เสียงกดชัตเตอร์รัวๆ ตามด้วยแสงไฟจากเฟลตกล้องที่เหล่านักข่าวจากสื่อสำนักต่าง ๆ ที่มาเก็บภาพบรรยากาศภายในงานเลี้ยงเปิดตัวเครื่องเพชรสุดหรูและภาพคนดังได้รับเชิญมางานนี้ แสงไฟสีขาวทำเอาบางคนรู้สึกแสบตานิด ๆ มันยังคงกระหน่ำฉายแสงอย่างต่อเนื่องและทันทีที่รถของครอบครัวตะวันก้าวเท้าลงจากรถเบนซ์คนหรูสีแดงแวววาวสวยที่มีราคาแพงแสนแพงกล้องหลายตัวก็หันมาพร้อมกับกดชัตเตอร์ เพื่อถ่ายภาพคนที่ออกมาจากรถ
ตะวันคิดว่าถ้าเป็เขาเมื่อก่อนนะจะไปไหนทีอย่างมากก็ขึ้นรถเมล์เอา เพราะประหยัดเงินดีได้มานั่งรถหรูแบบนี้ถือว่าเป็บุญตูดของไอ้ตะวัน แล้วไอ้การที่เขาเป็จุดสนใจของคนมากมาย เื่นั้นยิ่งไม่เคยพบเจอตัดทิ้งไปได้เลย
อาทิตย์ยื่นกุญแจรถให้กับพนักงานหนุ่มของโรงแรมอีกฝ่ายรับมาแล้วขับรถออกไป ไม่ต้องสงสัยว่ารถไปไหน เพราะในงานมีพนักงานคอยขับรถไปจอดให้โดยที่เราไม่ต้องไปหาที่จอดเองให้ยุ่งยาก
แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่ารถจะหายพนักงานที่นี่ทุกคนถูกตรวจประวัติเป็อย่างดี ดังนั้นเราสามารถวางใจเื่รถได้
เมื่อมองไปที่ข้างหน้าจะเห็นพรมสีแดงกำมะหยี่ปูลาดทางเดินยาวเข้าไปในงานเหมือนกับที่เราเคยเห็นภาพนี้ในโทรทัศน์บ่อย ๆ เวลาที่เหล่าคนดังคนรวยใสชุดสวยสุดปังแปลกแหวกแนวไม่เหมือนหรือซ้ำกับใครมาประชันกันบนพรมแดง
แบบฉันจะใส่ชุดอะไรก็ได้ที่ใครเห็นแล้วจะต้องตะลึงและมองมาที่ฉันคนเดียวอะไรประมาณนี้
ถึงแม้อาชีพดาราของตะวันจะต้องอยู่ต่อหน้ากล้องกับเจอนักข่าวเป็ประจำแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่เคยยืนอยู่ท่ามกลางกล้องหลายสิบตัวแบบนี้
อีกอย่างครอบครัวของเขาก็ใช่ว่าจะเป็บุคคลธรรมดาเสียเมื่อไหร่ต้องบอกว่าค่อนข้างมีหน้ามีตาในสังคมมากพอสมควรเลยทีเดียว ใครเห็นก็ต้องรู้จัก
ทำให้ตอนนี้พวกเราเป็ที่จับตามองจากนักข่าวและคนรอบข้างที่มางานไม่บ่อยที่จะเห็นครอบครัวตระกูลดังนี้ปรากฎตัวพร้อมกันทุกคน ทั้งยังอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นดาราหนุ่มมาร่วมงานด้วย
ถ้าพวกเขาจำไม่ผิดชายหนุ่มไม่ค่อยถูกกับคนครอบครัวไม่ใช่เหรอ มีข่าวจากวงในบอกว่าพวกเขาทะเลาะกันทำไมวันนี้ถึงมาด้วยกันได้ แถมยังดูเหมือนว่าเป็ครอบครัวที่รักกันมาก ไม่เหมือนครอบครัวที่มีปัญหากันเลย
“ เอ่อ ขอโทษนะคะ พวกเราขอสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมค่ะ ” นักข่าวสาวจากสำนักข่าวคนหนึ่งยืนไมค์ไปด้านหน้าดาราหนุ่ม
“ ใช่ครับ พวกเราขอรบกวนเวลาไม่นานหรอกครับ ” นักข่าวชายอีกคนหนึ่งเอ่ยเสริมเขาเองก็อยากทำข่าวครอบครัวนี้เหมือนกัน
“ เอ่อ ” ตะวันเหลือบตาไปมองที่พี่ชายเมื่อตัวเองถูกนักข่าวรุมอาทิตย์เห็นอย่างนั้นก็เดินไปกันนักข่าวให้ออกห่างจากน้องชายของเขา
“ ต้องขอโทษด้วยครับ แต่น้องชายของผมคงไม่สะดวกให้ใครสัมภาษณ์ ”
“ พวกเราขอแค่ไม่กี่คำถามเองนะค่ะ ถ้าไม่ได้งั้นขอสัมภาษณ์คนอื่นแทนได้ไหมค่ะ” เธอยังไม่ล้มเลิกความพยายาม โอกาสแบบนี้ไม่ได้หากันง่าย ๆ ถ้าเธอได้เอาบทสัมภาษณ์ของพวกเขาไปออกข่าวได้เ้านายของเธอต้องเพิ่มโบนัสให้แน่ๆ และเรตติ้งรายการของเธอต้องพุ่งแน่ที่นำข่าวนี้มาเสนอ
การได้สัมภาษณ์ตระกูลดังไม่ใช่เื่ง่ายเลยดังนั้นเธอจะไม่ยอมพลาดโอกาศนี้ให้หลุดไปง่าย ๆ
อาทิตย์ชักเริ่มจะรำคาญนักข่าวพวกนี้เสียแล้วที่ตื้อจะให้สัมภาษณ์ไม่เลิก
“ ไม่ว่าจะเป็ใครในครอบครัวของผม ก็ไม่สะดวกทั้งนั้นครับ ขอตัวก่อนนะครับ ”อาทิตย์เอ่ยจบก็พาน้องชายฝ่าวงล้อมนักข่าวออกมา แต่ก็เดินไม่ได้เพราะนักข่าวสาวคนเดิมยืนขวางไว้
“ ขอแค่คำถามเดียวก็ได้คะ ”
“ ผมว่าพูดผมชัดแล้วนะครับว่าไม่ให้สัมภาษณ์ หรือว่าไม่เข้าใจตรงไหน ” น้ำเสียงเรียบพลางมองนักข่าวสาวนิ่ง
“ พี่อาทิตย์ไปกันเถอะครับ ” ตะวันกระตุกแขนเสื้อพี่ชายเบา ๆไม่อยากให้มีเื่กับนักข่าว เกิดฝ่ายนั้นไม่พอใจแล้วไปเขียนข่าวเสีย ๆ หาย ๆ คนอื่นจะมองไม่ดีพี่ชายของเขานิสัยไม่ดี
ยิ่งเขามองไปที่ใบหน้าพี่อาทิตย์ขมวดคิ้วยุ่งก็เข้าใจไม่ใช่มีเพียงแต่พี่ชายหรอกที่หงุดหงิด ตะวันเองก็หงุดหงิดเช่นกัน ไม่ใช่ว่าจะให้สัมภาษณ์ไม่ได้ แต่กับนักข่าวนิสัยไม่ดีแบบนี้เขาไม่อยากจะคุยด้วย รีบหนีออกมาดีกว่า
“ ได้ครับ ช่วยหลีกทางให้ผมด้วย แล้วถ้าพวกคุณยังไม่เลิกก่อกวนผมกับน้องของผมอีกผมจะให้พนักงานเชิญพวกคุณออกไป ” ชายหนุ่มก้มหน้าพูดกับน้องชายก่อนจะหันไปพูดกับนักข่าวอีกครั้ง
“ คุณไล่พวกเราไม่ได้หรอกค่ะเพราะพวกเขาได้รับบัตรเชิญจากบริษัทไลออนกรุ๊ป เพื่อมาทำข่าวภายในงานนี้ ” นักข่าวสาวจอมตื้อชูบัตรที่แขวนคอขึ้นอาทิตย์มองบัตรนั้นแล้วกระตุกยิ้มเย็น ๆ
“ หึ พวกคุณคิดว่าผมไล่พวกคุณไปไม่ได้เหรอ จะลองดูไหมล่ะครับบางทีไม่ใช่แค่ออกจากงานเลี้ยงนี้นะ แต่อาจจะออกจากงานที่ทำอยู่ตอนนี้ด้วย ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีข่าวเอ่ยขึ้นอย่างท้าทาย
“ นี่คุณขู่พวกเราเหรอ ”
“ ก็แล้วแต่จะคิด ”
นักข่าวเริ่มหวาดกลัวไม่น่าหาเื่เลย พวกเขาลืมไปแล้วหรือยังไงว่าคนตรงหน้านี้เป็ใครอีกฝ่ายไม่ได้ขู่ แต่จะทำจริง ๆ นักข่าวหลายคนมองนักข่าวสาวอย่างตำหนิ พวกเขาไม่น่าหลวมตัวไปกับเธอเลย
อยู่ดีไม่ว่าดีก็พาให้คนอื่นตกงานไปด้วยเมื่อไม่อยากตกงานนักข่าวก็พากันสลายตัวถอยออกมา
เมื่อไม่มีใครมาขวางทางแล้วอาทิตย์ก็พาน้องชายไปเดินไปหาคนในครอบครัวที่ยืนรออยู่
“ จัดการเรียบร้อยแล้ว ”
“ ครับ ”
“ อืม งั้นก็เข้าไปข้างในกันเถอะ ” คุณไพโรจน์เอ่ยก่อนจะเดินกุมมือภรรยาของตนเองเคียงคู่ไปบนพรมแดง
พี่ชายของเขายกแขนทั้งสองข้างขึ้นตะวันและพี่ฟ้าเห็นแบบนั้นก็รีบคล้องแขนพี่อาทิตย์ทันที แล้วเดินตามหลังพ่อกับแม่ไปบอกเลยว่าตอนนี้เขาโครตตื่นเต้น ไม่เคยมางานหรูหราอย่างนี้มาก่อน
ในงานมีซุ้มดอกไม้เป็อุโมงค์ให้คนที่มางานได้ไปยืนถ่ายรูปกันซุ้มก็จัดได้สวยมากแถมยังใช้ดอกไม้สดอีก ซึ่งก็รู้กันดีว่าราคาของดอกไม้สดนั้นแพงกว่าดอกไม้ที่เป็ของปลอมหลายเท่า
บางชนิดเขาว่าในประเทศนี้ไม่น่ามีขายด้วยซ้ำต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเท่านั้น เห็นแล้วอยากจะดึงกลับไปใส่แจกันในห้องนอน
และครอบครัวของเราก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพพื้นหลังสวยๆ ยืนโพสต์ท่าให้นักข่าวได้ถ่ายภาพเก็บไปทำข่าวนักข่าวกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มเดิมที่จะมาสัมภาษณ์เขา แต่เป็อีกกลุ่มหนึ่งเหมือนว่าพวกนักข่าวจะแบ่งกันเพื่อเก็บภาพในแต่ละจุดของงาน
นี่ขนาดข้างนอกยังจัดได้อลังการงานสร้างแบบนี้แล้วข้างในจะขนาดไหน คนที่จัดงานนี้ต้องรวยมากแน่ ๆถึงได้ทุ่มเงินจัดงานใหญ่แบบนี้ได้ยินแม่บอกว่าวันนี้ในงานจะมีการประมูลเครื่องเพชรด้วย
ก็อย่างว่าแหละั้แ่ที่เขาก้าวเข้ามางานก็เห็นคุณหญิงคุณนายใส่เครื่องเพชรมาอย่างกับขนมาทั้งตู้แสงระยิบระยับไปทั้งตัว เขาอยากจะเดินเข้าไปถามเหลือเกินว่าไม่หนักกันบ้างหรือไง ใส่มากเยอะขนาดนั้น
ที่จริงแม่กับพี่สาวของเขาก็ใส่มานะแต่ไม่ได้เยอะจนดูน่าเกียจเหมือนกับที่คนอื่นใส่ ทั้งยังใส่แล้วทำให้ตัวเองดูดีมากอีกด้วย
“ คนเยอะมากเลยอ่ะพี่ฟ้า ”
“ อืม ไม่แปลกหรอก ส่วนมากคนที่มากันก็มาประมูลเครื่องเพชรกันทั้งนั้น ”ฟ้าตอบ
“ พี่ฟ้า พี่ว่าสร้อยที่ป้าคนนั้นใส่ของจริงหรือว่าของปลอมอ่ะ ” ตะวันเพยิดหน้าไปทางหญิงวัยกลางคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางวงล้อม
บนคอของผู้หญิงคนนั้นประดับประดาไปด้วยสร้อยคอเพชรขนาดใหญ่ดูหรูหราราคาก็น่าจะหลายล้านอยู่ข้อมือทั้งสอง ใบหู บนศีรษะก็เป็เครื่องประดับที่ทำจากเพชร และเสื้อผ้าที่ใส่มาก็ยังฝังเพชรเลยเมื่อเอามาคำนวนราคาดูแล้วเขาว่าซื้อบ้านได้เป็สิบ ๆ หลัง
“ ใครเขาจะใส่ของปลอมมางานกัน ” ฟ้าว่า
“ ก็ไม่แน่นะครับ ไม่มีใครรู้สักหน่อย เดี๋ยวนี้เขาทำของเลียนแบบเหมือนกับของจริงจนแยกไม่ออกเลยนะครับ”
ฟ้าตีแขนชายหนุ่มเบาๆ เมื่อได้ยินน้องชายเอ่ยอย่างนั้นพลางมองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายบอก เธอก็รู้ได้ทันทีว่าที่ตะวันพูดหมายถึงใครเป็ภรรยาของนักการเมืองท่านหนึ่ง เธอเองก็มีโอกาศเจออีกฝ่ายบ่อย ๆเวลาที่ออกงานกับแม่
“ โอ๊ย! ผมเจ็บนะครับ ” ตะวันแกล้งร้องดังออกมา แล้วไปหลบด้านหลังพี่ชาย
“ ไม่ต้องมาแกล้งร้องเลย พี่ตีเราเบา ๆ เอง ”
“ เธอมาแกล้งอะไรตะวันอีกล่ะยัยฟ้า ” อาทิตย์ลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ ก่อนจะหันมามองหน้าน้องสาวที่ยืนหน้ามุ้ยอยู่ข้างๆ
“ ฟ้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ ”
“ ก็พี่เห็นอยู่ว่าตะวันร้องซะดัง ไม่รู้ว่าจะเป็รอยแดงหรือเปล่า ทำไมต้องตีน้องแรงขนาดนี้ด้วย”
ความจริงจริงอาทิตย์รู้อยู่แล้วว่าน้องสาวของเขาไม่ได้ตีแรงหรอกเขายืนมองั้แ่แรกแล้ว แต่อยากจะแกล้งน้องสาวเล่นเท่านั้นเอง
“ พี่อาทิตย์ ตะวันเจ็บแขนจังเลยครับ ”
“ เว่อร์ พี่ไม่ได้ตีเราแรงซะหน่อย ”
“ โอ๋ ๆ นะ เดี๋ยวกลับบ้านพี่จะหายามาทาให้ “
“ พี่อาทิตย์อ่า ไม่ฟังฟ้าเลยฟังแต่ตะวัน ฟ้าบอกว่าฟ้าไม่ได้ตีแรงไง ” หญิงสาวหน้าง้ำงอที่ถูกทั้งสองคนแกล้งพลางเดินไปอ้อนพ่อกับแม่เพื่อหาแนวร่วม
“ พ่อคะ แม่คะ ”
“ ทำไมทำหน้ามุ้ยอย่างนั้น ใครแกล้งอะไรมาอีกล่ะ ”คุณไพโรจน์เอ่ยถามลูกสาวที่ทำหน้าจะร้องให้เหมือนกับไม่ได้รับความเป็ธรรม
“ พี่อาทิตย์กับตะวันแกล้งหนูค่ะ ” คุณไพโรจน์และคุณหญิงดุจดาวส่ายหัวให้กับลูกทั้งสามคนอะไรกันมางานไม่ทันไรก็ทะเลาะกันซะแล้ว เล่นกันเป็เด็กเล็กไปได้ ไม่อายคนที่อยู่ในงานบ้าง
แต่ถ้าถามพวกเขาจริงๆ ว่าอายไหมบอกเลยว่าไม่อาย ลูก ๆ ของเขาจะทำอะไรก็ได้ไม่จำเป็ต้องกลัวว่าใครจะมาว่าหรอก
“ พอ ๆ เลิกเล่นกันได้แล้ว ไปหาที่นั่งกันเถอะ งานเริ่มแล้ว ”
ทั้งสามคนพยักหน้ายิ้มให้แก่กันและแล้วทั้งห้าคนก็เคลื่อนย้ายไปนั่งที่โต๊ะด้านเวที ที่เลือกตรงนี้เพราะพวกเขาสามารถมองเห็นหน้าเวทีได้อย่างชัดเจน