แสงไฟจากจอโทรทัศน์สาดส่องออกไปในห้องที่มืดสนิท บางครั้งมันกะพริบ บางครั้งก็ส่องออกมาหลายสี ตามภาพที่แสดงในจอ บนเก้าอี้โซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าจอนั้นมีบุ๊คชายผมหยักศกกำลังนั่งกระดกเบียร์จากกระป๋องในมือ สายตานั้นจ้องมองจออย่างแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย รอบๆตัวเขามีกระป๋องเบียร์แบบเดียวกันที่ไปหมดแล้ววางอยู่อีกหลายกระป๋อง
รีโหมดโทรทัศน์ถูกกดเปลี่ยนช่องวนไปมา เพราะหาช่องที่มีรายการถูกใจไม่ได้ หลายอย่างในบ้านหลังนี้บ่งบอกว่ามันไม่ใช่บ้านของเขา แต่ที่เขาต้องมาอยู่บ้านเก่าซอมซ่อหลังนี้ก็ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง และจากอาการนั่งเบื่อดูโทรทัศน์จิบเบียร์ฆ่าเวลาอาจจะหมายถึงว่าเขาคงกำลังรอคอยข่าวจากใครอยู่
“หืมม...อะไรวะนั่น”
บุ๊คร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อเครื่องมือที่มีลักษณะเหมือนกล่องรับสัญญาณขนาดเล็กสีดำที่ตั้งอยู่เหนือโทรทัศน์กะพริบไฟสีแดงขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มันตั้งอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบไม่ได้มีอาการใดๆอยู่นาน ท่าทีของบุ๊คเปลี่ยนไปเป็ตื่นตัวขึ้นทันที รีโหมดถูกกดเปลี่ยนช่องไปที่อุปกรณ์รับสัญญาณที่ว่านั้น สายสัญญาณของมันเชื่อมต่อเอาไว้กับช่องเครื่องเล่น DVD ภาพที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์ตอนนี้แบ่งออกเป็ 4 ช่อง แสดงภาพจากสี่จุดรอบบ้าน ซึ่งมันก็คือระบบกล้องวงจรปิดที่ตั้งอยู่รอบบ้านหลังนี้นั่นเอง
ในจอปรากฏภาพของคนจำนวนสองกลุ่ม กลุ่มละสามคน ยืนประจำตำแหน่งอยู่ที่ประตูหน้ากับหลังบ้าน บ้านหลังนี้เป็บ้านร้างหน้า ต่างทุกบานถูกปิดแ่าด้วยแผ่นไม้ ภายในสกปรกรกไปด้วยข้าวของที่ผุพังและขยะ ตัวบ้านภายนอกบ่งบอกชัดว่ามันไม่มีคนอยู่มาหลายสิบปีแล้ว และสภาพอันซอมซ่อของมันย่อมเป็ไปไม่ได้ที่จะมีโจรติดอาวุธบุกมาเพื่อปล้น
ปืนพกกล Glock 18C ของบุ๊คถูกหยิบจากโต๊ะข้างตัว เขาเหน็บมันเข้ากับขอบกางเกงแบบง่ายๆ ก่อนที่จะลุกเดินออกจากห้องไปด้วยอาการที่ไม่ได้มีท่าทีตื่นกลัวแต่อย่างใด จอโทรทัศน์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ฉายภาพกลุ่มคนที่ติดอาวุธดังกล่าวทั้งสองกลุ่ม ที่ตอนนี้พวกเขาสามารถสะเดาะกุญแจทั้งสองเข้ามาได้แล้ว
“เอฟหนึ่งเข้ามาแล้ว”
เสียงชายคนนำกลุ่มที่บุกเข้าทางประตูหน้าพูดอยู่กับวิทยุที่เหน็บอยู่ที่หูของเขา ในมือเขามีปืนกลเบา Beretta PMX ขนาด 9มม.ที่ปลายกระบอกสวมทับด้วยที่เก็บเสียง รางพิคาทินีด้านซ้ายของปืนมีกล้องวิดีโอ Tactacam ความละเอียด 1080 พิกเซลติดอยู่ เ้ากล้องชนิดนี้มันสามารถแชร์ภาพผ่าน Wi-Fi ให้โทรศัพท์มือถือใกล้เคียงได้ ดังนั้นมีความเป็ไปได้ว่ากลุ่มคนพวกนี้อาจจะกำลังถ่ายทอดสถานการณ์นี้ให้ใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้ได้เห็น
แขนข้างซ้ายถูกยกตั้งฉากและกำมือเป็สัญญาณให้หยุด เพราะชายคนหัวแถวสังเกตเห็นความผิดปกติบนกองขยะที่พื้น มันมีรอยเท้าเหยียบวนบนฝุ่นรอบกองขยะและก้าวห่างออกไปอย่างน่าสงสัย รอยเท้าบนฝุ่นนั้นคล้ายจะหยุดและก้าวยาวข้ามหลบอะไรบางอย่างไป
เบื้องหน้าของเขาเป็ทางตรงยาวที่เต็มไปด้วยขยะ มีทางเดินที่สามารถเลี้ยวไปทั้งทางซ้ายและทางขวา สุดทางตรงหน้าก็มีหน้าต่างที่ถูกปิดทึบด้วยม่านยาวคลุมจนถึงพื้น หลังม่านไม่มีแสงใดลอดมาแสดงว่าหน้าต่างบานนั้นคงถูกตีปิดด้วยไม้เช่นบานอื่น
ชายคนที่นำกลุ่มส่งสัญญาณให้เพื่อนหมอบลงก่อนที่เขาจะก้มลงคลานสี่ขาบนพื้น พยายามใช้สายตาสังเกตอย่างเต็มที่ด้วยความสงสัย พลันสายตาก็เจอเข้ากับลวดสะดุดที่บางเฉียบจนมองแทบไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านที่แสงสลัวเช่นนี้ เขาไล่มือเบาๆไปตามลวดก็พบว่ามันหายเข้าไปในกองขยะ
“เอฟหนึ่งถึงบีสอง บ้านมีกับดักเคลื่อนไหวด้วยความระวังด้วย”
ชายคนดังกล่าวรีบรายงานเพื่อนร่วมทีมอีกกลุ่มที่เข้ามาทางประตูหลัง พร้อมกับตัวเขาเองที่ค่อยๆหยิบเศษขยะตรงหน้าออกอย่างช้าๆ ทีละชิ้นๆ หลังจากหยิบขยะออกสิ่งที่ซ่อนในกองขยะก็ปรากฏขึ้น มันคือะเิสังหารบุคคลแบบเอ็ม18 เอ1เคลย์มอร์ ที่กำลังหันด้านหน้าเข้าใส่ทีมของเขา ลวดสะดุดเส้นบางนั้นถูกตั้งไว้ให้ะเิได้ทั้งแบบตึงและผ่อน ดังนั้นการตัดสายลวดเพื่อจัดการกับมันนั้นลืมไปได้เลย เขาจึงต้องหาสลักนิรภัยมาสอดขวางส่วนนิรภัยไว้ก่อนถึงจะตัดลวดนั้นได้
ชายคนนั้นส่งสัญญาณให้เพื่อนคอยป้องกันโดยรอบในขณะที่เขาจะทำการปลดชนวนะเิ ในขณะนั้นทั้งทีมนี้ไม่ทราบเลยว่าการกระทำของพวกเขาอยู่ในสายตาของบุ๊คอยู่โดยตลอด เพราะในขณะนี้บุ๊คซ่อนตัวอยู่หลังม่านยาวตรงหน้าของพวกเขาเลย แต่การที่พวกเขามองไม่เห็นก็เพราะว่าพวกเขาเข้าประตูมาทางด้านหน้า โดยเดินตามแสงเข้ามา ในขณะที่บุ๊คผู้ซ่อนหลังม่านเห็นภาพผู้บุกรุกเป็เงาจางๆจากแสงด้านหลังพวกเขา
ปืน Glock18C คู่ชีพยื่นออกจากม่านอย่างรวดเร็วลั่นะุเพียงนัดเดียวใส่ชายคนที่ทำท่าจะกู้ะเินั้น ซึ่งมันก็เพียงพอจะทำให้เขาาเ็จนเสียหลักร่างล้มลงทับเข้าลวดสะดุด ทำให้ะเิให้เคลย์มอร์ตรงหน้าเกิดะเิขึ้น ดินะเิแบบซีโฟร์ะเิดังสนั่นส่งลูกเหล็กจำนวนมากถึง 700 ลูกสาดกระจายออกไปด้านหน้าด้วยมุม 60 องศา ตัวบุ๊คนั้นปลอดภัยเพราะเขาอยู่ด้านหลังของะเิ ในขณะที่ทีมสังหารด้านหน้าเขาทั้ง 3 คน ถูกฉีกกระจุยเป็ชิ้นๆด้วยอานุภาพของะเิลูกนี้อย่างน่าสยดสยอง
ทีมที่เข้าทางประตูหลังถึงกับชะงักด้วยความใกับเสียงะเิ มีความพยายามในการเรียกหาทีมหน้าบ้านผ่านวิทยุหลายครั้งแต่ไม่เป็ผล คนที่ยืนหน้าสุดของทีมซึ่งน่าจะเป็หัวหน้าทีม หันหน้าไปมองลูกน้องที่อยู่ท้ายแถวแล้วกระซิบสั่ง
“แก..ไปซุ่มดูที่ประตูหน้าถ้ามันหนีออกทางนั้นจัดการได้เลย”
ลูกน้องพยักหน้ารับคำก่อนเคลื่อนตัวย้อนกลับออกไปทางหลังบ้าน เขาก้าวเท้าเร็วๆโดยไม่วิ่งเพราะไม่้าให้เกิดเสียงดังมากเกินไป ชายคนนั้นเดินอ้อมจากด้านหลังไปยังด้านข้างของบ้าน ก่อนที่จะขยับไปซุ่มตัวอยู่ที่พุ่มไม้ข้างรั้ว เขาซ่อนในมุมที่มองเห็นหน้าบ้านอย่างชัดเจนเพื่อสังเกตว่าบุ๊คนั้นหนีออกมาทางหน้าบ้านหรือไม่ เพียงแต่เขาเคลื่อนที่ช้าไปมากเมื่อเทียบกับบุ๊ค
ั้แ่เกิดะเิขึ้นบุ๊คไม่รอดูผลของะเินั้นแต่อย่างใด เขาอาศัยเสียงกังวานของะเิสาวเท้าข้ามศพผู้บุกรุก รีบออกมาซ่อนตัวสังเกตทีมหลังบ้านอยู่ที่พุ่มไม้นั้นก่อนหน้าชายคนนั้นจะมาถึงแค่ไม่กี่วินาที ยังผลให้ชายคนที่รับคำสั่งมาดักดูบุ๊คที่หน้าบ้าน กลับมานั่งซุ่มอยู่ข้างๆบุ๊คที่ซ่อนตัวอยู่ก่อน ทั้งสองห่างกันแค่มือเอื้อมถึงอย่างที่ชายผู้บุกรุกไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
มีดต่อสู้ Strider Tiger พุ่งตัวอย่างเงียบเชียบเสียบเข้าที่คอของชายเคราะห์ร้ายนั้นอย่างแม่นยำ ส่งผลให้เืพุ่งออกมาจากแผลนั้นทะลักราวท่อประปาแตก เพราะมันแทงเข้ากับเส้นเืใหญ่อย่างพอดิบพอดี บุ๊คลุกขึ้นแล้วเดินข้ามร่างที่ล้มลงไปกระตุกบนพื้นอย่างไม่ไยดี เขารู้อยู่แล้วว่าเหยื่อของเขาคนนี้ก็คงจะตายในไม่ช้าเขาจึงไม่จำเป็ต้องรอดูผล ทักษะนี้เกิดจากความชำนาญในประสบการณ์การฆ่าที่สั่งสมมานานหลายปีนั่นเอง รองเท้า Patrol Boot สีพรางทะเลทรายถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว เพราะการเดินด้วยเท้าเปล่านั้นมันเงียบกว่าการเดินด้วยรองเท้าเป็ไหนๆ เขารีบย่องอย่างกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามไปทางประตูหลัง พอเข้าไปในตัวบ้านเขาก็เคลื่อนที่ตามรอยเท้าบนฝุ่นที่พื้นของเหยื่ออีกสองคนที่เหลือ ไม่นานบุ๊คก็พบทั้งสองอยู่เบื้องหน้าไม่ห่างไปนัก
จากการที่ต้องมาคอยกังวลว่าจะโดนกับดักจึงทำให้ทีมนี้เคลื่อนไหวช้าราวกับเต่าคลาน พวกเขาค่อยๆย่องต่ำขณะที่ตามองพื้นเพื่อหาร่องรอยที่คาดว่าอาจจะเป็กับดักไปด้วย นับเป็เคราะห์ร้ายที่พวกเขาวางใจมากไปหน่อยเพราะคิดว่ามีเพื่อนอีกคนคอยคุมเชิงอยู่ด้านนอก ทำให้พวกเขาไม่ทันได้ระวังหลังเท่าที่ควร บุ๊คย่องอย่างช้าและเงียบเชียบเข้าไปด้านหลังของชายคนที่อยู่ท้ายแถว เขาเงื้อมีดพกคู่กายขึ้นสูงก่อนแทงลงโดยกะให้มันสอดลงไปที่บริเวณกระดูกก้านคอพอดี จากนั้นก็ปล่อยมือจากมีดและพลักร่างนั้นไปด้านข้างให้พ้นทาง แม้ในเสี้ยววินาทีนั้นชายคนหัวแถวจะได้ยินเสียงและพยายามหันกลับมาพร้อมอาวุธ แต่มันก็ช้ากว่าบุ๊คที่ยืนจ้องเขาอยู่ั้แ่ก่อนลงมือฆ่าชายคนแรกแล้ว
ปืน Glock18C คู่ชีพยื่นเข้าหาร่างนั้นที่ห่างไปแค่ 2 ฟุต ในขณะที่ชายคนดังกล่าวยังไม่ทันเอี้ยวตัวมาถึงครึ่งรอบด้วยซ้ำก็ถูกะุ 9มม.รัวสี่นัดซ้อนเข้าเต็มหลังจนร่างเซถลาล้มใส่กำแพง จากแรงสะท้อนของะุบุ๊ครู้ดีว่าชายคนนี้สวมเสื้อเกราะอ่อน เพราะกลุ่มคนถูกโดนะเิที่ประตูหน้าก็ใส่เช่นกัน ไม่รอช้าเขาพุ่งตามไปเตะซ้ำเข้าที่ใบหน้าชายคนนั้นด้วยหน้าแข้งตามเทคนิคการเตะแบบมวยไทยที่ร่ำเรียนมา การเตะแค่ครั้งเดียวของบุ๊คทำให้ชายคนดังกล่าวถึงกับสลบไปในทันที
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าทุกอย่างปลอดภัย บุ๊คหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหมายเลขที่คุ้นเคย หมายเลขนั้นเขาใช้วิธีจำเอาไว้โดยไม่บันทึกไว้ในรายชื่อ และมันจะถูกลบออกจากรายการโทรทันทีที่วางสาย
“ว่าไง” ปรากฏว่าเสียงผู้รับปลายสายนั้นคือริชาร์ด
“เฮีย..มีคนมาเล่นผมที่เซฟเฮ้าส์ที่เฮียให้ผมเฝ้าว่ะ”
เสียงนกร้องคลอไปกับสายลมเอื่อยที่ริมลำธารสายเล็ก ปลุกชายคนที่สลบไสลจากการถูกเตะให้ฟื้นคืนสติ เขารู้สึกเจ็บระบมไปทั้งร่างเพราะถึงแม้จะถูกยิงใส่เสื้อเกราะกันะุ แต่แรงปะทะของมันก็ยังสามารถส่งผ่านเข้าสู่ร่างได้อยู่ดี หนำซ้ำการถูกเตะเข้าที่ใบหน้าอย่างจังยังทำดั้งจมูกเขาหักอีกด้วย ในโพรงจมูกตอนนี้จึงบวมและหายใจไม่ถนัดจนต้องอาศัยหายใจทางปากอย่างยากลำบาก เขาพยายามขยับตัวแต่ก็พบว่าตัวเองถูกมัดติดกับเก้าอี้ตัวหนึ่งและถูกพามานั่งแช่ในลำธารที่น้ำตื้นเพียงครึ่งหน้าแข้ง
“ฟื้นแล้วเหรอ”
ชายคนนั้นหันหน้าไปตามเสียง เขาพบกับบุ๊คที่นั่งมองมาด้วยท่าทีอันสบายใจอยู่บนโขดหินใกล้ๆ ชายมาดเซอร์จุดบุหรี่ขึ้นสูบและพ่นควันออกมาเบาๆ แม้ท่าทางของเขาจะดูนิ่งสงบเยือกเย็นแต่ก็แฝงความน่ากลัวไว้ในดวงตา
“ทำไมแกถึงไม่ฆ่าชั้น”
“ฉันอยากได้ชื่อนายจ้างแก” บุ๊คตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูราบเรียบ แต่ก็เป็ความเงียบก่อนพายุมาเท่านั้น
“แกก็อยู่วงการนี้น่าจะรู้ดีว่าเราพูดชื่อนายจ้างไม่ด....”
แต่ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะพูดจบประโยคเท้าของบุ๊คก็ถีบเข้าที่ยอดอกอย่างจัง ส่งให้ร่างที่ถูกมัดติดเก้าอี้นั้นหงายหลังโครมลงไปในน้ำ แม้น้ำนั้นจะลึกแค่ครึ่งหน้าแข้งแต่กับร่างที่ถูกมัดติดแน่นกับเก้าอี้มันกลับเป็การจมน้ำที่สุดทรมาน เพราะความรู้สึกที่ว่าอีกแค่นิดเดียวจะโผล่ขึ้นไปหายใจที่ผิวน้ำได้แต่กลับทำไม่ได้ ทำให้รู้สึกสิ้นหวังอย่างที่สุด
ครุ่หนึ่งบุ๊คก็กระชากคอเสื้อชายคนนั้นขึ้นมาจากน้ำเพื่อให้เขาได้หายใจ ร่างนั้นพ่นน้ำออกมาพร้อมกับสำลัก เขาพยายามหายใจเข้าตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด น้ำที่อยู่เต็มปากจึงทำให้เกิดการสำลัก
“ฉัน้าชื่อ” บุ๊คเค้นถาม
“แกไม่เข้าใจ..ถ้าฉันบอกแกฉันก็ตาย”
บุ๊คถอนหายใจก่อนปล่อยมือทิ้งชายคนนั้นให้กลับจมน้ำลงไปอย่างเดิม ร่างนั้นดิ้นขลุกขลักด้วยความทรมาณก่อนที่บุ๊คจะกระชากคอร่างนั้นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ชายคนนั้นสำลักจนน้ำหูน้ำตาไหลเต็มใบหน้า
“ไอ้เลว..แกจะฆ่าชั้นก็ฆ่าชั้นซี่จะทำบ้าๆแบบนี้ทำไมวะ”
ชายคนดังกล่าวก่นด่าอย่างยากลำบากเพราะพูดทั้งที่ตัวเองก็สำลักไปด้วย
“ชั้นว่าแกนี่เป็คนแปลกว่ะ แกไม่กลัวว่าฉันจะฆ่าแกแต่กลับกลัวนายจ้างตัวเองจะฆ่า ทั้งที่ตอนนี้มันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกอยู่ไหน แต่ฉันที่อยู่ตรงนี้ ฉันสามารถฆ่าแกได้ ฉันเฉือนเนื้อแกออกมาเป็ชิ้นๆจนแกค่อยๆขาดใจตายก็ได้ จับแกกดน้ำสักสิบทีจนแกจมน้ำตายก็ได้ แต่แกกลับกลัวอยู่แต่กับไอ้คนที่มันอยู่ไหนก็ไม่รู้ และถ้าแกหนีไปตอนนี้มันจะตามฆ่าแกได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แกแกล้งโง่หรือโง่จริงเนี่ย”
“เพราะแกไม่รู้จักพวกเขาน่ะสิว่าพวกเขาน่ากลัวขนาดไหน คนพวกนั้นมีอิทธิพลล้นฟ้า ต่อให้แกหนีไปอยู่ที่ไหนก็ตามตราบใดที่ยังอยู่บนโลกใบนี้ก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัยทั้งนั้น”
ชายคนนั้นตอบโดยจ้องหน้าบุ๊คกลับ แววตาของคนที่เป็มือสังหารที่ถูกฝึกมาอย่างดีบัดนี้กลับแสดงออกถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน แต่เขาก็กลับประหลาดใจเมื่อเห็นแววตาที่ดูไม่ยี่หระของบุ๊คจ้องกลับมา
“การที่มันส่งพวกแกมาฆ่าชั้น มันก็แปลได้ว่านายจ้างแกเองก็ไม่ได้รู้ว่าพวกชั้นเป็ใครเหมือนกัน ถ้าพวกมันรู้คงไม่ส่งพวกแกหกคนมาตายเปล่า น่าเสียดายถ้าแกบอกชื่อของมันให้ฉัน วันพรุ่งนี้มันอาจจะตายแล้วก็ได้”
“แกจะอ้างยังไงก็ได้..ถ้าฉันตาย ไม่นานแกก็จะตายตามไปแน่ พวกเขาไม่ปล่อยแกไปหรอก” ชายคนนั้นยังคงเถียงคอเป็เอ็น
“ม่ายยเพื่อน..ถูกต้องที่วันนี้แกจะตาย แต่หลังจากนี้คนที่จะตายตามแกไปไม่ใช่ฉันแต่มันจะเป็นายจ้างของแก”
พูดจบบุ๊คก็ปล่อยมือให้ชายคนนั้นกลับจมน้ำลงไปอย่างเดิม จากนั้นเขาก็ลุกเดินออกมาโดยทิ้งให้ร่างนั้นดิ้นทุรนทุรายอยู่ในน้ำ บุหรี่ถูกหยิบขึ้นมาจะสูบแต่เขากลับต้องทำหน้าไม่สบอารมณ์เพราะไฟแช๊กที่ใส่ในกระเป๋ากางเกงดันเปียกน้ำไปเสียแล้ว
“ว้า..โว้ย..เปียกไปตอนไหนเนี่ย เออช่างเหอะ”
บุ๊คบ่นอย่างหัวเสีย ท่าทีของเขาในตอนนี้กังวลเื่ไฟแช็กเปียกมากกว่าเื่ที่ชายคนที่อยู่ด้านหลังขู่ไว้เสียอีก และสำหรับชายคนข้างหลังที่กำลังจมน้ำ ในแต่ละนาทีที่ผ่านไปร่างนั้นก็ค่อยๆดิ้นช้าลงและอ่อนแรงลงเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็นิ่งสนิท บุ๊คหันกลับไปมองร่างที่นิ่งสนิทสักครู่ก่อนที่โทรศัพท์มือถือของเขาจะถูกยกขึ้นมากดหาริชาร์ดอีกครั้ง
“เฮีย...มันไม่ยอมพูด คนส่งมันมาคงเส้นใหญ่น่าดูมันกลัวจนหงอเลย ถึงขั้นยอมตายไม่ยอมเปิดปาก แต่ผมงงอยู่อย่างนึงว่ะทำไมมันไม่เล่นพวกเด็กๆแต่มาเล่นผมแทนล่ะ ผมไม่ใช่คนในองค์กรเฮียสักหน่อย”
“เพราะนายหาตัวง่ายล่ะมั้ง”
“ไหงงั้น?” บุ๊คถาม
“พวกเด็กๆใช้วีซ่าทางการทูต มันได้รับการงดเว้นพิเศษทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่นายใช้วีซ่านักท่องเที่ยวปกติ” ริชาร์ดอธิบายให้บุ๊คฟังเสียงเขาดูสบายๆและบางครั้งยังดูตลกชวนหัวด้วยซ้ำ
“แล้วมันรู้จักผมได้ไงหล่ะ ผมเองทำงานก็ไม่เคยถูกจับได้นะ”
“ลองคิดเล่นๆดูสิ”
บุ๊คเงียบไปพักนึงก่อนสบถออกมาเสียงดัง
“เชี่ย....พวกมันมีเส้นกับรัฐบาลเหรอ”
บุ๊คสงสัยว่าคนกลุ่มนี้อาจจะเข้าถึงข้อมูลลับของรัฐบาลได้ เพราะตัวเขาเองค่อนข้างมั่นใจว่าในโลกมืดไม่มีใครรู้จักตัวตนเขาแน่นอน แต่ก่อนหน้าที่จะมาโลดแล่นในยุทธจักรฟรีแลนซ์เขาเองก็เคยทำงานให้หน่วยสืบราชการลับมาก่อน และแต่ละงานล้วนเป็งานสกปรกทั้งสิ้น แม้ขึ้นชื่อว่าหน่วยสืบราชการลับแต่รายชื่อและข้อมูลเ้าหน้าที่ก็ควรที่จะถูกปกปิดพวกเขากลับไม่เคยลบมันทิ้งจริงๆ ข้อมูลไม่ว่าจะเก่าแค่ไหนก็ยังสามารถขุดขึ้นมาสืบหรือศึกษาได้อยู่เสมอ รายชื่อเ้าหน้าที่เก่าก็เช่นกัน
“เดาว่าน่าจะยังงั้นแหละ..เอางี้เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงไปหาพวกเด็กๆที่ร้านกาแฟตรงน้ำพุกลางเมือง มีข้อมูลอะไรก็เอาให้เชอรี่ได้เลยเด็กคนนั้นจะตามต่อให้”
“โอเค..”
บุ๊คพูดตอบสั้นๆ เขากดวางสายและหันมาค้นข้าวของหลังรถยนต์มินิแวนคันที่เขาขับมา แท้จริงแล้วรถคันนี้มันไม่ใช่รถของเขา มันคือรถของกลุ่มคนที่ตั้งใจมาจัดการเขาที่บ้านร้างหลังนั้น แต่ตอนคนเ่าั้ตายหมดแล้วเขาจึงต้องหาเบาะแสเพิ่มเติมเอาเอง
บุ๊คแกะเอาซิมการ์ดและแมมโมรี่จากโทรศัพท์มือถือของคนเ่าั้ออกมากองไว้ การเอาทั้งเครื่องไปนั้นมีความเสี่ยง เพราะมือถือเหล่านี้อาจจะมีอุปกรณ์แกะรอยติดตั้งอยู่ เขาจึงเลือกวิธีนี้ที่มันง่ายกว่า กลุ่มคนที่มาจู่โจมเขาเป็มืออาชีพ พวกนี้ไม่ได้เอาเอกสารใดๆติดตัวมาเลยแต่ทว่าก็ยังพอโชคดีอยู่บ้างที่พวกเขาใช้รถที่เป็รถเช่า แม้ว่ามันคงจะถูกเช่าด้วยเอกสารปลอมแต่รถเช่าส่วนใหญ่ติด GPS ระบุตำแหน่งเพื่อป้องกันการโจรกรรม บุ๊คจึงถ่ายภาพทะเบียนรถแล้วส่งให้ริชาร์ดเพื่อติดตามว่ารถคันนี้เคยไปที่ใดบ้าง โดยอาจจะต้องแฮคเข้าไปในระบบของบริษัทรถเช่าเพื่อหาเส้นทางของรถคันนี้ เพราะจุดที่มันเคยจอดจุดใดจุดหนึ่งอาจเป็แหล่งกบดานของคนเหล่านี้ก็เป็ได้
Barcaccia Fountain เป็น้ำพุสไตล์บาโรกที่เลื่องชื่อ มันตั้งอยู่เชิงบันไดสเปนซึ่งเป็บันไดที่กว้างและยาวที่สุดของยุโรป จัดเป็จุดท่องเที่ยวที่มีความงามมากที่สุดจุดหนึ่งของกรุงโรม ในแต่ละปีมีคนมาเยือนมันถึงปีละหลายแสนคน ที่ด้านตรงกันข้ามกับบันไดเลื่องชื่อนั้นเป็ถนนสายยาวห่างมาเพียง 100 เมตรจากน้ำพุมีร้านกาแฟและชาที่เก่าแก่ร้านหนึ่งซึ่งเปิดมาั้แ่ปี 1760 ชื่อ Antico Caffe Greco ภายในร้านนั้นตกแต่งประดับประดาอย่างงดงามด้วยธีมของศิลปะยุคคลาสสิกแบบอิตาเลี่ยนแท้
บุ๊คเปิดประตูเข้ามาในร้าน เดินกวาดสายตาผ่านชั้นขนมหวานด้านซ้ายและบาร์กาแฟด้านขวามือเมื่อพ้นมาก็พบกับส่วนที่นั่งลูกค้า ซึ่งมีไอริส เชอรี่และไอร์แลนด์ นั่งรออยู่
“อยู่นี่เอง ฉันมีของมาฝาก” ถุงกระดาษใบหนึ่งถูกวางลงกลางโต๊ะ ทำเอาเชอรี่หยิบจานมัฟฟินหลบแทบไม่ทัน
“ลู้งงงง...มันสกปรก อย่าบอกนะว่าเอานิ้วของพวกนั้นใส่มาในนี้ด้วยน่ะ” เชอรี่บ่นอุบด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจบุ๊ค
“กดพิมพ์มา หรือจะเอาแบบเป็นิ้วจะกลับไปตัดให้” บุ๊คหัวเราะตอบอย่างอารมณ์ดี
“ยี้..ของคนตาย” เชอรี่ทำหน้าเบ้ใส่
เมื่อเห็นบุ๊คเดินเข้ามาบริกรของร้านในชุดทักซิโด้สุดเนี้ยบจึงเดินเข้ามาถามบุ๊คอย่างสุภาพ
“ไม่ทราบจะรับอะไรดีครับท่าน”
“ขอเบียรละกัน” บุ๊คตอบแบบหน้าตาย
“ที่...นี่..ร้านกาแฟ สั่งกาแฟหรือไม่ก็ชาสิ” ไอริสบ่นเขาอีกคน
“งั้นก็เอสเพรสโซก็ได้”
“ไม่ทราบท่าน้าเมล็ดของแอฟริกา อเมริกาใต้ หรือของเอเชียดีครับ และท่านชอบระดับการคั่วประมาณไหนครับ”
“อะไรก็เอามาเถอะน่า” บุ๊คโบกมือโบกไม้ไล่พนักงานคนนั้นให้ไปพ้นๆอย่างรำคาญ
“ครับรอสักครู่นะครับ” บริกรโค้งให้อย่างสุภาพก่อนเดินจากไป
“เหลือเชื่อเลยใครเลือกร้านนี้เนี่ย ดูซิกาแฟแก้วถูกที่สุดยังราคาตั้ง 7 ยูโร” บุ๊คบ่นทันทีที่เหลือบไปเห็นราคากาแฟในเมนู
“ชินกับสาร์บัคแก้วละสองเหรียญเจ็ดสิบเหรอ”
ไอร์แลนด์พูดแบบยิ้มๆโดยไม่มองหน้าเขา บุ๊คก็แค่ยักไหล่ตีหน้ามึนไม่ตอบคำถาม เพราะสำหรับเขากาแฟก็คือกาแฟ ตัวเขาไม่ได้มีรสนิยมชอบดื่มแต่กาแฟดีๆแบบริชาร์ด
“แล้วไปทำยังไงให้โดนจับได้” ไอริสย่นหน้าผากบุ้ยปากถาม
“ช่วยไม่ได้คนมันดัง สงสัยพวกนั้นจะมาขอลายเซ็นล่ะมั้ง”บุ๊คยังคงลอยหน้าลอยตาตอบ
“สะเพร่ามากกว่ามั้ง”
“เออน่า...ยังไงก็เคลียร์ให้แล้ว มันก็ช่วยให้ได้เบาะแสไม่ใช่หรือไง” บุ๊คตอบพลางหันหน้าไปพยักพเยิดให้เชอรี่
“ใช่..พวกนั้นมีบ้านพักอยู่ชานเมือง รถคันนั้นวนอยู่แค่บ้านหลังนั้นกับร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ดูจากของที่ซื้อแล้วน่าจะมีกันแค่หกคนนั้นแหละ”
เชอรี่ตอบในขณะที่ตัวเองยังคงก้มหน้าดูจอแล็ปท็อปอยู่ ไอริสเห็นแบบนั้นก็จิ้มสตรอว์เบอร์รี่บนเค้กของตัวเองยื่นให้ เชอรี่ก็เอี้ยวหน้ามางับแล้วกลับไปมองจออย่างเดิม
“เจอก็ดีละที่เหลือฝากด้วยนะ” บุ๊คพูดพลางทำท่าลุกจากโต๊ะไป
“ไปไหนล่ะ ไม่ไปด้วยกันเหรอ” ไอร์แลนด์ถาม
“พวกมันส่งคนไปเก็บชั้นแสดงว่ามีคนได้ข้อมูลบางส่วนของชั้นไป ดังนั้นชั้นควรรีบหลบไปกบดานก่อนดีกว่า มีอะไรก็บอกเฮียไว้ละกันเดี๋ยวเขาก็ส่งข่าวให้ชั้นเองแหละ ไปนะเด็กๆ”
บุ๊คส่งยิ้มให้เด็กสาวก่อนสวมแว่นตากันแดดแล้วหันหลังเดินออกจากร้านไป พอดีกับจังหวะที่สวนกับบริกรคนเดิมที่ยกเอาเอสเพรสโซของเขามาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ
“แล้ว...แก้วนี้ใครจะกินล่ะเนี่ย”
ตามถนนเส้น SS1 ชานกรุงโรมมุ่งสู่มารากรอทต้า รถยนต์คันเล็กของทั้งสามสาวมุ่งตรงไปทางบ้านไร่ชานเมืองหลังเล็กๆหลังหนึ่งที่ GPS ระบุเอาไว้ ซึ่งมันน่าจะเป็แหล่งกบดานของชายหกคนที่ไปถล่มบุ๊คถึงเซฟเฮ้าส์เช้าวันนี้
“กำลังจะถึงแล้ว และก็มีรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้านหลังนั้น” ไอร์แลนด์พูดขณะที่มองเห็นบ้านหลังนั้นจากระยะไกล และพบว่ามีรถคันหนึ่งจอดอยู่จริงๆ
“งั้นคงต้องจอดห่างๆแล้วย่องเข้าไปลินะ” ไอริสพูดขณะชะโงกหน้าจากเบาะหลังมาดูที่ด้านหน้ารถ
“ก็คงต้องอย่างงั้นแหละ” ไอร์แลนด์เลี้ยวรถเข้าข้างทางโดยทิ้งระยะห่างจากบ้านหลังนั้นราวๆหนึ่งร้อยเมตร
“เตรียมตัว”
ทั้งสามเตรียมอาวุธเพื่อการต่อสู้ในอาคารมาด้วยโดยเลือกเป็ปืน PDW ทรงแบบปืน M4 ทั้งสามกระบอก ไอร์แลนด์ใช้DDM4 PDW ลำกล้อง 7 นิ้วะุ .300blk เหมือนเดิม ไอริสใช้ Maxim PDX ขนาด 7.62มม.ส่วนเชอรี่เลือก SpringField Saint PDW ขนาดะุ 5.56มม.ทั้งสองกระบอกมีขนาดลำกล้องสั้นแค่เพียง 5 นิ้วเท่านั้น แม้ปืนเหล่านี้จะมีรูปร่างแบบ M4 ที่ตัดสั้นแต่ก็มีอานุภาพในการยิงสูง และขนาดที่เล็กมากของมันทางกฎหมายของบางประเทศสามารถจดทะเบียนปืนเหล่านี้เป็ “ปืนสั้น” แบบเดียวกับปืนพกได้
ชายสี่คนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นกำลังง่วนอยู่กับการเก็บหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ในบ้านให้หมด เนื่องจากพวกเขาได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างให้มาเก็บงาน เพราะทีมหกคนที่ส่งไปก่อนหน้าหายตัวไปทั้งหมด ไม่สามารถติดต่อได้มาเกือบสามชั่วโมงแล้ว
“ของพวกนี้เอาไง” ชายคนหนึ่งในทีมถามชายอีกคนที่เป็หัวหน้า
“พวกเสื้อผ้าข้าวของเอกสารของพวกมันเอาใส่ถุงดำไปเผาทิ้ง ส่วนคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์เก็บกลับไป”
เสียงชายคนที่เป็หัวหน้าสั่งให้ชายอีกสามคนเร่งมือช่วยกันเก็บของ ยามนี้คนเ่าั้ไม่ทราบเลยมีอันตรายย่างกรายมาอยู่โดยรอบของบ้านหลังนี้แล้ว
“ทำไมเราไม่เอาแต่ของจำเป็ไปแล้วเผาบ้านหลังนี้ทิ้งซะเลยล่ะมันน่าจะ......”
ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ชายผู้โชคร้ายที่บังเอิญยืนติดกับหน้าต่างก็ถูกะุปริศนาเจาะเข้าบริเวณหน้าอกใต้กระดูกไหปลาร้าล้มลงไปนอนกับพื้น หน้าต่างบานนั้นถึงกับแตกกระจายด้วยอานุภาพของะุ 7.62มม.นาโต้ของไอริส
สาวน้อยนักแม่นปืนยืนห่างจากบ้านหลังนั้นราว 50 เมตร เธอเล็งยิงชายคนนั้นด้วยกล้องรีเฟล็กไซส์ที่ไม่มีอัตราการซูมใดๆทั้งสิ้น นับเป็ความสามารถที่น่าทึ่ง จากนั้นเธอก็สาดะุในจังหวะแบบกึ่งอัตโนมัติใส่บ้านหลังนั้นโดยไล่ไปตามกำแพงบ้าน
บ้านหลังนั้นเป็บ้านไร่ที่มีการก่อสร้างแบบครึ่งอิฐครึ่งไม้ ะุของไอริสสามารถเจาะเนื้อไม้ของบ้านได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้เหล่าชายฉกรรจ์ในบ้านอีกสามคนกระโจนหมอบหลบะุที่พุ่งทะลุผนังบ้านเข้ามาอย่างอุตลุด
ที่ไอริสสาดะุใส่กำแพงบ้านนั้นเธอทำมันเพียงเพื่อเบนความสนใจ เพราะเชอรี่และไอร์แลนด์ได้ประจำที่ประตูหน้าและหลังของบ้านเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองยิงพังล็อกประตูจากทั้งสองด้านโดยอาศัยเสียงการยิงที่ปะปนไปกับเสียงปืนของไอริส แต่เป็ไปได้ว่ามันอาจจะไม่เนียนสักเท่าไหร่ เพราะเสียงนึงอยู่ไกลบ้านแต่อีกสองเสียงกลับอยู่ใกล้บ้านมากๆนั่นเอง
ไอร์แลนด์ใช้เท้าถีบประตูในจังหวะที่ไอริสก็หยุดยิงพอดี เธอรู้ว่าไอริสหยุดเพื่อเปลี่ยนซองะุและเปิดโอกาสให้เธอบุก นับได้ว่าเป็การทำงานเป็ทีมที่เข้าขากันของสามสาว ในจังหวะก่อนบุกไอร์แลนด์เองก็นับจำนวนะุของไอริสไว้ในใจด้วย ดังนั้นมันจึงเป็จังหวะที่เธอกับเชอรี่ก็จะเข้าไปเซอร์ไพรส์คนภายในบ้าน
พ้นประตูหลังที่ไอร์แลนด์เข้าไปเพียงไม่กี่ก้าว สาวน้อยพบชายคนหนึ่งที่หลบอยู่ข้างตู้เล็กๆ พอเขาเห็นเธอเขาจึงรีบยกปืนขึ้นจะยิงแต่มันช้ากว่าไอร์แลนด์ที่เธอเล็งรออยู่แล้ว ไอร์แลนด์เหนี่ยวไกแบบดับเบิ้ลสองนัดซ้อนใส่เขาทันที ะุนัดหนึ่งวิ่งทะลุร่างตรงบริเวณกึ่งกลางอกอีกนัดเจาะเขาอกด้านซ้ายห่างไปราวสองนิ้ว ร่างนั้นล้มหงายหลังสิ้นใจในทันทีโดยไม่มีการตอบโต้เพราะถูกะุทะลุเข้าหัวใจ จริงๆแล้วมนุษย์เรามีหัวใจอยู่บริเวณกึ่งกลางอกค่อนไปทางซ้าย ดังนั้นการยิงที่บริเวณกลางหน้าอกนั้นมีโอกาสถูกหัวใจถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และถ้าทะลุหัวใจต่อให้ถูกยิงในห้องไอซียูที่มีหมอรอผ่าตัดอยู่โอกาสรอดก็แทบจะริบหรี่
ชายคนที่ถูกไอร์แลนด์ยิงนั้นถูกยิงเพราะไม่ได้อยู่ในห้อง เขาออกมาสูบบุหรี่ตรงบริเวณทางเดิน แต่ทว่าอีกสองคนที่เหลือเขาอยู่ในห้องปิดและเตรียมอาวุธพร้อมไว้แล้ว แต่อนิจจาต่อให้คนอีกสองคนในห้องทราบถึงการมาของไอร์แลนด์และรู้ว่ามีศัตรูอีกคนยิงก่อกวนจากระยะไกล แต่เขาก็ยังไม่ทราบว่ามีเชอรี่อีกคนที่ลอบเข้ามาคนละทางกับไอร์แลนด์
เชอรี่อาศัยรูที่กำแพงตรงบริเวณผนังเบาที่เกิดจากการกราดยิงของไอริส มองลอดเข้ามาพบชายสองคนที่เหลือพอดี โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าเธอเข้ามาจากทางหน้าบ้าน พวกเขาจึงวางแนวป้องกันการยิงจากไอร์แลนด์และไอริสเท่านั้น บ้านหลังนี้ถูกสร้างเป็ห้องโล่งๆกว้างๆ ก่อนจากนั้นจึงแบ่งออกเป็หลายห้องด้วยผนังเบาแบบยิปซัม เชอรี่จึงสามารถเล็งยิงใส่ผนังบางๆแบบนี้ได้สบายด้วยะุ 5.56มม. เธอเล็งปืนใส่เป้าหมายที่อยู่อีกฟากของกำแพง ชายคนแรกที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเขาห่างจากเธอไม่ถึงหนึ่งเมตรด้วยซ้ำแค่เพียงมีผนังบางๆกั้น
ะุหนึ่งนัดลั่นออกจากปากกระบอกใส่เป้าหมายอีกฝั่งกำแพงโดยเล็งไว้ที่บริเวณหัว จากนั้นอีกห้านัดก็ลั่นตามมาโดยอาศัยการเล็งสุ่มจากภาพจำที่พอจะจำได้ว่าเห็นอีกคนซ่อนอยู่ตรงไหน สิ้นเสียงปืนของเชอรี่เธอรีบถอยหลบเข้าซ่อนในส่วนของผนังบ้านที่เป็อิฐ โดยเผื่อเอาไว้ก่อนว่าถ้าการเล็งสุ่มครั้งที่สองของเธอไม่ถูกจะได้ไม่โดนยิงสวนกลับ
เสียงปืนที่เงียบลงไปเกือบ 1 นาที ทั้งสองสาวที่อยู่ในบ้านพยายามเงี่ยหูฟังเสียงจากความเงียบนั้น พวกเธอได้ยินเพียงเสียงของการหายใจหอบแรงของใครบางคนภายในห้อง เขาหอบสลับกับหายใจออกมาเป็เสียงฟอดๆ เสียงการหายใจที่สั้นและเร็วบอกให้ไอร์แลนด์รู้ว่าชายคนในห้องกำลังจะตายเพราะะุทะลุปอด มันทำให้ระบบหายใจของเขาล้มเหลวร่างกายจึงพยายามสั่งให้หายใจเร็วขึ้นเพื่อนำเืไปเลี้ยงสมอง
“เชอรี่!!”
“ว่าไง”
“คุ้มกันหน่อยฉันจะเข้าไป”
เชอรี่เคลื่อนตัวไปสมทบกับไอร์แลนด์อย่างรวดเร็วเพื่อเข้าช่วยเคลียร์ห้องนั้น ภายในห้องพวกเธอพบเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาคือชายคนที่เป็เ้าของเสียงหายใจรวยรินที่พวกเธอได้ยินและเขาคือชายคนแรกที่ไอริสยิงนั่นเอง ส่วนคนที่เหลือพวกเขาเสียชีวิตในทันทีทั้งหมด
“ไอริส อยู่ไหนแล้ว”ไอร์แลนด์รีบวิทยุหาไอริสในทันที
“กำลังจะเข้าไปรอแป๊บ” ไอริสตอบกลับ เสียงในวิทยุฟังดูหอบเหนื่อยเพราะเธอกำลังวิ่งมานั่นเอง
“ไม่ต้องรีบสถานการณ์คุมได้แล้วค่อยๆเดิน”
“โอเค”
ไอร์แลนด์พยายามทำเสียงปกติเวลาคุย แต่สายตาของเธอและชอรี่กำลังมองชายคนที่หายใจรวยรินบนพื้น ลมหายใจของเขานั้นค่อยๆห่างและสั้นลง และในที่สุด...เขาก็สิ้นใจ
“โอเค...ไม่มีไรละ” เชอรี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ยัยนั่นดันไม่เหมือนพวกเราถ้ารู้ว่ายิงแล้วไม่ตายทันทีแล้วยังต้องเดินมาเห็นเขานอนหายใจทรมานอยู่มีหวังนอยไปทั้งอาทิตย์แน่” ไอร์แลนด์พูดขณะยิ้มแห้งๆให้เชอรี่
“มา...แล้ว” เสียงไอริสดังที่ประตูหลังบ้านทำให้ทั้งสองคนต้องรีบเปลี่ยนเื่คุย
“โอเค..ทำงานๆ โน่นแล็ปท็อปยกให้เลย เดี๋ยวฉันดูแผนที่” ไอร์แลนด์โบกไม้โบกมือใส่เชอรี่
2 ชั่วโมงต่อมา
“สวัสดีเด็กๆได้อะไรมาบ้าง”
เสียงของริชาร์ดที่ดังผ่านการประชุมสายในแล็ปท็อปของเชอรี่ ที่ในจอภาพตอนนี้เชอรี่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีไอร์แลด์และไอริสขนาบสองข้าง ส่วนริชาร์ดภาพเขากลับเป็มุมเฉียงข้าง45องศา ดูเหมือนว่าเขากำลังอยู่ในรถและกำลังเดินทางกลับบ้าน
“สวัสดีค่ะคุณลุง” เด็กสาวทั้งสามเอ่ยทักทายพร้อมกัน
“ว่าไปเลยเดี๋ยวลุงฟัง”
“คือ..เราได้อะไรไม่มากจากหลักฐานแวดล้อมที่บ้านหลังนั้น แต่กับแล็ปท็อปเครื่องนั้นเราได้มาเยอะเลยค่ะ” เชอรี่รายงาน เธอยิ้มอย่างภาคภูมิใจในฝีมือตัวเองแบบไม่มีเก็บอาการ
“น่าสนใจแค่ไหน”
“สิบกะโหลกค่ะ” เสียงไอริสะโแทรกมาทำให้ริชาร์ดถึงกับหัวเราะ
“คือแล็ปท็อปตัวนี้เหมือนแล็ปท็อปธรรมดาทั่วไป แต่มีการเข้าดาร์คเวปบางเว็บเพื่อพูดคุยในห้องแชทลับเฉพาะที่มีทั้งระบบประชุมทางไกลและห้องซื้อขายแบบปิดเฉพาะสมาชิก” เชอรี่อธิบายต่อ
“มันต่างจากพวกเว็บผิดกฎหมายทั้งหลายยังไง” ริชาร์ดซักต่อ
“เว็บนี้มีจำนวนสมาชิกหลักที่เป็วีไอพีแค่ไม่กี่สิบคน พวกเขามีห้องของตัวเองโดยเฉพาะและสามารถคุยกับคนอื่นๆได้ทุกระดับ แต่สมาชิกคนอื่นที่ไม่ใช่วีไอพีไม่สามารถเข้าไปในห้องพวกเขาได้ถ้าไม่ได้ถูกเชิญ ส่วนคนอื่นที่เป็ส่วนประสานงานหรือดำเนินการอื่มีห้องแยกออกมาอีกเป็หลายกรุป แต่ถึงยังไงจำนวนสมาชิกทั้งเว็บก็ไม่ถึงร้อยคนอยู่ดี”
“ความน่าสนใจมันอยู่ตรงไหนล่ะ”ริชาร์ดถาม
“เงินค่ะ...ในเว็บนี้มีเงินโยกย้ายหมุนเวียนต่อปีนับหมื่นล้านทั้งๆที่มีคนอยู่ไม่ถึงร้อยคน และส่วนใหญ่จะเป็การติดต่อซื้อขายโอนโยกย้ายกันแต่สมาชิกวีไอพี่ไม่กี่สิบคนเป็หลักด้วย ส่วนสมาชิกที่เหลือในระดับต่ำลงมาพวกเขาเหมือนลูกน้องซะมากกว่า ไม่ใช่ทั้งผู้ซื้อหรือผู้ขาย พวกเขาเหมือนมีหน้าที่แค่รับคำสั่งจากเบื้องบนและรับเงินค่าจ้างหรือเงินดำเนินการไปทำต่อประมาณนั้นค่ะ” ไอร์แลนด์กล่าวเสริม
“ชักน่าสนใจแล้วสิ” น้ำเสียงริชาร์ดเริ่มแสดงออกถึงอารมณ์ที่ตื่นเต้น
“พวกนี้อาจจะเป็องค์กรผิดกฎหมายระดับนานาชาติแน่นอน โชคดีที่เราเจอพวกมันก่อน” เชอรี่กล่าว
“เราอาจจะเจอพวกมันมานานแล้วก็ได้นะ ลุงเชื่อว่าเป้าหมายที่เรากำจัดไปบางคนอาจจะอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ไม่งั้นพวกมันคงไม่ส่งคนมาตามสืบย้อนทางจนเจอบุ๊คแน่ๆ” ริชาร์ดพูดเสริมส่วนนี้ ไอร์แลนด์ก็พยักหน้าตามเหมือนว่าเธอเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
“ย้อนทางมาเจอตอเข้าเต็มๆเลยตายทั้งปาร์ตี้”เชอรี่พูดติดตลกพร้อมกับรอยยิ้ม
“ก็ระวังไว้ก่อนก็ดี ตอนนี้พวกนั้นยังไม่รู้ว่าเราเป็ใครแต่คงไม่หยุดแค่นี้แน่ ก็เราไปฆ่าพวกของมันนี่นา”
แม้คำพูดของริชาร์ดจะดูกังวลแต่เขาก็พูดกับเด็กๆเหล่านี้ด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
“ค่ะคุณลุง”ไอร์แลนด์รับคำ
“พวกนี้เป็พวกมาคมลับแบบอิลูมินาติหรือพวกคูคลักซ์แคลนเหรอ?” ไอริสถามเชอรี่
“ทำไมเหรอไอริส” ริชาร์ถึงกับหันมาถามด้วยความสงสัย
“ก็ชื่อเว็บไซต์พวกเขาชื่อว่าราว์ดเทเบิ้ล มันแปลว่าโต๊ะกลมไอริสเลยสงสัยว่าพวกนี้เป็พวกคลั่งอัศวินโต๊ะกลมอะไรแบบนั้นหรือเปล่าน่ะค่ะ”
คำพูดของไอริสทำให้ทุกคนโดยเฉพาะริชาร์ดและไอร์แลนด์ลองคิดลึกลงไปถึงระบบโครงสร้างของกลุ่มนี้ เริ่มเชื่อว่าคนเหล่านี้อาจจะไม่ใช่แค่เพียงองค์กรนอกกฎหมายธรรมดา แต่มันอาจจะเป็องค์กรที่มีรูปแบบการบริหารคล้ายสมาคมลับ