ตอนที่ 2 เหตุผลเล่าคือสิ่งใด
สามวันพ้นผ่านตามเพลาที่ราชโองการมีผลใต้ท้าวหวางต่างได้เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้วเพียงแต่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากนัก ก็แค่ลูกที่เกิดจากบ่าวไพร่เท่านั้น
“หวางชิงๆเมื่อรุ่งเช้าข้าเห็นบ่าวหลายคนไปจัดอะไรหน้าจวนเหมือนจะมีงานเลี้ยงสักงานเ้ารู้บ้างหรือไม่”
ความจริงแล้วหวางชิงถูกสั่งห้ามไปยังหน้าจวนอยู่แล้วเื่ที่เกิดขึ้นเขาก็ย่อมไม่มีทางรู้ได้เหมือนคนอื่นจะออกไปข้างน้องก็เป็ประตูหลังจวนบานเล็กๆ
“ข้าไม่รู้ว่าแต่เ้าเถอะไปทำอะไรที่หน้าจวนไม่กลัวนายท่านจะเอ็ดเอารึ”
“ก็ข้าแอบดูจะเห็นได้อย่างไร”
“ข้าว่าเ้าเลิกสงสัยเถิดแล้วมาช่วยข้าตักน้ำจะดีกว่า”
“มา ข้าช่วย”
ที่กำลังตักน้ำนั้นเป็ประจำทุกเช้ามืดที่หวางชิงและบ่าวคนอื่นๆตื่นมาทำต่างคนต่างมีหน้าที่กันคนละอย่าง ตักน้ำใส่อ่างเสร็จก็ต้องต้มน้ำมาผสมกับน้ำในอ่างให้ออกมาไม่ร้อนและไม่เย็นจะเกินไปเื่เช่นนี้บ่าวไพร่กระทำจนเป็ความเคยชินไปเสียแล้ว
“ชิงเอ๋อร์...”
เสียงที่เอื้อนเอ่ยถึงเ้าของนามดังขึ้นเสียนี้บ่าวไพร่ต่างก็รู้ทันทีว่าเป็เสียงของผู้ใดหวางชิงเมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบวางทุกอย่างก่อนจะหันกลับไปแล้วก้มหน้าต่ำลง
“ขอรับนายท่านมีสิ่งใดให้บ่าวรับใช้ขอรับ...”
“เ้าจงไปเตรียมตัวเสียเถิดอีกสองเค่อไปพบข้ากับฮูหยินที่เรือนใหญ่ส่วนเื่เสื้อผ้าข้าได้ส่งคนเอาไปให้เ้าแล้ว...”
เอ่ยกับหวางชิงเสร็จสิ้นใต้ท้าวหวางก็ปลีกตัวเดินออกไปเป็ครั้งแรกที่นายใหญ่ของจวนมาเอ่ยเชื้อเชิญหวางชิงด้วยตัวเอง แม้ว่ามันจะเป็ความฝันก็ตามเถิดแต่แบบนี้แล้วก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
แม้จะรู้สึกมึนงงกับคำพูดของนายใหญ่ของจวนแต่หวางชิงก็เดินกลับมาที่เรือนพักของบ่าวไพร่ในส่วนที่เป็ที่นอนของเขามีห่อผ้าถูกวางเอาไว้ เขาจึงหยิบห่อผ้านั้นมาก่อนจะไปล้างเนื้อตัวของเขาให้มันดูสะอาดสะอ้านก่อนจะมาแต่งกายตามเสื้อผ้าในห่อผ้า
“ผ้าสีแดง?”เกิดคำถามขึ้นในหัวของหวางชิง สิ่งที่เขาต้องใส่คือเสื้อผ้าที่เป็เนื้อผ้าสีแดงมันเหมือนกับเขาต้องไปทำอะไรบางอย่างเช่นนั้นรึ หรือเป็ผ้าที่นายท่านเขาตั้งใจจะมอบให้กับเขา
หลังจากที่สวมเสื้อผ้าตามที่นายท่านได้ให้มาหวางชิงจึงเดินไปยังเรือนใหญ่หน้าจวนก่อนจะพบกับอีกหลายคนที่รวมตัวกันอยู่ตรงนั้น
“คำนับนายท่าน คำนับฮูหยิน...”พอมาถึงหวางชิงก็ประสานมือพร้อมกับโค้งศีรษะคำนับผู้ที่าุโกว่าตน
“เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเรียกเ้ามาเพราะเหตุอันใด”ใต้ท้าวหวางเอ่ยถามหวางชิง เ้าตัวนั้นหาได้รู้เื่ราวของผู้เป็นายไม่ที่ผ่านมาเขาทำตามกฎของจวนมาโดยตลอด ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษตามความผิดที่ก่อ
“ข้าไม่รู้ขอรับนายท่านโปรดชี้แนะด้วย...” หวางพูดพร้อมกับรีบคุกเข่าแล้วโค้งศีรษะหากเขาไม่รู้ว่าเขาได้กระทำการสิ่งใดผิด
เป็ภาพที่ทุกผู้ต้องถอนหายใจออกมาพร้อมๆกันก่อนที่ฮูหยินจะส่งสัญญาณทางสายตาบอกกับสาวใช้ให้รีบไปพยุงตัวของหวางชิงให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“เ้ามิต้องกลัวอันใดเ้ามิได้มีความผิดแต่วันนี้ข้าต้องส่งเ้าไปตามราชโองการของฮ่องเต้ซึ่งขบวนเกี้ยวที่อยู่หน้าจวนจะเป็ผู้พาเ้าไปยังจุดหมาย”ฮูหยินได้เอ่ยบอกกับหวางชิงอย่างใจเย็นในใจก็ขอให้ทุกอย่างมันผ่านพ้นไปอย่างด้วยดี
การที่ส่งหวางชิงไปเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายขนาดนั้นส่งไปที่จวนของจินอ๋องก็เหมือนส่งไปตายในสนามรบ ทว่าอ๋องผู้นั้นไม่เหมือนกับบุคคลอื่นๆที่เป็อ๋องเลยสักนิดกระนั้นยังได้ฉายามาว่าเป็ถึงมัจจุราชบนดินหน้าตาของอ๋องผู้นี้ส่วนใหญ่ก็มิมีใครได้พบเจอมีแต่ข่าวลือว่าเป็คนที่น่ากลัวเหมือนปีศาจ
“ชิงเอ๋อร์ออกจากจวนนี้ไปแล้วเ้าก็ไม่ใช่คนของจวนหวางอีกต่อไป ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นอย่ากลับมาที่จวนนี้อีก”
เป็ประโยคพูดสุดท้ายของนายท่านที่พูดกับหวางชิงตอนนี้เขาได้แต่นั่นร้องไห้อยู่ในเกี้ยวขบวนและไม่รู้หนทางว่าเขาจะพาไปที่ใดกันแน่แค่ไม่ยอมรับว่าเป็บุตรมันก็ทำให้หวางชิงน้อยใจแล้วแต่ยังไล่เขาออกไปจากจวนอีกแถมยังกลับไปไม่ได้อีกแล้ว
“หยุดเกี้ยว!!”
เกี้ยวที่หวางชิงนั่งมาหยุดลงทันทีเมื่อมีเสียงสั่งการให้หยุดหวางชิงรีบปาดน้ำตาที่เปอะเปื้อนออกจากใบหน้าจนหมดตอนนี้เนื้อตัวของคนในเกี้ยวสั่งเทาเพราะไม่รู้ว่าใครจะมาทำอะไรกับเขากันแน่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยออกไปไหนมาไหนนอกจวนเลยสักครั้ง ไกลสุดก็แค่ห่างจวนไม่มากนัก
“คุณชายเชิญลงจากเกี้ยวขอรับ...”
ทำใจให้สู้เสือก่อนที่หวางชิงจะก้าวเท้าลงมาจากเกี้ยวก่อนจะมองไปยังเบื้องหน้าที่มีผู้คนคอยจ้องมองมาที่เขาโดยเฉพาะคนผู้นั้นที่สวมผ้าสีแดงเหมือนกันกับเขา
ทางด้านของอ๋องจินเมื่อพบกับหวางชิงครั้งแรกใบหน้าของเขาก็ไม่ปรากฏสิ่งใดออกมาแต่ผู้อื่นที่มาในงานต่างพากับแอบหัวเราะเยาะกับความอัปยศมีที่ไหนเล่าจะมีงานสมรสระหว่างบุรุษกับบุรุษแม้จะเป็เช่นนี้ฮ่องเต้กับไทเฮายังมาร่วมงานเพื่อเป็สักขีพยาน
คนที่ไม่รู้เื่อย่างหวางชิงนั้นกลับก้มหน้าก้มตาอยู่ตลอดเวลาเื่ราวที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่าต้องมาแต่งงานแถมกับใครที่ไหนเขาก็ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม
“คำนับฟ้าดิน!!”
สิ้นเสียงสุดท้ายก่อนจะขบลงด้วยการเข้าหอซึ่งเป็สิ่งสุดท้ายของงานสมรสครั้งนี้แล้วหวางชิงก็พอจะรู้เื่ราวบ้างแล้วว่าเขานั้นสมรสกับใคร
เมื่ออยู่ในห้องหอซึ่งเป็ห้องของจินอ๋องแน่นอนว่าหวางชิงยังคงยืนอยู่กลางห้องและมิได้เอ่ยเสียงหรือคำพูดใดออกมา
“ดึกแล้วเ้านอนที่นี่ก่อนพรุ่งนี้ข้าจะจัดหาที่อยู่ให้กับเ้า”
“ข้า....เอ่อ...กะหม่อมจะนอนตรงไหนขอรับพะยะค่ะ...”
คนถูกมาไม่ชอบพูดมากเพียงชี้นิ้วไปที่พื้นเท่านั้นไม่เพียงแค่ชี้ไปยังพื้นราบแต่ยังมีน้ำใจโยนหมอนให้กับหวางชิงอีกใบก่อนที่จินอ๋องจะถอดรองเท้าถอนผ้าออกจนเหลือเพียงผ้าสวมชั้นในพร้อมกับขึ้นไปนอนบนเตียง
หวางชิงไม่ใช่ว่าเป็คนเื่มากเขาหยิบหมอนนั้นมาก่อนจะมองไปยังพื้นราบแล้วนอนลงตรงนั้นตรงที่จินอ๋องชี้บอกแก่เขาพื้นราบแค่นี้ไม่ทำให้หวางชิงลำบากแต่อย่างใดเพราะทุกวันเขาก็นอนเช่นนี้มานานจนเคยชินแล้ว
เช้าวันต่อมาจินอ๋องได้ส่งคนมาแล้วพาหวางชิงไปยังเรือนหลังจวนซึ่งใกล้กับเรือนของเหล่าบ่าวไพร่ และเป็เรือนหลังเล็กๆสำหรับอยู่คนเดียว
สำหรับจินอ๋องแล้วเพียงเท่านั้นก็มากเกินพอสำหรับหวางชิงเขาเองก็รู้ว่าชาติกำเนิดของหวางชิงเป็เช่นไรและเขาต้องถูกกลั่นแกล้งอะไรเขาย่อมรู้ดี
“จงจำเอาไว้ข้าแต่งเ้าเข้ามาเป็ชายาก็จริงแต่ข้ามิได้ยอมรับเ้าเป็ชายาอยู่ที่จวนของข้าเ้าเป็เพียงบ่าวคนนึงอย่าได้ใช้อำนาจใดๆกับบ่าวไพร่เด็ดขาด....”
เป็ประโยคที่หวางชิงต้องจำให้ขึ้นใจหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่เรือนหลังเขาก็ไม่ได้เรียกร้อง้าอะไรแบบนั้นอยู่แล้วเพียงแค่เขามีที่ซุกหัวนอนก็เป็บุญคุณอย่างมากให้ทำตัวอย่างบ่าวไพร่เขาเองก็ไม่มีปัญหา เพราะที่จวนหวางเขาก็เป็บ่าวไพร่อยู่แล้ว
พอทราบจุดยืนของตัวเองหวงชิงก็ต้องกระทำเหมือนเช่นเคยหากย้ายมาอยู่จวนใหม่แล้วผู้คนต่างก็ไม่คุ้นตาและยิ่งไปกว่านั้นเขาต้องถูกพูดนินทาว่าร้ายแต่งเข้าจวนแล้วยังกลายมาเป็บ่าวรับใช้เช่นนี้แล้วความจะอยู่ให้อับอายทำไม
หวางชิงรับฟังทุกการกล่าวหาถ้าไม่เก็บมาใส่ใจแล้วเขาก็อยู่ได้แต่หากเก็บมาคิดเล็กคิดน้อยเขาก็ต้องเป็ทุกอยู่ทุกวันและเขาก็ต้องไม่เป็เช่นนั้น
“พี่ชายๆ มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่”หวางชิงเดินเข้าไปถามเหล่าบ่าวไพร่ที่กำลังทำงานตามหน้าที่ของตนเองเพราะหวางชิงเองก็ไม่ทราบว่าจะเริ่มที่ตรงไหนเป็ส่วนแรก
“ตรงนี้มีคนทำมากมาย เ้าลองไปช่วยพวกเขาถอนหญ้าที่สวนตรงนั้นเถิด...”
หวางชิงมองดูโดยรอบก็เป็ไปอย่างที่เขาว่าคนรับใช้ในจวนของจินอ๋องมีมากมายถ้าไปช่วยถอนหญ้าน่าจะรุ่งกว่าหวางชิงก็ยังไม่ละความพยายามที่จะทำงานตามสถานะของตน เขาเดินไปยังสวนที่พี่ชายคนนั้นบอกก่อนจะเดินเข้าไปหากลุ่มคนเ่าั้
“พี่ชายข้าช่วยพวกท่านถอนหญ้าได้หรือไม่...”ว่าจบหวางชิงก็ไม่ได้รอคำตอบจากอีกฝ่ายเขานั่งลงพร้อมกับมือที่กำลังจะดึงต้นหญ้าขึ้น
“นี่เ้าจะทำอะไร...”บ่าวรับใช้รีบห้ามหวางชิงก่อนจะดึงให้เขาลุกขึ้น
“ข้าก็จะช่วยพวกท่าน...ถอนหญ้า”
“ไม่ต้องตรงนี้มีคนพอแล้วเ้ากลับไปที่เรือนเถิด...”
ไม่ว่าจะเข้าหาผู้ใดต่างก็ปฏิเสธหวางชิงเช่นทุกครั้งแบบนี้แล้วเขาจะทำยังไงเล่าอยู่จวนเขาก็ต้องทำงานแลกข้าวเกิดเ้าของจวนทราบว่าเขาไม่ทำการทำงานเขาจะถูกสั่งลงโทษก็เป็ได้
หวางชิงเดินกลับมายังเรือนของเขาก็ต้องพบกับบุคคลที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าแล้วคนๆนั้นกำลังยืนคอยอยู่หน้าเรือนดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็ทหารหรืออะไรสักอย่างที่หวางชิงก็ไม่ค่อยจะแน่ใจนัก
“ท่านมาหาข้ารึ...”หวางชิงถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ข้าน้อยอู่เฉิงท่านอ๋องส่งให้ข้ามาดูแลท่าน”
คนของจินอ๋องส่งมาดูแลหวางชิงอย่างนั้นรึเ้าตัวขมวดคิ้วเข้าหากันเป็บ่าวในจวนยังส่งคนมาดูแลอีกหรือไง
“จะมาดูแลข้าทำไมเล่าข้าเป็เพียงบ่าวในจวนของท่านอ๋อง”
“เื่เป็อย่างไรข้ามิอาจล่วงรู้แต่หากเป็รับสั่งของท่านอ๋องแล้วข้าจึงต้องทำตามขอรับแม้ท่านจักเป็อะไรตอนนี้ท่านก็คือนายของข้า”
นายของข้า...หวางชิงฟังแล้วยังรู้สึกจักจี้ตัวเองเกิดมาไม่เคยได้รับความเป็นายเลยสักครั้งแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คุ้นเคยกับการออกคำสั่งใดๆต่อผู้คอยเกิดมาก็เป็บ่าวรับใช้หาได้เป็นายคนอื่นเขา
“ท่านอ๋องมิได้บอกรึว่าสถานะข้าเป็ใช่ไร”หวางชิงเอ่ยถามกลับ
“บอกขอรับแต่ท่านอ๋องก็ย่อมส่งข้ามาคอยดูแลท่าน แม้จะเป็สถานะใดหากท่านแต่งเข้ามาในจวนก็ย่อมไม่ใช่บ่าวไพร่เหมือนผู้อื่น”
“เ้าเต็มใจทำงั้นรึ”
“หากมิเต็มใจข้าคงไม่มาให้ท่านเห็นหน้า...”
คำตอบกลับของอู่เฉิงทำเอาหวางชิงถึงกับจุกถ้าเป็เช่นนี้แล้วก็เท่ากับว่าเขามีคนคอยดูแลอีกทอดหนึ่งที่ไม่เหมือนบ่าวไพร่คนอื่นอย่างนั้นรึ
หลังจากที่ทราบทุกอย่างแล้วหวางชิงก็เก็บเื่ทุกอย่างมานั่งคิดทบทวนอยู่หน้าเรือนแถมยังมีอู่เฉิงมาคอยเฝ้าประกบอยู่ไม่ห่าง
“อู่เฉิง...”
“ขอรับ”
“ตำแหน่งของเ้าข้าต้องเรียกว่าอะไร?”
“ข้าเป็ทหารองครักษ์ขอรับ”
หวางชิงได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจถึงว่าท่าทางไม่เหมือนคนทั่วไปหรือเ้าทหารยามเลยสักนิดแต่เ้าอู่เฉิงคนนี้ต้องเก่งมากๆเป็แน่เพราะดูจากใบหน้าแล้วก็รูปร่างอายุคงจะยังไม่มากอาจจะรุ่นราวคราวเดียวกับหวางชิง
“ท่าน...”
“ข้าชื่อหวางชิง”
“ท่านหวางชิงข้าว่าท่านเขาไปด้านในเรือนเถิด...”
“ทำไมข้าต้องเข้าไปด้านในอยู่ด้านนอกก็ดีออก”
“ข้างนอกลมมันแรงข้ากลัวว่าท่านจะไม่สบาย...”
“เ้าไม่ต้องกลัว ข้าแข็งแรงจะตาย”