เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 102 รสชาติของความหึง

            ในที่สุดพวกเธอก็ฝ่าวงล้อมของนักข่าวออกมาได้ซูเจี่ยนอันถอนหายใจก่อนจะถามลู่เป๋าเหยียน

            “ปกตินายต้องรับมือกับสื่อแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”

            “บางครั้งการพบสื่อก็เป็นเรื่องจำเป็น”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “เธอเองก็ควรรีบทำตัวให้ชิน”

            ซูเจี่ยนอันห่อไหล่เล็กน้อยก่อนจะพูดอึกอัก

            “ฉะ ฉันกลัวกล้อง”

            “เธอกลัวกล้อง?” ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย“ถ้าฉันมองไม่ผิด ในห้องนอนเธอมีกล้องโปรกับเลนส์แบบมืออาชีพอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอพี่ชายเธอก็เคยบอกฉันว่า เธอเคยได้รางวัลจากการถ่ายภาพ”

            “ที่จริงแล้วคนที่เป็นแพทย์นิติเวชมักจะถ่ายรูปได้ดีกว่าคนทั่วไปเพราะพวกเราจะต้องถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ภาพศพ หลักฐานต่างๆยิ่งถ้าใครชอบถ่ายรูปอยู่แล้วล่ะก็ การที่จะมีอุปกรณ์ถ่ายภาพแบบมืออาชีพถือเป็นเรื่องปกติ แต่...ทั้งหมดนั่นพวกเราคือคนถ่าย ไม่ใช่คนถูกถ่ายนี่นา”

            เธอคือคนถือกล้องมาโดยตลอดไม่ใช่จุดรวมสายตาของใคร แสงแฟลชของพวกสื่อที่สาดรัวเข้ามาในวันนี้ ไหนจะยังคำถามไล่บี้พวกเธอราวกับกระสุนไม่ใช่เรื่องปกติที่คนทั่วไปจะต้องพบเจอ

            จะให้เธอคุ้นชินกับมันเหมือนลู่เป๋าเหยียนเธอคงต้อง...ใช้เวลาอีกหลายชาติกว่าจะทำสำเร็จ

            เธอดูหวาดหวั่นราวกับกระต่ายน้อยที่เพิ่งเคยเข้าเมืองเป็นครั้งแรกลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจอย่างอ่อนใจ

            “ถ้ากลัวก็ตามฉันไว้อย่าเดินไปไหนมาไหนเอง”

            ซูเจี่ยนอันตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน

            จริงด้วยสินะ!ตามลู่เป๋าเหยียนเอาไว้ก็จบแล้ว เพราะเขาช่วยเธอรับมือพวกนักข่าวได้สบายๆ!

            เธอยิ้มหวานก่อนจะคล้องแขนเขาอย่างว่าง่าย

            ลู่เป๋าเหยียนจึงเดินพาเธอไปดูบรรยากาศรอบงาน

            การตกแต่งสถานที่ในวันนี้เป็นความรับผิดชอบของซูเจี่ยนอันเธอเป็นคนแก้ไขรายละเอียดหลายอย่างจากแผนเดิมดังนั้นเธอจึงคุ้นเคยกับการตกแต่งสถานที่ทั้งหมดเป็นที่สุดหลังเดินวนไปทั่วงานจนครบ เธอก็อดถามลู่เป๋าเหยียนไม่ได้ว่า

            “เป็นไงคะคุณลู่พอใจกับผลงานของภรรยาคุณไหมคะ”

            เมื่อเทียบกับงานเลี้ยงครบรอบในครั้งผ่านๆมา การตกแต่งสถานที่ครั้งนี้ดูจะสดใสกว่าทุกทีแม้จะดูเป็นทางการแต่ก็ไม่เคร่งขรึมจนเกินไป แถมรายละเอียดต่างๆ ยังสมบูรณ์แบบไร้ที่ติโดยเฉพาะการจัดดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม ที่แค่ดูก็รู้ว่าคนเตรียมงานใส่ใจมากขนาดไหน

            สมแล้วที่เป็นผลงานของซูเจี่ยนอันลู่เป๋าเหยียนยิ้มอย่างพอใจ

            “ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีพรสวรรค์ด้านนี้อีกหน่อยงานพวกนี้ของเครือลู่ฉันจะมอบให้เธอทำ”

            ซูเจี่ยนอันพูดไม่ออก

            “...ฉันไม่ใช่พนักงานของนายสักหน่อย”

            “ขอแค่เธออยากมาทำงานที่บริษัทจะเอาตำแหน่งไหนเลือกเลย”

            แววตาของเขาปนความขบขันที่หากใครได้สบกับนัยน์ตาคู่นั้นก็อาจจะหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียงแหบทุ่มต่ำของเขา ทำให้คนฟังยากที่จะปฏิเสธ และยอมทำตามในที่สุด

            แต่ซูเจี่ยนอันกลับแค่กะพริบตาปริบๆ

            “ฉันมีตำแหน่งในบริษัทนายแล้วนี่ตำแหน่งภรรยาท่านผอ.ไง”

            ฮึๆอยู่กับเขามานานจนเริ่มมีภูมิคุ้มกันขึ้นบ้างแล้วสินะ

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะหุบยิ้ม เขามองเวลา อีกสิบนาทีก็จะถึงเวลาเริ่มงาน

            พนักงานรวมถึงผู้บริหารของบริษัทสาขามาถึงกันแล้วทุกคนใส่สูทแต่งชุดราตรีกันมาอย่างเต็มที่บริกรหนุ่มสาวรูปร่างดีเดินถือถาดเครื่องดื่มไปมาบรรยากาศทั่วทั้งโรงแรมเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ

            ไม่นานซูอี้เฉิงก็มาถึง

            นอกจากลู่เป๋าเหยียนเขาคือชายหนุ่มในฝันของหญิงสาวนับพันทั่วทั้งเมือง A การปรากฏตัวของเขาทำเอาสาวโสดทั้งหลายพากันฮือฮาอย่างตื่นเต้นพลางลอบมองเขาอย่างเขินอาย

            นอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาและรูปร่างที่ดูดีดั่งสวรรค์ประทานมาให้แล้ว ซูอี้เฉิงยังเป็นคนสุขุมนุ่มลึกทุกอิริยาบถของเขาดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ในแบบผู้ใหญ่

            และวันนี้เขาในชุดสูทสีเทาสไตล์ยุโรป ช่างดูหล่อเหลาโดดเด่นกว่าใคร

            ซูเจี่ยนอันลอบถอนหายใจเบา“มิน่าเสี่ยวซีถึงได้หลงพี่ชายฉันมาตลอดหลายปี นี่ถ้าฉันไม่ใช่น้องสาวของเขาฉันคงต้องชอบพี่แน่ๆ...”

            พูดจบเธอก็ถูกลู่เป๋าเหยียนรวบเอวเอาไว้แน่นจนตัวเซเธอหันไปมองเขาอย่างกล่าวโทษ ถึงได้รู้ว่าในตอนนี้เธอกับเขาอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน

            ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดลงบนใบหน้าของเธอ

            “น่าเสียดายที่พวกเธอเป็นได้แค่พี่น้อง”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกจั๊กจี้นิดๆบริเวณที่ลมหายใจเขารดลงมา เธอยกมือจับใบหน้าตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มดิ้น

            “ปล่อยฉัน คนเยอะขนาดนี้เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิดหมด”

            ลู่เป๋าเหยียนถามอย่างสนใจ“พวกเขาจะเข้าใจผิดเรื่องอะไร คงคิดแค่ว่าพวกเรารักกันดีเสียมากกว่า”

            ซูเจี่ยนอันทำหน้าไม่ถูก“ลู่เป๋าเหยียน นายหึงแล้วใช่ไหมเนี่ย งั้นฉันจะบอกความจริงกับนายว่าตั้งแต่เด็กฉันชอบพี่มาโดยตลอด ชอบมาก่อนเสี่ยวซีเสียอีก!”

            เธอยอมรับว่าเธอจงใจพูดแบบนั้น

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาอย่างไม่น่าไว้ใจแต่เขากลับไม่ตกหลุมพรางที่เธอขุดไว้

            “ชอบแบบไหน?”

            หางตาของซูเจี่ยนอันเหลือบไปเห็นซูอี้เฉิงที่กำลังเดินตรงเข้ามาใบหน้าเธอเริ่มร้อนขึ้นนิดๆ จึงเริ่มดิ้นขืนตัวอีกครั้ง

            “นายปล่อยฉันก่อนสิ”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ่งรัดเธอให้แน่นขึ้นอีก

            “เธอบอกฉันมาก่อนไม่งั้น...” เขามองริมฝีปากอิ่มสีแดงสด ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

            ซูเจี่ยนอันรู้จักสายตาแบบนี้ของเขาดีเธอถึงกับตัวสั่น จนต้องพูดความจริงออกไป

            “ก็...ชอบแบบพี่ชายกับน้องสาวน่ะสิจะให้ชอบแบบไหนได้เล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนยกมุมปากยิ้มอย่างพอใจก่อนจะปล่อยซูเจี่ยนอันให้เป็นอิสระ พอดีกับจังหวะที่ซูอี้เฉิงเดินเข้ามา

            ตั้งแต่ซูอี้เฉิงเดินเข้ามาก็เห็นสองคนนี้กำลังเถียงกันอยู่แต่เขาไม่อยากถามให้มากความ จึงมองซูเจี่ยนอันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยคำชม

            “น้องสาวของพี่วันนี้สวยจัง”ก่อนจะหันหน้าไปหาลู่เป๋าเหยียน “ฉันเริ่มเสียใจที่ปล่อยให้เจี่ยนอันแต่งงานกับนายแล้วเนี่ย”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม“ไม่ทันแล้วล่ะ ตอนนี้คนทั้งโลกรู้กันหมดแล้วว่าเธอคือภรรยาของฉัน”

            ซูอี้เฉิงถึงกับถอนหายใจ“เจี่ยนอัน พี่คิดไม่รอบคอบเองรู้อย่างนี้พี่น่าจะให้ผู้ชายที่อยู่ข้างน้องคนนี้ตามจีบน้องจีบจนกว่าน้องจะยอมตกลงแต่งงานกับเขาดีกว่า”

            ซูเจี่ยนอันหน้าแดงก่ำมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วเธอจึงไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

            ซูอี้เฉิงยิ้มก่อนจะลูบศีรษะเธอเบาๆ

            “แต่ก็นะไม่แน่เขาอาจจะจีบน้องไม่ติดก็ได้ขนาดคนที่คุณสมบัติไม่ได้ด้อยไปกว่าลู่เป๋าเหยียนอย่างคุณชายตระกูลโจว ที่ถือกุหลาบมาสารภาพรักกับน้องทุกวันใต้ตึกน้องยังไม่สนใจเลยจริงไหม”

            “...”นี่พี่ตั้งใจใช่ไหมเนี่ย

            ลู่เป๋าเหยียนกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นก่อนจะกระซิบถาม

            “โจวเนี่ยนปอเคยตามจีบเธอ?”

            ซูเจี่ยนอันกระแอมก่อนตอบ

            “ฉะ ฉันลืมไปแล้ว”

            เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

            “แล้วคู่ควงของพี่ล่ะคะ”

            “ถ้าเธอถึงแล้วคงจะมาหาพี่เอง”

            ซูอี้เฉิงรู้ดีว่าซูเจี่ยนอันต้องการลองเชิงเขาแต่เขาไม่บอกเธอหรอก ก็เหมือนกับครั้งนั้นที่พวกเขาเจอกันที่ร้านอาหารต่อให้น้องสาวของเขาจะพยายามหลอกถามแค่ไหน เขาก็ไม่หลุดอยู่แล้ว

            ซูเจี่ยนอันถามอย่างร้อนใจ“ตกลงเธอคือใครคะ เลขาของพี่ จางเหมยงั้นเหรอ”

            ซูอี้เฉิงยิ้มอย่างยากที่จะเดาความหมาย

            “เดี๋ยวเธอถึงแล้วน้องก็รู้เอง”

            “...”ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าพี่จงใจแกล้งเธอ เธอจึง “เชอะ” ใส่เขาไปหนึ่งทีก่อนจะพูดขึ้นว่า

            “ไม่บอกก็แล้วแต่เพราะลั่วเสี่ยวซีก็ใกล้จะถึงแล้วล่ะค่ะ”

            เธอเพิ่งพูดจบเสียงฮือฮาจากพวกผู้ชายหน้าประตูก็ดังขึ้น เมื่อมองตามออกไปภาพของหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงก็สะดุดตาทันที

            ลั่วเสี่ยวซีจริงๆ ด้วย

            เธออยู่ในชุดราตรีสั้นสีแดงที่อวดเรือนร่างสมบูรณ์แบบเรียวขายาวและผิวเนียนละเอียดราวกับหยกชั้นดีของเธอดึงดูดทุกสายตาคนมองผมลอนยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเอาไว้อย่างดี ทำให้เธอความเซ็กซี่ของเธอนั้นพุ่งทะยานถึงขีดสุด

            แต่เดิมเธอก็เป็นคนสูงโปร่งอยู่แล้วมาวันนี้เธอสวมรองเท้าส้นสูงกว่าแปดเซนติเมตรที่มีดีไซน์โดดเด่นสะดุดตาพร้อมก้าวเดินด้วยท่าทางอันมั่นใจยิ่งกว่านางแบบมืออาชีพถ้าจะให้อธิบายด้วยคำพูดของพวกผู้ชายแล้วละก็ลั่วเสี่ยวซีในวันนี้ก็คือนางแมวยั่วสวาทดีๆ นี่เอง

            ที่จริงซูอี้เฉิงไม่ชอบผู้หญิงที่ทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้แต่เธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

            เธอโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ราวกับปีศาจแสนสวยเมื่อเห็นเธอมาคนเดียวชายโสดทุกคนในงานต่างพากันตื่นเต้น ทว่าเธอกลับเดินตรงมาหาซูอี้เฉิงโดยไม่สนคนอื่น

            เธอมองไปรอบๆ กายของซูอี้เฉิงก่อนจะยิ้มถามเขา

            “นายไม่ได้พาจางเหมยมาเหรอต้องแบบนี้สิ วันนี้นอกจากฉันแล้วยังจะมีใครเหมาะสมกับนายอีกล่ะจริงไหม”

            ซูเจี่ยนอันดึงมือลู่เป๋าเหยียนเบาๆลู่เป๋าเหยียนรู้ดีว่าเธอต้องการอะไร จึงบอกว่าจะต้องไปทักทายแขกในงาน ก่อนจะพาซูเจี่ยนอันเดินแยกออกไป

            “เธอกับลั่วเสี่ยวซีรู้จักกันได้ยังไง”ลู่เป๋าเหยียนถาม

            “ตอนม.ปลายอยู่ๆ เธอก็มาหาฉันบอกว่าอยากเป็นเพื่อนกับฉัน” คิดไปถึงตอนนั้นซูเจี่ยนอันก็อดยิ้มไม่ได้“ตอนแรกฉันก็ไม่สนใจเธอหรอก แต่ไปๆ มาๆ กลับรู้สึกว่าเธอคนนี้ไม่เหมือนใครสุดท้ายพวกเราก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน ตอนหลังฉันถึงรู้ว่าตัวเองโดนหลอกซะแล้วที่แท้เธออยากจะใช้ฉันเป็นสะพานเพื่อเข้าหาพี่ แต่น่าแปลกที่ฉันโกรธเธอไม่ลงแถมยังคอยช่วยเธอมาโดยตลอด”

            พอมาคิดดูดีๆตอนนั้นที่เธอตัดสินใจคบเพื่อนคนนี้ อาจเป็นเพราะเธออิจฉาในความกล้าหาญของลั่วเสี่ยวซีก็เป็นได้

            ช่วงนั้นเธอเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองชอบลู่เป๋าเหยียนแต่ก็ทำได้แต่เก็บความรู้สึกนี้ไว้เป็นความลับ ต่างจากลั่วเสี่ยวซีที่เมื่อเธอชอบใครสักคนก็กล้าเข้าไปจีบตรงๆ โดยไม่สนว่าอายุจะห่างกันเป็นหกปีไม่สนสายตาคนอื่น ไม่สนว่าตัวเองจะมีมารักมาหลงกี่คนเธอทุ่มเทให้กับคนที่เธอชอบเท่านั้น ไปๆ มาๆลั่วเสี่ยวซีก็ตามจีบพี่ชายเธอมานานขนาดนี้แล้ว

            “ทำไมอยู่ๆ นายถึงถามล่ะ”ซูเจี่ยนอันย้อนถามเขาอย่างสงสัย

            “ลั่วเสี่ยวซีเกิดมาเพื่อเป็นนางแบบ”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “ถ้าวางแผนดีๆ ไม่นานเธอคงกลายเป็นคนดังได้ไม่ยาก”

            “ที่จริงฉันว่าเธอเหมือนพวกคาสโนวาในคราบผู้หญิงดีๆนี่แหละ” ซูเจี่ยนอันพูด “แต่ฉันดูออกว่าคราวนี้เธอตั้งใจอยากจะเป็นนางแบบจริงๆลู่เป๋าเหยียน ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้นายช่วยเธอได้หรือเปล่า”

            “ไม่ต้องให้ฉันช่วย”ลู่เป๋าเหยียนหยิบแชมเปญจากถาดเครื่องดื่มที่บริกรเดินเข้ามาเสิร์ฟก่อนจะส่งให้ซูเจี่ยนอันแก้วหนึ่ง

            “แค่ให้โอกาสเธอได้เดินบนแคทวอคเธอก็จะฉายแววขึ้นมาเอง”

            ตั้งแต่ม.ปลายจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงครั้งไหน ลั่วเสี่ยวซีก็มักจะเป็นจุดเด่นอยู่เสมอพวกผู้ชายต่างพากันสารภาพรักกับเธอ แต่ลั่วเสี่ยวซีไม่เคยปล่อยให้ยืดเยื้อเธอมักจะบอกกับผู้ชายเหล่านั้นไปตรงๆ ว่า เธอมีคนที่ชอบอยู่แล้วพวกเรามาเป็นเพื่อนกันไหม?

            ด้วยเหตุนี้สิบกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อนผู้ชายของลั่วเสี่ยวซีจึงมีจำนวนมากกว่าเพื่อนผู้หญิงลิบลับ

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้า“ถ้าเธอดังขึ้นมาก็ดีสิ พี่ฉันจะได้หึง จนยอมรับลั่วเสี่ยวซีสักที”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากพลางคิด

            ต่อให้ลั่วเสี่ยวซีไม่ดังเขานี่แหละที่จะช่วยดันเธอให้ดังจนได้ ไม่ว่อย่างไรเขาจะต้องทำให้ซูอี้เฉิงได้สัมผัสถึงความรู้สึก ‘บางอย่าง’ สักวันให้ได้

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663