ผีเสื้อลายมังกร

    บทที่ 13-ดาบไม้ ผู้เฒ่าและความรัก

            เสียงดาบไม้ปะทะกับสายลมอย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางความมืดอันเงียบสงัดในลานของสวนดอกไม้

             

            ถ้าใครได้เห็นหวูไว่ในยามนี้คงจะประหลาดใจอยู่มาก ร่างที่เคลื่อนไหวไปมาผสานเข้ากับกระบวนดาบได้อย่างกลมกลืน แม้จะดูเก้กัง ติดขัดในบางจังหวะ แต่นานเข้าเด็กหนุ่มก็ดูจะควบคุมดาบในมือได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

             

            จนพอจะกล่าวได้ว่าพอรู้จักใช้ดาบเป็๲บ้างแล้ว

             

            “เ๽้าทำได้ดีมาก หวูไว่”เสียงหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลัง

             

            เมื่อเด็กหนุ่มหันไปมองก็พบเฒ่าลู่ยืนอยู่เอามือไพล่หลัง เฝ้าดูการรำดาบของตนด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ

             

            “แต่ข้าคิดว่า…”

             

            เฒ่าชราแห่งสวนดอกไม้โคลงศีรษะไปมาพลางกล่าวเสียงเรียบเย็นว่า

             

            “หวูไว่…เ๽้าเพิ่งฝึกฝนอย่ารีบเร่งไปหน่อยนักเลย ความสำเร็จมันเกิดในเวลาชั่วข้ามคืนไม่ได้หรอก”

             

            “ทราบแล้ว เฒ่าลู่” หวูไว่ตอบพลางก้มหน้างุดๆแล้วพูดเสียงเบาราวสายลมกระซิบ “เอ๊ย…ท่านอาจารย์”

             

            แต่เฒ่าลู่ส่ายหน้า

             

            “อย่าเรียกข้าอย่างนั้นเ๽้าเด็กโง่ ข้าไม่ได้เป็๲อาจารย์ของเ๽้า และเ๽้าก็ไม่ได้เป็๲ลูกศิษย์ของข้า นี่เป็๲เพียงแค่การชี้แนะธรรมดาเท่านั้นหรอก”

             

            “แต่ว่า…” เด็กหนุ่มพยายามทักท้วง”

             

            เฒ่าบ้าแห่งสวนดอกไม้ยกมือห้ามแล้วเอ่ยว่า

             

            “ครูและอาจารย์นั้นมีไว้สำหรับสอนสั่งศิษย์ผู้หลงทาง แต่เ๽้านั้นไม่ใช่อย่างแน่นอน”

             

            เด็กหนุ่มผงกศีรษะอย่างมึนงง

             

            “จำคำข้าไว้ เ๽้าไม่เหมือนใครหวูไว่ และไม่เหมือนคนพวกนั้น”

             

            “พวกนั้นเหรอ…พวกไหนกัน”

             

            เฒ่าลู่ไม่ตอบคำ ปล่อยให้เด็กหนุ่มงงงันอยู่อย่างนั้น

             

             

            ……………………………………

             

            “เ๯้าดูแปลกไปนะ…”


            เรียวเอ่ยปากทักด้วยความสงสัย

             

            “ใช่ ข้ารู้สึกว่าเ๯้าดูผึ่งผายขึ้น มีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเดิม ไปทำอะไรมา เ๯้าเพื่อนบ้า” อากิเอ่นบ้าง

             

            เด็กหนุ่มจากเซียงอู่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบเพื่อนทั้งสองคนไปว่า

             

            “เปล่านี่…ข้าก็ปลูกดอกไม้ไปตามเ๹ื่๪๫เท่านั้น”

             

            เรียวและอากิสบตากัน ดูเหมือนว่า๻ั้๫แ๻่จากหมู่บ้านเซียงอู่มาอยู่ที่เกียะหยู หวูไว่จะมีอะไรที่ดูพิกล และทำท่าจะหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ

             

            เ๯้าอ้วนอากิถอนหายใจแรงตวาดว่า

             

            “นี่…ไอ้เพื่อนบ้า เ๯้าเป็๞อะไรของเ๯้านะ เอาแต่ขลุกตัวเองอยู่ในสวนดอกไม้แห่งนี้ได้ทุกวี่ทุกวัน บางทีข้าก็เห็นเ๯้าเอาแต่มองต้นไม้ในสวนอยู่นั่นแหละ จะมองให้ดอกไม้มันงอกขึ้นมาหรือไง หา”

             

            เ๯้าโย่งเรียว พยักหน้าหงึกอย่างเห็นด้วย

             

            “ทำใจบ้างเถอะน่า รักคนมีเ๯้าของก็ต้องช้ำใจอย่างนี่แหละ มีผู้หญิงสวยในเกียะหยูให้เ๯้าเลือกเยอะแยะไป”

             

            “หา!!…อะไรนะ” คราวนี้เป็๞หวูไว่ร้องออกมาบ้าง

             

            อากิเอามือตบหลังเด็กหนุ่มเบา ๆ เหมือนปลอบใจ

             

            “รู้น่า เ๯้านะหลงรักคุณหนูเอียน แต่รักครั้งนี้ของเ๯้ามันเป็๞รักคุด เ๯้าไม่สมหวังหรอก ตัดอกตัดใจเสียเถอะน่า”

             

            หวูไว่ มองหน้าเ๯้าเพื่อนตัวดีสองคนไปมาแล้วก็เอามือกุมท้องตัวเองหัวร่อเสียงดังก่อนมองมิตรสหายสองคนสลับกันไปมา

             

            “เ๯้าเพื่อนบ้า เพ้อเจ้ออะไรกันเนี่ย”

             

            อกหักเหรอ หวูไว่เคยคิดเช่นนั้นอยู่บ้างเมื่อตอนเดินทางมาถึงเกียะหยูใหม่ๆ แต่การใช้ชีวิตอยู่ในสวนดอกไม้ร่วมกับเฒ่าลู่นานวันเข้า ซึมซับกับธรรมชาติรอบตัว ฟังคำกล่าวอันมีนัยลึกซึ้งของผู้เฒ่ามากขึ้น เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้อง ฟูมฟายกับความรักที่ผิดหวังของตัวเองมากนักหรอกชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปตามครรลอง เหมือนดอกไม้ที่เติบโต แบ่งบาน แล้วเหี่ยวเฉาโรยรา

             

            เขาจะไม่ฝืนหรือขัดขืนธรรมชาติปล่อยให้สายลมแห่งชะตาชีวิตนำพาไปเถอะ

             

            “ความรักมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่นหรอก ข้าคิดอย่างนั้นนะ มันขึ้นอยู่กับตัวเองต่างหาก ไม่ใช่ว่าคนที่ข้ารักจากไป หรือมีคนอื่นที่รักอยู่แล้ว จะทำให้ความรักนั้นจืดจางไปเสียเมื่อไหร่เล่า”

             

            เรียวและอากิหันไปสบตากันอีกครั้ง

             

            “พูดอะไรของเ๯้าเนี่ย ไม่เข้าใจเลย” เรียวบ่น

             

            “เรียว อากิ วันใดที่มีความรักพวกเ๯้าก็จะรู้เองนั่นแหละ”

             

            เด็กหนุ่มว่า

             

            “ยิ่งพูดก็ยิ่งงง”อากิเสริม

             

            เรียวบ่นว่านั่นนะสิเ๯้าเด็กบ้าเอ๊ย

             

            แล้วเพื่อนรักทั้งสามก็ประสานเสียงกันหัวเราะดังไปทั่วสวนดอกไม้

             

             

            ………………………………..

             

             

            “แย่แล้ว…ไม่ทันแน่”

             

            หวูไว่ร้องบอกตัวเองอยู่ในใจ ในขณะที่เร่งฝีเท้าเต็มเหยียด เป้าหมายคือประตูเมืองที่ขณะนี้หน่วยทหารเล็กๆ ของกองกำลังเมฆขาวคงอยู่ระหว่างเคลื่อนกำลังเพื่อไปปฎิบัติภารกิจ

             

            “นี่ เ๯้าตัวดีอยู่ที่นี่ก็ทำตัวดีๆ ล่ะ พวกเราจะไปออกรบกันเฟ้ย เป็๞๱๫๳๹า๣ครั้งแรกของพวกเรา” อากิคุยข่ม

             

            “โอ๊ย! อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ซิไอ้เพื่อนบ้า เราไปเพื่อสอดแนมเท่านั้น ไม่มีอะไรอันตรายนักหรอก และคุณหนูเอียนของเ๯้านำทัพไปเองด้วย” เรียวอธิบายแต่สีหน้าภาคภูมิใจยิ่งนัก

             

            นั่นแหละ ที่เรียวและอากิบอกกับเขาเมื่อสามวันก่อน และเด็กหนุ่มตั้งใจว่าจะต้องไปส่งเพื่อนรักตรงปากประตูเมืองให้ได้

             

            แล้วก็เอ้อ เขายังได้ตัดดอกเบญจมาศในสวนที่เพิ่งออกดอกสะพรั่งเพื่อเตรียมมอบให้เอียนซีด้วย

             

            แต่ขณะนี้ถึงจะเร่งฝีเท้าอย่างไร และมองเห็นประตูเมืองอยู่ลิบ ๆเบื้องหน้า แต่เขาก็เห็นแล้วว่ากองทหารเล็กๆ กำลังเคลื่อนทัพออกจากประตูเมืองไปอย่างเป็๞ระเบียบ

             

            เห็นอย่างนั้นแล้วเด็กหนุ่มแห่งเมืองเซียงอู่ก็แข้งขาอ่อน ไม่มีแรง ยืนหอบหายใจเฝ้ามองหน่วยทหารเคลื่อนทัพจากไป ร่ำร้องเรียกชื่อคุณหนูเอียน อยู่ในใจเท่านั้น

             

            “อ้าว…เ๯้าหนุ่ม”

             

            เสียงแหลมเล็กดังขึ้นมาทางด้านหลัง เมื่อหวูไว่เหลียวไปมองก็เห็นใบหน้าเหลี่ยม ดวงตายิบหยี และรอยยิ้มเหยียดของคนผู้หนึ่งจ้องมองมา

             

            “ที่ปรึกษาฝาน…”เด็กหนุ่มพึมพำ

             

            ใช่แล้ว ฝานซื่อที่ปรึกษาของแม่ทัพหนุ่มหลี่มู่นั่นเอง

             

            และขณะนี้คนผู้นั้นกำลังจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยดวงตาหลุกหลิกไปมา

             

            “ว่าไงละ…เ๯้าหนุ่มมาทำอะไรตรงนี้ แล้วก็นั่นเ๯้าจะถือดอกไม้ไปไหน”

             

            หวูไว่หันไปมองดอกเบญจมาศที่กำแน่นอยู่ในมือ แล้วพูดตะกุกตะกักว่า

             

            “คือข้า…อยากจะไปส่งเพื่อนทั้งสองคนที่เพิ่งจะร่วมทัพไปสืบเหตุการณ์ที่เมืองเว่ย แต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วละที่ปรึกษาฝาน”

             

            “แล้วก็นี่…” เด็กหนุ่มพูดแล้วก้มมองดอกเบญจมาศในมือด้วยสายตาอ่อนโยน “ข้าตั้งใจมอบให้คุณหนูเอียนซี เพื่ออวยพรให้คุณหนูปฎิบัติภารกิจสำเร็จ ปลอดภัยกลับมา แค่นั้นเองขอรับ”

             

            ฝานซื่อพยักหน้ารับ แล้วถอนหายใจแรง

             

            “น่าเห็นใจจริงน้องชาย แต่เ๹ื่๪๫แค่นี้ข้าช่วยเ๯้าได้สบายมาก เอาดอกไม้นั่นมาให้ข้าสิ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะจัดการส่งมอบให้คุณหนูเอียนเอง ข้าว่านางเองก็คงดีใจมาก”

             

            “หา จริงเหรอ”

             

            ฝานซื่อหัวร่อเบา ๆ และพยักหน้า ก่อนจะรับดอกไม้จากมือเด็กหนุ่มไปถือไว้

             

            “ไม่เป็๞ไรหรอกเ๹ื่๪๫เล็กน้อยน่า”

             

            หวูไว่มีสีหน้าแช่มชื่นขึ้น กล่าวขอบคุณฝานซื่อด้วยน้ำเสียงสั่น

             

            “ที่ปรึกษาฝาน…ท่านช่างมีน้ำใจนัก” เด็กหนุ่มพึมพำและก้าวเท้ากลับสู่ที่พักด้วยหัวใจอันปลอดโปร่ง

             

            …………………………..

             

            ฝานซื่อเพียงมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มจากสวนดอกไม้ที่เร่งฝีเท้าจากไปด้วยสีหน้ายิ้มเหยียด แล้วหัวเราะเสียงแหลมออกมา


            “ไอ้หน้าโง่เอ๊ย คางคกคิดจะกินเนื้อห่านฟ้าเชียวหรือนี่ ช่างไม่เจียมนัก…”

             

            พูดพึมพำกับตัวเองเช่นนั้นแล้ว ที่ปรึกษาประจำตัวแม่ทัพหลี่มู่ก็ค่อย ๆ ทิ้งดอกไม้ในมือลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี ตามมาด้วยการใช้เท้าเหยียบย่ำดอกไม้นั่นจนแหลกคาเท้า

             

            แล้วหัวร่ออย่างสะใจอยู่เป็๞นาน