“จูเสี่ยวลี่! คุณจะไม่กลับมาหาผมแล้วใช่ไหม” เสิ่นต้าไห่เดินมาขวางขณะที่จูเสี่ยวลี่กำลังจะเอาอาหารกลางวันไปส่งให้แม่สามี สามี และน้องชายของสามีที่ทำงานอยู่ในทุ่งนา
เป็เพราะก่อนหน้านี้จูเสี่ยวลี่ยุ่งอยู่กับการทำขนมไข่ไปขาย เธอจึงไม่ค่อยได้เอาอาหารมาส่งให้คนในครอบครัว จนเธอลืมผู้ชายชั่วคนนี้ไปแล้ว เธอพูดอย่างโมโห “หลบไป! อย่ามาขวางทางฉัน”
“คุณตอบคำถามผมมาก่อนสิว่าคุณจะกลับมาหาผมหรือเปล่า นี่ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้วนะที่คุณไม่แวะไปหาผมที่บ้านพัก”
“แล้วทำไมฉันต้องไปหานายด้วย เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น อีกอย่างก่อนหน้านั้นที่ฉันไปหานายก็เพราะฉันไปทำงานรับจ้าง”
“ลี่ลี่ ผมรู้ว่าคุณโกรธเื่ที่ผมมีอะไรกับไฉปาเม่ย ทีแรกผมตั้งใจจะหลอกใช้หล่อนเพื่อยั่วให้คุณโมโห ผมคิดว่าถ้าคุณเห็นผมกับหล่อนคบกัน คุณจะได้หย่ากับซ่งหย่วนแล้วรีบมาแต่งงานกับผม แต่ใครจะคิดว่าผู้หญิงคนนั้นกลับยั่วยวนจนผมเผลอไปมีอะไรกับหล่อน แต่ผมสาบานได้นะว่าผมไม่เคยรักหล่อน ผมรักคนคุณเดียว”
เสิ่นต้าไห่ส่งยิ้มมีเสน่ห์ให้จูเสี่ยวลี่ อย่างไรเขาก็เป็คนหน้าตาดี เวลาเขายิ้มทีไร สาวๆ ก็แทบจะวิ่งตามเขากลับมาที่บ้านพักกันทุกคน เขาคิดว่าจูเสี่ยวลี่คงเป็เหมือนสาวๆ พวกนั้นที่พร้อมจะกระโจนเข้าหาเขาทันทีที่เห็นรอยยิ้มบาดใจที่เขามอบให้ “เอาอย่างนี้ดีไหม ถ้าคุณกลับมาคบกับผมเหมือนเดิม ผมจะไปบอกเลิกไฉปาเม่ยทันที”
เสิ่นต้าไห่มาดักรอเพื่อที่จะพบจูเสี่ยวลี่หลายวันแล้ว ั้แ่ก่อนเทศกาลปีใหม่ จนผ่านเทศกาลปีใหม่ไปเป็สัปดาห์ แต่เขาก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ วันนี้เขากำลังจะถอดใจอยู่แล้ว แต่โชคดีที่จูเสี่ยวลี่เดินผ่านหน้าบ้านเขาพอดี
ด้วยความดีใจ เสิ่นต้าไห่รีบะโเข้ามาขวาง อย่างไรวันนี้เขาต้องทำให้จูเสี่ยวลี่กลับมารักเขาเหมือนเดิมให้ได้ จากนั้นเขาจะได้สลัดไฉปาเม่ยออกไปเสียที
ความจริงไฉปาเม่ยก็ดูแลเอาใจใส่เสิ่นต้าไห่เป็อย่างดี แม้แต่เงินยี่สิบหยวนที่เป็ปัญหา หล่อนก็หามาใช้คืนแม่ไฉแทนเขา เขาไม่รู้ว่าไฉปาเม่ยไปหาเงินจำนวนนั้นมาจากไหน แต่ไม่ว่าหล่อนจะหาเงินมาจากไหน ขอแค่ไม่มาเดือดร้อนเขาทีหลัง เขาก็ไม่ถามให้เปลืองน้ำลาย
ถึงไฉปาเม่ยจะดีกับเสิ่นต้าไห่มากขนาดไหน แต่เสิ่นต้าไห่ก็ยังไม่พอใจทั้งยังเบื่อหน่ายเธอเป็อย่างมาก เพราะไฉปาเม่ยเอาแต่รบเร้าและถามเขาอยู่นั่นว่าเมื่อไหร่เขาจะเอาสินสอดไปขอเธอแต่งงาน เขาอยากบอกออกไปเหลือเกินว่าเขาไม่คิดที่จะแต่งงานกับผู้หญิงบ้านนอกอย่างหล่อน ที่ผ่านมาก็แค่เล่นกันสนุกๆ เท่านั้น
เพียงแต่เสิ่นต้าไม่มีความกล้าพอที่จะพูดออกไป เขากลัวว่าไฉปาเม่ยจะทำให้เป็เื่ใหญ่จนชาวบ้านรู้ว่าเขากับหล่อนลักลอบมีสัมพันธ์กัน และถ้าหากผู้หญิงที่เขาเคยมีสัมพันธ์ด้วยมาร่วมผสมโรงว่าเขาไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพวกหล่อนเหมือนกัน ถึงตอนนั้นเขาคงถูกเ้าหน้าที่มาจับตัวไปขังคุกข้อหาคบชู้จริงๆ
เสิ่นต้าไห่คิดว่าหากจำเป็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงสักคน เขาเลือกที่จะแต่งงานกับจูเสี่ยวลี่ อย่างน้อยจูเสี่ยวลี่ก็ไม่ใช่คนพูดมากและยังชอบทำตามคำสั่งเขา อีกทั้งบ้านเดิมของจูเสี่ยวลี่ก็จัดการค่อนข้างง่าย ไม่ว่าจะเป็พ่อหรือแม่ของเธอล้วนเป็ชาวบ้านที่มีนิสัยยอมคน ไม่เหมือนกับครอบครัวไฉ แม่ไฉเป็คนปากร้ายที่เปิดปากทีไรก็ด่าได้ในทุกสถานการณ์ ส่วนพ่อไฉก็เป็ถึงคุณครูที่มีหน้ามีตา พี่ชายและน้องชายของไฉปาเม่ยก็เป็ประเภทชอบใช้กำลัง หากเขาได้แต่งเข้าไปในครอบครัวแบบนั้น แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้ เขาสู้ไม่ไหวหรอก
“ใครจะไปสนว่านายจะคบหรือจะเลิกคบกับใคร” จูเสี่ยวลี่พูดอย่างไม่สนใจ “ฉันมีสามีแล้วและฉันก็รักสามีของฉันคนเดียว”
“ไม่เอาสิที่รัก” เสิ่นต้าไห่ยังพยายามใช้ไม้อ่อน แม้ในใจเขาอยากจะตบหน้าผู้หญิงดื้อด้านคนนี้เต็มที “เมื่อก่อนคุณบอกกับผมเองว่าคุณจำเป็ต้องแต่งงานกับซ่งหย่วนตามคำสั่งของพ่อแม่ แต่ตอนนี้คุณก็แต่งงานกับเขามาเกือบปีแล้ว ถึงเวลาที่คุณจะหย่ากับเขาได้แล้ว พอคุณเป็อิสระ เราสองคนจะได้มาคบกันอย่างเปิดเผยยังไงล่ะ คุณไม่อยากเป็ภรรยาของยุวชนมีการศึกษาอย่างผมแล้วเหรอ
หรือว่าคุณลืมคำสัญญาที่ผมเคยให้กับคุณไว้ ถ้าคุณลืมก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวผมจะพูดให้คุณฟังอีกครั้ง ถ้าในอนาคตผมได้ย้ายกลับไปเมืองหลวง ผมจะพาคุณไปอยู่เมืองหลวงด้วยกัน คุณอยากไปเมืองหลวงมาตลอดไม่ใช่เหรอ ถ้าคุณหย่ากับซ่งหย่วนแล้วมาอยู่กับผม รับรองว่าผมจะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณทุกอย่าง ลี่ลี่...คุณหย่ากับเขาแล้วกลับมาหาผมเถอะนะ ผมรู้แล้วว่าผมขาดคุณไม่ได้ ชีวิตนี้ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”
เสิ่นต้าไห่บีบน้ำตาออกมาอย่างน่าสงสาร หากเป็เมื่อก่อนจูเสี่ยวลี่คงวิ่งไปหาสามีแล้วขอหย่ากับสามีในทันที หลังจากนั้นก็คงจะหอบผ้าหอบผ่อนย้ายมาอยู่กินกับเสิ่นต้าไห่ไปแล้ว แต่เวลานี้สายตาที่จูเสี่ยวลี่มองเสิ่นต้าไห่กลับมีแต่ความรังเกียจ เธอแอบด่าตัวเองอยู่ในใจว่าตัวเองช่างเป็คนโง่ที่ทั้งตาบอดและหูหนวกที่มองไม่เห็นพฤติกรรมอันแสนเสแสร้งและน่ารังเกียจของเสิ่นต้าไห่
“แกฟังภาษาคนไม่รู้เื่หรือไง ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เคยคิดเกินเลยกับแก เมื่อก่อนที่ฉันมาทำงานให้แกเพราะฉันอยากได้ค่าจ้างเพื่อเอาไปรักษาพ่อ” จูเสี่ยวลี่วางตะกร้าแล้วหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาถือไว้ “ที่แท้ข่าวลือเสียหายของฉันก็มาจากแกสินะ แกตั้งใจทำลายชื่อเสียงของฉันแล้วแกยังอยากให้ฉันหย่ากับสามีของฉันอีก เสิ่นต้าไห่! วันนี้ฉันจะตีขาแกให้หัก จากนั้นฉันก็จะพาแกไปหาหัวหน้าผู้บ้านแล้วให้เขาช่วยตัดสินเกี่ยวกับข่าวลือเสียหายที่แกใส่ร้ายฉัน”
จูเสี่ยวลี่ะโเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้ว่าเวลานี้ชาวบ้านหลายคนจะใช้เส้นทางนี้เพื่อเอาอาหารไปส่งให้คนในครอบครัวที่กำลังทำงานหนักอยู่ในนา โดยเฉพาะไฉปาเม่ยที่มักจะใช้เส้นทางนี้เช่นกัน เธอะโเพราะอยากให้ไฉปาเม่ยได้ยินเสียงของเธอ เพราะเธอมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ
อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่เธอบอกให้สามีปล่อยเสิ่นต้าไห่ไปเพราะกลัวว่าชื่อเสียงไม่ดีของเธอจะกระทบกับการแต่งงานของน้องสาว แต่ตอนนี้น้องสาวแต่งงานไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่เธอต้องกังวล
ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งคือจูเสี่ยวลี่คิดว่าความฝันบอกเหตุนั้นคือความจริงที่จะเกิดขึ้นกับเธอ ดังนั้นถ้าเธอ้าเปลี่ยนแปลงอนาคตและตัดขาดกับเสิ่นต้าไห่ให้เด็ดขาด เธอต้องมีตัวตายตัวแทนและคนคนนั้นก็คือไฉปาเม่ย เพราะในความฝันไฉปาเม่ยมีส่วนทำให้เธอหนีไปอยู่กับเสิ่นต้าไห่ เพราะฉะนั้นเื่เลวร้ายในฝัน ไฉปาเม่ยเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะมารับมันแทนเธอ ดังนั้นเธอต้องทำให้เสิ่นต้าไห่กับไฉปาเม่ยแต่งงานกันให้ได้ เธอถึงจะหลุดพ้นจากเสิ่นต้าไห่อย่างแท้จริง
“จูเสี่ยวลี่! คุณบ้าไปแล้วเหรอ คุณจะะโให้ชาวบ้านได้ยินทำไม” เสิ่นต้าไห่ไม่คิดว่าจูเสี่ยวลี่จะกล้าะโเสียงดัง ก่อนหน้านี้เขาเคยขู่ว่าจะเอาเื่ของเขากับเธอไปบอกให้ชาวบ้านรู้ก็จริง แต่นั่นเขาแค่้าขู่ให้เธอกลัวและกลับมาเชื่อฟังเขาเหมือนเดิมเท่านั้น เขาไม่ได้อยากให้ชาวบ้านมารับรู้พฤติกรรมของเขาจริงๆ เสียหน่อย
“ที่ฉันะโเพราะอยากให้ชาวบ้านได้ยิน ก็นายเอาแต่พูดทำลายชื่อเสียงของฉันจนคนในหมู่บ้านเข้าใจฉันผิดไปหมด ดีที่แม่สามีกับสามีของฉันเป็คนมีเหตุผล พวกเขาก็เลยไม่เชื่อข่าวลือ ในเมื่อวันนี้นายกล้าเอาความเท็จขึ้นมาขู่ ฉันก็จะให้ชาวบ้านมาเป็พยานและตัดสินความผิดที่นายสร้างข่าวลือทำให้ฉันเสียชื่อเสียงยังไงล่ะ” จูเสี่ยวลี่พูดจบก็เห็นมีหญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่กับหัวหน้าหมู่บ้าน “คุณยายสวีคะ คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้านคะ พวกคุณช่วยมาเป็พยานให้ฉันทีค่ะ”
คุณยายสวีเป็แม่ของคุณป้าหวง หรือก็คือคุณยายสวีเป็คุณยายของหวงิ คุณยายสวีรักและเอ็นดูจูเสี่ยวลี่กับจูจื่อหลินมาก แต่พอมีข่าวลือไม่ดีของจูเสี่ยวลี่กับเสิ่นต้าไห่ คุณยายก็ไม่เอ็นดูจูเสี่ยวลี่เหมือนแต่ก่อน ตอนนี้ดีเลย จูเสี่ยวลี่กำลัง้าให้คุณยายกับชาวบ้านมองเธอใหม่ อย่างไรคุณยายสวีก็เป็ที่นับหน้าถือตา ขอแค่คุณยายเป็พยานแล้วยืนยันความบริสุทธิ์ให้เธอ ต่อจากนี้ก็จะไม่มีใครเชื่อข่าวลือไม่ดีของเธออีก เธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างใสสะอาดเสียที
คุณยายสวีกับหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินเสียงเรียกของจูเสี่ยวลี่ก็พากันเดินเข้ามา
“จูเสี่ยวลี่ เธอเรียกฉันทำไม” คุณยายสวีถามอย่างเ็า
แม้คำพูดของคุณยายสวีจะดูห่างเหิน แต่จูเสี่ยวลี่ก็รับรู้ได้ว่าคุณยายยังคงห่วงใยเธออยู่ เพราะถ้าคุณยายไม่เป็ห่วงเธอ คุณยายคงไม่เดินเข้ามาหาเธอทันทีที่เธอขอความช่วยเหลือ
“คุณยาย คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้าน พวกคุณต้องช่วยฉันนะคะ” จูเสี่ยวลี่บีบน้ำตา “เสิ่นต้าไห่น่ะสิคะ อยู่ดีๆ เขาก็เข้ามาขวางทางฉันแล้วก็เอาแต่บอกให้ฉันหย่ากับอาหย่วน ทีแรกฉันไม่เข้าใจก็เลยถามต้นสายปลายเหตุกับเขา เขาบอกว่าที่เขาทำอย่างนี้เพราะเขาแอบชอบฉันมานาน เขาอยากให้ฉันหนีตามไปอยู่กับเขา ฉันก็เลยเดาว่าก่อนหน้านี้ข่าวลือไม่ดีของฉันก็คงเป็เขาที่ปล่อยออกมา และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธค่ะ”
“ยุวชนเสิ่น คุณแอบชอบหนูเสี่ยวลี่อย่างนั้นเหรอ” หัวหน้าหมู่บ้านพูดเสียงเข้ม “คุณแอบชอบเธอทั้งที่รู้ว่าเธอแต่งงานแล้ว และคุณยังตั้งใจทำลายชื่อเสียงของเธอเพื่อให้เธอหนีตามคุณไปเนี่ยนะ คุณทำแบบนี้รู้ไหมว่ามันผิด ผมเรียกเ้าหน้าที่มาจับตัวคุณไปรับโทษตอนนี้ยังได้เลยนะ”
“ฉันไม่คิดเลยว่ายุวชนที่มีการศึกษาจะมีความคิดชั่วร้ายแบบนี้ คุณไม่รู้เหรอว่าชื่อเสียงของผู้หญิงมีความสำคัญมากขนาดไหน คนในหมู่บ้านต่างพากันชี้หน้าว่าเธอเป็ผู้หญิงใจง่ายที่สวมเขาให้สามี คุณทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหายไปแล้วคุณจะรับผิดชอบยังไง” คุณยายสวีพูดเสริมอย่างโมโห เธอแก่มาจนปูนนี้แล้วยังหลงเชื่อข่าวลือจนทำให้เธอทำตัวห่างเหินกับเด็กสาวที่เธอเลี้ยงดูมา ในเมื่อเธอเข้าใจเด็กสาวผิด วันนี้เธอจะทวงความเป็ธรรมให้ยัยหนูเสี่ยวลี่สักหน่อย “ถ้าคุณไม่อยากติดคุกก็จ่ายเงินมา ถือเป็ค่าชดเชยที่คุณทำลายชื่อเสียงของเธอก็แล้วกัน หัวหน้าหมู่บ้าน คุณคิดว่ายังไง”
จูเสี่ยวลี่ยืนปรบมืออย่างดีใจ คุณยายสวีของเธอช่างร้ายกาจ นอกจากจะกู้ชื่อเสียงให้เธอแล้ว คุณยายยังหาเงินให้เธอใช้อีก
หัวหน้าหมู่บ้านต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว อย่างไรให้เสิ่นต้าไห่จ่ายเงินชดเชยเพื่อจบปัญหายังดีกว่าส่งตัวเสิ่นต้าไห่ไปรับโทษ เพราะถ้ามีคนในหมู่บ้านถูกจับไปดำเนินคดี คะแนนประเมินของหมู่บ้านก็จะลดลง ส่วนแบ่งผลผลิตได้จะได้รับจัดสรรจากส่วนกลางก็จะลดลงตามไปด้วย เผลอๆ ตัวเขาเองอาจจะถูกนายอำเภอเรียกไปตำหนิกลางที่ประชุมก็ได้
“ผมเห็นด้วยกับคุณป้าครับ ให้เสิ่นต้าไห่จ่ายค่าชดเชยให้หนูเสี่ยวลี่สักยี่สิบหยวน แล้วให้เขาเขียนจดหมายขอโทษหนูเสี่ยวลี่อีกสักฉบับ” ผู้ใหญ่บ้านสนับสนุนคุณยายสวี จากนั้นเขาก็หันไปถามจูเสี่ยวลี่ “หนูเสี่ยวลี่ หนูเห็นด้วยกับวิธีนี้ไหม”
“เห็นด้วยก็เห็นด้วยอยู่หรอกค่ะ แต่ว่า...” จูเสี่ยวลี่ทำหน้าลำบากใจ
“หนูยังมีอะไรจะเสนออีกหรือเปล่า” หัวหน้าหมู่บ้านถามต่อ
“หนูคิดว่าเขียนจดหมายขอโทษคงไม่จำเป็ หนูอยากให้คุณลุงเรียกประชุมลูกบ้านแล้วให้เสิ่นต้าไห่ขอโทษหนูต่อหน้าทุกคน ทุกคนจะได้รู้ว่าหนูไม่ได้เป็อย่างข่าวลือ”
“ไม่ได้นะ! ลี่ลี่...คุณจะให้ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าผมทำอย่างนั้นชื่อเสียงของผมก็เสียหายหมดน่ะสิ” เสิ่นต้าไห่รีบพูด
“คนปล่อยข่าวลือคือหนูเองค่ะ!” เด็กสาวคนหนึ่งะโขึ้น