ในระดับบรรลุพลังแห่งการบ่มเพาะแล้ว ตัวของพลังแห่งการบ่มเพาะมันจะมีความละเอียดละออและมีความมั่นคงมากกว่าในตอนนี้
ในยามนี้พลังบ่มเพาะมันไม่มั่นคงและมีความละเอียดละออต่ำเกินไปทำให้สามารถควบคุมและกำหนดรูปร่างออกมาได้ยากเย็น เพราะเช่นนั้นผู้ฝึกยุทธใน่เวลานี้การที่ใช้วิธีแฝงพลังิญญาเข้าไปตามส่วนต่างๆของร่างกายเพื่อใช้ในการโจมตีจะถือว่าเป็วิธีที่ดีที่สุด
เมื่อลองคิดดูแล้ววิธีการสร้างปราณกระบี่ลอกเลียนแบบมันมีโอกาสสำเร็จน้อยมากสำหรับผู้ฝึกยุทธที่ไม่มีความรู้และไม่มีผู้ชี้แนะที่เก่งกาจมากพอ
“ เ้าแปดเ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดอาจารย์ถึงเฝ้าฝึกฝนวิชาการต่อสู้และยังสอนเื่การลอกเลียนแบบปราณกระบี่ให้เ้า ” หวังเซียนฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยผิดปกติจนลู่หานที่กำลังครุ่นคิดเื่ต่างๆอยู่ต้องเงยขึ้นไปมอง
ใบหน้าของชายชราที่แสนจะอบอุ่นบัดนี้มันแฝงความเศร้าหมองเล็กๆออกมา ลู่หานทำได้เพียงนิ่งเงียบแล้วกระพริบตามองปริบๆ
“ ตอนนี้เหล่าศิษย์พี่ของเ้าทั้ง 7 คน ล้วนแล้วแต่มีพลังบ่มเพาะรากฐานก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับมากกว่าบรรลุพลังแห่งการบ่มเพาะทั้งหมดแล้ว ”
“ ตัวของข้าเองก็เป็ห่วงแต่เ้าที่ต้องเข้าร่วมการทดสอบที่กำลังจะมาถึง ในการทดสอบครั้งนี้มีเ้าเพียงผู้เดียวที่เป็ศิษย์ลำดับที่สอง จงระวังตัวอย่าประมาท การทดสอบครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่นๆที่เคยถูกจัดขึ้นมา ” หวังเซียนฉิงเอ่ยเตือนศิษย์ของตนเองด้วยใบหน้าที่ซ่อนเร้นบางอย่างเอาไว้
ตอนนี้แม้แต่ตัวของลู่หานที่เฝ้ามองใบหน้าของผู้เป็อาจารย์ในขณะที่พูดก็ยังร่วงรู้ได้เลยว่ามันต้องมีบางอย่างที่มหาปราชญ์แห่งยุคผู้นี้รับรู้ถึงเอ่ยเตือนเขาที่เป็ศิษย์
เมื่อผู้ที่ล่วงรู้ทุกอย่างเอ่ยเตือนเช่นนี้ลู่หานเองก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้าของตนเองเช่นกันเขาจะประมาทไม่ได้ ยามนี้เป็เวลาต้นเดือน 4 ประมาณเดือน 5 จะมีการจัดการทดสอบครั้งใหญ่ของศิษย์ที่ยังมีพลังบ่มเพาะรากฐานยังไม่ถึงระดับบรรลุพลังแห่งการบ่มเพาะ
ก่อนจะถึงการทดสอบครั้งใหญ่ของสำนักอักษร์เขาจะต้องสามารถลอกเลียนปราณกระบี่ขึ้นมาให้ได้ มันจะเป็พลังให้กับเขาในการผ่านบททดสอบครั้งนี้ บททดสอบครั้งนี้ถูกกล่าวถึงเอาไว้ภายในนิยายเฉยๆโดยไม่ได้บอกรายละเอียดแน่นอนเพราะว่าเยี่ยหวนที่เป็ตัวเอกของเื่ไม่ได้เข้าร่วม เมื่อไม่รู้ข้อมูลอะไรมากนักมันย่อมแปลว่าเขาต้องระวังตัวให้มากไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
มันคือการเอาชีวิตรอดไม่ว่าอย่างไรจนกว่าชีวิตของตัวประกอบผู้นี้จะรุ่งโรจน์เขาจะไม่มีทางตายเด็ดขาด สายตาของลู่หานที่ตัดสินใจได้ก็เริ่มฉายแววตาแห่งความมุ่งมั่นออกมา
“ ท่านอาจารย์ขอรับ!!! โปรดชี้แนะเื่การการลอกเลียนปราณกระบี่ให้ข้าด้วยขอรับ ” ลู่หานเอ่ยออกมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการอยากจะเอาชีวิตรอด
หวังเซียนฉิงที่เห็นศิษย์ของตนเองแสดงใบหน้าเช่นนั้นออกมาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจพร้อมทั้งกล่าวตอบรับ “ ได้ข้าจะสอนเ้าเอง!!!! ”
ตอนนี้ลู่หานตรองดูหลายๆอย่างทั้งการกระทำของผู้เป็อาจารย์และใบหน้าในยามพูดถึงเื่การทดสอบมันเต็มไปด้วยความวิตก ย่อมแปลว่าภายในการทดสอบครั้งนี้มันอาจจะมีเหตุทำให้เขาาเ็สาหัสก็ได้ เขาจะต้องเรียนการลอกเลียนปราณกระบี่นี้ให้สำเร็จให้ได้
จบตอน
ลำดับหลายๆอย่างและระดับพลังตอนนี้อาจจะงงๆหน่อยนะครับแต่ว่าพอผ่านไปเรื่อยๆแล้วตัวของพลังและส่วนต่างๆมันจะค่อยๆถูกอธิบายออกมาทีละนิดทีละนิด