อัญเชิญผู้กล้า แบบตรูทำไมฟระ วาเนสซ่า

    ตรูสู้กับ เรดอาย แบล็คดราก้อนอยู่ไม่เห็นหรือไง วาเนสซ่า

    ความเดิมตอนที่แล้ว : วาเนสซ่า ถูกพวกก็อบลินลักพาตัวไป ที่เนินเขาตะวันออก ผมที่สู้กับ ริโอล่าอยู่ เมื่อรู้ข่าวนี้จึงหยุดสู้กัน แล้วผมก็รีบเดินทางไปช่วย วาเนสซ่า ในทันที ณ ที่เนินเขาตะวันออก ผมพบกับโอเกอร์ดำ ผู้มีพลังสถิตย์ร่าง ผมได้ทำการต่อสู้กับมัน แล้วแย่งตัว วาเนสซ่า มาได้ แต่เสียงดังที่เกิดจากการต่อสู้เพื่อช่วย วาเนสซ่า ก็ได้ไปปลุก เรดอาย แบล็คดราก้อนขึ้นมาจากการจำศีล เอาล่ะเรามาติดตามชมกันต่อไปว่า โทจิจะทำยังไง ให้รอดจากสถานการณ์นี้


    กรรรรรรรรรรรรรร เรดอาย แบล็คดราก้อน คำราม พวกก็อบลินที่กำลังตกใจพากันวิ่งหนีไปรอบๆเพราะมังกรร้ายตัวนี้ได้ตื่นออกมาจากถ้ำแล้ว
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เสียงระเบิดดังไปทั่ว ด้วยการโจมตีของเรดอาย แบล็คดราก้อน
    " ไอหยา ซี้แล้วอ่า " ก็อบตะกล่าว ก่อนจะจับขาของตนที่หายไปครึ่งหนึ่ง บาดแผลจากการถูกไฟไหม้ลามไปจนถึงต้นขา ทำให้มันเจ็บปวดยิ่งนัก ตอนนี้มันกำลังจะตาย ทั้งๆที่เมื่อตะกี้ยังได้ขึ้นสวรรค์กับผู้หญิงที่จับมาได้อยู่เลย
    ก็อบมินที่เห็นดังนั้น ด้วยความโกรธ จึงเข้าไปสู้กับ เรดอาย แบล็คดราก้อน ด้วยการที่เป็นโอเกอร์ดำ ที่มีพลังสถิตย์ร่าง เป็น ไจแอน บาซิลิซ ทำให้ ก็อบมินไม่กลัวที่จะสู้กับ เรดอาย แบล็คดราก้อน
    30 นาทีต่อมา.....
    การต่อสู้ที่ดุเดือด ของทั้ง ก็อบมิน และ เรดอาย แบล็คดราก้อน ทำให้พื้นที่โดยรอบนองไปด้วยเลือด ผมกับวาเนสซ่าเอง ก็หยุดดูอยู่ตรงพงหญ้า
    ก็อบมิน หวดค้อนสายฟ้าอันใหญ่ ใส่หัวเรดอาย แบล็คดราก้อน ในขณะที่มันปัดค้อนสายฟ้า ออกจากมือของ ก็อบมินได้อย่างง่ายดาย ดูเหมือน เรดอาย แบล็คดราก้อน ตอนนี้จะเริ่มหิวขึ้นมาแล้ว มันจึงหมายใจที่จะกินก็อบมิน
    " เจ้าบังอาจเข่นฆ่าพี่น้องในฝูงของข้า อภัยไม่ได้ " ก็อบมินคำราม แล้วต่อยใส่ เรดอาย แบล็คดราก้อน แบบรัวชุด จนมันได้รับบาดเจ็บ
    เรดอาย แบล็คดราก้อนถอยจังหวะออกมา แล้วใช้เพลิงดำที่เป็นอาวุธติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
    ฟ้าว ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เพลิงดำอันร้ายกาจได้แผดเผา ผิวหนังของก็อบมินจนไหม้ สร้างความประหลาดใจให้กับก็อบมิน ถ้ามันไม่หนีไปตอนนี้ละก็ มันได้ตายแน่ๆ แต่ในขณะที่ทั้งสอง สู้กันอยู่ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ มิโดรินะ ขึ้น ( ปรากฏการณ์ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ที่ปรากฏบ่อยในทวีปปีศาจ สายฟ้าที่มันปล่อยออกมา มีพลังทำลายพอๆกับท่าไม้ตายของ อสูรระดับเพชรเลยทีเดียว )
    เปรี๊ยง เสียงสายฟ้าฟาดลงมาถูก เรดอาย แบล็คดราก้อน กับ ก็อบมินเข้าอย่างจัง จนทั้งคู่ กระเด็นตกลงมา กระแทกพื้น บาดเจ็บสาหัส เป็นโอกาสให้ผมได้สร้างชื่อเสียงแล้ว
    ผมรีบเดินออกไป แล้วชักดาบเอ็กคาลิเบอร์ออกมา เพื่อจะฆ่า โอเกอร์ดำ กับ เรดอาย แบล็คดราก้อน 
    " เดี๋ยวก่อน เจ้ามนุษย์ ถ้าเจ้าไม่ฆ่าข้า ข้าจะบอกที่เก็บซ่อนสมบัติในถ้ำให้ " ก็อบมินยื่นข้อเสนอ ผมเลยหันดาบไปหา เรดอาย แบล็คดราก้อน
    กรรรรรรรรรรรรรรรรรรร มันคำราม แล้วพ่นเพลิงดำออกมาอีก ช่างเป็นเปลวไฟที่ร้อนแรงจริงๆ ผมฟาดดาบใส่เพลิงดำ ด้วยท่าโจมตีเฉพาะตัว
    " ไวเวิร์น แสลช " พลังดาบของผม กับท่าโจมตีของ เรดอาย แบล็คดราก้อน ปะทะกันจนแผ่นดินสะเทือน ความหิวทำให้ เรดอาย แบล็คดราก้อน บ้าคลั่งแม้มันจะบาดเจ็บสาหัส
    ผมขยับขาซ้าย พุ่งไปข้างหน้า แล้วแทงเข้าไปตรงสีข้างของ เรดอาย แบล็คดราก้อน จนมันร้องเสียงหลง แต่บาดแผลแค่นี้ไม่ทำให้มันถึงตาย มันเริ่มพยายามจะบินหนี แต่กลับทำให้ตัวเอง ใกล้ตายยิ่งขึ้น เพราะ ปรากฏการณ์ มิโดรินะ ยังไม่ยุติ
    เปรี๊ยง สายฟ้าขนาดใหญ่ขนาด 1เมตร ได้ผ่าลงมาโดนร่างของ เรดอาย แบล็คดราก้อน อีกครั้งและในครั้งนี้ เรดอาย แบล็คดราก้อน ต้องกลายเป็นนกย่าง มันค่อยๆร่วงตกสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
    ผมเริ่มขยับเข้าไปใกล้ เรดอาย แบล็คดราก้อน เพื่อจะตัดหัวมัน แต่ในขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไป วาเนสซ่าก็ได้วิ่งออกมาจากพงไม้ คงหวังใจว่าจะออกมาช่วยผม เรดอาย แบล็คดราก้อน เห็นดังนั้น มันจึงใช้แรงเฮือกสุดท้าย ปล่อยเพลิงดำออกมา ใส่วาเนสซ่า ก่อนจะล้มลงขาดใจตาย
    " อาบุไน วาเนสซ่า ( อันตราย วาเนสซ่า ) "
    ผมรีบกระโจน เข้าไปเอาตัวบัง วาเนสซ่าไว้
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เสียงระเบิดดังกระหึ่ม ผมล้มอย่างไร้เรี่ยวแรง เสื้อผ้าขาดวิ่น โธ่เว้ยเสื้อที่ผมใส่วันนี้เป็นเสื้อตัวโปรดเสียด้วย ผมสงสัยว่าจะต้องไปพบ เทนชิ เทพบัดซบนั่นในอีกไม่นานและอาจถูกสาป เป็นกางเกงในของ สาวโลลิ ก็เป็นได้ ในระหว่างที่คิดอะไรอยู่นั้น
    วาเนสซ่าก็ก้มลงกอดร่างของผมที่ไหม้เกรียม แล้วทดลองเวทย์มนต์ใหม่ของเธอเธอกล่าวคาถาศักดิ์สิทธิ์ ในทันที [ ราเซลฮีล ] อยู่ๆก็ปรากฎ ใบไม้มาห่อหุ้มร่างผม ละอองสีเขียวอ่อน อันอบอุ่นไหลไปทั่วร่าง บาดแผลเริ่มสมาน อย่างบอกไม่ถูก ช่างเป็นเวทย์ที่มหัศจรรย์จริงๆ
    ในขณะที่วาเนสซ่า กำลังรักษาผมอยู่นั้นเอง ก็อบมิน เจ้า โอเกอร์ดำก็ได้เคลื่อนไหวตัวเอง หลบหนีไปในป่า ทั้งๆที่สัญญาว่าจะบอกที่ซ่อนสมบัติให้ผมแท้ๆ ผมไม่น่าเชื่อมันเลยจริงๆ เพราะมันเป็นโจร และโจรย่อมไม่มีสัจจะ เหมือนกับสุภาษิตที่ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร
    30 นาทีต่อมา....การรักษาผมใกล้สิ้นสุด
    ผมลุกขึ้นมาเห็น วาเนสซ่ากำลังภาวนาคาถาอยู่
    " โอ้พระแม่แห่งปฐพี โปรดมอบความอบอุ่นให้แก่ข้า และร่ายเสียงแห่งพฤกษา รักษาชายคนนี้ด้วยเถอะ "
    เมื่อผมได้ยินดังนั้น ก็เขกกระโหลกวาเนสซ่า ดังโป้ก ทั้งๆที่เธอไม่เคยใช้เวทย์รักษาเลยกลับมาทดลองใช้กับผม
    " คนอุตส่าห์ช่วย กลับมาเขกกระโหลกกันได้ เนรคุณจริงๆ " วาเนสซ่าโวยวาย
    " คนที่ทำให้ชั้นตกอยู่ในภาวะ วิกฤติ แบบนี้ก็คือเธอนั่นแหละ ยายบ้า ถ้าเธอไม่โผล่ออกมาจากพงหญ้า ชั้นคงไม่ต้องเอาตัวมาบังเพลิงดำหรอก"
    โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ในขณะที่พวกเรากำลังทะเลาะกันอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของ สัตว์ประหลาดจำนวนมากกำลังใกล้เข้ามา
    " วอมบีชแห่งความชั่วร้าย ( ปีศาจกินซากศพ) " วาเนสซ่าสบถออกมา เธอมีสีหน้าหวาดหวั่นอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
    " วอมบีชแห่งความชั่วร้าย? " ผมถามวาเนสซ่า
    " ใช่แล้วเจ้าปีศาจกินซากศพนั่น คงได้กลิ่นของหวาน อย่างศพของ เรดอาย แบล็ค ดราก้อนแน่ๆ เลยมากันอื้อเลย "
    " งั้นพวกเราก็ต้องรีบหนีแล้วสิ "
    " อืมไปกันเถอะ ลุกไหวไหม? "
    " ตอนนี้ขืนไม่ไหวก็ต้องไหวแล้ว วาเนสซ่า "
    แล้วผมกับวาเนสซ่า ก็ต้องรีบหนี วอมบีชแห่งความชั่วร้าย โดยพาเหล่าหญิงสาวที่พวกก็อบลินจับมา กลับไปที่เมือง เพื่อ เยียวยาจิตใจด้วย ผมมองกลับมามอง ซากของ เรดอาย แบล็คดราก้อนอย่างเสียดาย ถ้าเอาแก่นศิลาเวทย์ ออกจากตัวมัน คงได้หลายตังค์ จะได้เอาไปใช้เที่ยว อาบ อบ นวด ในต่างโลกซะที เห็นว่ามัน แจ่มมาก 55555+
    ในที่สุดพวกเราก็หนีวอมบีชแห่งความชั่วร้ายได้อย่างปลอดภัย พร้อมกับกลุ่มหญิงสาว ช่างเป็นเหตุการณ์ที่น่าระลึกไปตลอดชีวิตเสียนี่กระไร พวกหญิงสาวที่รอดกลับหมู่บ้านได้ ก็ได้สร้าง รูปปั้นให้ผมเพื่อเป็นเกียรติ และข่าวของผมก็แพร่สะพัดไปเมืองข้างๆ อย่างช่วยไม่ได้
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป