ในขณะที่รอเหมยอิงอยู่นั้น วาทีก็ยังแอบมองเธออยู่บ่อยครั้งกระทั่งเธอรู้ตัวและยื่นหน้าเข้ามาใกล้วาทีมากๆ จนเขาเองเริ่มหายใจหอบแห้ง…
"มองอะไรหรอคะ..มีอะไรรึป่าว?"
"ฮ้ะ!! อ่อเปล่าครับผมกำลังมองหาคนที่ผมมารับอยู่น่ะครับ เเต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะจ้องหรือใช้สายตาลวนลามคุณนะครับ"
"ฮ้ะฮ้ะฮ้า...ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่ะ แล้วนี่มารอคนยังไง...คุณไม่มีป้ายชื่อของคนที่คุณรอหรอคะ แบบที่ไกด์เค้าทำกันน่ะค่ะ"
"อ่อ..ผมไม่ใช่ไกด์หรอกครับและคนที่ผมมารับนั้นเธอก็เป็คู่หมั้นผมเองครับและอีกอย่างผมก็รู้ชื่อเธออยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องมีป้ายชื่อหรอกครับ"
"งั้นหรอคะ..แล้วถ้าคุณรู้จักชื่อเธอแล้ว เธอรู้จักชื่อคุณหรือเคยเห็นหน้าคุณมาก่อนไหมล่ะคะ?"
"ผมและเธอยังไม่เคยเจอหน้ากันหรอกครับ รู้เเค่ชื่อของกันและกันเท่านั้น"
"อ้าว! แล้วเเบบนี้คุณจะรู้ได้ยังไงล่ะคะว่าผู้หญิงคนไหนคือคนที่คุณมารับน่ะค่ะ"
"นั่นสิครับ..ผมคงต้องสังเกตดีๆมั้งครั บว่าผู้หญิงคนไหนเป็ลูกครึ่งจีนน่ะครับ"
"ฟังดูยากนะคะ ว่าเเต่คุณชื่ออะไรหรอคะ?"
"ผมชื่อวาทีครับแล้วคุณล่ะครับ" วาทีจ้องมองตาเธอด้วยความใสซื่อและรอฟังคำตอบของเธอ เเต่ทว่าเธอกลับเอาเเต่ยิ้มและไม่ตอบอะไรซักคำ เธอลุกขึ้นยืนและลากกระเป๋าไปขึ้นเเท็กซี่อย่างไร้เยื่อใย ทำเอาคนที่รอฟังใจแป้วไปเล็กน้อย เเต่วาทีก็ไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะคนที่เขามารอนั้นเป็ว่าที่ภรรยาที่เขาต้องใส่ใจมากกว่าผู้หญิงคนอื่น เวลาล่วงเลยไปจนถึง 2 ชั่วโมงกว่าๆ วาทียังคงนั่งรอใต้ต้นไม้ที่เดิมและขณะนั้นเองหญิงสาวคนเดิมนั้นก็เดินกลับมานั่งที่เดิมข้างๆวาที พร้อมกับยิ้มให้วาทีอีกครั้ง
"อ้าวคุณ..เเต่เอ้ะ!?คุณนั่งเเท็กซี่ออกไปแล้วนี่นา ลืมของหรอครับ?"
"ป่าวค่ะ สิ่งที่ฉันลืมไม่ใช่ของหรอกค่ะ เเต่ฉันลืมตอบคำถามคุณต่างหากล่ะคะ" วาทีเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันสะสวยของหญิงสาวตรงหน้าจนถึงตอนนี้วาทีก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่ารอยยิ้มของเธอชวนให้ละสายตาไม่ได้จริงๆ
"ว่าไงคะ...คุณอยากรู้ชื่อฉันรึยังคะ?"
"อยากรู้สิครับ"
"ก่อนจะรู้จักชื่อของฉัน คุณนั่งอยู่ตรงนี้เกือบ 2 ชม.แล้ว คู่หมั้นคุณยังมาไม่ถึงอีกหรอคะ...สงสัยเธอจะไม่มาแล้วมั้งคะ"
"มาครับ เธอต้องมาเเน่ๆ ผมเชื่อแบบนั้น"
"ท่าทางคุณจะรักคู่หมั้นคุณมากนะคะ ยังไม่เคยเจอหน้ากันไม่ใช่หรอคะ ทำไมคุณถึงเชื่อใจเธอขนาดนั้นล่ะคะ"
"ผมไม่ได้เชื่อใจเธอหรอกครับ ผมเพียงเเค่อยากพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า ต่อให้ผมต้องรอเธอนานเเค่ไหน ผมก็จะรอครับ"
"คุณนี่เป็คนดีจังเลยนะคะ สมแล้วที่พ่อฉันยอมตกลงให้ฉันหมั้นกับคุณ คุณวาที"
"คุณรู้จักชื่อของผม? แถมเมื่อกี้คุณก็พูดกับผมว่า คุณหมั้นกับผมงั้นหรอครับ หรือว่าคุณคือ…."
"ค่ะ..ฉันชื่อเหมยอิง เป็ว่าที่คู่หมั้นคุณไงคะ ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ"
"คุณคือคุณเหมยอิง!! เเต่เมื่อกี้คุณ…"
"ฉันเเค่อยากลองใจคุณว่าคุณจะยังรอฉันไหม ความจริงแล้วพ่อฉันส่งรูปคุณมาให้ฉันแล้ว ฉันเจอคุณแล้วเเต่ที่แกล้งนั่งเเท็กซี่ออกไปเพราะ ฉันอยากจะรู้ว่าคุณจะรอผู้หญิงคนนึงที่คุณไมเคยรู้จักเลย ได้นานเเค่ไหนน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ"
"คุณไม่ได้อำผมใช่ไหม?"
"ทำไมหรอคะ…คุณไม่เชื่อว่าฉันคือเหมยอิงหรอคะ?"
"เปล่าครับ เพียงเเต่คุณดูสวยมาก จนผมไม่คิดเลยว่าคุณจะลดตัวลงมาหมั้นกับคนอย่างผมน่ะครับเเละคุณก็น่ารักจนผมไม่กล้าจะเข้าไปทักก่อนเลยน่ะครับ"
"แหม..ชมกันซึ่งๆหน้าแบบนี้ฉันก็เขินเเย่สิคะ เอาไงต่อดีคะ กลับบ้านไหมที่นี่มันร้อนมากๆเลยว่าไหมคะ"
"จริงด้วย..ขอโทษทีครับ ผมตื่นเต้นไปหน่อยเลยทำอะไรไม่ถูกครับ อ่อรถอยู่ทางนี่ครับ มาครับผมช่วยถือกระเป๋าครับคุณเหมยอิง"
"ไหนๆเราก็กำลังจะหมั้นกันแล้ว เรียกอิงเฉยๆก็ได้ค่ะ พี่วา…เอ่อ อิงเรียกแบบนี้ได้ใช่ไหมคะ?"
"ได้ครับ…" วาทีเอาเเต่จ้องหน้าเหมยอิงแล้วยิ้มเล็กยิ้มน้อย ท่าทางวาทีจะตกหลุมรักเหมยอิงตั้งเเต่เเรกเห็นซะแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าเหมยอิงเองก็จะมีอาการเช่นเดียวกับวาทีซะด้วย วาทีวิ่งไปเอาร่มหลังรถมารับเหมยอิงไปขึ้นรถและพากลับมาที่บ้าน ในขณะที่รถแล่นเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณหญิงเดือนเพ็ญก็ได้ยืนรอต้อนรับวาทีกับเหมย-อิงอยู่หน้าบ้านแล้ว เหมยอิงเปิดประตูรถลงมาพร้อมกับวิ่งไปกอดเดือนเพ็ญราวกับแม่ลูกกัน
"สวัสดีค่ะคุณป้า คิดถึงคุณป้าจังค่ะ"
"ต่อไปนี้จะเรียกป้าไม่ได้แล้วนะจ้ะหนูอิง ต้องเรียกว่าแม่สิจ้ะถึงจะถูก จริงไหมวาที"
"ครับแม่ เอ้อแล้วนี่พ่อไปไหนหรอครับ ผมไม่เห็นรถเลย"
"คงออกไปทำเื่ไร้สาระข้างนอกนั่นแหละ ทางนี้ดีกว่ามากันร้อนๆเข้าบ้านกันดีกว่าจ้ะ มาจ้ะหนูอิงเข้าบ้านกับแม่ลูก" เดือนเพ็ญกอดเอวพาเหมยอิงเดินเข้าบ้าน ส่วนวาทีก็ทำหน้าที่ยกกระเป๋าตามเข้าไป...เดือนเพ็ญพาเหมยอิงเดินขึ้นมาชั้นสองและตรงไปยังห้องของวาที ทำเอาเหมยอิงเขินหน้าเเดงนิดๆ
"มาจ้ะหนูอิง ต่อไปนี้ห้องนี้คือห้องของหนูกับวาทีนะ ไหนๆก็จะหมั้นและก็เเต่งงานกันแล้ว ก็นอนห้องเดียวกันเลยล่ะกันเผื่อว่าแม่จะได้อุ้มหลานเร็วๆไงจ้ะ"
"ใจเย็นๆครับแม่ ให้เกียรติน้องอิงเค้าบ้าง ผมพึ่งจะหมั้นเท่านั้นนะครับ ถ้าแม่อยากได้หลานคงต้องไปพึ่งเ้าวายุเเล้วล่ะครับ รายนั้นจะเเต่งงานเร็วๆนี้แล้วนี่ครับ"
"โอ้ย!!วาที นี่แกอย่าพูดเื่นี้มาให้แม่เจ็บใจได้ไหม พ่อแกก็เหลือเกิน จับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่รู้ มาเเต่งงานกับน้องแก คอยดูนะถ้าแม่มีโอกาส จะรีบเฉดหัวยัยนั่นออกไปเลย อุ้ย!!ขอโทษทีจ้ะ งั้นเดี๋ยวแม่ไม่กวนแล้วนะจ้ะ หนูอิงพักผ่อนเถอะจ้ะ วาทีดูเเลน้องดีๆด้วยนะ แม่ไปล่ะ" เหมยอิงยกมือไหว้คุณหญิงและเดินไปสำรวจรอบๆห้อง เธอรู้สึกถึงความตื่นเต้นอันร้อนรุ่มที่มันปะทุขึ้นมาหลังจากที่เธอได้ยินว่าคืนนี้เธอต้องนอนห้องเดียวกับวาที ว่าที่สามีของเธอนั่นเอง วาทีเองก็ตื่นเต้นไม่เป็อันนิ่งเหมือนกัน หลังจากที่รู้ว่าคืนนี้เขาต้องนอนเตียงเดียวกับผู้หญิงที่สวยสง่าและเพรียบพร้อมทุกอย่างเช่นนี้ ทั้งคู่เริ่มมีอาการหัวใจเต้นรัวไม่กล้าสบตากัน เเต่จังหวะนั้นวาทีก็ได้รวบรวมความกล้า เดินเข้ามาทางด้านหลังของเหมยอิงและโอบกอดเธอ มันทำให้เหมยอิงรู้สึกได้ถึงความจริงใจของวาทีที่ส่งมาถึงเธอ เเต่ด้วยความที่เธอยังคงเขินอายอยู่เธอจึงรีบขอตัวไปห้องน้ำ ทำเอาวาทียิ้มเก้อเลย ทั้งเหมยอิงและวาทีต้องนอนร่วมเตียงกันคืนเเรก มาดูกันว่าวาทีจะสงบใจตัวเองไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกับเหมยอิงไว้ได้หรือไม่ ติดตามต่อได้ใน Ep. หน้านะคะ