ฉินเย่เหยียบจ้าวเอ้อร์โก่วไว้ใต้ฝ่าเท้า เสียงร้องโหยหวนเหมือนสุกรถูกเชือดดังระงมไปทั่วโถงโรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ ลูกค้าคนอื่น ๆ ต่างพากันอึ้งจนตาค้าง
พวกเขายังมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าชายคนนี้ลงมือตอนไหน แต่ชายสองคนนั้นก็ลงไปนอนกองกับพื้นเสียแล้ว
"พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่!"
จ้าวเอ้อร์โก่วเ็ปถึงขีดสุดจนใบหน้าบิดเบี้ยว เขาะโด่าลูกน้องที่ยืนอึ้งอยู่ข้างหลัง "เข้ามาสิโว้ย รุมมันเลย คืนนี้ฉันเลี้ยงมื้อดึกเอง!"
"พวกแกก็อยากจะลองดีด้วยงั้นเหรอ! ถ้าอยากลอง... ก็ลองดูว่าจะอยู่หรือจะตาย!"
สายตาอันเฉียบคมของฉินเย่จ้องเขม็งไปที่ลูกน้องของสองพี่น้องตระกูลจ้าว คำพูดนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ คนพวกนั้นใจสั่นสะท้าน พวกเขาััได้ถึงกลิ่นอายความโเี้จากตัวฉินเย่
ถ้าขืนรุมเข้าไปจริง ๆ จุดจบต้องอนาถยิ่งกว่าพี่น้องตระกูลจ้าวแน่ ๆ
ฉินเย่ลงมือเพียงครั้งเดียว ก็ข่มขวัญทุกคนได้อยู่หมัด!
นี่มันคนจริงชัด ๆ !
"เอ่อ... พี่เอ้อร์โก่ว ที่บ้านผมมีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะครับ!"
"หมาที่บ้านผมมันคลอดไม่ออก ผมต้องรีบกลับไปช่วยทำคลอด"
"พี่เอ้อร์โก่ว เมียผมต่อมทอนซิลอักเสบ..."
"เดี๋ยวนะ... แกไปมีเมียั้แ่เมื่อไหร่?"
"เพิ่งหาได้เมื่อกี้ครับ!"
คนพวกนี้ต่างหาข้ออ้าง แล้วรีบเผ่นหนีหายไปจากหน้าฉินเย่ทันที
พวกเขาก็แค่มาหาของกินฟรี เื่อะไรจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งด้วยเล่า...
"ไอ้พวกระยำเอ๊ย..."
จ้าวลี่ที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นรู้สึกสิ้นหวังถึงขีดสุด ปกติเขาไม่ได้ปฏิบัติกับ 'พี่น้อง' พวกนี้แย่เลยนะ แต่ละคนช่างเป็พวกเนรคุณจริง ๆ
"คนของพวกแกไปหมดแล้ว"
ฉินเย่ไม่ได้ขัดขวางคนเ่าั้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะมีพวกนกสองหัวอยู่เสมอ ไม่ใช่เื่น่าแปลกใจ
"แกกล้าทำพวกเราพี่น้องาเ็ พี่เหลียงเอาแกตายแน่!"
จ้าวเอ้อร์โก่วสั่นสะท้านด้วยความเ็ป ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เขาเงยหน้ามองฉินเย่ด้วยสีหน้าดุร้าย "ไอ้ขี้แพ้ แก... แกกล้ามีเื่กับพี่เหลียงเหรอ?!"
ทั้งถนนของเก่าแห่งนี้ล้วนเป็ถิ่นของเหลียงควน หากฉินเย่อยากจะมีชีวิตรอดในถนนของเก่า ก็ต้องคอยก้มหัวรับใช้พวกเขา!
ฉินเย่แคะหูอย่างรำคาญ "ฉันไม่รังเกียจที่จะหักกระดูกพวกแกทิ้ง แล้วส่งกลับไปให้เหลียงควนหรอกนะ"
"แกกล้าเหรอ!"
"จะลองดูไหมล่ะ?"
ดวงตาของฉินเย่เป็ประกายกร้าว เขาเพียงแค่ออกแรงเหยียบลงไปเบา ๆ จ้าวเอ้อร์โก่วก็ร้องลั่นเหมือนหมูถูกเชือด เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นบนหน้าผากแล้วหยดลงพื้น
เจ็บ... เจ็บเจียนตาย
จ้าวเอ้อร์โก่วจ้องมองฉินเย่ด้วยความหวาดกลัว ในใจรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไอ้หมอนี่ใช่คนเดียวกับไอ้ขี้แพ้ที่ยอมให้คนเหยียบย่ำในตอนแรกจริง ๆ เหรอ?
สายตาของเหลียงควนตอนจะฟันคน ยังไม่ดูโเี้เท่าสายตาของหมอนี่เลย
"วิชาการต่อสู้ของอาจารย์ฉิน ยอดเยี่ยมพอ ๆ กับการประเมินสมบัติเลย..."
หลิ่วซวงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตาเป็ประกาย ตอนนี้เธอเหมือนแฟนคลับตัวยงที่มองดูไอดอลของตัวเองด้วยความชื่นชม ชายคนนี้ช่างดูเหมือนเทพบุตรในสายตาเธอจริง ๆ
"อาละวาดกันพอหรือยัง!"
ทันใดนั้น เสียงะโด้วยความโกรธก็ดังขึ้น ราวกับเป็ขอนไม้ช่วยชีวิตให้จ้าวเอ้อร์โก่วคว้าไว้
ท่ามกลางสายตาของแขก ผู้จัดการหวังแห่งโรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ นำทีมรักษาความปลอดภัยกว่าสิบคนเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเดือดดาล เขาได้ยินว่ามีคนมาหาเื่ที่นี่!
กล้ามาอาละวาดในโรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ สงสัยจะเบื่อโลกแล้วจริง ๆ !
"ลุงหวัง ผมเอ้อร์โก่วเองครับ เอ้อร์โก่วหลานห่าง ๆ ของลุงไง!"
จ้าวเอ้อร์โก่วร้องไห้คร่ำครวญ น้ำมูกน้ำตาไหลพราก หมดคราบนักเลงมาดกวนก่อนหน้านี้ไปสิ้น สภาพเหมือนเด็กที่โดนตีจนร้องไห้แล้ววิ่งไปฟ้องผู้ใหญ่
เมื่อเห็นข้อมือของจ้าวเอ้อร์โก่วถูกเหยียบจนบิดเบี้ยวผิดรูป ผู้จัดการหวังก็สีหน้าย่ำแย่ลงไปอีก ไอ้เด็กเวรนี่ อยู่บ้านนอกดี ๆ ไม่ชอบ ดันรั้นจะออกมาดิ้นรนในสังคมเมือง
ทีนี้เป็เื่แล้วไง!
"กล้ามามีเื่ในโรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ แกนี่มันขวัญกล้าเทียมฟ้าจริง ๆ เอาขาเน่า ๆ ของแกออกไปเดี๋ยวนี้!"
ผู้จัดการหวังตวาดใส่ชายที่เหยียบจ้าวเอ้อร์โก่วอยู่ แม้จะเป็ญาติที่ห่างกันจนแทบจะจำไม่ได้ แต่ในเมื่อเอ้อร์โก่วเรียกเขาว่าลุงหวัง เขาก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้
"โรงแรมนี้พวกมันเป็คนพังเอง เกี่ยวอะไรกับผม"
ฉินเย่หันกลับมา แล้วชี้นิ้วไปที่จ้าวลี่ซึ่งนอนอยู่ไม่ไกล "คนที่พังโรงแรมคือมันที่ลงมือก่อน ผมก็แค่ป้องกันตัวตามความเหมาะสม"
"เื่นั้นแกไปแก้ตัวในโรงพักเอาเองเถอะ!" ผู้จัดการหวังด่ากราด
โรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ระดับห้าดาวแห่งนี้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ แค่ทำพังไปไม่กี่ชิ้น ก็เพียงพอจะทำให้หมอนี่ไปนอนในคุกได้ยาว ๆ !
"ฉันเป็พยานได้ค่ะ พวกเขาเป็ฝ่ายเริ่มก่อน" หลิ่วซวงพูดแก้แทนฉินเย่อย่างไม่ยอมแพ้
พวกเธอเป็ลูกค้าของโรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ เป็เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของโรงแรมไม่ดีพอ ถึงทำให้คนพวกนี้มาอาละวาดจนเกือบจะทำร้ายอาจารย์ฉิน
"ลุงหวัง จัดการมันเลยครับ!"
จ้าวเอ้อร์โก่วเจ็บจนหน้าซีด เขาพยายามส่งซิกให้ผู้จัดการหวัง มือของเขายังถูกฉินเย่เหยียบจมดินจนมือเริ่มกลายเป็สีเทาซีดแล้ว
เขากลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะต้องถูกตัดมือทิ้ง
ฉินเย่มองท่าทีอันเลวร้ายของผู้จัดการหวัง นอกจากจะไม่ชดเชยค่าทำขวัญให้แล้ว ยังดูเหมือนจะทำตัวเป็โจรเรียกค่าไถ่เสียเอง
แต่ฉินเย่ที่ผ่านชีวิตมาสองชาติแล้ว จึงไม่ได้ถูกไอ้สุนัขในชุดสูทตัวนี้ข่มขู่เอาจนกลัว
"ถ้าคุณอยากจะฟ้องร้อง ผมก็ยินดีรับคำท้า ในเมื่อพวกคุณเป็โรงแรมห้าดาว ก็ไม่น่าจะขาดกล้องวงจรปิดหรอกนะ เดี๋ยวตำรวจมาตรวจสอบหลักฐานเองก็รู้" ฉินเย่ยิ้มอย่างใจเย็น
จ้าวเอ้อร์โก่วเริ่มลนลาน
ความจริงคือพวกเขานั่นแหละที่เริ่มลงมือก่อน ตำรวจน่ะยึดถือหลักฐานเป็สำคัญ ถ้าตรวจสอบขึ้นมาจริง ๆ เผลอ ๆ พวกเขานั่นแหละที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โรงแรม
โรงแรมเทียนเยว่แกรนด์เป็ธุรกิจในเครือของบริษัทตี้หาวกรุ๊ป
บริษัทตี้หาวกรุ๊ปคือั์ใหญ่ด้านอาหารของเมืองหลินเจียง ถ้าขืนล่วงเกินบริษัทตี้หาวกรุ๊ปเข้า แค่เบื้องบนเอ่ยปากคำเดียว พวกเขาก็จะไม่มีที่ยืนในเมืองหลินเจียงอีกเลย
"ใช่ค่ะ อาจารย์ฉินแค่ป้องกันตัว!" หลิ่วซวงพูดด้วยสีหน้ากังวล
เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของฉินเย่เลยสักนิด
อาจารย์ฉิน?
เมื่อได้ยินคำเรียกที่ฟังดูคุ้นหูนี้ ผู้จัดการหวังก็ชะงักไป เขาเริ่มพิจารณาชายหนุ่มที่เหยียบจ้าวเอ้อร์โก่วอยู่อย่างละเอียด จะว่าไปหน้าตาก็คล้ายอยู่ไม่น้อย
ผู้จัดการหวังอดไม่ได้ที่จะถามว่า "คุณผู้ชาย ท่านคือคุณฉินเย่ อาจารย์ฉินใช่ไหมครับ?"
การถูกจำได้ท่ามกลางฝูงชนทำให้ฉินเย่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง "ใช่ ผมเอง"
"ท่านคืออาจารย์ฉินจริง ๆ ด้วย... นี่มันคนกันเองแท้ ๆ ! เมื่อคืนผมเพิ่งจะดูไลฟ์สดของท่าน สายตาในการประเมินของท่านช่างสุดยอดจริง ๆ !"
ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของพนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่น ๆ ผู้จัดการหวังก็รีบก้าวเท้าเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แล้วคว้ามือทั้งสองข้างของฉินเย่ไว้แน่น โดยไม่สนใจจ้าวเอ้อร์โก่วที่นอนหมอบอยู่บนพื้นเลยแม้แต่นิดเดียว
"คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับ?"
"รู้จักสิครับ ต้องรู้จักแน่นอนอยู่แล้ว! คนที่ขึ้นไมค์คนแรกในไลฟ์เมื่อคืนคือจางหู่ ลูกบุญธรรมของผมเอง เขาแนะนำไลฟ์ของท่านให้ผมดู ท่านสุดยอดไปเลย!" ผู้จัดการหวังยกนิ้วโป้งให้
จางหู่ติดต่อหาเขาั้แ่เมื่อคืนเพื่อใช้เส้นสายขายเครื่องหลิวหลีสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนั้นให้ตระกูลหวังในราคาสี่แสนหยวน ซึ่งทำกำไรให้มหาศาล!
เขาก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย จนตระกูลหวังส่งคำเชิญมาหาเขา
ในคืนนี้ ที่โถงวีไอพีจื่อจินของโรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ กำลังจะมีการจัดงานประมูลครั้งยิ่งใหญ่!
เขากำลังกังวลอยู่พอดีว่าไม่รู้จักอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้เพื่อเชิดหน้าชูตาให้เขา
และแล้ว ฉินเย่ อาจารย์ฉิน ก็มาปรากฏตัวที่นี่พอดี!!
"นั่นก็นับว่าเป็เื่บังเอิญจริง ๆ ครับ" ฉินเย่ยิ้มหยัน
ที่แท้ก็เป็พ่อบุญธรรมของเพื่อนนักสะสมนั่นเอง