“ทำไมถึงได้กลับมาช้ากันจังเลยล่ะคะ?” วารุณี ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงรถโฟล์วิลแล่นเข้ามาจอดที่โรงจอดรถ ก็ได้เดินออกมาจากข้างในบ้าน ยืนมองดูทั้งสองหนุ่มสาวที่กำลังเดินออกจากโรงจอดรถ เข้ามาในบ้าน พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าเง้างอน
“ณีครับ พี่ไปทำงานนะครับ พี่ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหน และพี่ก็คงไม่มีเวลาที่จะมาคอยตามดูแลเอาอกเอาใจณี ได้ตลอดหรอกนะครับ หากณีต้องการที่จะไปเที่ยวที่ไหน พี่ก็ได้ให้คนงานคอยอำนวยความสะดวกให้แล้วไง จะเอาอะไรกับพี่อีก”
พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยด้วยอารมณ์โกรธกรุ่น ก่อนที่จะเดินจ้ำอ้าวเข้าบ้านไป โดยไม่คิดจะรอหรือสนใจใครๆ เลย
จิตรานุช ซึ่งเห็นเหตุการณ์ดังนั้น หญิงสาวก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จึงได้แต่เดินตาม พ่อเลี้ยงกัณตภณ ไปอย่างเสียไม่ได้
“พี่ภณ อ๊าย!!!.. พี่ภณ” วารุณี ร้องออกมาด้วยความขัดเคืองใจ ที่ชายหนุ่มไม่ยอมแม้แต่จะพูดจาดีๆ หรือตามใจเธอเลยสักครั้งเดียว
ซึ่ง จิตรานุช เห็นพ่อเลี้ยงกัณตภณ เดินเข้าไปในห้องทำงานของเขา หญิงสาวจึงได้เดินขึ้นไปยังห้องนอนบ้าง เพราะรู้สึกอ่อนเพลียเหน็ดเหนื่อยและเหนียวตัวไปหมด อยากจะอาบน้ำชำระล้างร่างกายเต็มทนแล้ว
‘อย่าคิดนะว่าเธอจะอยู่กับพี่ภณ ได้อย่างมีความสุขน่ะ’ วารุณี เดินเข้ามาภายในบ้าน เห็นหลังไวๆ ของ จิตรานุช ที่ได้เดินขึ้นห้องนอนไป ก็มองมา พลางคิดอาฆาต จิตรานุช อยู่ในใจ
เมื่อ จิตรานุช เข้าห้องนอนแล้ว ก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาถือไว้ในมือ หญิงสาวรู้สึกเซไปนิดๆ เพราะรู้สึกปวดหัวจี้ดๆ ขึ้นมาและแถมยังรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ครั้นเนื้อครั้นตัวขึ้นมาด้วยอีกต่างหาก ซึ่งหญิงสาวคิดว่าหากได้อาบน้ำสักหน่อยอาการที่เป็นอยู่น่าจะดีขึ้น คงเป็นเพราะเธอเหนื่อยจากการเดิน ดูนั้นดูนี้ในไร่ทั้งวันนั้นแหละมั้ง
จิตรานุช ยืนจับผนังห้องนิ่งอยู่สักพักอาการก็เริ่มดีขึ้น จึงได้เดินเข้าห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าออกจากตัวจนหมด เปิดฝักบัวแล้วเข้าไปอยู่ในน้ำที่ไหลรินลงมาจากฝักบัว ซึ่งอยู่ดีๆ ประตูห้องน้ำก็เปิดออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนคนที่อยู่ใต้ฝักบัวตกใจ หันไปมองทันที
“อุ้ย!!!! พี่ภณ” จิตรานุช อุทานออกมา พร้อมกับใช้มือเรียวเล็ก ปกปิดส่วนบนและส่วนร่างของเธอไว้
“อาบน้ำไม่รอพี่อย่างนี้ต้องโดนทำโทษนะรู้มั้ย ฮึ!”
ว่าแล้ว พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้องน้ำ ก่อนจะปิดประตูห้องน้ำตาม แล้วเร่งถอดเสื้อผ้าออกจากตัวจนหมด ไม่เหลืออาภรณ์อะไรติดต่อเลยสักชิ้นเดียว คนตัวโตก้าวเข้ามาอยู่ภายในสายน้ำใต้ฝักบัว พร้อมกับดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้อย่างถือสิทธิ์
“ทำไมสั่นๆ หนาวเหรอ?” คนตัวโตเอ่ยถามขึ้น ขณะที่จับอาการได้ว่าร่างบางเหมือนจะสั่นเทา และรู้สึกตัวร้อนรุ่มๆ เหมือนไม่สบาย
“นะ หนาวค่ะ” จิตรานุช เอ่ยบอก และก่อนที่ชายหนุ่มจะได้พูดบอกอะไรคนตัวเล็กออกมา ร่างบางที่สวมกอดอยู่นั้นก็เซ สติหญิงสาวดับวูบและล้มพับลงไปในอ้อมแขนแกร่งของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ นั้นทันที
“นุช!!.. นุช!!..”
พ่อเลี้ยงกัณตภณ ตกใจเป็นอย่างยิ่ง ร้องเรียกชื่อคนตัวเล็ก ก่อนจะยื่นมือใหญ่ไปปิดน้ำ แล้วช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง พาเดินเข้ามาในห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงนอน แล้วรีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว มาเช็ดร่างกายคนตัวเล็กให้แห้ง แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างบางให้จนถึงคอ ก่อนจะพันผ้าเช็ดตัวรอบเอวสอบไว้หลวมๆ แล้วเดินออกจากห้องนอนทันที
“อเนก อเนกโว้ย!!!! อยู่ไหนวะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ร้องตะโกน เรียกหา อเนก เสียงดัง
“ครับพ่อเลี้ยง มีอะไรหรือครับ?” อเนก รีบวิ่งเข้ามาหา พ่อเลี้ยงกัณตภณ พร้อมกับร้องตะโกนกลับ เมื่อได้มาถึงตัวพ่อเลี้ยงกัณตภณ แล้ว
“ไปตามหมอมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย เมียฉันไม่สบาย” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ร้องสั่งด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“ครับๆ” ว่าแล้ว อเนก ก็รีบไปทำตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงทันที
“เป็นอะไรหรือคะ?” วารุณี เมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนเอะอะโวยวาย จึงออกมาจากห้องนอน และเอ่ยถาม พ่อเลี้ยงกัณตภณ ออกมาด้วยความสงสัย
“นุชไม่สบาย” ว่าแล้วพ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ไม่รอให้ วารุณี ได้เอ่ยถามอะไรอีก หันหลังเดินกลับไปยังห้องนอนของตนทันที
“จะไม่สบายขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงได้ต้องให้หมอมารักษากันถึงที่บ้านอย่างนี้” วารุณี มองตามหลังคนที่เดินกลับห้องนอนไปไวๆ พร้อมกับกล่าวพึมพำกับตัวเองอย่างสงสัยแกมอิจฉา
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙