ทางด้านใบหม่อนที่ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับราชาออร์ค ทว่าเธอกลับไม่สามารถสร้างบาดแผลใดใดให้กับราชาออร์คได้เลย นอกเหนือไปจากนั้นเธอยังเป็นฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บซะเอง ที่น่าตกตะลึงกว่าคือราชาออร์คยังไม่ได้เริ่มโจมตีเธอด้วยซ้ำ แค่เพียงกวัดแกว่งโล่ในมือไปมาจนกลายเป็นแรงลมอัดกระแทกที่รุนแรง
ใบหม่อนที่อยู่ในสภาพนั่งชันเข่าข้างนึง พร้อมกับเสื้อผ้าบางส่วนที่ขาดวิ่น แรงลมจากการกวัดแกว่งของราชาออร์ค มีทั้งรุนแรงหนักหน่วง บางครั้งก็เปรียบเสมือนกับใบมีดที่แหลมคม แววตาที่เคยหึกเหิมของเธอเริ่มแปรเปลี่ยนสิ้นหวัง จิตใจที่ห้าวหาญต้องการออกไปเผชิญโลกภายนอกกับพี่เขย แทบจะดับสลายลงไปในทันที
"นี่ตัวเราอ่อนแอถึงขนาดนี้เลยรึ" ใบหม่อนได้แต่เอ่ยซ้ำๆ วนเวียนไปมา
แม้จะดูจากภายนอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมากนัก ทว่าในความเป็นจริงเธอแทบจะลุกขึ้นยืนไม่ไหวด้วยซ้ำ ทั้งที่การต่อสู้พึ่งจะเริ่มต้นไปไม่ถึง 5 นาที ในการต่อสู้ครั้งนี้เธอไม่ได้ประมาทเลยแม้แต่น้อย เพราะค่าสถานะของราชาออร์คกับเธอนั้นพอๆ กัน เธอจึงต่อสู้อย่างเอาจริงเอาจังตั้งแต่เริ่ม
ถึงจะอย่างนั้นแต่เธอกลับรู้สึกได้ว่าราชาออร์คนั้นไม่ได้คิดที่จะเอาจริงกับเธอ ราวกับมองเธอเป็นเพียงแค่เศษหิ้งห้อยที่ไร้พิษภัย สายตาของราชาออร์คจับจ้องไปยังทิศทางนึงภายในป่า นับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นมันก็มองไปทิศทางนั้นตลอด ราวกับมีสิ่งมีชีวิตอะไรบางอย่างที่มันควรจะระวังมากกว่าเธอ
และเมื่อสัมผัสนั้นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราชาออร์คถึงกับรีบเคลื่อนย้ายตัวจากไปยังทิศทางฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะให้ความสนใจกับมนุษย์ตรงหน้ามันเลยแม้แต่น้อย
ทว่าใบหม่อนกลับไม่ได้รู้สึกยินดีที่รอดตาย เพราะเธอถูกทำราวกับอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน ไม่มีคุณค่าพอให้ราชาออร์คต้องลงมือฆ่าเสียด้วยซ้ำไป จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความท้อแท้สิ้นหวัง จนเริ่มมีหยดน้ำใสๆ ไหลออกมาจาดวงตาทั้งสองข้าง ตัวเธอที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาก และพร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกพร้อมกับพี่เขย แต่ในเวลานี้เธอรู้สึกราวกับเป็นได้เพียงแค่ตัวถ่วงของพี่เขยเท่านั้น
ก่อนที่เธอจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่หนักอึ้งรอบๆตัว ใบหม่อนพลางเงยหน้าขึ้นมองอย่างช้าๆ ก็พบเข้ากับเงาลางๆ ที่ชวนขนลุก ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไรก็รู้สึกวูบไปทันที
----------------------------------------------------------
กลับมาทางด้านของกันต์ที่ยังไม่รู้ว่าจะออกไปจากป่านี้ได้ยังไง ทั้งที่ตัวเขาเองเป็นคนล่อออร์คระดับสูง 2 ตัวออกมา แต่ในเวลานี้กลับกลายเป็นตัวเขาเองที่ไม่อาจฝ่ากลับออกไปได้ ในใจยิ่งร้อนรนเพราะเป็นห่วงใบหม่อน ถ้าขนาดออร์คระดับสูง 2 ตัว ที่ค่าสถานะต่ำกว่าเขาแบบครึ่งต่อครึ่ง ยังสามารถกดดันเขาได้มากถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าราชาออร์คนั้นย่อมต้องเหนือกว่า
ตลอดสิบกว่านาทีที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะบุกฝ่าออกไปทางไหน ก็จะถูกเงาดำลอบโจมตีอยู่เสมอๆ ถึงจะพอป้องกันตัวได้ในช่วงเสี้ยววิ แต่ตัวเขามักจะถูกกระแทกกลับมายังจุดเดิม ความเฉียบคมในการโจมตีของออร์คระดับสูงนั้นถือว่าค่อนข้างน่ากลัว ถึงมันจะทำอันตรายอะไรเขาไม่ได้ ทว่าสิ่งที่ทำให้หงุดหงิดก็คือการที่พวกมันพยายามมาถ่วงเวลาเขาเอาไว้
ไม่ว่ากันต์จะกระจายจิตสัมผัสของตนให้กลายเป็นวงกว้างมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถตรวจจับพวกมันได้ ราวกับว่าพวกมันไม่ได้มีตัวตนอยู่ที่นี่ อันที่จริงแล้วเขาสามารถจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว หากได้เผชิญกับพวกมันซึ่งๆ หน้า แต่เป็นเพราะออร์คระดับสูงพวกนี้ดันมีความสามารถในการลบสัมผัสและซุ่มโจมตี ทำให้เขาเข้าแบบผลีผลามไม่ได้ ด้วยความร้อนใจทำให้เขาจำต้องตัดสินใจรีบจบการต่อสู้โดยเร็ว
กันต์อาศัยความเร็วพุ่งตัวไปทิศทางที่ใบหม่อนอยู่ และก็เป็นอีกครั้งที่ออร์คระดับสูงอาศัยความมืดลอบเข้าโจมตี แต่ครั้งนี้กันต์ไม่ได้ป้องกันหรือหลบเลี่ยง แต่กลับโจมตีสวนกลับโดยใช้ดาบสีดำตวัดหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ออร์คระดับสูงสองตัวได้รับบาดแผลถากๆ ที่หน้าท้อง ส่วนตัวเขาเองก็ถูกฟันเข้าที่บริเวณหัวไหล่จนเลือดไหลอาบ
การโจมตีของกันต์เสมือนการเข้าปะทะแบบแลกชีวิต เพราะตอนนี้เขาไร้ซึ่งทางเลือก ในเมื่อไม่สามารถตรวจจับสัมผัสพวกมันได้ เขาจึงต้องอาศัยวิธีที่บ้าบิ่นเช่นนี้แทน ถึงแม้ออร์คระดับสูงทั้งสองตัวจะได้รับบาดเจ็บ ทว่าแค่เพียงเสี้ยวพริบตา บาดแผลของพวกมันก็สามารถฟื้นฟูจนหายเป็นปลิดทิ้ง
ทว่าในเวลานี้กันต์ไม่ได้สนใจสิ่งใดทั้งนั้น เขายังคงพุ่งตัวไปยังทิศทางที่ใบหม่อนอยู่ โดยไม่ลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย เพราะจังหวะที่ปะทะกับออร์คระดับสูงเมื่อครู่ ทำให้พวกมันชะงักและดีดตัวหลบไปในเงามืดเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ทว่าเมื่อออร์คทั้งสองเห็นมนุษย์มุ่งหน้าไปหาราชา พวกมันจึงรีบพุ่งตัวตามไปติดๆ เพื่อสกัดกั้น
"!!!!?"
"ฉัวะ!! ฉัวะ!!"
ทว่าคราวนี้กันต์ไม่เปิดโอกาสให้พวกมันแม้แต่น้อย ทันทีที่พวกมันเข้ามาในระยะที่ประสาทสัมผัสดมกลิ่นของเขารับรู้ได้ เขาก็อาศัยจังหวะนั้นตวัดดาบสีดำสะบั้นคอพวกมันในพริบตา ถึงเขาจะไม่สามารถจับสัมผัสตัวตนพวกมันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกมันไม่รู้ก็คือ กันต์นั้นคุ้นชินกับกลิ่นคาวเลือดมากที่สุด
เหตุผลที่เขาจงใจรับการโจมตีของพวกมันตรงๆ ก็เพียงเพื่อที่จะใช้กลิ่นคาวเลือดของตัวเองที่ติดดาบของพวกมัน เป็นตัวบ่งชี้ว่าพวกมันจะเข้าโจมตีเขาจากทิศทางไหน เพื่อที่เขาจะได้สวนกลับแบบทีเดียวจอด ตอนนี้เขาแทบจะไม่สนใจสิ่งที่ดรอปมาจากออร์คระดับสูงทั้งสองตัวเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาเป็นห่วงเพียงแค่ใบหม่อนเท่านั้น
แค่เพียงไม่กี่อึดใจกันต์ที่เร่งความเร็วถึงขีดสุดก็กลับมาถึงลานกว้าง บริเวณที่พบราชาออร์คกับบริวารทั้ง 4 ของมันในตอนแรก หากแต่เพียงภาพเบื้องหน้าที่เขาได้เห็นนั้น กลับกลายเป็นใบหม่อนในสภาพนอนหมอบกับพื้น ราวกับร่างกายที่ไร้ชีวิต มีบาดแผลและคราบเลือดติดมากมาย กับอสูรการตนนึงที่มีปีกงอกออกมาจากด้านหลังให้ความรู้สึกที่คุ้นตา ก่อนจะได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับทำให้ร่างกายของกันต์ถึงกับต้องสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"ในที่สุดก็เจอตัวสักที เจ้าหัวขโมย" อสูรกายในคราบของเด็กสาว ค่อยๆ หันหน้ามาเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา
แม้ว่ากันต์จะนึกหวาดกลัวมากเพียงใด แต่ก็ยังพยายามเก็บซ่อนอาการพลางถามกลับ "นี่แกทำอะไรกับเด็กคนนั้น"
"หืม!! ถึงมันจะตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า" อสูรกายในคราบของเด็กสาว ยังคงตอบด้วยท่าทีเรียบเฉย
ทว่ามันกลับทำให้กันต์ถึงกับเดือดดาลอย่างถึงขีดสุด "ถ้างั้นฉันจะส่งแกตามไปอยู่กับน้องสาวฉัน"
สิ้นเสียงของกันต์เขาดีดพุ่งตัวไปด้วยความเร็วสูงสุด ดาบสีดำในมือตวัดผ่าเพื่อแยกร่างของอสูรกายในคราบของเด็กสาว ช่วงเวลาเกือบปีที่ผ่านมาใบหม่อนคือญาติที่เหลือคนเดียวของเขา ถึงแม้ว่ากันต์จะรู้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่ง แต่อย่างน้อยขอแค่เขาลากมันไปตายพร้อมกับเขาได้ก็เพียงพอแล้ว เขาจึงทุ่มกำลังโจมตีอย่างสุดตัว
"!!!!?"
"ตู้มมมมมมมมมม!!!!"
ทว่าอสูรกายในคราบของเด็กสาวเพียงเอี้ยวตัวหลบคมดาบเล็กน้อย พลางใช้หมัดซ้ายชกเข้าไปที่หน้าท้องของกันต์ จนร่างกายของเขาถึงกับสิ้นไร้เรี่ยวแรงพลางกระอักเลือดออกมา ที่แตกต่างออกไปคือร่างกายของกันต์ไม่ได้กระเด็นออกไป แต่กลับโค้งงอตัวตามความรุนแรงของหมัดแทน สติของเขาเริ่มที่จะเลื่อนลอยแต่กระนั้นปากก็ยังเอ่ยพึมพัมไม่หยุด
"ฉะ..ฉั..น..จ..ะ..ฆ่..า..แ..ก" ก่อนที่สติของกันต์จะดับวูบไป
เมื่อกันต์หมดสติไปอสูรกายในคราบของเด็กสาว ก็จับร่างของเด็กหนุ่มพาดไหล่ทันที และเตรียมพร้อมที่จะจากไป แต่จู่ๆ ก็ถูกเสียงของฮานะกล่าวขัดขึ้น
"ถ้าหากเจ้าพาเด็กนั่นไป ข้ารับรองได้ว่าเจ้าจะไร้ซึ่งผู้สืบทอด" ฮานะเอ่ยดักคออย่างรวดเร็ว
"เจ้าต้องการอะไร!?" อสูรกายในคราบของเด็กสาว ถามกลับโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผู้มาใหม่
ฮานะที่คอยจับตามองดูการต่อสู้ของกันต์มาโดยตลอด ตั้งแต่ที่เริ่มต้นสู้กับพวกออร์คระดับสูงแล้ว แม้ว่าเธอเองก็ลากออร์คระดับสูงตามไปด้วยสองตัว แต่ด้วยความสามารถที่ยากเกินหยั่งถึง แค่เพียงเสี้ยววิก็ฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดาย เธอจึงอาศัยเงามืดคอยเฝ้าดูการต่อสู้ของกันต์อย่างเงียบๆ
ทว่าเมื่อเห็นอสูรกายในคราบของเด็กสาวกำลังจะพาตัวของกันต์ไป เธอจึงต้องรีบออกมาขวางทางเอาไว้ แม้ว่าตัวเธอมิอาจจะเอาชนะอสูรกายในคราบของเด็กสาวได้ แต่เพราะตัวเธอเองก็คาดหวังในตัวของเขาเช่นกัน และรู้ดีว่าเด็กหนุ่มที่เธอจับตาเฝ้าดูมาโดยตลอดนั้นมีลักษณะนิสัยยังไง ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์และกล่าวต่อทันที
"พวกเรามาเจรจากันหน่อยดีไหม!!"