เดิมทีรักเป็เด็กที่เรียนได้กลางๆไม่ได้เก่งอะไรมาก เเต่เห็นอย่างนี้คะเเนนที่ออกมากลับสวนทางถือว่าไม่เเย่เลยทีเดียว เพราะรักรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยเก่งจึงขยันมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวกว่าจะผ่านการสอบไปเเต่ละครั้งก็ทำเอารักหมดเเรง เเต่พอลองมาเป็อาเฟยเเล้ว เเค่ได้ฟังอยู่ครั้งสองครั้งก็เข้าใจเเล้ว ทำให้เขาชอบการไปติวสอบของรักมาก ไม่เข้าใจก็ถามได้ สิ่งที่ใช้เขียนนี่ก็สะดวกกว่าพู่กันเยอะเลย ก่อนหน้านี้เขาใช้พู่กันเขียนตัวจีนโบราณ เเต่พอมาเขียนภาษาอื่นทำให้ลายมือไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่ ก็คนมันเพิ่งเริ่มเขียนหนิเนอะ เเถมทุนเดิมเหมือนลายมือเด็กคนนี้ก็ไม่ค่อยสวยซะด้วยสิ
“นี่ข้าไม่ได้นินทาเ้านะ รัก ข้าเเค่บ่นกับตัวเอง” อาเฟยเอ่ยพร้อมหันซ้ายหันขวา กลัวเ้าของร่างจะมาได้ยินเเล้วโกรธตัวเองเข้า
“ตอนนี้เหมือนเราจะหลงเเล้วสิ” รักมองไปมองมา ชำเลืองไปเห็นห้องกระจกที่มีคนยืนเต้นกันอยู่ อาเฟยตาวาวขึ้นมาทันที
" 1 2 3 4 5 6 7 8 "ครูสอนเต้นกำลังนับจังหวะท่าเต้นให้กับเหล่านักเรียน อาเฟยเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องที่ทุกคนกำลังเต้นอยู่โดยไม่รู้ตัว ประจวบเหมาะกับเพลงจบพอดี ทุกคนจึงหันมามองคนที่ทะเล่อทะล่าเปิดประตูเข้ามาอย่างพร้มเพรียง ครูที่เป็คนสอนเมื่อสักครู่ เห็นอาเฟยจึงเดินเข้ามาทักทาย
“สวัสดีครับ มาสมัครเรียนเต้นใช่ไหมครับ? เเล้วสนใจเต้นเเนวไหนครับฮิปฮอป? สตรีท?หรือซุมบ้า?”
“…” อาเฟยเงียบไม่ได้ตอบอะไร ไม่ใช่อะไร ที่คนตรงหน้าพูดมาไม่เข้าใจเลย มันคือเต้นอะไรกัน เเล้วที่ไอเต้นเเบบเมื่อกี้คืออะไรกัน
“เอ่อ เอางี้งั้นลองมาทดลองเรียนก่อน ถ้ายังไม่รู้ว่าอยากเต้นอะไร ตัวเองเหมาะกับการเต้นเเบบไหน ที่สถาบันเรามีให้ทดลองเรียนก่อนได้ด้วยนะครับ” ครูสอนเสนอเมื่อเห็นเด็กตรงหน้าทำหน้างงๆ จึงได้เเต่เเนะนำอย่างนี้ไป เพราะส่วนใหญ่เด็กที่มาเรียนเต้นก็ตามๆกันมา ไม่รู้หรอกพอมาเต้นจริงๆตัวเองถนัดอะไร เเล้วเต้นเเบบไหนได้ดีกว่ากัน ทางสถาบันจึงมีคลาสให้ลองเรียน เเถมวิธีนี้ถือเป็การตลาดให้คนมาสมัครเรียนเยอะขึ้นด้วย
ครูให้รักลองเรียนกลับคลาสวันนี้เลย เพราะถามเเล้ว รักก็บอกว่าวันนี้ว่างไม่ได้มีไปที่ไหนต่อ จึงโทรไปบอกกับขนขับรถตัวเองก่อนนัดเวลาให้มารับใหม่อีกครั้ง
“เอ้ามาครูจะเต้นให้ดูก่อน อย่างนี้เเล้วก็อย่างนี้ครับ 1 2 3 4 5 6 7 8 ฟังจังหวะกันด้วยครับนักเรียน”
ครูก็ต้องใกับ รัก ที่ดูเขาเต้นไม่กี่รอบก็สามารถเต้นตามได้เเล้ว ถึงจะช้าไปบ้างเต้นไม่ได้สมูทมาก เเต่สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนมาก่อน ถือว่ามีพื้นฐาน มีหน่วยก้านที่ดีเลยก็ว่าได้
"นักเรียน ครูลองประเมินเเล้ว ครูว่าเราไปลงคลาสสำหรับคนมีพื้นฐานระดับต้นเเล้วดีไหมครับ คราสนี้จะเป็สำหรับคนที่ไม่เคยเรียน ไม่มีพื้นฐานการเต้นมาก่อน" ครูประเมินจากการเต้นของรักเมื่อสักครู่ จึงเเนะนำไปอย่างนั้น
"เเต่ผมก็ยังไม่เคยเรียนเต้นมาก่อนเหมือนกันนะครับ" อาเฟยหน้าเหวอ จะให้เขาที่เพิ่งรู้จักเพิ่งเคยเห็นการเต้นเเบบนี้ ข้ามขั้นไปเลยอย่างนั้นได้ไง เเบบนี้มันไม่ถูกต้อง ถึงยังไงทุกอย่างต้องมีขั้นมีตอน อาเฟยไม่ค่อยชอบที่ไม่ได้เริ่มทำอะไรจากจุดเริ่มต้น เเต่เลี้ยวไปทางลัดเลย เพราะบางครั้งการเริ่มอะไรจากพื้นฐาน การเรียนรู้จากจุดเริ่มต้นมันทำให้เข้าใจพื้นฐาน ที่มาของมัน เเละเป็การฝึกฝนความเเม่นยำให้มีพื้นฐานเเน่นๆเเล้วค่อยไต่ระดับขึ้นไป ไม่งั้นพอข้ามขั้นไปเเล้ว เเต่ดันมาตกม้าตายกลางคัน เเบบนั้นไม่ไหวเเน่ๆ
"ได้ๆ นักเรียนงั้นสมัครเริ่มเรียนตั้งเเต่พื้นฐานกับเพื่อนคนอื่นก่อนก็ได้ไม่มีปัญหา จริงๆเริ่มจากพื้นฐานก่อนก็ดี พอเเม่นเเล้วหลังจากนั้นจะเต้นอะไรก็ไปได้เร็วกว่า เเต่เธอถือว่าเต้นได้ดีระดับหนึ่งเลย เหมือนคนที่เคยเรียนมาพักหนึ่งเเล้ว หายากจริงๆคนที่มีการเคลื่อนไหวคล่องเเคล่วเเบบนี้"
"ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมเคยเเต่ฝึก เอ่อ...คล้ายๆกังฟูมา เลยทำให้ท่าทางการเต้นของผมดูคล่องเเคล่วกว่าคนอื่นมากกว่าครับ"
"กังฟู??"
"ก็ไม่เชิงว่ากังฟู ก็พวกทักษะการป้องกันตัว การต่อสู้เทือกๆนั้นเเหละครับ เเหะๆ" อาเฟยรีบหาคำอธิบาย เขาไม่รู้ว่าสมัยนี้ถ้าจะหาคนเรียนกังฟูจะยังมีอยู่ไหม
“โอเค ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีมากเลย เเต่ครูก็ยังคิดว่าถ้าเธอเรียนได้เร็วขนาดนี้ เรียนปรับพื้นฐานไม่กี่ครั้ง ก็สามารถไปเรียนกับคลาสอื่นได้เเล้วล่ะ”
"โอเคครับครู"
เเล้วก็ถึง่สัปดาห์สำคัญของนักเรียนชั้นมอหกทั่วประเทศ ในการสอบเเอดมิชชั่น จากที่ทุกคนแบกรับความเครียดจากการอ่านหนังสือมาราธอนมา ต้องรับเเรงกดดันจากผู้ปกครอง ความปราถนาของตัวเองที่อยากจะทำตามทความฝัน เมื่อการสอบได้เสร็จสิ้นลง บางคนก็ยังคงวางใจไม่ได้กลับบ้านไปอ่านหนังสือต่อ บางคนที่เครียดๆมาตลอดก็นัดชวนกันไปร้านหมูกระทะทำให้วันนี้สถาบันติวสอบทั้งหลายเงียบกริบ เเต่ร้านบุปเฟ่ ร้านชาบูหมูกระทะกลับคึกครื้นเป็อย่างมาก น้อยมากที่จะมีคนไปติววันนี้อีก นอกซะจากรัก ที่ตอนนี้มาเรียนเต้นที่สถาบันสอนเต้นเเล้ว
"สวัสดีครับครู"
"อ่าว วันนี้สอบเเอดมิชชั่นไม่ใช่หรอรัก เห็นพวกเด็กมอหอมีเเต่คนหยุดกัน คนที่มามีเเต่น้องๆรุ่นจิ๋ว"
"สอบเสร็จเเล้วว่างๆ รักก็เลยมาที่นี่ครับ"
"โอโห้ ยอมเลยเรา ไม่พงไม่พักเลยนะเรา งั้นเดี๋ยวครูขอไปติดโปสเตอร์ก่อน" ครูพูด พร้อมเดินไปหน้าสถาบันติดบางอย่างบนบอร์ด
“ที่นี่มีสอนร้องเพลงด้วยหรอครับครู?” รักยืนอ่านเนื้อหาบนโปสเตอร์ที่ครูกำลังติดอยู่ จึงเอ่ยถามครู
“ใช่ๆ มีให้ทดลองเรียนฟรีเหมือนคลาสเรียนเต้นเลย นักเรียนอยากลองไหม? ไหนๆวันนี้ครูที่สอนก็เหมือนจะว่างๆกันอยู่เเล้ว ฮ่าๆๆๆๆ”
“ได้หรอครับ งั้นก็ดีเลย ลองก่อนดีกว่าผมไม่รู้ว่าจะร้องออกมาได้ดีไหมขอ…ครับครู” อาเฟยในร่างรักยังคงไม่ชินกับคำในยุคนี้ เกือบหลุดเเล้วสิเรา
"อ่อ ได้สิ ใกล้ได้เวลาเรียนพอดี เดี๋ยวเราลองเข้าไปเรียน เเต่ต้องไปลงชื่อให้ครูก่อนนะครับ"
เเล้วคลาสนี้ทำให้รักรู้เเล้วว่า คุณคือนักร้องเสียงเพี้ยนนนน!! อาเฟยได้เเต่ส่ายหน้าให้กับตัวเอง ทำไมถึงได้ร้องเพี้ยนขนาดนี้
"จริงๆ น้ำเสียง โทนเสียงของนักเรียนตอนพูดปกตินุ่มน่าฟังมากนะครับ เเต่ตอนร้องเพลงเเค่ร้องไม่ตรงคีย์ ค่อมจังหวะ เสียงสูงไม่ถึง เสียงต่ำเเปลกๆ หายใจผิดหลักอีกด้วย เอ่อ ครูว่านักเรียนลองลงเรียนสักคลาสดีไหมครับ?" ครูพูดออกมา เริ่มเเรกก็นึกว่าชม เเต่ประโยคหลังๆนี่เลวร้ายสุดๆ นี่เราร้องเพลงเเย่ขนาดไหนกัน
“โด เร มี ฟา ซอนนนนนนนนนน!!!” เอ่อนักเรียนคนนี้สนใจสมัครเรียนพร้อมพี่ไหมครับ ดูๆเเล้วได้เรียนคลาสเดียวกันเเน่ๆ รักที่ยืนฟังคนอื่นร้อง ก็มีน้องคนหนึ่งที่เสียงพอๆกับตัวเอง เลยเข้าไปชวนสมัครเรียนด้วยกัน ถือว่าหัวอกเดียวกัน ย่อมเข้าใจกัน น้องคนนั้นก็พยักหน้าตอบรับทันที ดีซะอีกมีคนที่เสียงเพี้ยนเรียนด้วยกัน ตอนเรียนจะได้ไม่เครียดไม่กดดันเกินไป
"ผมสมัครด้วยครับ/โอเคครับครู เดี๋ยวผมไปลงชื่อสมัครดู ไม่ไหวจริงๆ ถ้าจะค่อมจังหวะขนาดนี้ อย่างน้อยเรียนเเล้วร้องตรงคีย์ก็ยังดีครับ" เด็กทั้งสองพร้อมใจตอบรับสมัครเรียนร้องเพลง เเล้วทั้งสองก็หันมาจ้องหน้ากันเเล้วก็หัวเราะออกมา
เเละเเล้วก็ถึงวันประกาศผลเเอดมิชชั่น รักได้เข้าคณะบริหารตามที่หวัง เเถมเป็มหาลัยชื่อดังใกล้ๆบ้านด้วย
เหล่าเเม่บ้าน งง กันเป็เเถว คุณหนูรักกลับมาบ้านก็เอาเเต่เล่นๆกดๆเปียโนที่บ้าน ถึงจะเป็การกดโน้ต เป็ตัวๆไม่ได้เล่นเป็เพลงก็ตาม เเต่นี่อาจจะเป็ครั้งเเรกเลยก็ได้ที่เปียโนหลังนี้ได้ถูกใช้จากเ้านายของบ้าน
รักพยายามฟังเสียงเปียโน ให้คุ้นหูจะได้จับโทนเสียงคีย์นั้นได้ ทำให้การร้องเพลงของเขาดีขึ้นมากๆ ก็ยังมีเพี้ยนบ้างเล็กน้อย ย้ำเล็กน้อยจริงๆนะ
“ใครเล่นเปียโนกัน?” เ้าสัวที่เพิ่งกลับบ้านมา เอ่ยถามป้าเเม่บ้านที่เข้ามารับกระเป๋าจากเ้าสัวที่รถ ป้าเเม่บ้านจึงตอบกลับไปว่าเป็คุณหนูรัก พอกลับมาบ้านก็เห็นเล่นเปียโนอย่างนี้อยู่ตลอดเลย
“ที่รักครับ~ ป๊ากลับมาเเล้ว”
“ป๊า~ ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ ป๊าต้องหิวเเล้วเเน่ งั้นให้คุณป้าจัดอาหารขึ้นโต๊ะเลยดีกว่าเนอะ”
“ตัวเเสบ หิวเองล่ะสิ ฮ่าๆ ไงเเล้วนี่ไปเรียนร้องเพลงกลับมายังซ้อมต่ออีกหรอครับ อย่าหักโหมมากนักที่รัก เดี๋ยวเจ็บคอกันพอดี ไปๆ สงสัยต้องให้ป้าเเม่บ้านหาของมาบำรุงลูกเยอะๆเเล้วสิ ่นี้ลูกชายป๊า ภารกิจเยอะซะด้วย”สองพ่อลูกคุยกันไปจนเดินมาถึงโต๊ะอาหาร เ้าสัวคิดว่าที่ลูกชายของเขาอยากเรียนนู่นเรียนนี่อาจเป็เพราะตัวเขา ที่่นี้ต้องมีหน้ามีตาในสังคม ธุรกิจของเ้าสัวถือว่าอยู่ในเเนวหน้าของประเทศไปเเล้ว จึงทำให้ที่รักต้องเพิ่มความสามารถของตัวเอง เดิมทีเ้าสัวก็ไม่อยากสนับสนุนเท่าไหร่ เขาอยากให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ชอบ เเต่พอหลังจากเห็นลูกได้ไปเรียนกลับมาอารมณ์ดีเเบบนี้เขาก็สบายใจ ทุกครั้งที่รักกลับมาจากที่เรียน ก็จะมีเื่ตลกๆมาเล่าให้ฟัง ทั้งเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ๆ บางทีมันคงถึงเวลาที่เขาต้องปล่อยให้ลูกชายได้ออกไปใช้ชีวิต ได้มีสังคมใหม่ๆบ้าง ก็วัยรุ่นหนิเนอะ ชีวิตมันก็ต้องเป็เเบบนี้เเหละ
“วันเสาร์อาทิตย์นี้รักว่าจะไปบ้านน้องพี ต้องไปซ้อมเต้นล่ะป๊า เห็นว่ามีประกวดเต้นอะไรนี่เเหละ รักเองก็ไม่ค่อยรู้เื่เท่าไหร่ เเต่บ้านน้องพีมีห้อมซ้อมเต้นพอดี เเถมรู้อะไรไหมป๊า บ้านน้องพี อยู่ห่างจากเราไปไม่ไกลนี่เอง ”
“บังเอิญอย่างนั้นเลยหรอ งั้นวันหลังก็ให้น้องพีกลับกับพวกเราก็ได้ เห็นบอกว่าบางทีน้องพีต้องนั่งรถกลับเองด้วยหนิ”
“ใช่ครับๆ รักก็เพิ่งรู้ ดีเลยรักจะได้มีเพื่อนกลับด้วยกันวันที่ไปเรียนเต้น”
ในใจเ้าสัวตอนนี้ ในหัววาดภาพห้องซ้อมเต้นไว้เเล้ว ไม่ได้การพรุ่งนี้ต้องให้คนมารีโนเวทห้อง ทำห้องใหม่ เอาทั้งห้องซ้อมเต้นซ้อมร้องเพลงทำที่กั้นเสียง ไหนๆก็ไหนๆ เผื่อที่รักอยากเล่าเครื่องดนตรี ก็ทำห้องซ้อมดนตรีไปเลยเเล้วกันจะได้ให้ช่างมาทำทีเดียว