เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 126 ความเจ็บปวดของเมิ่งฉิง

            อย่างไรก็ตามนัยน์ตาของเมิ่งฉิงมองไปที่หลิ่วเฟยทันทีและเหลือบมองหลินเฟิงอย่างเฉยเมย จากนั้นหันไปเข้าไปในห้องขนาดเล็กและปิดประตู

            การกระทำของเมิ่งฉิงทำให้หลินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น ตั้งแต่นางทำเฉยชาหลินเฟิงก็ไม่รู้เลยว่านางกำลังคิดอะไรอยู่

            “หลินเฟิง เจ้ามันเลวทรามยิ่งนัก”

            หลิ่วเฟยกัดริมฝีปากขณะมองไปที่หลินเฟิงอย่างเศร้าโศกจากนั้นนางก็เดินออกจากห้องไป

            “…”

            หน้าผากของหลินเฟิงเห็นเส้นสีดำอย่างชัดเจน ในใจเต็มไปด้วยคำถามมากมายแววตาของเมิ่งฉิงเมื่อครู่นี่ดูเศร้าสร้อย จึงทำให้เขาสงสัย ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ว่าชวนทะเลาะก่อนหรือ? ทำไมนางถึงมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น? หรือว่านางจะชอบเขา?

            หลินเฟิงไม่เข้าใจได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น ไม่สงสัยเลยว่าคนอื่นถึงบอกว่าการเอาชนะใจผู้หญิงก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

            แน่นอนว่าหลินเฟิงไม่เข้าใจความคิดของหลิ่วเฟยเมื่อหลิ่วชั่งหลันได้ขอให้หลินเฟิงดูแลหลิ่วเฟยจุดประสงค์ของเขาคือทำให้เขาและนางสนิทสนมกันมากขึ้นโดยใช้เวลาให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันนานๆ

            หลิ่วชั่งหลันไม่รู้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหนเขาตกอยู่ในอันตรายอยู่ตลอดเวลา คนเดียวที่หลิ่วเฟยสามารถพึ่งพาได้ถ้าหากเขาจากไปคือหลินเฟิงถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบกันตั้งแต่เริ่มแรกเพราะความเข้าใจผิดเล็กน้อยหลินเฟิงก็ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่นางสามารถเชื่อถือได้เขาได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นและได้รับการยกย่อง ในขณะที่หลิ่วเฟยค่อยๆ ลืมเรื่องเลวร้ายทั้งหมดของหลินเฟิงไปโดยเฉพาะในตอนที่เขาออกจากนิกายหยุนไห่ในวันที่ถูกทำลาย นางทำได้เพียงขบคิดแต่เรื่องของหลินเฟิงเท่านั้น

            อย่างน้อยหลิ่วเฟยก็มีความรู้สึกที่ดีต่อหลินเฟิงดังนั้นนางจึงยอมฟังพ่อของนาง และติดตามหลินเฟิงมา นอกจากนี้ในหัวใจของนางก็เริ่มมีความรู้สึกต่อหลินเฟิงดังนั้นนางจึงคิดว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ ที่จะอยู่กับหลินเฟิงเพียงสองต่อสอง

            แต่เมื่อนางเปิดประตูห้องของหลินเฟิงสิ่งที่นางเห็นเป็นอย่างแรกคือหญิงสาวคนหนึ่ง นางช่างงดงามอย่างไม่น่าเชื่อนางรู้สึกราวกับว่าหัวใจของตัวเองกำลังแตกสลายนั่นเป็นเหตุผลที่นางรีบวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วนางไม่สามารถทนยืนอยู่ในห้องของหลินเฟิงได้

            “หลินเฟิง เจ้าจะไปปลอบใจคนข้างในนั่นก่อนหรือจะตามไปปลอบอีกคน?”

            หยวนซานผู้ที่ยืนอยู่นอกห้องถาม หลินเฟิงถึงกับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเขา

            “ตามหลิ่วเฟยก่อนเถอะ” หลินเฟิงคิดในใจ หลิ่วเฟยยังคงซึมเศร้าอยู่เกี่ยวกับเรื่องพ่อของนางทำให้หลินเฟิงเป็นห่วงนางอย่างมาก

            หลินเฟิงออกจากห้องและกระโดดขึ้นไปในอากาศ แล้วพยายามคว้าตัวหลิ่วเฟยขณะที่นางกำลังมุ่งหน้าไปยังทางออก ดูเหมือนนางจะโกรธมากจริงๆ และไม่พูดอะไรสักคำ

            หลินเฟิงตามนางไปและในที่สุดเขาก็จับนางได้ ในขณะนั้นทั้งสองกำลังอยู่นอกปราสาท

            “ทำไมเจ้าทำกับข้าอย่างนี้?”

            หลิ่วเฟยถามหลินเฟิง นางจ้องมองเขาด้วยสายตาเยือกเย็น เห็นได้ชัดว่านางกำลังหึงหวง

            ในใจของหลินเฟิงเกิดความรู้สึกแปลกๆเขาไม่เคยมีความรักเลยในช่วงชีวิตของเขา เขาจึงไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไรแต่ในตอนนี้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกมากมาย

            หลินเฟิงยังคงนิ่งเงียบและทำได้เพียงจ้องมองหลิ่วเฟยขณะที่เดินเคียงคู่กับนาง

             “ข้ากำลังถามเจ้าอยู่นะ” หลิ่วเฟยกล่าวขณะจ้องมองหลินเฟิง

            หลินเฟิงจ้องมองนาง ทำให้หลิ่วเฟยรู้สึกมึนงงว่าเจ้าเด็กนี่กำลังมองอะไร?

            “เจ้า... ไม่ใช่ว่าชอบข้าหรอกหรือ?”

            หลินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะเกาหัว

            คำพูดดังกล่าวทำให้หลิ่วเฟยตกใจจนเกือบจะล้มทั้งยืนนางหันไปและจ้องมองหลินเฟิง ทันใดนั้นนางก็เริ่มตะโกนเสียงดัง

            “ข้าชอบเจ้าเหรอ? ฝันไปเถอะ!”

            หลิ่วเฟยตอบกลับอย่างเย็นชา จากนั้นนางก็หันหลังกลับและเดินเร็วขึ้น

            หลิ่วเฟย นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนในชีวิต

            “จริงหรือ?”

            หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจ เป็นไปได้ไหมว่าเขาคิดไปเอง?

            “หลิ่วเฟย หยุดเดินก่อน”

            หลินเฟิงตะโกนใส่หลิ่วเฟยที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆทันใดนั้นหลิ่วเฟยก็หยุดเดิน

            “อย่าลืมสิ่งที่เจ้าได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับลุงหลิ่วฉะนั้นเจ้าต้องเชื่อฟังข้า”

            หลินเฟิงกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ

            เมื่อหลิ่วเฟยหันกลับมามองหลินเฟิงอย่างโกรธเกรี้ยว ไอ้สารเลวนี่กำลังใช้คำสัญญาของข้าเป็นข้ออ้าง!

            แต่ในขณะนั้นหลินเฟิงเดินไปหานาง เมื่อเขาเดินมาถึงข้างๆ นางเขาจับมือของหลิ่วเฟยและกล่าว “กลับกันเถอะ”

            หลินเฟิงจับมือของนางแน่นทำให้นางไม่สามารถหนีได้หลินเฟิงกำลังใช้พละกำลังกับนาง ทำให้นางไม่สามารถสลัดมือออกจากหลินเฟิงได้นางทำได้เพียงจ้องมองหลินเฟิงอย่างโกรธเกรี้ยวเท่านั้น

            “อย่าเกร็ง”

            หลินเฟิงรู้สึกภาคภูมิใจกับตัวเองการเผชิญหน้ากับผู้หญิงมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ขณะนี้หลิ่วเฟยกลายเป็นเชื่อฟังเขาอย่างสมบูรณ์

            แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำสิ่งเดียวกันกับเมิ่งฉิงได้ ถ้าเขาพยายามใช้กำลังกับนางนางอาจจะโจมตีเขาและเพียงพริบตาเขาก็อาจถูกนางซัดจนปลิว

            หลังจากนั้นไม่นานหยวนซานกับต้วนเฟิง ก็เห็นหลินเฟิงและหลิ่วเฟยกำลังเดินกลับมาขณะจับมือกันนั้นเมื่อพวกเขาเห็นหลิ่วเฟยไม่ดิ้นรนและจับมือของหลินเฟิงด้วย ก็ทำให้พวกเขาต่างประหลาดใจ

            “ห้องของข้ามีหลายห้อง เจ้าสามารถเลือกได้ แต่ถ้าเจ้าไม่อยากเลือกก็สามารถอาศัยอยู่กับจิ้งหยุนได้” 

            หลินเฟิงกล่าวขณะปล่อยมือหลิ่วเฟย

            “ใครมันจะอยากอยู่ในห้องเดียวกับสารเลวอย่างเจ้า”

            หลิ่วเฟยกล่าวขณะมองหลินเฟิง จึงทำให้หลินเฟิงรู้สึกโล่งใจและรู้สึกว่าหลิ่วเฟยกลับมาเป็นตัวของตัวเองแล้ว

            ลุงหลิ่วได้ขอให้เขาดูแลนางดูเหมือนว่าหลักจากนี้พวกเขาน่าจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

            หลินเฟิงส่ายหน้าและเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง

            เขาเดินตรงไปยังห้องที่มีเมิ่งฉิงอยู่ข้างในและเคาะประตูของนางอย่างนุ่มนวล

            หลังจากผ่านไปชั่วครู่ก็ยังคงไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ จากนั้นหลินเฟิงได้ยินเสียงของเมิ่งฉิงจากด้านหลังประตูว่า “ข้าต้องการพักผ่อน ไปสนุกกับนางต่อสิ”

            “เอ่อ…”

            หลินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น หรือว่านางรู้สึกหึง?

            แต่หลินเฟิงปฏิเสธความคิดที่ว่านางอาจจะหึงออกไปอย่างรวดเร็วเมิ่งฉิงเป็นคนที่เย็นชาตลอด หลินเฟิงไม่เคยรู้ว่านางคิดอะไรอยู่

            “ข้าบอกแล้วนะว่าข้าต้องการพักผ่อน ออกไปซะ”

            เสียงตะโกนออกมาจากในห้อง จึงทำให้หลินเฟิงกลายเป็นมึนงง

            เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเมิ่งฉิงถึงเป็นเช่นนี้?

            แม้ว่าน้ำเสียงของเมิ่งฉิงจะเย็นชา แต่อารมณ์ของนางไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยแต่ในขณะนั่นน้ำเสียงของนางกลับดูโกรธ

            “เมิ่งฉิง…” หลินเฟิงกล่าวอีกครั้ง แต่เมิ่งฉิงพูดขัดเขาทันทีว่า “ออกไปซะ!”

            มีบางอย่างผิดแปลกไป เกิดประกายแสงในนัยน์ตาของหลินเฟิงเห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ!

            หลินเฟิงผลักประตูห้องของนาง แต่มันเปิดไม่ออก ดูเหมือนว่ามันจะถูกล็อกจากด้านใน

            หลินเฟิงผลักประตูของนางด้วยพลังทั้งหมดที่เขามีเพื่อเปิดมัน แล้วในที่สุดเขาก็เปิดมันได้และเดินเข้าไปในห้องทันที

            จู่ๆ หลินเฟิงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งและหนาวเหน็บราวกับว่ามันได้ปกคลุมร่างของเขา

            หลินเฟิงถูกกดดัน เขาเหลือบมองไปที่ห้องและเตียง

            เขาเห็นเมิ่งฉิงกำลังนั่งอยู่บนเตียงของนาง หลินเฟิงกลายเป็นตะลึงเมื่อเห็นร่างของนางถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็ง

            เรือนผมอันงดงามของเมิ่งฉิงถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งหนา

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            หลินเฟิงกรีดร้อง เมิ่งฉิงเงยหน้าของนางขึ้นมา บางทีนางอาจจะหนาวเพราะน้ำแข็งพวกนั้นนางขยับริมฝีปากแต่ไม่มีคำพูดออกมาจากปากของนาง

            “เมิ่งฉิง ทำไมเจ้าถึงเป็นเช่นนี้?”

            หลินเฟิงกล่าวขณะเดินตรงไปที่เตียง หลินเฟิงรู้สึกหนาวเย็นไปทั่วร่างราวกับร่างของเขากำลังแข็งตัว

            มันหนาวเย็นเกินไป แต่ความหนาวเย็นมันไม่ได้มาจากภายนอกแต่มันมาจากร่างกายของเมิ่งฉิง

            “ไปซะ อย่าเข้ามา”

            เมิ่งฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            หลินเฟิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากเมื่อได้ยินคำพูดของนางเขานึกถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งและหนาวเหน็บที่ปกคลุมร่างของเขาก่อนที่เขาจะเข้ามาในห้อง

            ในตอนนี้ร่างกายของเมิ่งฉิงกำลังปลดปล่อยกลิ่นอายอันเยือกเย็นบางส่วนออกมาแต่นางพยายามทำตัวราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เมิ่งฉิงไม่อยากให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง

            หลินเฟิงเดินไปที่ขอบเตียงของนาง ทันใดนั้นชั้นน้ำแข็งเริ่มปกคลุมแขนและร่างของเขาเพียงพริบตาเขาก็มีสภาพเหมือนเมิ่งฉิงที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งทำให้เขาสั่นเทาเช่นกัน

            แม้ร่างของหลินเฟิงจะยังคงเดินไปข้างหน้า แต่สายตายังคงแสดงถึงจิตใจที่แน่วแน่

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน