รุ่งเช้าของวันถัดมาในเมือง หลงเหลียง อากาศยังคงคุกรุ่นด้วยกลิ่นอายของความวุ่นวายยามค่ำคืนแต่สำหรับ หลี่เฟิ่ง เช้านี้มีความมุ่งมั่นที่แรงกล้ากว่าทุกวันหลังจากเหตุการณ์ในตรอกซอยเมื่อคืนเขานั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้เก่าๆ ในโรงเตี๊ยม ดวงตาหลับพริ้มลมปราณในกายโคจรอย่างสม่ำเสมอ เขาไม่ได้รู้สึกเ็ปจากการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆเมื่อคืน แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ต้องแข็งแกร่งกว่านี้เพื่อที่จะไม่เห็นความอยุติธรรมเกิดขึ้นอีก
"ข้าจะต้องไม่ยอมให้ใครต้องถูกรังแกอีกแล้ว..."เขาพึมพำกับตัวเอง
หลังจากบำเพ็ญลมปราณเสร็จหลี่เฟิ่งก็ลุกขึ้น เขาหยิบ มีดสั้นปริศนาที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาแสงสีเงินอ่อนๆ ยังคงเปล่งประกายออกมาจากมีดเล่มนั้นราวกับมีชีวิตเขาััถึงความเย็นเฉียบของคมมีด ความรู้สึกนี้เป็ดั่งเพื่อนคู่ใจที่พร้อมจะเคียงข้างเขาเสมอ
เขาตัดสินใจที่จะไม่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเหล่า นักเลง อีกต่อไปเขาจะไม่ออกไปหาเื่ใครก่อน แต่หากมีใครมารังแกผู้บริสุทธิ์ตรงหน้าเขาจะไม่ทนเฉยอีกแล้ว
หลี่เฟิ่งเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังตลาดสดที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนเขาสังเกตเห็นว่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหลายคนมีสีหน้าหวาดกลัวบางคนพยายามเก็บแผงค้าของตนเองอย่างเร่งรีบ ราวกับกำลังหลบหนีอะไรบางอย่าง
ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงะโดังขึ้นมาจากฝูงชนที่อยู่ไม่ไกล
"พวกแก!อย่าคิดที่จะหนีพ้นมือข้าไปได้นะ!"
หลี่เฟิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็เป็ไปตามที่เขาคาดไว้
กลุ่มนักเลงเมื่อคืนทั้งสามคนกำลังยืนขวางทาง พ่อค้าผักคนหนึ่ง ที่กำลังพยายามจะหนีไปพร้อมกับรถเข็นผักของเขาพ่อค้าคนนั้นเป็ชายวัยกลางคน รูปร่างผอมเล็ก ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
"ไอ้เฒ่า! แกคิดจะเบี้ยวค่าคุ้มครองข้าหรือไง!?"นักเลงที่ตัวใหญ่ที่สุดซึ่งหลี่เฟิ่งเคยจ่อมีดที่คอเมื่อคืนนี้ตะคอกใส่พ่อค้าผักดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจ็บใจที่ถูกหลี่เฟิ่งเล่นงานเมื่อคืน
"ข้า...ข้ายังไม่มีเงินเลยขอรับ... ลูกเมียข้ากำลังอดอยาก..." พ่อค้าผักอ้อนวอนเสียงของเขาสั่นเครือ
"หุบปาก!"นักเลงคนนั้นตะคอกใส่ ก่อนจะใช้เท้าเตะไปที่รถเข็นผัก ทำให้ผักสดๆกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น พ่อค้าผักร้องออกมาด้วยความใและเสียดาย
หลี่เฟิ่งเห็นภาพตรงหน้าเืในกายของเขาก็พลันเดือดพล่านอีกครั้งความโกรธแค้นต่อความอยุติธรรมพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรงเขานึกถึงหมู่บ้านหลินเจียงที่ถูกทำลาย ความเ็ปของลุงหวงและความรู้สึกไร้พลังในคืนนั้น
"พวกเ้าช่างกล้าทำกับผู้คนอ่อนแอเช่นนี้ได้อย่างไร!"หลี่เฟิ่งเอ่ยขึ้นเสียงดังอย่างไม่ตั้งใจทำให้กลุ่มนักเลงและผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์หันมามองเขาเป็ตาเดียว
นักเลงทั้งสามคนมองไปที่หลี่เฟิ่งดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความใระคนกับความโกรธแค้น
"ไอ้เด็กเมื่อคืน!"นักเลงที่ถูกมีดจ่อคอเมื่อคืนนี้ ชี้หน้าหลี่เฟิ่งด้วยความเดือดดาล"แกกล้ามาจุ้นจ้านอีกหรือ! คืนนี้ข้าจะเอาคืนแกให้สาสม!"
"สาสมงั้นรึ?"หลี่เฟิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว"พวกเ้าต่างหากที่ต้องได้รับบทเรียน!"
บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงัดผู้คนที่อยู่ในตลาดต่างพากันถอยห่างออกไป เปิดทางให้การเผชิญหน้าเกิดขึ้นพวกเขารู้ดีว่าหากนักเลงพวกนี้อาละวาด จะไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ
"ฮ่าๆๆ!ไอ้เด็กอ่อนหัดอย่างแก กล้ามาสั่งสอนพวกข้าหรือ!"หัวหน้าโจรหัวเราะอย่างลำพองใจ "พวกเรารุมมัน!ให้มันรู้ว่าใครคือเ้าถิ่นในเมืองนี้!"
นักเลงอีกสองคนพุ่งเข้าใส่หลี่เฟิ่งทันทีคนหนึ่งถือกระบอง อีกคนหนึ่งถือมีดสั้นที่ขึ้นสนิม หลี่เฟิ่งยืนนิ่ง เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
เขาไม่ได้เก่งกาจถึงขั้นยอดฝีมือแต่เขามีวิชาพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการฝึกฝนกับไป๋เฟิง และที่สำคัญที่สุด เขามี ไหวพริบ และ ความมุ่งมั่น ที่จะปกป้องผู้บริสุทธิ์
นักเลงที่ถือกระบองเหวี่ยงกระบองเข้าใส่หลี่เฟิ่งอย่างรุนแรงหลี่เฟิ่งไม่ได้ปะทะตรงๆ เขานึกถึง วิชาตัวเบา ที่ไป๋เฟิงสอนร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับสายลม ก้าวเท้าหลบกระบองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำทำให้กระบองฟาดผ่านไปในอากาศอย่างเฉียดฉิว
"เร็วเข้าไอ้โง่!มัวแต่ชักช้า!" นักเลงอีกคนะโใส่เพื่อนก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลี่เฟิ่งพร้อมกับมีดสั้นในมือ
หลี่เฟิ่งชัก มีดสั้นปริศนา ออกมาจากอกเสื้ออย่างรวดเร็วแสงสีเงินอ่อนๆ แวบหนึ่งปรากฏขึ้นในแสงแดดยามเช้า
เขาใช้ กระบวนท่ามีดสั้น ท่า "เงาพริบตา" ที่เรียนรู้จากไป๋เฟิงพุ่งเข้าหานักเลงทั้งสองคนอย่างฉับพลันการเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วเสียจนดูราวกับเงาที่พลิ้วไหวไปมา
"ฉัวะ!"
มีดสั้นในมือของหลี่เฟิ่งตวัดผ่านแขนของนักเลงที่ถือกระบองไปอย่างรวดเร็วทำให้เสื้อผ้าขาดออก และเกิดรอยแดงยาวที่แขน นักเลงคนนั้นร้องออกมาด้วยความเ็ป
"ไอ้สารเลว!"นักเลงอีกคนที่ถือมีดสั้นพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง หลี่เฟิ่งไม่หันไปมอง เขาใช้ประสาทััที่เฉียบคมจากการฝึกฝนใช้ปลายมีดสั้นในมือที่เหลืออยู่เพียงด้านเดียวเกี่ยวไปที่เท้าของนักเลงผู้นั้นอย่างแม่นยำ
"อั้ก!"
นักเลงคนนั้นเสียหลักล้มคะมำไปข้างหน้าใบหน้ากระแทกเข้ากับพื้นดินเต็มๆ เืไหลซึมออกจากปากและจมูกมีดสั้นในมือของเขากระเด็นหลุดไป
หัวหน้าโจรที่ยืนอยู่ห่างๆมองดูเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึงไม่คิดว่าเด็กหนุ่มผอมซูบตรงหน้าจะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้!
หลี่เฟิ่งไม่รอช้าเขาก้าวเข้าไปหาหัวหน้าโจรอย่างช้าๆมีดสั้นปริศนาในมือของเขาส่องประกายแสงสีเงินเย็นเยียบในแสงแดดยามเช้า
หัวหน้าโจรพยายามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเขารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจดวงตาของหลี่เฟิ่งในตอนนี้ไม่ได้เหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาอีกต่อไปแล้วแต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่น ราวกับดวงตาของนักฆ่าผู้ไร้หัวใจ
"แก... แกคิดจะทำอะไร?"หัวหน้าโจรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ข้าจะสั่งสอนให้พวกเ้ารู้ว่า...การรังแกผู้บริสุทธิ์มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ!"หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เ็า
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไปหลี่เฟิ่งพุ่งเข้าใส่หัวหน้าโจรอย่างรวดเร็ว ใช้ กระบวนท่ามีดสั้น ผสมผสานกับ วิชาตัวเบา ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาคาดเดาได้ยากเขาวิ่งวนรอบหัวหน้าโจรราวกับเงาที่พริ้วไหว ทำให้หัวหน้าโจรตามไม่ทัน
"ฉัวะ! ฉัวะ!ฉัวะ!"
มีดสั้นในมือของหลี่เฟิ่งตวัดผ่านเสื้อผ้าของหัวหน้าโจรอย่างรวดเร็วคมมีดไม่ได้ัักับเนื้อหนัง แต่กลับตัดเส้นด้ายที่ยึดเสื้อผ้าของหัวหน้าโจรเอาไว้ทีละเส้นๆ
ไม่ถึงสิบวินาทีเสื้อผ้าที่เคยอยู่บนตัวของหัวหน้าโจรก็ถูกมีดสั้นของหลี่เฟิ่งตัดจนหลุดลุ่ยกลายเป็เศษผ้าที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นเผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยสักน่าเกลียดน่ากลัวหัวหน้าโจรยืนอ้าปากค้างด้วยความใและความอับอาย
ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างพากันส่งเสียงฮือฮาบางคนก็หัวเราะออกมาอย่างขบขันการถูกทำให้โป๊เปลือยกลางตลาดต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ถือเป็การดูิ่ศักดิ์ศรีของนักเลงอย่างรุนแรงยิ่งกว่าการถูกทำร้ายร่างกายเสียอีก
นักเลงอีกสองคนที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมามองดูหัวหน้าของตนเองด้วยความตกตะลึง พวกเขารู้ดีว่าหากเหตุการณ์นี้แพร่ออกไปชื่อเสียงของกลุ่มนักเลงของพวกเขาจะต้องป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
"ไป!ไปกันเดี๋ยวนี้!" หัวหน้าโจระโด้วยความอับอายสุดขีดใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและเสียหน้าเขารีบก้มลงเก็บเศษเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยแล้ววิ่งหนีออกจากตลาดไปพร้อมกับลูกน้องอีกสองคนอย่างไม่คิดชีวิต
หลี่เฟิ่งมองดูนักเลงทั้งสามที่วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไม่มีร่องรอยของความสะใจหรือภาคภูมิใจมากเกินไปเขารู้ดีว่าเขายังต้องฝึกฝนอีกมาก และนักเลงพวกนี้เป็เพียงบททดสอบเล็กๆ เท่านั้น
เขาหันไปช่วยพ่อค้าผักที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความใ
"ท่านลุง...ท่านไม่เป็อะไรนะครับ" หลี่เฟิ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
พ่อค้าผักมองหลี่เฟิ่งด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและปนเปกับความหวาดกลัว
"เ้าหนู...เ้าเป็ผู้มีคุณ!" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ข้า...ข้าขอขอบคุณเ้าจริงๆ"
หลี่เฟิ่งช่วยเก็บผักที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นและช่วยยกรถเข็นให้พ่อค้าผัก
"ท่านลุงไม่ต้องกังวลแล้วขอรับวันนี้พวกมันคงไม่กล้ามาอีกแล้ว" หลี่เฟิ่งกล่าว
พ่อค้าผักพยักหน้าเล็กน้อยยังคงใไม่หาย หลี่เฟิ่งโค้งคำนับพ่อค้าผักเบาๆ แล้วเดินจากไปอย่างเงียบเชียบเขากลืนหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็ใครมาจากไหน
บทสรุปของการเผชิญหน้า:
การเผชิญหน้าในครั้งนี้เป็อีกหนึ่ง บทเรียนสำคัญ สำหรับหลี่เฟิ่งเขาได้พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าแม้จะยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควรแต่ด้วยไหวพริบและความมุ่งมั่นเขาก็สามารถใช้มีดสั้นปริศนาและวิชาที่เรียนรู้มาตอบโต้และเอาชนะคนร้ายที่หวังจะรังแกผู้อื่นได้อย่างน่าอับอาย
มีดสั้นปริศนา ในมือของเขาได้แสดงให้เห็นถึงพลังที่ซ่อนเร้นมันเป็มากกว่าอาวุธ แต่เป็เหมือนส่วนหนึ่งของจิติญญาเขาที่พร้อมจะปกป้องความยุติธรรม
ความลำพอง ของเหล่านักเลงได้ถูก มีดสั้นของหลี่เฟิ่ง สะบั้นลงอย่างสิ้นเชิงทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ไปอย่างน่าอับอายและจดจำบทเรียนไปอีกนาน
หลี่เฟิ่งเดินกลับโรงเตี๊ยมด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นขึ้นเขาไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจในชัยชนะมากนัก แต่กลับรู้สึกถึงภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นเขาตระหนักว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และมีภัยอันตรายอีกมากมายที่รอคอยอยู่
แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ ความแค้น และ ปณิธานที่จะปกป้องผู้บริสุทธิ์ คือสองสิ่งที่จะคอยหล่อเลี้ยงจิตใจของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆวัน
หลี่เฟิ่ง กำลังเติบโตเป็จอมยุทธผู้ผดุงคุณธรรมอย่างแท้จริงและการผจญภัยในโลกกว้างของเขาก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...