ขณะที่พี่ไกรเริ่มสอดเข้าไปลึกขึ้น เปรี้ยวสะดุ้งสุดตัว ด้วยความเจ็บ จนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับกำแพงห้องเย็นเฉียบ
ความรู้สึกเจ็บแปลบดุจถูกฉีกเนื้อหนังสาดซัดเข้ามาในโสตประสาท ร่องรักที่บริสุทธิ์ถูกรุกรานด้วยความใหญ่โตที่เธอไม่เคยพานพบ จนร่างกายเกร็งแน่นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
น้ำตาที่เอ่อคลอพังทลายลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจกลั้น เสียงครางที่เคยกระเส่ากลับกลายเป็เสียงสะอื้นไห้ด้วยความโหยไห้และหวาดกลัว
“ฮึก... เปรี้ยวเจ็บ... พี่ไกรหยุดเถอะ... หนูเจ็บมากเลยค่ะ... ฮือ...”
เธอร้องไห้โฮออกมาจนตัวโยน มือบางพยายามผลักไสแผงอกกว้างที่ร้อนระอุแต่แรงที่มีกลับเหือดหายไปจนสิ้น ขาเรียวที่เคยพาดเอวสอบอ่อนยวบลงทิ้งตัวลงข้างกาย ร่างทั้งร่างสั่นเทาราวกับลูกนกที่กำลังจะสิ้นใจในอุ้งมือพยัคฆ์
วินาทีที่เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเปรี้ยวกระทบโสตประสาท ไกรชะงักนิ่งงันดุจถูกฟ้าผ่า ดวงตาที่เคยแดงก่ำด้วยไฟราคะพลันวูบไหวด้วยความใและรู้สึกผิดอย่างรุนแรง
เขาค่อย ๆ ถอนสะโพกถดถอยออกมาอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุด ตัวตนที่ยังแข็งขึงร้อนผ่าวหลุดพ้นออกจากร่องเนื้อแคบจัด พร้อมกับรอยเืสีแดงสดที่ซึมออกมาผสมหยาดน้ำหวาน
“ชิบหาย... เปรี้ยว... พี่ขอโทษ!”
เสียงทุ้มห้าวสั่นระริกด้วยความตระหนก ไกรรีบช้อนร่างบางที่สั่นเทาขึ้นมาจากกำแพงทันที
เขาอุ้มเธอตรงไปยังเตียงนอนแล้ววางลงบนฟูกนุ่มอย่างแ่เบา เปรี้ยวทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าคู้เข้าหาตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยอมหยุดจนไกรใจหายวูบ
ชายหนุ่มร่างั์คุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าเธอ มือหนาที่เคยรุกรานรุ่มร่ามยามนี้กลับสั่นเทาขณะยื่นไปแตะแก้มชื้นน้ำตาของเธออย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าััของเขาจะทำให้เธอแตกสลายลงไปอีก
“พี่... พี่หยุดแล้วนะเปรี้ยว พี่หยุดจริงๆ แล้ว...” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางก้มหน้าลงอย่างคนผิด “พี่แม่งบ้าเอง พี่ไม่น่าทำแบบนี้เลยว่ะ... มึงเจ็บขนาดนี้ พี่มันก็แค่สัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งชัด ๆ”
ไกรเอื้อมหยิบผ้าขนหนูสะอาดข้างเตียงมาชุบน้ำลูบซับคราบน้ำตาบนหน้าเนียนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อย ๆ ดึงกางเกงขาสั้นของเธอขึ้นมาสวมใส่เพื่อปกปิดร่างกายที่ยังมีรอยเืจาง ๆ ซึมออกมา
“พี่ขอโทษจริงๆ นะเปรี้ยว พี่ไม่น่าปล่อยให้อารมณ์มันนำทางจนทำร้ายมึงขนาดนี้เลย”
ไกรซบหน้าลงกับหัวเข่าของเธอ มือกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ลมหายใจหอบถี่ของเขาเต็มไปด้วยความอัดอั้นราวกับกำลังกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้เช่นกัน
“มึงจะเกลียดพี่ก็ได้ พี่สมควรโดน... มึงจะตบ จะด่า หรือจะไล่เตะพี่ยังไงก็ได้พี่ไม่ว่าเลย แต่พี่ขอร้องอย่างเดียว... อย่าหนีพี่ไปไหนเลยนะเปรี้ยว พี่สัญญา... สัญญาด้วยชีวิตเลยว่าต่อจากนี้พี่จะไม่แตะต้องมึงอีกจนกว่ามึงจะพร้อมจริงๆ และถ้ามึงไม่เคยพร้อม พี่ก็จะเข้าข้างมึงแบบนี้ตลอดไป”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมแดงก่ำทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยความอาดูรและความหวาดกลัว... กลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปจากชีวิตเพราะการกระทำอันเห็นแก่ตัวของเขา
“พี่จะอยู่ตรงนี้... จนกว่ามึงจะบอกให้พี่ออกไป หรือจนกว่ามึงจะหายเจ็บ พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น”
ไกรเอื้อมมือไปโอบไหล่บางไว้เบา ๆ ไร้ซึ่งแรงกดทับหรือความหื่นกระหาย มีเพียงไออุ่นที่พยายามจะสื่อสารว่าเขาเสียใจเพียงใด และตอนนี้เขาจะทำหน้าที่เป็โล่กำบังให้เธอ ไม่ใช่ภัยคุกคามอีกต่อไป
เปรี้ยวนั่งกอดเข่าคู่อยู่บนขอบเตียง หยาดน้ำตายังคงร่วงเผาะไม่ขาดสาย
ทว่าความเ็ปทางกายยามนี้กลับเริ่มถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะที่พุ่งพล่านขึ้นมาจุกอก หญิงสาวเงยหน้าชื้นน้ำตาขึ้นสบตาไกรที่ยังคงคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำฉายแววตัดพ้อและโกรธจัดจนสั่นระริก
“พี่... พี่มันเลวที่สุด!”
เธอแผดเสียงสั่นพร่าออกมาพร้อมกับระดมกำปั้นทุบลงบนแผงอกกว้างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ทุบซ้ำ ๆ แรง ๆ จนฝ่ามือเนียนเริ่มขึ้นรอยแดงช้ำแต่เธอก็ไม่คิดจะหยุด
“พี่ทำแบบนี้กับหนูได้ยังไง! หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่พร้อม หนูเจ็บ! หนูกลัว! แต่พี่ยังจะฝืนทำอีก! พี่มันไม่ใช่คน! พี่มันเลวชิบหายเลย!”
ไกรนั่งนิ่งงันเป็หินผา เขาไม่หลบเลี่ยง ไม่ปัดป้อง และไม่คิดจะปกป้องตัวเองแม้แต่นิดเดียว
เขายอมให้เปรี้ยวระบายโทสะลงบนร่างกายเขาอย่างดุเดือด เสื้อยืดสีเทาที่เขาสวมอยู่ยับย่นตามแรงกระชาก มือหนาทั้งสองข้างวางนิ่งอยู่ข้างลำตัว ไร้ซึ่งท่าทีคุกคามเหมือนก่อนหน้า มีเพียงดวงตาคมที่แดงก่ำด้วยความร้าวรานใจที่จ้องมองเธออย่างยอมจำนน
“ตีพี่เลยเปรี้ยว... ตีแรง ๆ ให้สาสมกับที่พี่ทำเลวกับมึง” เขาเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอที่ตีบตัน “พี่ผิดเอง... พี่มันผิดจริง ๆ ที่หน้ามืดตามัวทำร้ายมึงขนาดนี้”
เปรี้ยวระดมทุบต่ออีกหลายครั้งจนเรี่ยวแรงสุดท้ายมอดดับลง มือบางสั่นระริกค้างคาอยู่บนอกเสื้อของเขา เธอสะอึกสะอื้นจนตัวโยน หยดน้ำตาร้อน ๆ ร่วงหล่นลงบนหลังมือที่เพิ่งใช้ทำร้ายเขาเมื่อครู่
“ออกไป... ออกไปจากห้องหนูเดี๋ยวนี้!” เธอะโสั่งเสียงแตกพร่าพลางชี้มือไปที่ประตูด้วยท่าทางรังเกียจ “หนูไม่อยากเห็นหน้าพี่อีกแล้ว! ออกไปซะ! ไปให้พ้น!”
ไกรเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าช้า ๆ ดวงตาของลูกผู้ชายแดงก่ำและมีหยาดน้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดกลั้น เขาพยักหน้ารับคำสั่งนั้น ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางซมซาน
มือใหญ่ขยับเหมือนจะเอื้อมไปแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลมเป็ครั้งสุดท้าย แต่เขาก็ชะงักไว้กลางอากาศ... แล้วลดมือลงอย่างเจียมตัว
“...พี่ไปแล้ว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวทว่าบาดลึก “พี่ขอโทษจากหัวใจนะเปรี้ยว... พี่จะไม่โผล่หน้ามาให้มึงเห็นอีกจนกว่ามึงจะอนุญาต หรือถ้ามึงไม่อยากเจอพี่ไปตลอดชีวิต... พี่ก็จะหายไปตามที่มึง้า”
ชายหนุ่มหันหลังเดินตรงไปยังประตูอย่างเชื่องช้า มือหนาสั่นเทายามจับลูกบิดไม้ ทว่าก่อนจะก้าวพ้นห้องไป เขาหันกลับมามองร่างที่สั่นเทาบนเตียงเป็ครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและสำนึกผิด
“ดูแลตัวเองด้วยนะ... ถ้ามึงเจ็บมาก หรือมีอะไรผิดปกติ... รีบไปหาหมอนะเปรี้ยว พี่... พี่จะไม่มายุ่งกับมึงอีกแล้ว”
บานประตูเปิดออก ไกรก้าวออกไปสู่ความมืดภายนอกก่อนจะปิดล็อกเบา ๆ ดัง กริ๊ก
ทันทีที่เขาลับตาไป เปรี้ยวก็ถลาเข้าไปลงกลอนจากด้านในรวดเดียวราวกับกลัวว่าฝันร้ายจะย้อนกลับมา
เธอทรุดตัวลงนั่งพิงหลังประตู ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยกโยน มือกอดตัวเองไว้แน่นราวกับจะประสานรอยร้าวในใจ ความเ็ปทางกายยังคงแผ่ซ่านทิ้งร่องรอยไว้ในร่องเนื้อสาว แต่ความรู้สึกเหมือนถูกทำลายเกียรติยศมันกลับกรีดลึกยิ่งกว่า
ภายในห้องนอนกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง... เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ที่ขาดสายและเสียงพัดลมที่ยังคงหมุนวนท่ามกลางบรรยากาศที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี