ไอหมอกยามเช้าคลี่หลวมเหนือลานหินหน้าคลังกลิ่นข้าวสารอับลอยปะปนกับกลิ่นน้ำมันจากเพลากงเกวียนที่ค้างคืนนอกชายคาธงแดงเหนือประตูคลังไม่สะบัดแรงนักลมเหนือเพียงพัดให้มันไหวเล็กน้อยเหมือนเปลือกตาคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
พื้นหินยังเย็นละอองน้ำจับเป็เม็ดเล็ก ๆ ติดรองเท้าทุกก้าวที่ผ่านลู่หานยืนข้างเกวียนที่บรรทุกลังไม้ต้องห้ามสองใบคราบดินเหนียวที่มุมฝากล่องยังแตกเป็เกล็ดเล็ก ๆติดปลายฝาอยู่ราวหลักฐานที่ไม่อยากให้ใครแตะต้อง
ยามสองนายยืนประตูหลังหัวหน้ายามยืนกลางลาน สายตาดูอ่อนกว่าคืนก่อนน้อยหนึ่งเสี้ยวเหม่ยหลิงพิงเสาไม้ใต้เฉลียง ถือม้วนเอกสารในมือสายตานิ่งเหมือนคนวัดความยาวของเงา กระทั่งเสมียนกลางมายืนหน้าตาชั่งไม้สองแขนตาชั่งนี้มีน้ำหนักหินวางเรียงเป็แถว ขัดจนเรียบลื่น
เด็กฝึกคนหนึ่งค่อยๆ ยกลังใบเล็กที่ใช้ชั่งเตรียมวางลงตรงกลาง แต่ปลายเชือกตราประทับเกี่ยวขอบแล้ว“รัก!” ขาดครืด เด็กคนนั้นหน้าซีดเผือดทันที ก้มลงจนหน้าจะติดพื้น
“ข้า…ข้าทำตราขาด…”
เสียงเขาสั่นเหมือนเส้นด้ายเปียกลานเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจแห้ง ๆ ของเด็กคนเดียวหลายสายตาหันมองพร้อมคำติที่กำลังจะหลุดจากริมฝีปากของใครสักคน
ลู่หานยกมือช้าๆ
“หยุดอย่าแตะต่อ”
เขาก้าวไปคุกเข่าข้างลังใช้หลังเล็บเขี่ยเสี้ยวหมึกที่ติดปลายด้ายขึ้นให้เห็นแสงเล่นกับเงาเช้าเพื่อดูความสดของสี จากนั้นหยิบกระเบื้องแผ่นเล็กที่เตรียมไว้ป้ายด้วยแป้งข้าวกวนข้น ๆ แตะลงบนรอยฉีกของตราให้คราบหมึก “พิมพ์”ย้ายขึ้นกระเบื้องเป็เงาซ้อน แล้วหันให้เสมียนกลางดู
“จดเวลาหลังระฆังยามเช้าสามจังหวะ ตราฉีกโดยเด็กฝึกต่อหน้ารับรู้ร่วมกับเสมียนและหัวหน้ายาม”
เสมียนกลางก้มหัวเขียนลงไม้ไผ่ทันที เด็กฝึกเงยหน้าช้า ๆ แต่ยังคุกเข่าอยู่ ลมหายใจเขายังสั้นลู่หานพูดเรียบ
“ความผิดพลาดถ้าจดหน้าเรือนจะไม่กลายเป็ ‘ช่อง’ ของคนลับหลัง”
เด็กค้อมหัวแรงๆ
“ขะ…ขอบคุณคุณชาย”
หัวหน้ายามสูดลมยาวรอยย่นระหว่างคิ้วคลายลงนิดเดียว เหม่ยหลิงเหลือบตา เหมือนขีดเครื่องหมายเล็ก ๆในใจ
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[ภารกิจ:รักษาโซ่หลักฐาน]
[เงื่อนไข:เมื่อเกิดความผิดพลาดต่อหน้า จัดการด้วย 3 ขั้น หยุดแตะ, จดเวลา/พยาน,ปิดผนึกใหม่ต่อหน้า]
[รางวัลที่เป็ไปได้:สิทธิ์ลงตราชั่วคราว (ต่อหน้า) / บันทึกแบบฟอร์มย่อ]
ตัวอักษรทองวาบขึ้นแค่ขอบสายตาแล้วสลายเหมือนควันลู่หานรับรู้ในใจโดยไม่ต้องเงยหน้า เขาหันไปทางหัวหน้ายาม
“ขอเชือกผูกตราสำรองผงถ่านหนึ่ง ถ้วยน้ำหนึ่ง ผนึกใหม่ ‘ต่อหน้า’”
หัวหน้ายามพยักหน้ายามคนหนึ่งวิ่งไปหยิบของมา ลู่หานป้ายผงถ่านบาง ๆ ผสมน้ำแต้มปลายตราให้เกิดเงาซ้อนแล้วผูกเชือกใหม่ทับลงบนรอยเดิม ไม่ใช่เพื่อปกปิด แต่เพื่อบอกว่า“ตรานี้ได้แตะต่อหน้า” เขาส่งกระเบื้องที่มีรอยหมึกซ้อนให้เสมียนกลาง
“เก็บไว้กับบัญชีเช้า”
เหม่ยหลิงเอียงคอเพียงนิดดวงตานางนิ่งลึก
“เ้าทำให้‘คน’ อยู่ภายใต้ ‘กฎ’ ไม่ใช่ให้กฎถูกคนใช้”
ลู่หานยิ้มบางๆ
“ถ้ากฎเดินหน้าคนจะตามมาเอง”
เสียงกลองหอฝึกไกลๆ ดังสามครั้งตามรูปแบบใหม่ “ตึ๊ง ตึ้ง… ตึ้ง…”ลมหายใจของทุกคนบนลานเผลอปรับตามโดยไม่รู้ตัว ลู่หานหันไปทางประตูใหญ่ของโถงที่ซึ่งคณะผู้เฒ่ากำลังเรียกประชุมย่อยรอบสอง และที่ซึ่ง “ตาชั่ง”ของตระกูลจะถูกตั้งกลางแสง
“ไปเถอะ”
“ให้กฎพูดแทนเรา”
โถงประชุมเย็นและมืดกว่าลานคลังผนังไม้ดำรับแสงโคมให้สะท้อนเป็วงกลมจาง ๆ เหมือนดวงจันทร์ที่ถูกปิดเมฆผู้เฒ่าทั้งสามนั่งเรียงตามเดิม เสียงระฆังเล็กดัง “กิ๋ง” หนึ่งครั้งเหมือนเข็มปลายแหลมแตะผิวแก้ว
หัวหน้าคลังก้าวออกมาก่อนใบหน้าเรียบจนเหมือนคนไม่มีเื เขาค้อมศีรษะอย่างพอเป็พิธี
“ข้าน้อมรับตรวจตามกฎแต่ขอย้ำว่า ‘กลองสี่ครั้ง’ เมื่อวาน เป็ความเข้าใจผิดของมือกลอง”
มือกลองหนุ่มยืนก้มหน้าอยู่ใกล้เสาเหงื่อซึมที่ขมับแม้อากาศเย็น
ลู่หานไม่มองหัวหน้าคลังเขาหันไปทางเสมียนกลาง
“ขอบันทึก‘กลองสี่ครั้ง’ ลงเวลา พร้อมชื่อพยานหน้าประตูหลังคลัง”
เสมียนกลางจดตามทันทีผู้เฒ่าลู่กวงเหลือบตาเล็กน้อย แววตาไม่บอกอารมณ์
“เอาหลักฐานมา”
ยามสองนายเข็นเกวียนเข้ากลางโถงลังไม้สองใบตั้งบนตาชั่งไม้ ลู่หานก้าวออกหนึ่งก้าวเสียงรองเท้าแตะพื้นดังชัดในความเงียบ
“ก่อนเปิดข้าขอถาม ‘สามคำถาม’ ”
หัวหน้าคลังยิ้มบาง
“ถาม”
“หนึ่งเมื่อคืนมี ‘อนุญาต’ ขนของออกนอกคลังหรือไม่”
หัวหน้าคลังชะงักน้อยมากก่อนส่ายหัว
“ไม่มีใบอนุญาตจากข้า”
“สองในเวรยามผลัดตะวันตกสามค่ำก่อน มี ‘การปรับเวลา’ ในสมุดหรือไม่”
หัวหน้าคลังนิ่งไปครู่
“ข้าไม่จำ…”
เสมียนกลางยกไม้ไผ่จดขึ้น
“มีครับหมึกทับชั้นใต้ รายการผลัดตะวันตกสามค่ำ”
ผู้คนในโถงฮือเบาๆ เหมือนคลื่นชนตลิ่ง ลู่หานยังไม่กดใครลง เขาใช้เสียงเท่าเดิม
“สามตราประทับมุมหีบนี้ ‘ปั๊มครั้งเดียว’ หรือ ‘ปั๊มซ้ำ’ ”
หัวหน้าคลังกัดฟัน
“ปั๊มซ้ำเพื่อซ่อมเป็เื่ปกติ”
ลู่หานพยักหน้า
“ขอบคุณคำตอบครบแล้ว”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[ภารกิจ:กับดักคำ ถามสามประตู]
[เงื่อนไข:ตั้งคำถาม 3 ข้อที่บังคับให้ผู้ถูกถาม ‘รับ’ อย่างน้อยหนึ่งจุดผิดปกติโดยไม่ใช้วาจารุนแรง]
[รางวัลที่เป็ไปได้:สิทธิ์เสนอ ‘ระเบียบตรวจร่วม’ หนึ่งข้อ ต่อหน้าคณะผู้เฒ่า]
ตัวอักษรทองวาบสั้นๆ ละลายไป ลู่หานหันไปทางตาชั่ง
“เปิดต่อหน้า”
ฝาลังยกขึ้น“ครืน” กลิ่นไม้ชื้นพุ่งออกมา เห็นโล่ไม้และถุงข้าวสารเรียงแน่นเสมียนกลางหยิบตุ้มน้ำหนักหินวางทีละก้อนบนแขนตาชั่ง อีกแขนร้อยเชือกผูกลังให้พอดีแผ่นไม้งอนลงอย่างช้า ๆ จนสมดุล แต่ลู่หานชี้ไปที่ก้นลัง
“ขอให้ยกแผ่นล่างสุดขึ้นต่อหน้า”
ยามหนึ่งชะงักแต่หัวหน้ายามพยักหน้า เขาสอดมือยกแผ่นล่างขึ้น ปรากฏตราประทับ “ซ้อน”ที่ยังเงาเล็ก ๆ เหมือนหมึกไม่แห้งดีและคราบดินเหนียวเกล็ดจิ๋วสองชิ้นตกลงบนพื้นไม้สีดำ
เส้นลมหายใจในโถงเหมือนหยุดครึ่งจังหวะเสมียนกลางเขียน “คราบดินเหนียว พบเมื่อเปิดต่อหน้า” ลงบันทึกลู่หานโน้มตัวเล็กน้อยจนเห็นตราใต้สุดที่เบี้ยวเพียงปลายเล็บ
“ตราซ้อนและตราเบี้ยว สองประเด็น”
หัวหน้าคลังโพล่ง
“ตราเบี้ยวก็เกิดได้จากช่างปั๊มเผลอ!จะยึดเป็หลักไม่ได้!”
ลู่หานไม่หันไปหาเขาชี้ไปที่รอย “วงครึ่งจันทร์” เล็ก ๆ ที่ติดฝุ่นตรงขาเกวียนรอยที่เกิดจากปมผ้าเมื่อคืนนั้น
“และนี่รอยครึ่งจันทร์บนขาเกวียน แปลว่าเกวียนคันนี้ถูกเข็นออกแล้ววกกลับในคืนเดียวกัน”
เสียงฮือหนาขึ้นผู้เฒ่าคนที่สองเคาะโต๊ะเบา ๆ
“พอฟัง ‘กฎ’ ต่อ”
เหม่ยหลิงก้าวออกจากเงาดวงตานางนิ่งไปบนหน้าของหัวหน้าคลัง
“ถ้าทุกอย่าง‘ปกติ’ เ้าจะกลัวเปิดต่อหน้าทำไม”
หัวหน้าคลังเม้มปากเป็เส้น
“ข้าไม่ได้กลัว…ข้ากังวลว่ากองยามฝึกไม่พร้อม ข้าจึงสั่งสัญญาณเพิ่ม เพื่อเตือน หาใช่ปลอม”
มือกลองหนุ่มเงยหน้าอย่างยากลำบาก
“ข้า…ข้าไม่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้ายาม ข้าได้ยินจากคนคุมคลังที่ส่งเด็กมาบอก”
โถงดังฮือหนึ่งครั้งเหมือนลมกระแทกประตูผู้เฒ่าลู่กวงยกมือเล็กน้อย เสียงทั้งหมดร่วงไปกับพื้นเหมือนฝุ่นหนัก
“จดคำของมือกลองรับเป็พยาน”
ลู่หานโค้งรับ
“ข้าขอเสนอการชั่งน้ำหนัก‘ต่อหน้า’ แล้วให้ตาชั่งตัดสิน”
หัวหน้ายามพยักหน้าเสมียนกลางวัดน้ำหนักถุงข้าวสารจากลัง ปรากฏว่า “ขาด” ไปสองชั่งจากบัญชีที่ระบุ
หัวหน้าคลังกลืนน้ำลายอีกครั้ง
“ข้าวสารเก่าชื้น น้ำหนักเบาได้”
เสมียนกลางสั่นหัวเบาๆ
“น้ำหนักเบาเพราะชื้นไม่ใช่คำอธิบาย”
เสียงหัวเราะแค่นสั้นๆ ดังจากแถวหลัง แต่ถูกมองจนเงียบไปเอง ลู่หานไม่ถามต่อเขาหันไปคารวะผู้เฒ่าลู่กวง
“ตาม‘กฎ’ ถ้าพบผิดปกติสามจุดขึ้นไป ต้องตั้ง ‘เวรตรวจร่วม’ จากตระกูลหลักและรอง”
ผู้เฒ่าลู่กวงนิ่งครู่หนึ่งก่อนเอ่ยช้า ๆ
“ให้ตั้งเวรตรวจร่วม สามวัน”
[ภารกิจ: กับดักคำ สำเร็จ]
[รางวัล:สิทธิ์เสนอระเบียบตรวจร่วม ได้รับอนุมัติสามวัน]
ตัวอักษรทองกะพริบครั้งเดียวแล้วหายไปเหมือนน้ำหยดลงผิวหินซึมเข้าไปโดยไม่ทิ้งคราบ ลู่หานหายใจช้า ๆสายตาไล่ไปที่หัวหน้าคลังเพียงครึ่งก้าว ไม่ใช่เพื่อกดเขาให้ต่ำแต่เพื่อให้เขาได้ยินจังหวะใหม่ที่ลานทั้งลานกำลังรับ
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่า”
เสียงระฆังเล็กดังอีกครั้ง“กิ๋ง” เป็สัญญาณยกประชุม คนทยอยลุก เสียงรองเท้าไม้ลากพื้นเป็จังหวะสั้น ๆทับกันหลายระดับ เหมือนฝนตกแ่ ๆ ลงบนหลังคาหลายชั้น
ลู่หานยังไม่รีบออกเขาหยุดมองตาชั่งอีกหน แผ่นไม้แขนทั้งสองนิ่งแล้ว เหม่ยหลิงเดินผ่านเข้ากระซิบเบาจนแทบไม่กวนลม
“ตอนบ่ายโรงเกวียนร้างทิศตะวันตก”
ลู่หานพยักหน้าช้าๆ
“เสียงเกวียนจับได้ในความเงียบ”
ยามบ่ายคล้อยเส้นแดดยาวเฉียงผ่านช่องกระเบื้องแตกของโรงเกวียนร้างกลิ่นฟางแห้งคละฝุ่นยางเก่าฉุนติดจมูก พื้นดินเป็รอยล้อสับสนใหม่วางทับเก่าเหมือนตัวอักษรสองชั้น เขาแยกเสียงออกในหัวตาม“แผนเฝ้าระวังขั้นต้น” ที่ระบบเคยปลดให้ เชิงเสาเหนือ เงาคาน ชายคูหา รางล้อฝั่งขวาและทางลัดเล็ก ๆ ที่ตัดไปทุ่ง
อาหยินอยู่ห่าง“ห้าเสา” ตามคำสั่งย่อ มือกุมถังน้ำรอเป็เหตุผลถ้าถูกถามเหม่ยหลิงยืนเงียบตรงชายคาน ดวงตานางมองเส้นฝุ่นเหมือนอ่านอักษรบนกระดาษ
เสียงเกวียนดัง“ครืด… ครืด…” จากทิศทุ่ง หยุดลงตรงริมเงาโรงเกวียนอย่างตั้งใจชายสองคนลงจากเกวียน ไหล่ห่อหลบแสง เสียงพึมพำทุ้มต่ำลอดมา
“รีบๆ ค่ำนี้จะย้ายชุดใหญ่”
“คนคุมคลังบอกว่าหลังระฆังยามสอง กลองจะสับสนอีกเพลา”
ลู่หานเหลือบตาให้เหม่ยหลิงนางแทบไม่ขยับ แต่เงาที่ปลายเท้าขยับครึ่งนิ้ว สัญญาณว่า “ฟังต่อ”ลู่หานปล่อยให้คนสองคนนั้นเปิดลัง เขาเห็นตราซ้อนเงา ๆ แบบเดียวกับในโถงและเห็นรอยครึ่งจันทร์จาง ๆ บนขาเกวียนคันนี้ด้วย
เขาไม่พุ่งเขาไม่ะโ เขาเพียงยกมือขึ้นในความมืดยามสองนายที่แฝงอยู่ตามจุดเฝ้ามองรับสัญญาณจากเงาแขนของเขา “หนึ่ง เตรียม” “สองรอคำสั่ง” ลมหายใจของเขาเสมอและยาวเหมือนคนสวดมนต์
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[ภารกิจ:ปิดวงด้วยกฎ]
[เงื่อนไข:จับการย้ายของ โดยใช้พยาน, ตราผนึก, บันทึกเวลา พร้อมกันในที่เกิดเหตุ]
[รางวัลที่เป็ไปได้:ใบอนุญาตตรวจพื้นที่นอกคลัง ‘ชั่วคราว’]
ตัวอักษรทองวาบในความมืดเหมือนสะเก็ดไฟแล้วหายไปลู่หานยกเสียงพอได้ยินชัด
“หยุดต่อหน้า”
คนทั้งสองชะงักลังเกือบหลุดมือ เหม่ยหลิงก้าวออกช้า ๆ
“เปิดต่อหน้ากฎ”
ยามสองนายเข้าล็อกตำแหน่งเงียบและเร็ว ลังถูกวางบนพื้น โคมไฟน้ำมันจุดขึ้นหนึ่งดวงโดยอาหยินแสงพอให้เห็นต้นขั้วตราและคราบดินเหนียว
เสมียนกลางที่ลู่หานให้เฝ้าทางไว้ก้าวเข้ามาตามสัญญาณเขาวางไม้ไผ่จดบนกล่องแล้วอ่านเสียงราบ
“เวลาก่อนยามสองครึ่งหนึ่งชั่วขณะ เปิดต่อหน้าพยานสี่คน”
ฝาลังเปิด“ครืด” กลิ่นข้าวสารพุ่ง เสียงแมลงบินแกรก ๆ หลุดจากซอกไม้ ตาชั่งพกพาวัดได้ “ขาด”หนึ่งชั่งครึ่ง เสียงเสมียนกลางจดตัวเลขเป็ชั้น
คนทั้งสองตัวแข็งเหมือนคนโดนตะปูตอกผ่านรองเท้าพวกเขามองไปทางทิศทุ่งราวจะหาทางวิ่ง แต่ยามยืนขวางอย่างเงียบ
หัวหน้าคลังปรากฏตรงปากคูหาเร็วผิดปกติเหมือนรู้ว่าที่นี่มีอะไร เขาชะงักเมื่อเห็นฉากตรงหน้า แล้วทำเสียงเยาะ
“จะกล่าวหาข้าอีกหรือข้าวสารขาดไปไม่ถึงสองชั่ง เ้าเรียกว่า ‘ขโมย’ หรือ”
ลู่หานไม่ตอบเขาหยิบกระเบื้องที่พิมพ์รอยตราฉีกจากเช้าออกมา เทียบกับตราบนลังตรงหน้าจุดหมึกซ้อนตรงมุมเดียวกันพอดี
“นี่คือรอยตราเดียวกันกับที่ ‘ผูกต่อหน้า’ ในเช้า”
หัวหน้าคลังขบกรามเสียงดังกรอดในลำคอ เหม่ยหลิงเอ่ยเรียบ
“รอยต่อหน้ากลับมาอยู่กลางทุ่ง ก่อนยามสอง เ้าจะอธิบายว่าอย่างไร”
หัวหน้าคลังยิ้มเย็น
“ข้าไม่จำเป็ต้องอธิบายแก่เด็กตระกูลรอง”
ผู้เฒ่าคนที่สองที่ไม่รู้มาจากไหนทันเวลา ก้าวเข้าร่มชายคาเสียงเคาะไม้ไผ่จดของเสมียนกลางหยุดลงทันที ผู้เฒ่าชำเลืองมองลู่หานชั่วครู่
“กฎพูดเองได้”
ท่านยกคางให้เสมียนกลางอ่านบันทึกั้แ่เช้าเสียงนั้นเรียบและคมเหมือนมีดที่ลับมาดี ทุกคำแนบลงบนลมหายใจของคนฟัง
“เช้าตราฉีก ผูกต่อหน้า มีพยานสาม
บ่าย เจอรอยครึ่งจันทร์ ที่ขาเกวียน
ค่ำ กลองสี่ครั้ง ไม่มีในตาราง
ยามนี้ เปิดต่อหน้า ขาดหนึ่งชั่งครึ่ง”
คำสี่ชั้นวางทับกันเหมือนก้อนหินถ่วงตาชั่งให้เอียงไปทางเดียวหัวหน้าคลังหายใจถี่ขึ้นจนอกเสื้อกระเพื่อม
[ภารกิจ: ปิดวงด้วยกฎ สำเร็จ]
[รางวัล:ใบอนุญาตตรวจพื้นที่นอกคลังชั่วคราว 1 รอบ (ผ่านเสมียนกลาง)]
ลู่หานโค้งเล็กน้อย
“ขอบคุณที่ให้กฎเดิน”
เสียงลมพัดผ่านช่องกระเบื้องแตกทำให้เงาคานแกว่งน้อยๆ ความเงียบหนาเหมือนผ้าห่มทับทั้งโรงเกวียน จนกระทั่งเสียง “วูบ”แหวกอากาศดังขึ้นจากภายนอก เงาดำพุ่งฝ่าช่องไม้ผุ ลูกศรขนนกดำเสียบ “ปัก!”เข้าที่เสาเก่า ขนนกสั่นระริก ด้ามผูกผ้าขาวม้วนเล็ก ๆ
ยามสะดุ้งคว้ามีดสั้นอาหยินร้องเฮือกใ เหม่ยหลิงก้าวครึ่งก้าวมาบังด้านหน้าโดยสัญชาติญาณลู่หานชูมือห้าม ทุกคนหยุด เงียบ ได้ยินแต่เสียงผ้าขาวสั่นดัง “ซวับ” ตามแรงลม
ลู่หานดึงผ้าขาวออกคลี่ช้า ๆ ลายหมึกโยงเป็ตัวอักษรคมจัดเพียงสามคำ
“เสบียงสนามเหนือ”
หัวหน้ายามที่ตามมาทีหลังถึงกับขยับตาขึ้นช้าๆ ผู้เฒ่าคนที่สองหรี่ตา ดวงตาลึกเหมือนบ่อที่ไม่เห็นก้น เหม่ยหลิงมองคำบนผ้าขาวแล้วเงยหน้าช้า ๆ
“สนามเหนือคือแนวรวมทัพของเมืองชายแดน”
ลู่หานกำผ้าแน่นเพียงเสี้ยวแล้วคลายทันที น้ำเสียงนิ่งจนปลายลมไม่สั่น
“หมายความว่าของไม่ได้หายไปเพื่อขายอย่างเดียว”
เขาเงยหน้ามองทุกคนทีละคนเสียงหอคอยยามไกล ๆ ดังขึ้นเองราวตอบรับ “กัง… กัง…” ช้าและหนัก
“มันกำลังไหลไปเลี้ยง‘สนาม’ ”
เงาคำนี้ซ้อนทับบนผนังไม้ทั้งโรงเกวียนร้างเหมือนตราน้ำหมึกข้างนอก ลมเหนือเปลี่ยนทิศเล็กน้อย ธงแดงบนกำแพงไกล ๆปรับหน้าหาเมืองชายแดนโดยไม่ตั้งใจ
ลู่หานหันไปหาหัวหน้ายาม
“ตั้งเวรเงาสองเส้นทางไปสนามเหนือ รายงานทุกครึ่งเค่อ”
เขาหันหันหน้าไปทางเสมียนกลาง
“ขอใบอนุญาตตรวจ‘นอกคลัง’ ตามรางวัลกฎ เดี๋ยวนี้”
เสมียนกลางพยักหน้าเขียนคำอนุญาตอย่างรวดเร็ว เหนือหัวพวกเขาลูกศรขนนกดำยังสั่นตามลมราวนกที่ไม่ยอมหลับ
เหม่ยหลิงก้าวเข้ามาข้างเขาเอ่ยเบาแต่ชัดเจน
“เกมที่เ้าเริ่มไว้จะไม่จบในเรือนนี้แล้ว”
ลู่หานตอบหนึ่งคำ
“รู้”
เสียงกลองจากหอทิศเหนือพลันดัง“ตึ้ง ตึ้ง ตึงง์” เสียงยาวท้ายลากกังวานเป็สัญญาณของเมืองเมื่อมีการเคลื่อนกำลังลับ ไม่ใช่ของหอฝึก ไม่ใช่ของโถงกลางเป็เสียงของ “สนาม”
ไอหมอกเช้าบางส่วนยังไม่ทันหายแต่เงาศึกเริ่มวาดอยู่บนฟ้าแล้ว