จากตอนที่แล้วที่พิมพ์ได้ทะลุมิติมา 10 ปีข้างหน้าสำเร็จ แต่ก็มีช่องโหว่ตรงที่ว่าเธอไม่ได้หยิบอะไรติดตัวมาเลยซักอย่าง ทำให้ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะต้องไปที่ไหนหรือทำอะไรต่อเลย ซ้ำร้ายเธอยังโดนกลุ่มคนพวกหนึ่งไล่ตะเพิดออกมาจากจุดที่เธอมาโผล่เป็จุดแรกนั้นเอง ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้พิมพ์พยายามคิดว่า เธอจะเริ่มตามหาเนื้อคู่ของเธอจากจุดไหนดี ตอนนี้เธอทำได้เเค่ชะเง้อคอมองเข้าไปในบ้านเพื่อจะสอบถามหรือสืบหาคำตอบจากใครสักคน และแล้วความโชคร้ายก็มักจะแฝงความโชคดีมาด้วยเสมอ เมื่อจู่ๆก็มีรถสปอร์ตคันหรูวิ่งเข้ามาเทียบข้างๆเธอ พร้อมกับลดกระจกลงอย่างช้าๆ วินาทีนั้นพิมพ์พิมลเหมือนกับถูกมนต์สะกดให้เธอ หลงใหลในรูปลักษณ์ของชายตรงหน้าเข้าซะแล้ว
"กำลังมองหาใครอยู่หรอสาวน้อย เธอมีญาติทำงานอยู่ที่นี่หรอ ให้ฉันช่วยตามให้ไหม?" ชายหนุ่มั์ตาหวานปรากฏขึ้นตรงหน้าของหญิงสาวที่ทำหน้าเหวออยู่ รอยยิ้มที่เขาส่งมาถึงเธอนั้น มันทำให้พิมพ์แทบจะละลายติดพื้นเลยก็ว่าได้ เเว๊บแรกที่พิมพ์ได้เห็นใบหน้าของชายที่นั่งอยู่ในรถนั้น เธอก็มีอาการหัวใจเต้นรัวคล้ายๆว่าเธออยากจะให้ชายคนนั้นเป็เนื้อคู่ที่เธอกำลังตามหาอยู่เลยก็ไม่ปาน
"นี่สาวน้อย นี่..ฟังฉันอยู่หรือเปล่า หรือว่าเธอมาขายประกันงั้นหรอ?"
"ฮ้ะ?..เอ่อ..อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ เอ่อ..คุณอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้หรอคะ?"
"อืม?..จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เพราะฉันก็อยู่บ้านหลังนี้มาั้แ่เกิดแล้วล่ะ นี่บ้านของฉันเอง ว่าแต่ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ?"
"ฉันก็ไม่รู้ค่ะ ฉันไม่รู้ว่าฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง เเละฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะต้องไปที่ไหน?"
"ฟังดูเข้าใจยากจัง แล้วบ้านของเธออยู่ที่ไหนหรอให้ฉันไปส่งไหมหรือว่าเธอก็จำทางกลับบ้านตัวเองไม่ได้ด้วยงั้นหรอ?"
"ไม่รู้ค่ะ ตอนนี้ฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ฉันรู้แต่ว่า พอฉันลืมตาตื่นขึ้นมาฉันก็นอนอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านหลังนี้แล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่มีเงินติดตัวสักบาทก็เลยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนน่ะค่ะ"
"ทำไมฟังดูน่าสงสารจัง แล้วนี่กินข้าวหรือยัง?"
"น่าจะ..ยังนะคะ..คุณถามฉันทำไมหรอคะ?"
"ก็ที่ฉันเห็นตอนนี้สภาพของเธอ...มันดูไม่จืดเลยยังไงล่ะ งั้นเอางี้..ขึ้นมาสิ..ฉันจะพาเธอไปกินข้าว แล้วจากนั้นค่อยไปส่งเธอที่บ้านดีไหม?" ตอนนี้พิมพ์ไม่มีทางเลือกพอที่จะให้เธอตัดสินใจได้มากมาย เธอจึงพยักหน้าตกลงและยอมขึ้นรถไปกับเขาอย่างง่ายดาย เพราะจากที่เธอดูแล้วว่า เขาไม่น่าจะมีพิษภัยอะไรร้ายแรงต่อเธอ อีกอย่างเธอจะถือโอกาสนี้ให้เขาพาเธอไปหาฝ้าย เพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง ชายคนนั้นพาเธอมากินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในระหว่างกินข้าวพวกเขาก็ได้พูดคุยกันเล็กน้อย
"แล้วจู่ๆ เธอไปโผล่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านฉันได้ยังไง?"
"ฉันก็จำอะไรไม่ได้ ตอนนั้นฉันรู้แค่ว่าฉันโดนไฟช็อตอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วจู่ๆฉันก็ทะลุมิติมาในอีก 10 ปีข้างหน้า แล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีที่สนามหญ้าหน้าบ้านของคุณนั่นแหละ"
"ทะลุมิติมางั้นหรอ ฮ่าฮ่าฮ้า นี่เธอเป็คนตลกนะ รู้ตัวไหม? ดีๆฉันชอบ ชีวิตจะได้มีสีสันและไม่เครียดจนเกินไป"
"ฉันไม่ได้ตลกนะ ฉันพูดความจริง ฉันทะลุมิติมาจริงๆคุณไม่เชื่อฉันหรอ?"
"ป่าว!! เพียงแค่มันค่อนข้างจะเชื่อได้ยากไปหน่อยน่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอโกหกนะ แล้วเธอจะเอายังไงต่อล่ะ..ถ้ามันเป็ไปตามที่เธอพูดเธอก็น่าจะมีญาติเมื่อ 10 ปีก่อนอยู่นี่..และที่นี่ก็กรุงเทพไม่ใช่หรอ?"
"ความจริงแล้วฉันอยากให้คุณพาไปหาคนๆนึง เธอชื่อฝ้ายเป็เพื่อนสนิทของฉันเอง ฉันคิดว่าเธอน่าจะช่วยฉันอธิบายเื่นี้ได้"
"เธอจะไปหาเพื่อนทำไม? ฉันว่าเวลานี้เธอควรจะกลับไปหาพ่อแม่เธอมากกว่านะ เธอหายมานานขนาดนี้ พวกท่านน่าจะเป็ห่วงเธออยู่ไม่น้อยเลยนะ"
"พ่อแม่ฉันเสียไปแต่ฉันยังเด็กเเล้วค่ะ ฉันมีแค่เพื่อนสนิทคนเดียวเท่านั้น คุณช่วยพาฉันไปหาเธอหน่อยได้ไหมคะ?"
"ได้สิ งั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วฉันจะพาเธอไปหาฝ้ายนะ อ่อ..ฉันเสียใจด้วยนะเื่พ่อกับแม่ของเธอน่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงพวกท่านให้เธอรู้สึกแย่นะ"
"ไม่เป็ไรค่ะ เื่นั้นฉันเข้าใจ ว่าเเต่คุณชื่ออะไรหรอคะ?"
"จริงด้วย คุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อกันเลยนี่นา ฉันชื่อวาทีนะ และเธอล่ะชื่ออะไร?"
"ฉันชื่อพิมพ์พิมลค่ะ"
"ชื่อยาวจัง งั้นฉันจะเรียกเธอว่าพิมพ์เฉยๆละกันนะ ดีไหมพิมพ์"
"ค่ะ...เอ่อว่าเเต่คุณพาฉันมาทานข้าวแบบนี้ ฟ่ะ..แฟนคุณจะไม่ว่าเอาหรอคะ เอ่อคือไม่ใช่อะไรนะคะ..ฉันกลัวโดนตบฟรีน่ะค่ะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..พูดแบบนี้เคยโดนมาก่อนหรอ?"
"ยังไม่เคยหรอกค่ะ แต่แค่ระวังไว้"
"ฮ้าฮ่าฮ้า เธอนี่ตลกจริงๆเลย ฉันชอบนะ...แล้วถ้าให้เธอทาย..เธอว่าคนอย่างฉันเนี้ย..มีแฟนหรือยังล่ะ?"
"ก็ถ้าให้ฉันทาย ฉันก็ต้องบอกว่า คนหน้าตาดีและนิสัยดีขนาดนี้คงมีแฟนแล้วล่ะค่ะ จริงไหมคะ?"
"ฮ่าฮ้าฮ่า..นี่ฉันชักจะเริ่มชอบเธอแล้วนะ รู้ไหม..คุยกับเธอแล้วสนุกดีไม่เครียดด้วย..จริงๆแล้ว..ฉันยังไม่มีแฟนหรอก โสดจีบได้ ฮ่าฮ่าฮ่า..นั่งกินข้าวตามสบาย ไม่ต้องระแวงว่าใครจะเดินเข้ามาตบเธอได้หรอก ฮ่าฮ่าฮ่า" พิมพ์นึกอมยิ้มอยู่ในใจ เมื่อคำตอบที่วาทีตอบมานั้น มันดันไปจี้จุดความสุขของเธอ บวกกับคำทำนายของหมอดูที่บอกว่าเธอจะได้เป็ว่าที่ลูกสะใภ้ตระกูลใหญ่และบ้านของวาทีก็ใหญ่โตอย่างกับคฤหาสน์ เธอจึงคิดว่าวาทีอาจจะเป็ว่าที่สามีในอนาคตของเธอก็ได้และในใจของเธอก็อยากให้เป็เขาอยู่ไม่น้อย พวกเขาทั้งคู่ทานข้าวเสร็จ วาทีก็พาพิมพ์ขับรถมายังคอนโดที่พิมพ์เคยอยู่กับฝ้ายเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
"ส่งแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวที่เหลือพิมพ์จัดการได้ ขอบคุณนะคะที่เลี้ยงข้าววันนี้ ไว้ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าพิมพ์ขอเป็เ้ามือนะคะ"
"ไม่ต้องรีบหรอก เราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ ว่าแต่แน่ใจแล้วหรอ ..เอ่อ..คือฉันหมายถึงว่าฉันสามารถขึ้นไปเป็เพื่อนเธอได้นะ"
"อ๋อ..เื่อย่าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเพื่อนของพิมพ์จะใเอา พิมพ์ไปนะคะ?ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาส่ง" พิมพ์พิมลหันหลังกลับและยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่มีผู้ชายมาตามตื๊อเธอ เเต่ทว่าเพื่อให้เกิดมูลค่าอันสง่างาม เธอจึงต้องเล่นตัวเล็กน้อย พิมพ์เดินขึ้นมายังห้องที่เธอเคยเช่าอยู่กับฝ้ายเพื่อหวังจะเจอกับฝ้ายอีกครั้งและเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฝ้ายฟังเผื่อว่าฝ้ายจะช่วยเหลืออะไรเธอได้บ้าง แต่ทว่าเมื่อพิมง้างมือจะเคาะประตู กลับมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆเธอและมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
"เอ่อ..มีอะไรรึป่าวคะ?"
"ขอโทษนะครับ ขอทางเข้าห้องหน่อยครับ"
"เข้าห้อง? ห้องนี้หรอคะ...หรือว่าคุณจะเป็แฟนใหม่ยัยฝ้าย?"
"ฝ้าย? อ่อ ถ้าคุณหมายถึงคุณฝ้ายฟ้ารดาล่ะก็..เธอย้ายออกจากที่นี่ั้แ่ 8 ปีที่แล้วละครับ ส่วนผมเป็ผู้เช่าคนใหม่ครับ"
"ย้ายออกไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว!! โอ้ย!ตายแล้ว ที่พึ่งสุดท้ายของฉัน จางหายไปในพริบตา เอ่อว่าเเต่คุณรู้ไหมคะว่าเธอย้ายไปที่ไหน?"
"เื่นั้นผมไม่ทราบหรอกครับ เพราะหลังจากที่เธอย้ายออกไป ผมต้องรออีก 2 วันกว่าจะได้ย้ายของเข้ามาน่ะครับ เอ่อ ผมขอทางหน่อยครับ พอดีว่าผมจะเข้าห้องน้ำน่ะครับ" พิมพ์ถอยหลังออกห่างจากประตูเพื่อให้ชายคนนั้นเข้าห้องไป ส่วนตัวเธอก็ได้เเต่ทำหน้าเศร้าเดินลงบันไดทีละขั้นๆ ตอนนี้ความหวังสุดท้ายของเธอไม่มีอยู่แล้ว เธอกลายเป็บุคคลเร่ร่อนและไม่รู้ว่าจะไปพึ่งพาใคร เธอกลับลงมานั่งที่หน้าคอนโดและก้มหน้าทำท่าจะร้องไห้เพื่อตัดพ้อให้กับโชคชะตาชีวิตของเธอ ในตอนนั้นเองแก้วชาเขียวปั่น ก็ได้โผล่แทรกเข้ามาตรงหน้าของเธอพอดี
"กะแล้วว่าต้องจัดการไม่ได้ เพื่อนเธอคนนั้นไม่อยู่แล้วใช่ป่ะ...ก็ถ้าเธอบอกว่าผ่านมาเป็ 10 ปีแล้วใครจะยังอยู่ที่เดิมล่ะ อ่ะ..ดื่มนี่ให้ใจเย็นๆก่อน เเล้วค่อยเริ่มคิดว่าจะเอายังไงต่อไป..ไม่ต้องคิดมากนะ ถ้าเธอไม่มีที่ไปจริงๆ ไปอยู่บ้านฉันก็ได้ บ้านฉันกว้างอยู่ได้สบายเเน่นอน" วาทีส่งยิ้มหวานให้เธออีกครั้ง พร้อมกับยื่นแก้วชาเขียวปั่นให้เธอ ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลานั้นมันทำให้พิมพ์เหมือนกับหลุดเข้าไปในห้วงแห่งความฝันและเป็ฝันดีซะด้วย เื่ราวที่เธอกำลังเผชิญอยู่นั้นมันเหมือนกับซีรีย์ที่เธอเคยดูในตอนที่ว่า เมื่อนางเอกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อับจน พระเอกก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางเอกไว้ได้เสมอและนี่จึงเป็สิ่งที่การันตีได้ว่า วาทีนี่แหละเหมาะสมที่จะเป็ว่าที่สามีในอนาคตของเธอที่สุด พิมพ์จะจัดการยังไงกับชีวิตของเธอต่อไปและวาทีจะใช่เนื้อคู่ที่เธอตามหาอยู่หรือไม่..ติดตามได้ใน EP หน้านะคะ