ฝากติดตามนิยายเสียงของไรท์ด้วยนะคะ
https://www.youtube.com/watch?v=Bn7cpMLIswA
-------------------------------------------------------------------
บทที่ 5
วันรุ่งขึ้น ซูลี่เก็บข้าวของไปที่จวนซู โดยมีสาวใช้เสี่ยวจู เสี่ยวจินติดตามไปด้วย ทั้งสองดีใจจนตัวลอย เมื่อรู้ว่านางจะได้ติดตามซูลี่ไป หากพวกนางยังอยู่ที่นี่ เมื่อซูลี่จากไปแล้ว พวกนางต้องโดนคุณหนูกลั่นแกล้งเป็แน่ แม้พวกนางจะไม่ได้ช่วยเหลือซูลี่ต่อหน้าไป๋หงมากนัก แต่นางก็ไม่เต็มใจจะกลั่นแกล้งซูลี่ตามคำสั่งของไป๋หง
นางบอกลาคนในจวนเสนาบดีไป๋ก่อนจะเดินทางไปจวนซู
หลังจากซูลี่ถึงจวนซู นางพบว่าที่นี่กว้างขวางไม่แพ้จวนเสนาบดีไป๋ บ่าวไพร่และพ่อบ้านยืนเรียงแถวเป็ระเบียบเพื่อต้อนรับการกลับมาของซูหลีข้าวของเป็ระเบียบ ด้วยการจัดการของพ่อบ้านหลี
พ่อบ้านหลี เป็พ่อบ้านคนเก่าของจวนซู แม้จะถูกขายเป็ทาสไปสิบกว่าปี แต่การจัดการจวนของเขายังคงยอดเยี่ยม สิบกว่าปีที่ผ่านมาแม้ความเป็อยู่ของเขาจะลำบาก แต่ไม่ลำบากจนเกินไป เพราะพ่อบ้านหวังเป็คนมองโลกในแง่ดีและมีความขยัน ทำให้คนที่ซื้อไปชอบใจเขาเป็อย่างมาก แรกเริ่มเขาถูกขายเป็ทาสใช้แรงงาน เ้านายคนใหม่เป็คนนิสัยดี ภายหลังเมื่อเขามีอายุมากขึ้น จึงสั่งมอบหมายงานเล็กๆน้อยๆให้เขาทำ จวบจนเสนาบดีไป๋ขอซื้อตัวเขากลับจวนซู เขาได้แต่รู้สึกขอบคุณ์ที่มีตา คืนความเป็ธรรมให้นายท่านและคุณหนู
กลับมาจวนซูครู่ใหญ่ มีแขกมาเยือนที่หน้าจวน เมื่อรู้ว่าเป็อี้ผิง ซูลี่ได้ให้การต้อนรับเป็อย่างดี
"น้องซู ข้ารอเ้ากลับมาจวนตั้งนานแล้ว จวนข้าอยู่ข้างๆนี่เอง เราเป็เพื่อนกัน ว่างๆเ้าไปเที่ยวจวนข้าบ้างนะ"
อี้ผิงพูดอย่างร่าเริง นางดีใจมากที่ได้ซูลี่เป็เพื่อนบ้าน จวนอี้เป็จวนแม่ทัพ เ้าของจวนคือแม่ทัพอี้ไท่ แม่ทัพผู้เป็ที่หมายปองของหญิงสาวทั้งเมืองหลวง
"ถ้ามีเวลา น้องขอไปรบกวนที่จวนด้วยเ้าค่ะ"
" ได้เลย จวนอี้ยินดีต้อนรับ"
หลังพูดจบ อี้ผิงนึกบางอย่างได้จึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"ว่าแต่ เ้าจะจัดงานเลี้ยงขึ้นจวนใหม่เมื่อไหร่งั้นหรือ"
ซูลี่ได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า
"ถ้าพี่อี้ไม่เตือน น้องคงคิดไม่ถึง ไว้น้องให้พ่อบ้านช่วยหาฤกษ์ แล้วจะส่งบัตรเชิญไปที่จวนนะเ้าคะ"
ซูลี่นึกไม่ถึงเกียวกับจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ มันเป็ธรรมเนียมของพวกชนชั้นสูงในเมืองหลวง เพื่อทำความรู้จักคุ้นเคยกัน สมัยก่อนนางเคยติดตามเหล่าเชื้อพระวงศ์ไปงานเลี้ยงจวนอื่น แต่ไม่เคยคิดว่าตนเองจะมีโอกาสได้จัดงานเลี้ยง จึงทำให้นางลืมคิดถึงสิ่งนี้ไป
หลังอี้ผิงจากไป ซูลี่ได้ปรึกษาพ่อบ้านเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงในอีกสองวันข้างหน้า และส่งบัตรเชิญไปยังจวนต่างๆ รวมถึงจวนหยางอ๋อง จวนว่าที่คู่หมั้นของนาง ซูลี่ยังได้สั่งคนส่งบัตรเชิญไปให้ซูเหวินด้วย
สองวันผ่านไป ซูลี่ตื่นแต่เช้า อาบน้ำ แต่งกายเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยง
แขกเริ่มทยอยมาที่จวน มีคนมาแสดงความยินดีมากมาย ไม่มีใครกล้าเมินเฉยต่อคำเชิญของซูลี่
หากไม่ให้เกียรติซูลี่ เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติจวรหยางอ๋องด้วย ดังนั้นแเื่เริ่มทยอยมามากขึ้นเรื่อยๆ เสนาบดีไป๋ก็มาถึงแล้วเช่นกัน
ตระกูลไป๋มีเสนาบดีไป๋ ฮูหยินใหญ่ ฮูหยินรอง ไป๋หาน ไป๋ไห่และไป๋หง มากันพร้อมหน้าเพื่อแสดงความยินดี
เสนาบดีไป๋นำหน้าพาพวกเขาไปหาซูลี่ แนะนำไป๋หาน บุตรชายคนโตของเขากับฮูหยินใหญ่ให้ซูลี่รู้จัก ไป๋หานเป็บุรุษเ้าสำราญคนหนึ่ง เขามีหน้าตางดงาม ละม้ายคล้ายฮูหยินใหญ่ครั้งยังสาว ทำให้หญิงสาวหลายคนอดไม่ได้ที่จะอิจฉาหน้าตาของไป๋หาน ปกติไป๋หานมักจะออกไปทำการค้า หนึ่งเดือนที่ซูลี่พักที่จวนเสนาบดีไป๋ จึงไม่เคยพบกับไป๋หาน
นางพูดคุยกับตระกูลไป๋พักหนึ่งก่อนจะขอตัวไปรับรองแขก
ไป๋ไห่ มองรอบๆจวนอย่างสนใจ หากก่อนหน้านี้เขารวบหัวรวบหางนาง จวนนี้รวมทั้งสมบัติของนางทั้งหมดก็จะตกเป็ของเขา เขาจะมีภรรยาอีกกี่คนก็ย่อมได้ เสียดายที่คิดช้าไป นางหมั้นหมายกับหยางหรงแล้ว ต่อให้เขามีความกล้าแค่ไหน ก็ไม่กล้าไปล่วงเกินจวนหยางอ๋องแน่
อี้หงเข้าจวนมาพร้อมกับแม่ทัพอี้ไท่ เขาเป็ชายอายุสามสิบกว่าปี แต่ยังไม่ได้แต่งงาน มีข่าวลือว่าแม่ทัพอี้ไท่เป็บุรุษชอบตัดแขนเสื้อ แต่เป็เพียงข่าวลือ ยังไม่เคยมีผู้ใดพบเห็น
ซูลี่ทำความเคารพอี้ไท่และทักทายอี้ผิง
"น้องซู งานเลี้ยงวันนี้เตรียมพร้อมมาดีมากเลย หากไม่บอก ข้าคิดว่าเ้าเคยจัดมาหลายครั้งแล้ว"
อี้ผิงกล่าวชมจากใจจริง การรับรองของงานเลี้ยงถูกต้องตามธรรมเนียม บ่าวไพร่มีประจำตามจุดต่างๆ ไม่ขาดไม่เกิน อาหารและชาเป็ไปอย่าลงตัว ไม่ใช้ของถูกหรือหรูหราจนเกินไป ได้รับคำชื่นชมจากผู้ร่วมงานไม่ขาดสาย
"ขอบคุณพี่อี้ที่ชมเ้าค่ะ"
ซูลี่ยิ้มน้อยๆก่อนกล่าวต่อว่า
"หากไม่ใช่พี่อี้ น้องคงลืมธรรมเนียมขึ้นบ้านใหม่เสียสนิท ทั้งยังให้คำแนะนำอื่นๆแก่ข้าอีก"
"ไม่หรอกๆ ข้าแค่พูดนิดๆหน่อยๆ เป็น้องซูที่จัดออกมาได้ดีเอง"
"มานี่ๆ ข้าจะแนะนำท่านอาให้เ้ารู้จัก นี่คือท่านอาอี้ไท่ เป็อาของข้าเอง ท่านอา นี่คือน้องซูที่ข้าเล่าให้ฟังเ้าค่ะ"
ซูลี่ทำความเคารพอี้ไท่ อี้ไท่ยิ้มน้อยๆให้นาง แม้เขาจะมีอายุสามสิบกว่าปี แต่ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าอายุราวสิบปี ใบหน้าคมคาย ร่างกายกำยำ สมกับเป็แม่ทัพประจำเมือง แม้เวลาจะล่วงเลยไป เขาก็ยังไม่คิดจะแต่งงาน มีแม่สื่อมากมายคิดอยากจะติดต่อคู่ครองให้ แต่อี้ไท่ไม่สนใจแม้แต่น้อย
สายตาของซูลี่เหลือบไปเห็นซูเหวินที่ทางเข้าจวน นางยิ้มกว้างขึ้น นางกำลังคิดจะเดินไปหาซูเหวิน แต่กลับหยุดชะงักนิดหนึ่งก่อนจะนึกได้ว่าถ้านางเดินเข้าไปหาซูเหวินจะเป็การไม่สมควรสำหรับหญิงที่หมั้นหมายแล้ว มุมปากนางยกลง สายตาจับจ้องไปทางประตูทางเข้า แต่เท้าทั้งสองไม่ขยับ ได้แต่มองตามทางที่ซูเหวินเดินผ่านไป
ฝ่ายซูเหวินเห็นซูลี่นิ่งไม่ขยับจึงพอเข้าใจการกระทำของนาง เขารู้สึกผิดหวังอยู่ในใจ ก่อนจะเดินไปทางด้านข้าง หลังจากทราบเื่การหมั้นหมายของซูลี่ เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะเสียใจหรือดีใจกับนาง เขาเข้าใจว่าตัวเองดูแลปกป้องนางดั่งน้องสาวคนหนึ่งมาตลอด ั้แ่เมื่อไหร่กันที่เขาไม่ได้คิดเช่นนั้น ั้แ่เมื่อไหร่กันที่เขาพยายามทำตัวให้คู่ควรกับนาง มีเสนาบดีไป๋และองครักษ์เฉิงตงช่วยสนับสนุน คาดว่าภายในสองหรือสามปี เขาอาจได้เป็ขุนนางที่พอมีหน้ามีตาบ้าง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
หน้าประตูมีเสียงร้องบอกถึงการมาเยือนของจวนหยางอ๋อง ชายาหยางอ๋องมาด้วยตัวเอง โดยมีหยางหรงติดตามมาด้วย
ก่อนหน้านี้ชายาหยางอ๋องเองก็้าดูหน้าว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ แต่นางมีภารกิจรัดตัว จนไม่สามารถเรียกนางเข้าพบได้ แต่นางก็เชื่อในสายตาของเสด็จแม่ เสด็จแม่ไม่มีทางเลือกหญิงสาวไม่ดีมาให้ลูกของนางแน่ นางจึงตอบตกลงเื่หมั้นหมายนี้
ส่วนหยางหรง เขาไม่ใส่ใจเื่รักๆใครๆนัก เขาเพียงอยากอยู่อย่างสงบ ไม่ว่าจะแต่งให้ใครเขาก็ไม่ได้สนใจทั้งนั้น จึงมิได้คัดค้าน
ซูลี่ก้าวออกมาต้อนรับชายาหยางอ๋องด้วยตัวเอง
ไป๋หงเห็นเข้าก็อดพูดเหน็บแนมขึ้นมาไม่ได้ว่า
" ออกไปต้อนรับด้วยตัวเอง หน้าไม่อายจริงๆ"
ผู้คนที่ได้ยินได้แต่ส่ายหน้ากับความไม่รู้มารยาทของไป๋หง แต่ไม่มีพูดอะไรต่อ
ซูลี่ทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยงดงาม ก่อนจะเอ่ยว่า
"ถวายบังคมพระชายาหยางอ๋อง ท่านอ๋องน้อยเพคะ"
ชายาหยางอ๋องหรี่ตา มองสำรวจซูลี่ ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ อย่างพึงพอใจ เป็เื่ถูกแล้วที่นางออกมาต้อนรับ หากนางไม่ออกมาจะต้องถูกมองว่าไร้มารยาทอย่างแน่นอน กริยามารยาทเรียบร้อย หน้าตางดงามพอดู ชายาหยางอ๋องหันไปสะกิดบุตรชายของนางก่อนจะกล่าวว่า
"หรงเอ๋อ เ้าให้น้องซูลี่พาไปเดินเล่นทำความคุ้นเคยรอบๆจวนก่อนเถอะ แม่จะไปหาเพื่อนทางด้านนั้นก่อน"
กล่าวจบชายาหยางอ๋องก็เดินจากไป ปล่อยให้เด็กสองคนทำความคุ้นเคยกันตามลำพัง
หยางหรงเป็บุรุษรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ติดหนึ่งในสามบุรุษหน้าหยกแห่งเมืองหลวง
หยางหรงผายมือให้ซูลี่ก่อนจะเดินตามนางไป ซูลี่รู้สึกเกร็งอยู่บ้างเล็กน้อย หยางหรงเห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า
"แม่นางซู ท่านคงไม่ค่อยคุ้นเคยกับบุรุษกระมัง"
นางนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
"เพคะ นอกจากพี่ชาย เอ่อ หมายถึงผู้ที่คอยดูแลหม่อมฉันก่อนหน้านี้ กับท่านลุง หม่อมฉันแทบไม่เคยเสวนากับบุรุษเลยเพคะ"
เมื่อหยางหรงถามขึ้น นางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงซูเหวินขึ้นมา อยู่ต่อหน้าคู่หมั้น เหตุใดนางกลับคิดถึงพี่ชายขึ้นมาได้กันนะ
จากนั้นก็ไม่มีเสียงใดๆดังขึ้นอีก จนบรรยากาศรอบด้านเริ่มกดดัน ปกติแล้วหยางหรงเป็คนไม่ชอบพูดมากนัก ที่เขาถามซูลี่เมื่อครู่ถือว่าเขาให้เกียรตินางมากแล้ว
ซูลี่เองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านอ๋องน้อยผู้หล่อเหลาแต่กล่าวน้อยผู้นี้มาบ้าง นางจึงไม่รู้จะพูดอะไรดี จนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"อ้าวหยางหรง มาั้แ่เมื่อไหร่ แหมมาถึงก็มาหาว่าที่คู่หมั้นเชียวนะ" หนุ่มหน้าสวยไป๋หานกล่าวทักทายด้วยสีหน้าทะเล้น เขาชอบความสนุกสนาน เมื่อเห็นทั้งคู่อยู่ในความตึงเครียดจึงเดินเข้ามาเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายลง และก็เป็ไปตามที่ไป๋หานคาดหวัง ซูลี่อดถอนหายใจอย่างโล่งภายในใจไม่ได้ แม้ซูลี่จะเคยเป็หลี่มามา แต่นางไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้มากนัก
หยางหรงไม่ตอบ เพียงตวัดสายตาส่งให้ไป๋หาน
พวกเขาทั้งคู่ค่อนข้างสนิทกันั้แ่เด็ก ทำให้ไป๋หานไม่หยี่หระต่อสานตาหยางหรง เขายังเอ่ยต่อไปอีกว่า
"ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินเื่ของน้องซูอยู่บ้าง แต่มาพบในวันนี้ไม่เห็นเหมือนข่าวลือที่เคยได้ยินมา"
"เื่อันใดหรือเ้าคะ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทั้งซูลี่และหยางหรงอดสนใจขึ้นมาไม่ได้
"ฮ่าๆๆ ไม่ใช่เื่ไม่ดีอะไรหรอก เพียงแค่ลือกันว่าก่อนหน้าเ้าจะกลับมา เ้าอาศัยอย่างแร้นแค้นอยู่บนเขา แต่เท่าที่พบเ้าในวันนี้ ไม่เหมือนคนที่เพิ่งลงมาจากเขาเพียงเดือนเดียวเลย หากบอกว่าเพิ่งเดินออกจากวังหลวง ข้ายังเชื่อเสียกว่า"
หยางหรงคิดตามคำพูดของไป๋หาน เขากลับรู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจไปที่ว่าที่คู่หมั้นของเขา
ซูลี่อดคิดหาข้ออ้างขึ้นในใจไม่ได้ ก่อนที่นางจะพูดอะไรได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นราวกับระฆังช่วยชีวิต
" น้องซูๆ" อี้ผิงชะงักเล็กน้อย เมื่อมองจากมุมที่อี้ผิงอยู่ ทำให้นางมองไม่เห็นบุรุษสองคนนี้ นางรีบเอ่ยขึ้นต่อว่า
" ถวายบังคมเพคะท่านอ๋องน้อย สวัสดีเ้าค่ะท่านพี่ไป๋ ขออภัยที่มารบกวนเพคะ"
กล่าวจบนางคิดจะหันตัวจากไป
"พี่อี้มีอะไรหรือเ้าคะ"
ซูลี่ไหนเลยจะปล่อยให้ผู้ช่วยชีวิตจากไปง่ายๆ
"เอ่อ ข้าแค่อยากชวนเ้าไปชมปลาในสวน แต่เมื่อเ้ามีแขก ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ"
"เ้าไปกับนางเถอะ" เสียงหยางหรงดังขึ้น
ไป๋หานอดไม่ได้ที่จะกันมองหยางหรง ก่อนจะหันมองไปทางซูลี่และอี้ผิง เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอตัวไปกับหยางหรง
อี้ผิงกะพริบตาปริบๆ นางอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหยางหรงถึงได้อยู่กับซูลี่ได้ นางไม่ไก้สนใจเื่ภายนอกมากนัก เมื่อรู้ว่าซูลี่หมั้นหมายกับหยางหรง ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง อดไม่ได้ที่จะแอบซุบซิบนินทา
"เ้ารู้มั้ย ข้าเคยเจออ๋องน้อยมาตั้งหลายครั้ง แต่ข้าเพิ่งเคยได้ยินเสียงเขาครั้งแรกก็วันนี้นี่แหละ"
นางยังกล่าวเสริมอีกว่า
"ถ้าเ้าแต่งเข้าไปต้องเป็ใบ้แน่ๆ"
อี้ผิงเบ้ปาก ก่อนจะพูดคุยเื่ทั่วๆไป
หลังแยกตัวออกมาหยางหรงกับไป๋หานยืนสนทนาอยู่ริมสวน ถึงจะบอกว่าสนทนา แต่ส่วนมากเป็ไป๋หานพูดเสียมากกว่า ไป๋หงเห็นพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน จึงใช้จังหวะนี้แสดงตัวเข้าไปทำความรู้จัก หยางหรงไม่สนใจนางมากนัก เพียงพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ก่อนจะไม่มองทางนางอีก ไป๋หงได้แต่คับข้องใจ นางจะทำให้อ๋องน้อยแต่งงานกับนางให้ได้
ก่อนงานเลิก แขกทยอยกลับ ซูลี่เดินไปพบกับซูเหวินโดยบังเอิญ ซูเหวินกำลังหมุนตัวเดินกลับไปอีกทาง กลับได้ยินเสียงซูลี่ดังขึ้น
"พี่ซู ท่าน... ท่านสบายดีไหมเ้าคะ"
ซูลี่ถามขึ้น
"ข้าสบายดี คุณหนูซูล่ะ สบายดีหรือไม่"
"ข้าสบายดีเ้าค่ะ เหตุใดไม่เรียกข้าเช่นเดิม"
"คุณหนูซูได้หมั้นหมายกับท่านอ๋องน้อยแล้ว ไหนเลยข้าจะบังอาจเรียกเช่นเดิม ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีกับคุณหนูเลย ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนี้ซูลี่กับรู้สึกแปลกๆ นางไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร แต่นางก็ยังเอ่ยถามขึ้นว่า
" ท่านยินดีกับข้าจริงหรือ"
หลังจบคำถามนี้ทั้งสองก็นั่งงันไป ก่อนที่ซูเหวินจะกล่าวลา แล้วเดินจากไป
ไป๋หงที่กำลังก้าวขึ้นรถม้า มองไปทางทั้งสองด้วยดวงตาเป็ประกายก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าไป
หลังจบงานซูลี่ได้แต่คิดทบทวนเื่ราวในวันนี้ ก่อนที่นางจะผลอยหลับไป ในฝันนางเห็นหญิงสาวคนเดิมนั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเตียง แต่วันนี้หญิงสาวไม่ได้เข้ามาทำร้ายนาง หญิงสาวผู้นั้นเอาแต่ร้องไห้จนฟ้าสางก่อนจะจางหายไป