หลังจากแม่มี่สำเร็จความใคร่ให้ผมด้วยฝ่าเท้า ผมก็มานอนคิดทั้งคืน ไม่ใช่รู้สึกเสียว รู้สึกดีหรืออยากให้เธอทำอีก หากแต่เป็ความรู้สึกรู้สึกผิด…ผมไม่ควรให้แม่มี่ทำแบบนั้นเลย ถึงเธอจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของผมก็เถอะ แต่ก็ไม่สมควรทำอยู่ดี ผมคิดอยู่นานก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า ต่อจากนี้เป็ต้นไป ผมจะต้องไม่ว่อกแว่ก ไม่คิดฟุ้งซ่าน และต่อให้มีอารมณ์ขึ้นมาจริง ๆ ก็จะจัดการตัวเองไม่ให้แม่มาช่วยอีกผมฮึดฮัดด้วยท่าทางอันแน่วแน่ก่อนจะหลับตานอน..
เมื่อถึงตอนเช้าผมตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นแต่ข้อมือก็ยังปวด ๆ อยู่ก่อนที่จะเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปหาอะไรกิน ได้กินอาหารเช้าหอมฉุยจากฝีมือแม่มี่แต่เช้า น้ำย่อยในกระเพาะทำงานทันที ผมเดินเข้ามาในห้องครัวและเห็นแม่มี่ยืนหันหลังให้เหมือนเธอกำลังทอดอะไรในกระทะอยู่ ส่วนชุดที่ใสก็ไม่ต้องพูดถึงเสื้อกล้ามแขนกุดสายเดี๋ยวสีขาวกับกางเกงขาสั้นและสวมผ้ากันเปื้อนสีส้ม แต่ผมไม่มองเห็นหรอกเพราะสาบานกับตัวเองไว้แล้ว ผมมองไปบนโต๊ะอาหารเห็นจานแฮมกับเบคอนและแก้วนมวางอยู่ จึงได้ตรงเข้าไปหยิบและเดินกลับขึ้นไปบนห้องทันที แต่ก่อนไปก็พูดกับแม่ด้วย “แม่มี่ผมเอาไปทานบนห้องนะครับพอดีจะเล่นเกมไปด้วย..” ผมพูดจบก็รีบหยิบจานหยิบแก้วหันหลังขึ้นบันไดไปทันที ไม่รอแม่มี่หันมาหรือพูดด้วยซ้ำ “อะ..อ้าว!!? เดี๋ยวสิ ตามาร์ก….” ได้ยินเสียงแม่มี่ไล่หลังมาแต่ผมก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว พอขึ้นมาบนห้องก็จัดการกับอาหารในจานอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับเปิดคอมเล่นไปด้วย
ผ่านไปราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงแม่มี่มาเคาะหน้าห้องและจะเปิดประตูเข้ามาแต่….ทำไม่ได้เนื่องจากผมล็อกเอาไว้ “อ้าว? มาร์กลูก เป็อะไรล็อกห้องทำไม แม่จะถามว่าเป็อะไรทำไมดูแปลก แล้วข้อมือหายหรือยัง” ผมรีบแม่มี่ไปทันทีว่าข้อมือดีขึ้นแล้วแถมตอนนี้กำลังดูหนังอย่างว่าอยู่พร้อมกับเร่งเสียงให้แม่ได้ยิน จริง ๆ ไม่ได้ดูหรอกแค่ไม่อยากให้เธอเข้ามา ได้ยินเสียงแม่มี่ ร้อง อุ๊ย!! เบา ๆ หน้าประตู ก่อนจะบอกผมว่าอย่าหักโหมแล้วเธอก็จากไป สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพื่อจะได้ไม่ต้องฟุ้งซ่านกับแม่มี่สักพัก หลังจากวันนั้นข้อมือผมก็หายดีและไปเรียนตามปรกติ และเมื่อเห็นแม่มี่ที่บางครั้งอาจจะแต่งตัวค่อนข้าง วาบหวิวในแบบของเธอเวลาอยู่ในบ้าน
ผมก็จะเลี่ยงที่ไม่มองหรือหลบตาไปทางอื่น และหากหลบไม่พ้นจะเผลอไปเห็นเข้าอย่างช่วยไม่ได้จริงถึงขั้น เ้าอนาคอนดาแข็ง ผมก็จะรีบไปเข้าห้องน้ำและจัดการตัวเอง แม่มี่เองก็รับรู้เช่นกันเธอจึงลองแกล้งยั่วผมดู ซึ่งก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง แต่ทุกครั้งมันจะจบลงที่ผมจัดการกับตัวเองเสมอ ดูเหมือนแม่มี่จะภูมิใจกับผมนิดหน่อยที่ผมดูโตเป็หนุ่มและมีความกล้าแบบลูกผู้ชายขึ้นมา ยังมันยังไม่จบผมฮึกเหิมถึงขนาดกล้าจีบผู้หญิงที่แอบชอบในโรงเรียนและได้เธอแฟนคนแรกด้วย พอมาเล่าให้แม่มี่ฟังแม่มี่ใและหัวเราะแถมบอกไม่เชื่อผมจึงพาผู้หญิงคนนั้นมาบ้านเพื่อพิสูจน์ จนแม่มี่ยอมเชื่อ
ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองโตเป็หนุ่มมาก ฮอร์โมนมันพลุ่งพล่านไปหมดจน สุดท้ายก็ต้องปลดปล่อยมันออกมากับ…แฟนคนแรก ใช่ครับผมกับเธอมีอะไรกันในห้องของผมด้วย แต่ไม่ต้องห่วงผมป้องกันเป็อย่างดี ไม่ยอมให้ท้องจนเสียอนาคตหรอก หลังจากผ่านไปผมก็ไปเล่าให้มี่แม่ฟังอย่างไม่อายเพราะรู้ว่าแม่มี่จะต้องภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ เื่เซ็กส์มันเป็เื่ธรรมชาติ ของสัตว์ ของสิ่งมีชีวิตทุกตัว เพียงแต่มนุษย์อย่างเราเลือกได้ว่าจะป้องกันตัวจากโรคยังไง เลือกจะคุมกำเนิดยังไงไม่เหมือนสัตว์ที่ไม่รู้จักควบคุมหรือป้องกันใด ๆ เื่ทั้งหมดนี่แม่มี่เป็คนสอนผมเอง ผมต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ที่เป็แม่หัวสมัยใหม่ที่เข้าใจลูก ไม่ใช่พวกไดโนเสาร์ไร้สมองที่เอาแต่ห้าม เอาแต่ดุด่า และมองว่าเป็เื่ บัดสี น่าเกลียด ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เกิดมาได้เพราะเื่แบบนี้แท้ ๆ
เื่ราวผ่านไปหลายเดือนผมตั้งใจเรียนมากและคบกับแฟนเป็อย่างดี และให้เวลากับแม่มี่น้อยลงจนพวกเราค่อย ๆ ห่างกันไปทีละนิดอย่างไม่รู้ตัว แถม่นั้นการเงินในบ้านของเราเกิดปัญหาขึ้นอย่างรุนแรง จนแม่มี่เครียดหนักแต่ในขณะเดียวกัน ก็ดูเหมือนว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งมาติดพันแม่มี่ ท่าทางของคนคนนี้ดูรวยและมีฐานะเลยแถมแม่มี่เองก็เหมือนจะชอบเขาด้วย ผมไม่มีปัญหา ไม่ติดอะไรหากแม่มี่จะคบกับคนนี้ หรือให้เขามาเป็พ่อเลี้ยงผม ผมโตแล้วเข้าใจทุกอย่างได้ดี เพราะผมเองก็มีเวลาให้เธอน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก ทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดีจนกระทั่งวันหนึ่ง.. ผมกลับมาจากไปส่งแฟนที่บ้านในตอนดึก เพราะไปดูหนังด้วยกันมา
เห็นบ้านเงียบ ๆ แต่มีไฟเปิดอยู่และเห็นรถของผู้ชายที่คบกับแม่มี่จอดอยู่หน้าบ้าน เดาว่าทั้งคู่คงอยู่ด้วยกันในห้องรับแขก ผมเข้าไปในบ้านอย่างเงียบและกะจะเดินผ่านกลับขึ้นห้องตัวเองไปเงียบ ๆ ไม่อยากรบกวนความสุขของแม่ แต่หูเ้ากรรมมันก็ดันไปได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่สมควรได้ยิน บ๊วบ..บ๊วบ… อ๊าซซซซซ อู๊ยยยยซี๊ดดดด ที่รักเก่งจังเลยผมเสียวไปหมดแล้ว อ๊าซซซซ อมลึก ๆ เลย ฮึก..!! ผมหูผึ่งตัวแข็งทันที รู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังโดนแม่มี่ทำอะไรถึงได้ร้องออกมาขนาดนี้ ผมคิดในใจ “เชี้ย..เอาไงดีวะ ว่าจะไม่สนใจ แต่ร้องซะขนาดนี้…เอ่อ แอบดูนิดนึงก็ได้เพื่อจะได้เอาไปสอนแฟนผมว่าต้องทำยังไง” พอคิดได้ดังนั้นจึงค่อย ๆ ย่องไปที่ห้องรับแขกและแอบดูสิ่งที่สองคนนั้นกำลังอยู่ทันที ภาพที่เห็นก็คือ ผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขน กำลังหลับตาซูดปากร้องอ้า ๆ ท่อนล่าง ไม่ได้ใส่อะไรกำลังกระเด้าเอวดึก ๆ เบาไปข้างหน้า และตรงหว่างขาก็มีแม่มี่กำลังนั่งคุกเข่าใช้มือจับโคนดุ้นของผู้ชายคนนี้ กับใช้ปากกำลังดุ้นดูด เสียงดังจ๊วบ ๆ ยังกับเด็กดูดไอติมอยู่ สองมือของผู้ชายคนนี้ก็ขยุ้มผมของแม่มี่และกดหัวเข้า ๆ ออก ๆ เป็บางครั้ง แม่มี่อยู่ในเสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงขาสั้นสีขาว ยังไม่ได้แก้ผ้าหรือถอดสักชิ้นเดาว่าพวกเขาน่าจะพึ่งทำกัน
ผมมองภาพนั้นอยู่สักพักจนเริ่มมีอารมณ์นิด ๆ และคิดจะหยุดดู ก่อนจะกลับขึ้นห้องของหัวเองแต่แล้วก็ได้มีบางอย่างเกิดขึ้น เสียงโทรศัพท์มือบนโต๊ะดังขึ้น มันไม่เหมือนของแม่มี่ก็น่าจะเป็ของผู้ชายคนนั้น แม่มี่ที่กำลังกินสโมกกี้ไบท์อยู่ดันหันเป็เห็นเบอร์ที่โทรไลน์เข้ามาพอดี แม่มี่ถึงกับกับเลิกอมและรีบคว้าโทรศัพท์ของผู้ชายคนนั้นขึ้นมากดรับสาย จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงเอะอะโวยวายก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะแย่งกลับคืนไป และพวกเขาก็มีปากมีเสียงกัน ผมก็พอจะได้ยินแหละว่าคนที่โทรมาน่าจะเป็เมียของไอ้ผู้ชายคนนี้ แม่มี่โกรธจัดและทะเลาะกับมันเสียงดังก่อนที่จะไล่มันกลับไปแต่ดูเหมือนมันจะไม่กลับแถมยังพยายามจะปล้ำแม่มี่ด้วย ดุ้นมันแข็งเป็ล่ำผงกหัวงึก ๆ บ่งบอกว่าเ_ี่ยนสุด เ_ี่ยนจริง ๆ ๆ หน้ามันทั้งซุกทั้งไซ้ซอกคอแม่มี่ สองมือก็ทั้งบีบนม ทั้งล้วงเข้าไปในกางเกงเพื่อจะทำให้แม่มี่มีอารมณ์เอากับมัน แต่แม่มี่ไม่น่าจะเล่นกับแม่แล้วหลังจากที่รู้ว่ามันมีเมีย แม่มี่ดิ้นสุดแรงเกิดบวกกับที่เธอออกกำลังด้วยล่ะมั้งก็เลยสู้แรงมันไหว พอมันเห็นว่าแม่มี่ไม่ยอมมันก็เริ่มลงไม้ลงมือด้วยการตบแม่มี่ไปหนึ่งฉาดแรง ๆ จนเธอนิ่งไป ก่อนที่คิดจะข่มขืนแม่มี่ทั้งแบบนั้น แต่ผมคงไม่ทนดูแม่ถูกกระทำแบบนั้นหรอกครับ เอ่อ ถ้าเห็นมันเอาแม่มี่ดี ๆ ผมก็พอให้อภัยเพื่อจะเอาไปสอนแฟน แต่นี่มึงงงงง ทำร้ายแม่กู!!! ไอ้สารเลวววมึงตายยย!!!
ผมะโเสียงดังลั่นก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปเตะมันที่ท้องจนกระเด็นล้มลง จากนั้นก็กระทืบไปนับครั้งจนมันตั้งตัวได้และลุกขึ้นมาชกผมอย่างแรง ผมล้มลงแต่ก็รีบลุกขึ้นมาซัดกับมันอย่างเอาเป็เอาตาย รูปร่างผมก็พอ ๆ กับมัน แถมผมยังเป็หนุ่มเรี่ยวแรงยังดีอยู่ มันก็อายุไม่เยอะ แหละ ราว ๆ สามสิบกว่าเกือบจะสี่สิบ แต่ที่มันเสียเปรียบผมก็คือมันไม่ได้ใส่กางเกงแถม เ้าดุ้นของมันที่ยังแข็งก็ยังเกะกะด้วย เมื่อมันมีจุดอ่อนผมก็ซัดเข้าไปเต็มข้อล่อเต็มแข็ง ผู้ใหญ่ก็ผู้ใหญ่เถอะ โดนเตะเข้าไปในขณะแข็งตัว ร่วงทุกราย เสียงของมันร้องโอดโอยด้วยความเ็ปดังลั่นบ้าน ผมจะกระทืบซ้ำแต่แม่มี่มาดึงแขนห้ามไว้ ผมจึงหยุดตีน ก่อนจะไล่มันออกจากบ้านไปไม่งั้นจะโทรเรียกตำรวจ มันโวยวายพร้อมกับด่าทอแม่มี่ เสีย ๆ หาย ๆ ผมโกรธมากแต่ก็นึกอะไรดี ๆ ออกก่อนจะหยิบมือถือมันขึ้นมาและถ่ายรูปมันในสภาพนอนเอามือกุมไข่ใบหน้าบิดเบี้ยว ส่งไลน์ไปให้เมียมันดู ก่อนจะแชร์ไปให้เพื่อน ๆ ของมันทุกคน และเอามือถือตัวเองมาถ่ายบ้างพร้อมกับบอกว่า ถ้ามันยังไม่เลิกยุ่งกับแม่มี่ ภาพมันปลิวว่อนโซเชียลแน่ ๆ เพราะแบบนั้นมันจึงยอมกลับออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว และจากวันนั้นมันก็ไม่เคยกลับเข้ามาในชีวิตแม่มี่อีกเลย
แม่มี่นั่งน้ำตาซึมบนโซฟาแต่ก็ไม่ได้ร้องไห้เธอเข้มแข็งมาก แต่เธอเป็ห่วงผมมากกว่า “เป็ไงตามาร์กเจ็บไหมลูก…ไหนขอแม่ดูสิ…แม่ไม่น่าไปคบกับแม่งเลย นึกสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่ามันต้องมีเมียตัวจริง แต่ก็ไม่ยอมเชื่อลางสังหรณ์ตัวเอง” แม่มี่บ่นพึมพำพร้อมกับทำหน้าเบ้ๆ “ช่างมันเถอะครับแม่ มันไปได้ก็ดีแล้ว มาร์กซะอีกที่ทำอะไรวู่วาม ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเงินของไอ้หมอนี่มันช่วยครอบครัวเราได้” ผมพูดขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “โอ๊ย ตามาร์ก ถ้ามันจะมาแค่หลอกฟันแม่แต่ไม่ได้รักแม่ก็ไม่เอาหรอก แม่ไม่ได้ขายตัวนะจ๊ะ เฮ้ออออแต่พอมาคิดอีกทีก็แย่ ๆ จริง รู้งี้หลอกเงินมันมาเยอะ ๆ ก่อนก็ดี สงสัยแม่คงต้องกลับไปทำอาชีพเก่าแล้วมั้ง….” ผมเอียงคอขมวดคิ้วก่อนจะถามแม่มี่ว่าอาชีพเก่าที่ว่าคืออะไร แม่มี่ยิ้มแล้วบอกว่า “ก็ถ่ายโอนลี่แฟนไงจ๊ะ แบบที่มาร์กเลยเห็นในเน็ตตอนนั้น แม่ว่ารูปร่างกับหน้าตาแม่ก็ยังไหวอยู่นะ เอ๋…แต่ไม่มีคนถ่ายให้นี่สิ เอ่อ จริงด้วย!!! มาร์กเล่นกล้องใช่ไหมลูก ถ่ายให้แม่ได้ไหม เดี๋ยวแม่แบ่งค่าขนมให้….” แม่มี่ยิ้มแป้นก่อนจะมองมาที่ผมด้วยแววตาเป็ประกาย แต่ผมใมาก “ผมเนี่ยนะแม่!! จะให้ผมถ่าย…ถ่ายโอนลี่แฟนให้แม่ มัน…มันจะดีเหรอครับ..”
จบตอน…
ตอนหน้า คุณลูกเลี้ยงตากล้องมือใหม่กับคุณแม่เลี้ยงนางแบบonly fanสุดเสียว