สามวันต่อมา ร่างพิการของถงชี่ถูกพบเป็ศพอยู่ที่ชายป่าทมิฬ โดยมีลิ่วล้ออีกสองคนนอนตายอยู่ข้างกัน กระดูกทั้งตัวของศพทั้งสามแตกละเอียดคล้ายถูกบีบอัดด้วยปราณมหาศาล คาดได้ว่าผู้ลงมือมีระดับยุทธ์เหนือกว่าผู้เสียชีวิตมาก นอกจากนั้นบนศพยังมีรอยเขี้ยวงูใหญ่เล็กปรากฏอยู่นับไม่ถ้วน คล้ายว่าก่อนเสียชีวิตร่างของผู้ตายคงถูกทับถมด้วยอสรพิษนับพัน
คนทั้งสำนักต่างจับจ้องมาที่เรือนของมู่เชียนเป็ตาเดียวกัน พวกเขาทราบดีว่าสัตว์อสูรของหญิงสาวคืออสรพิษที่ร้ายกาจมากตนหนึ่ง เสี่ยวจือจือเคยถูกพวกถงชี่ทำร้ายจนเกือบตาย วันนี้พวกเขาถูกสังหาร.. แปดเก้าส่วนคนร้ายย่อมเป็นาง
มิเช่นนั้น..ผู้ใดอยากจะทำร้ายคนพิการไร้ประโยชน์เช่นนั้นเล่า ?
บนเวทีที่ผ่านมาพวกนางทั้งเผาคนทั้งฆ่าคน แต่ในเมื่อเป็การประลองที่เดิมพันด้วยชีวิต จึงไม่มีผู้ใดคิดตำหนินาง ทว่าหลังลงจากเวทีทุกอย่างย่อมต้องเป็ไปตามกฎสำนัก ‘ศิษย์สำนักห้ามฆ่ากัน’ เื่นี้หากมู่เชียนและสัตว์อสูรของนางมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็จะต้องได้รับการลงโทษขั้นรุนแรง
“ห้ามเ้าฆ่าใครตามอำเภอใจอีก !” เสียงัเทพเอ่ยกับเสี่ยวจือจืออย่างดุดัน
สามารถปลุกระดมอสรพิษจำนวนมากมาปลิดชีวิตผู้อื่นได้เช่นนี้ มีเพียงสัตว์อสูรระดับสูงไม่กี่สายพันธุ์ และอสรพิษหยกดำก็คือหนึ่งในนั้น
“แม้เ้าสามคนนั่นจะไม่ใช่คนดี ทว่าการที่เ้าทำร้ายคนอื่นโดยพลการก็ยังสมควรถูกตำหนิ... ฝีมือเพียงงูแรกเกิดก็คิดว่าตนเก่งกล้า หากวันหน้าไปหาเื่ผู้มีฝีมือร้ายกาจขึ้นมาจะทำเช่นไร?”
“ข้าเปล่าเสียหน่อย....” เสี่ยวจือจือในร่างของเด็กสาว นั่งอยู่บนตั่งยาวที่ประจำของนาง ขาสองข้างห้อยลงไม่ถึงพื้นกำลังแกว่งไปมา วงหน้าเล็กขาวกระจ่างอิ่มเอิบยินดียิ่ง
“ยังจะโกหก!! มู่เชียน เ้าทำพันธสัญญากับนางซะ ต่อไปจะได้ควบคุมนางไม่ให้ไปทำเหลวไหลได้อีก” เสี่ยวจิ้งตวาดเสียงดัง เริ่มพิพากษาโทษแก่อสูรน้อย
เสี่ยวจือจือได้ยินคำว่าพันธสัญญาก็สะดุ้งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ร่างเล็กะโผลุงมายืนอยู่ต่อหน้านายสาวอย่างร้อนใจ “คุณหนู....ข้า...” ริมฝีปากเล็กเอ่ยเท่านั้นก็หยุดไม่พูดต่อ คล้ายไม่กล้า ทว่ามู่เชียนรู้ดีว่าเสี่ยวจือจือคงยังไม่อยากทำพันธสัญญากับนาง
มิใช่รังเกียจการทำพันธสัญญากับผู้เป็นาย ทว่าสัญชาตญาณสัตว์อสูรนั้นชอบอิสระ...โดยเฉพาะอสูรเกิดใหม่อย่างนาง เปรียบเสมือนเด็กเพิ่งได้ออกสู่โลกกว้าง นางยังอยากเป็ตัวของตัวเองเช่นนี้ไปอีกสักพัก
มู่เชียนมองเสี่ยวจือจือและเสี่ยวจิ้งเถียงกันอย่างอ่อนใจ นางััได้ว่าอสูรน้อยไม่ได้โกหก ...เสี่ยวจิ้งบังคับคนโดยไม่ถามความสมัครใจย่อมทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้าน เด็กน้อยเช่นเสี่ยวจือจือ การใช้น้ำเย็นเข้าลูบน่าจะเหมาะสมกว่า
“จือจือ เื่พันธสัญญาข้าแล้วแต่เ้า” มู่เชียนเอ่ยพลางยื่นมือมาลูบศีรษะเล็กของเสี่ยวจือจือ “ครั้งนี้ที่เปลี่ยนเ้าเป็สัตว์อสูร...ข้าก็รู้สึกไม่สบายใจนัก ข้าเพียง้าให้เ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างดี เ้าไม่จำเป็ต้องเป็สัตว์อสูรของข้าหรือสาวใช้ของข้าอีกแล้ว เ้าสามารถเลือกที่จะอยู่หรือไปได้ทั้งสิ้น”
ฟังคุณหนูของตนเอ่ยเช่นนี้แล้วอสรพิษสาวก็ใจหายวาบ คุณหนูจะตัดขาดนาง ?! ไม่้านางแล้วหรือ ?! “คุณหนูท่านไม่้าข้าแล้วหรือเ้าคะ ?! ข้าจะไม่อยากอยู่กับท่านได้อย่างไร?” เสี่ยวจือจือเอ่ยเสียงสั่นด้วยความกลัว
“ท่านไม่จำเป็ต้องรู้สึกผิด บอกท่านตามตรง...ความรู้สึกในยามนี้ข้ามีความสุขมาก !! ร่างของข้าทั้งทรงพลังและเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ข้าขอบคุณท่านและท่านเสี่ยวจิ้งด้วยซ้ำที่มอบชีวิตใหม่ให้กับข้า...ข้าอยากอยู่กับพวกท่านตลอดไป คนพวกนั้นข้าไม่ได้ฆ่าจริงๆ คุณหนูอย่าโกรธข้า อย่าไล่ข้าเลยนะเ้าคะ!! ”
“เด็กโง่ ข้าจะไล่เ้าได้อย่างไร ? เ้าบอกว่าไม่ได้ทำไม่ใช่หรือ ?” เสียงใสกล่าวอ่อนโยน ทำให้เสี่ยวจือจือรีบพยักหน้ารับรัวเร็วดูน่าเอ็นดูอย่างมาก
“เ้าพูดข้าย่อมเชื่อ หรือต่อให้เ้าทำจริง สามคนนั่นสมควรตายอยู่แล้ว” นึกถึงรอยเขี้ยวแมงมุมพิษนับร้อยบนร่างเด็กสาวที่นางเห็นนางครั้งสุดท้าย ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่จะเกิดวหากพวกมันจับนางไปให้หลี่เช่อได้สำเร็จ... คิดแล้วดวงตาสีน้ำตาลก็เปล่งประกายเย็นเยียบ !
“วางใจเถอะ ขอเพียงเ้าไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าเ้าจะสังหารใครหรือทำเื่ร้ายกาจเพียงไหน.. เ้าก็ยังเป็เสี่ยวจือจือของข้า ” ก็แค่เรียกอสรพิษมากัดคนชั่วไม่กี่คนเท่านั้น
“หึ .... ให้ท้ายกันเข้าไป !” เสี่ยวจิ้งแสร้งบ่น ทั้งที่ลึกๆแล้วเขากำลังพึงพอใจอย่างมาก
มู่เชียนไม่ใช่เด็กสาวผู้ชอบหลบเลี่ยงปัญหาคนเดิมอีกต่อไป... นางพร้อมต่อสู้เพื่อปกป้องคนของตน จิตใจเข้มแข็งเด็ดขาด มีเมตตาต่อบริวาร ไม่เกี่ยงว่าเป็เผ่าพันธุ์ไหน…เช่นนี้ถึงควรเป็คุณสมบัติของผู้ครองมิติ !!
เสี่ยวจือจือมองรอยยิ้มแสนสงบของนายหญิงด้วยความซาบซึ้งใจ จิตพยศที่พอมีอยู่บ้าง ถูกคำพูดและการกระทำอันเปี่ยมด้วยความรักของมู่เชียนหลอมละลายจนสิ้น ดวงตาสีฟ้าคู่งามปรากฏความจงรักภักดีจนแทบล้นออกมา
“คุณหนู นับจากวันที่ท่านให้ยารวมปราณแก่ข้า ข้าเคยพูดแล้วว่า... ชีวิตของข้าจะเป็ของท่านตลอดไป !!” อสูรสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จากนั้นก็อ้าปากคายลูกแก้วิญญาออกมา ลูกแก้วสีฟ้าครามพลันพุ่งเข้าใส่ร่างของมู่เชียน และจมหายไปบริเวณหน้าอกของนางทันที
เสี่ยวจิ้งมองตามอย่างงุนงง การทำพันธสัญญาสัตว์อสูรต้องอาศัยความยินยอมของสัตว์อสูรเป็อันดับแรก เดิมยังคิดว่าต้องเกลี้ยกล่อมอสรพิษน้อยอีกครู่จึงจะสำเร็จ ไม่คิดว่ามู่เชียนเอ่ยเพียงไม่กี่คำ เด็กนี่ถึงกับคายลูกแก้วอสูรออกมาแล้ว !!
พันธสัญญาสัตว์อสูรมีสองระดับ ระดับทั่วไปนั้นใช้เพียงโลหิตจากหัวใจสัตว์อสูรหยดลงบนร่างของผู้เป็นายก็เสร็จพิธีการ ทว่าหากมอบลูกแก้วอสูรออกไปจะกลายเป็สัญญาระดับ ‘ทาสอสูร’ !
พันธสัญญาทาสอสูรนั้น มนุษย์จะสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้อย่างเบ็ดเสร็จ สามารถเรียกสัตว์อสูรให้ปรากฏตัวขึ้นได้ทุกสถานที่ ถึงขั้นที่ว่าหาก้าผู้เป็นายก็สามารถปลิดชีวิตของสัตว์อสูรได้ทันที ข้อดีเพียงข้อเดียวของพันธะสัญญาทาสนี้ก็คือ หากผู้เป็นายมีระดับการฝึกตนที่สูงขึ้น...สัตว์อสูรก็จะพลอยได้รับอานิสงค์เลื่อนระดับตามนายไปด้วย
ปกติแล้วสัตว์อสูรมักจะต่อต้านพันธสัญญาประเภทนี้ เพราะหากเกิดอันตรายกับผู้เป็นายจนถึงขั้นเสียชีวิต สัตว์อสูรจะต้องตายตามไป ตรงกันข้ามหากสัตว์อสูรตายผู้เป็นายกลับมิต้องรับผลกระทบใดแม้แต่น้อย
เสี่ยวจือจือกล้าทำพันธสัญญาทาสอสูรกับมู่เชียน เห็นชัดว่านางเชื่อใจนายสาวมากถึงขั้นยอมยกชีวิตของตนให้อย่างยินดี
หลังจากลูกแก้วอสูรเข้าสู่ร่าง ปราณธาตุน้ำในตัวมู่เชียนก็ปั่นป่วนคล้ายถูกก้อนหินขนาดใหญ่ทุ่มลงในสระกว้าง ทว่าไม่นานลูกแก้วนั้นก็สามารถปรับตัวเข้ากับร่างกายนางได้อย่างดี ตอนนี้มู่เชียนสามารถรับรู้ถึงตำแหน่งที่ตั้งและความคิดทั้งหมดของเสี่ยวจือจือได้ชัดเจนยิ่ง
“ อืมม.. จือจือไม่ได้ฆ่า 3 คนนั่นจริงๆ” มู่เชียนประกาศออกมา
“ข้าบอกแล้ว” เสี่ยวจือจือเอ่ยเสียงหม่นหมอง ก่อนจะบิดปากแล้วเหลือบมองไปทางเสี่ยวจิ้งด้วยอาการน้อยใจ
“อ้อ...งั้นก็ดีแล้วนี่” เทพอสูรน้อยแม้เสียหน้าอยู่บ้าง ทว่าเมื่อเห็นเด็กที่เกิดจากการสรรค์สร้างของตนเองเสียใจเช่นนั้น เสี่ยวจิ้งก็รู้สึกผิดขึ้นมา ....นี่กระมังความรู้สึกของพ่อแม่ยามดุว่าบุตรหลาน ัเทพแสร้งบ่นเสียงพึมพำ
“ฮึ่มม !! ใครกันที่ตั้งใจใส่ร้ายจือจือ ? คอยดูเถิดหากข้าจับได้ล่ะก็... !”
...น้ำเสียงขู่อาฆาตเล็กๆนั้นดังลอดออกมาจนถึงนอกเรือน
บนต้นไม้ข้างหน้าต่าง... หู่อู่กำลังลอบสังเกตุการณ์อยู่บนกิ่งไม้ ดวงตาคมกริบฉายแววหลุกหลิกร้อนตัวแปลกๆ
ผู้เป็นายสั่งการให้กำจัดคนที่คิดร้าย เขาจึงใช้ปราณบดกระดูกสามคนนั่น จากนั้นก็ชโลมผงหมื่นอสรพิษลงบนร่างพวกมัน เพื่อลงโทษที่บังอาจทำร้ายคนของนายท่าน ... ใครจะนึกว่ากลับเป็การสร้างเื่ใส่ร้ายพวกนางเสียได้ !
‘องค์าาจะว่าอย่างไรนะ ?’ เพียงคิดถึงไอสังหารที่แพร่กระจายออกมาจากร่างสูงทรงอำนาจ หู่อู่ก็รู้สึกหนาวเยือกจนตัวสั่น ....เื่นี้เขาจำต้องรายงานไปตามจริง แม้จะรู้ว่าเสี่ยงต่อการได้รับโทษจากฝ่าา
ได้แต่หวังว่า...อาจยังพอจัดการแก้ไข เพื่อเปลี่ยนหนักให้เป็เบาได้
วันรุ่งขึ้น อสรพิษเมฆาพิรุณ ระดับจ้าวอสูรปรากฏตัวขึ้นที่หน้าสำนัก.. สร้างความโกลาหลให้กับเหล่าศิษย์และอาจารย์ในหมู่ตึกพฤกษาเป็อย่างมาก อสรพิษตนนี้มีฝีมืออยู่ในระดับเดียวกับท่านเ้าสำนัก ซึ่งเป็ระดับขั้นสูงสุดที่สามารถพบได้ในแคว้นต้าหนาน !!
ผู้าุโทุกท่านรวมถึงท่านเ้าสำนัก รีบรุดมายังประตูสำนัก เพื่อป้องกันการโจมตีจากสัตว์อสูรที่ร้ายกาจ ทว่าเมื่อมาถึงกลับพบกับสถานการณ์อันไม่คาดคิด
จ้าวอสูรอสรพิษเมฆาพิรุณที่อยู่ในร่างของชายชรามิได้มีท่าทางดุร้าย แต่กลับดูนอบน้อมอย่างมาก .. เขาอ้างว่าเป็ผู้ก่อเหตุฆ่าศิษย์ทั้งสามของหมู่ตึกพฤกษาด้วยตนเอง เหตุผลก็คือ พวกถงชี่เป็ฝ่ายล่วงเกินเขาก่อน. ทว่า...คนพิการผู้หนึ่งและศิษย์สายนอกระดับนักยุทธ์สองคน จะไปกล้าล่วงเกินจ้าวอสูรผู้หนึ่งได้เช่นไร ?
แม้จะแปลกใจอยู่บ้าง..แต่ในเมื่อจ้าวอสรพิษเป็ผู้เอ่ยออกมา อาศัยเพียงแค่ความหยิ่งผยองของสัตว์อสูรระดับนี้มีเหตุใดที่จะต้องโกหกพวกเขากันล่ะ ? คณาจารย์และเหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างเชื่อสนิทใจ ยังแถมนึกนับถือความสัตย์ซื่อของอสูรชราตนนี้ด้วยซ้ำ
‘ดูท่าโลกของสัตว์อสูรนั้นใสซื่อกว่ามนุษย์มาก าุโเพียงนี้ ระดับขั้นสูงเพียงนี้ กลับเปิดเผยจริงใจ กล้าทำกล้ารับ ให้เกียรติหมู่ตึกพฤกษาจนถึงกับมาสารภาพความผิดด้วยตนเอง !’
จ้าวสำนักรับทราบเื่ราวและขออภัยในการล่วงเกินของศิษย์ทั้งสาม ก่อนจะเลิกแล้วต่อกันไป ซึ่งอสรพิษเฒ่าก็รีบผงกศีรษะยอมรับอย่างเต็มใจ ดวงตาของอสูรผู้ยิ่งใหญ่เหลือบมองไปทางฝูงชนด้านหลังแวบหนึ่ง ก่อนที่จะจากไปอย่างรีบร้อน
‘ท่านผู้แกร่งกล้า หม้อดำใบใหญ่สวมบนศีรษะข้ามั่นคงยิ่ง ท่านคงพอใจแล้วกระมัง ?!’
และแล้วคดีของถงชี่ก็ผ่านไปเช่นนี้......
บนต้นไม้ต้นเดิมข้างเรือนของมู่เชียน ยันต์สื่อสารปรากฏขึ้นในมือสั่นเทาชุ่มเหงื่อ หู่อู่มองสิ่งที่แนบมาด้วยความหวาดหวั่น... นั่นคือยันต์สายฟ้าลงทัณฑ์ระดับกลาง สาส์นเขียนถ้อยคำเรียบง่ายเพียงสี่คำ ‘ไม่มีครั้งหน้า !!’
ค่ำคืนนั้น มีผู้พบเห็นสายฟ้าปริศนากว่าร้อยสายผ่าลงบริเวณกลางป่าลึกครั้งแล้วครั้งเล่า.. ตลอดคืน