ห้องประธานกรรมการเออเบรย์เทคโนโลยีกรุ๊ปฯ
บนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ของบาร์เซทท์เต็มไปด้วยข้อมูลของไนเจล ดิลซ์ ที่เ้าตัวสืบค้นจากฐานระบบบุคคลบริษัทและใช้วิธีพิเศษเล็กน้อยดึงมาจาก 'ระบบฐานข้อมูลสถาบันดวงดาวและพลเรือนฯ' อย่างละเอียด หลังอ่านข้อมูลทั้งหมดชายหนุ่มเหลือบมองร่างเพรียวบางที่ยังคงไม่ได้สติอยู่บนโซฟา ั์ตาคมกล้ามีแววรู้สึกผิดเล็กน้อยก่อนจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวงสงสัย
เขาสามารถเชื่อคำพูดของคนคนนี้ได้หรือไม่
บาร์เซทท์เอนร่างพิงพนักเก้าอี้ด้วยความอ่อนล้าก่อนต่อสายหาลูกพี่ลูกน้องอย่างออสติน เซน รอไม่นานปลายสายก็ตอบรับ
' ่นี้พวกนายสองพี่น้องคิดถึงฉันบ่อยจริงแฮะ ว่าไงพวกมีอะไรให้รับใช้ครับ '
ภาพชายหนุ่มสวมแว่นตากรอบทองกอดอกท่าทางยียวนปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมเบื้องหน้า แต่บาร์เซทท์ไม่ได้ตอบกลับไปทันที ออสตินเลิกคิ้วมองลูกพี่ลูกน้องเ้าเสน่ห์ที่นั่งหลับตานิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว ััถึงอารมณ์ที่ไม่ปกติของอีกฝ่ายได้เลาๆ จึงเปลี่ยนท่าทีเป็จริงจังขึ้น
' มีอะไรหรือเปล่าว่ะ '
เวลาผ่านไปสักพักบาร์เซทท์ถึงลืมตามองออสตินที่อยู่ปลายสายพลางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนเล่าเื่ที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ให้ออสตินฟัง
" ฉันน่าจะเชื่อนายั้แ่แรก "
บาร์เซทท์หวนนึกถึงภาพเด็กหญิงเนื้อตัวมอมแมมที่ยืนมองเหล่าเอเลี่ยนฉีกทึ้งซากร่างของคนในครอบครัวด้วยแววตาว่างเปล่าคนนั้นได้ดี
ตอนนั้นเขาคิดว่าแววตาที่ว่างเปล่าเหมือนหุ่นกระบอกไร้ิญญานั้นของเธอช่างคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่เขาคิดเพียงว่ามันอาจเป็เพราะเธอเจอเหตุการณ์เลวร้ายเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับไว้เลยเกิดอาการช็อก แต่พอมาลองทบทวนดูตอนนี้ชายหนุ่มคิดว่าตนเองอาจจะมองผิดไป
เพราะแววตาแบบนั้นนอกจากความหวาดผวาและอ้างว้างมืดมนแล้วมันยังแฝงไปด้วยความปลอดโปร่งโล่งสบายจากภายในและความสาสมใจรางๆ ด้วย
เด็กคนหนึ่งที่สามารถมีแววตาแบบนั้นได้นอกจากจะเจอเื่เกินรับไหวแล้วอาจเป็คนที่มีจิตใจสลับซับซ้อนจนเกินจะคาดเดา หากคนคนนั้นเป็แบบแรกก็พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเป็แบบหลังแล้วล่ะก็ หากไม่อยากโดนแว้งกัดเข้าก็ไม่ควรวางเอาไว้ข้างกายั้แ่ต้น
ความไม่รอบคอบนี้จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเขาเอง
ออสตินถอนหายใจไม่รู้จะพูดอะไรดี
อมีตี้คนนี้เขาและครอบครัวเออเบรย์เห็นเธอมาั้แ่ยังเป็เด็กหญิงอายุไม่ถึง 25 ปี ถ้าจะเรียกว่าเขารู้จักเธอพอสมควรก็ไม่ถือว่าพูดเกินจริงนัก
ตอนนั้นเ้าบาร์เซทท์เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการทหารกลาง ส่วนตัวเขาเองก็เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์กลางเช่นกันจึงถือโอกาสออกท่องเที่ยวไปยังดวงดาวต่างๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดหลังจากเรียนจบ
จำได้ว่าปีนั้นเกิดเหตุเอเลี่ยนบุกโจมตีดาวเคราะห์ห่างไกลดวงหนึ่ง บาร์เนทท์ที่ยังเป็ผู้การอยู่ในตอนนั้นเป็หัวหน้าชุดในการปราบปราม เขาและเ้าบาร์เซทท์ที่เที่ยวอยู่ดาวเคราะห์ใกล้ๆ จึงรีบไปสมทบ และในที่แห่งนั้นเ้าบาร์เซทท์ได้ช่วยชีวิตเด็กหญิงคนหนึ่งไว้แต่ไม่ได้บอกว่าไปช่วยมาจากที่ไหน หรือเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
ตอนแรกพวกเขาพาเธอส่งต่อให้ทางสหพันธรัฐดูแล แต่เด็กหญิงคนนั้นทั้งเก็บตัว ต่อต้านสังคม ไม่ยอมรับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางสถาบันฟื้นฟูและเยียวยาฯเลย เ้าหน้าที่จึงต้องติดต่อมาที่พวกเขาอีกครั้ง พอเด็กหญิงคนนั้นเห็นเ้าบาร์เซทท์เธอก็ตามติดไม่ยอมไปไหน
เ้าบาร์เซทท์เห็นว่าไหนๆ ก็ช่วยเธอมาแล้วจึงรับเป็คนอุปการะเด็กหญิงเรื่อยมานับจากนั้นโดยใช้ชื่อตระกูลเออเบรย์ในการบริจาคทุนทรัพย์มากมายเพื่ออุดหนุนสถานสงเคราะห์ที่เด็กหญิงอาศัยอยู่ ทำให้ความเป็อยู่ของเด็กหญิงไร้ความกังวลใดๆ ทั้งยังได้รับความเอาใจใส่จากเ้าหน้าที่เป็พิเศษอีกด้วย
วันเวลาผ่านไปเขาสังเกตเห็นความยึดติดที่เด็กหญิงคนนั้นมีต่อเ้าบาร์เซทท์ได้อย่างชัดเจน แต่สองพี่น้องนั่นต่างไม่ใส่ใจเื่ที่เขาบอก แถมยังหาว่าเขาเพ้อเจ้อเกินไป จนกระทั่งเด็กหญิงกลายเป็หญิงสาว จากหญิงสาวกลายเป็พนักงานบริษัทที่ขยันขันแข็ง จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็เลขาส่วนตัวที่เ้าบาร์เซทท์ไว้วางใจ
ออสตินเคยคิดเล่นๆ ว่าหญิงสาวคนนี้อาจชนะใจเพย์บอยอย่างเ้าบาร์เซทท์ได้เข้าสักวัน แต่เขาก็รู้ดีอีกเช่นกันว่ามันไม่มีทางเป็ไปได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาเลยสงสารหญิงสาวมาตลอด แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าทรยศเ้าบาร์เซทท์ได้
' จากอาการที่นายว่ามาตรงกับตัวยาชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ยาเคลิ้มฝัน ตัวยาเป็ผงไร้สี ไร้กลิ่น ใช้ชงหรือสูดดมเข้าไป มันมีฤทธิ์กล่อมประสาท ถ้ากินในปริมาณมากติดต่อกันเป็เวลานานจะทำให้ขาดสติ ผลที่ร้ายแรงที่สุดคือกลายเป็คนวิกลจริต แต่ยาตัวนี้เป็ยาต้องห้าม ทางสถาบันการแพทย์ฯไม่อนุมัติให้ผลิตมานานหลายร้อยปีแล้วนะ เธอไปเอามันมาจากไหน '
" คนที่อยู่เื้ัเื่นี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป "
' นายคิดว่าเป็พวกไหน '
" อาจเป็คู่แข่งทางธุรกิจ หรือไม่ก็ศัตรูของตระกูลเออเบรย์ "
' เป้าหมายกว้างจริงๆ '
ไม่ต้องพูดถึงสองกลุ่มที่ว่ามาเลย ใครในกาแล็กซีนี้ไม่รู้บ้างว่าตระกูลอันดับต้นๆ ที่พวกเอเลี่ยนหรือแม้แต่ผู้ก่อการร้ายหวังโค้นล้มมากที่สุดนอกจากตระกูลมรุคของจอมพลอรัลดิชผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองกำลังตำรวจอวกาศแล้วก็เป็ตระกูลเออเบรย์นี่แหละ
เพราะอะไรน่ะหรือ
ก็เพราะถ้าไม่มีตระกูลเออเบรย์
" ในเมื่อเธอกล้าลงมือก็แสดงว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับฉันตรงๆ ฉันเดาว่าภายในวันสองวันนี้เธอจะเข้าร่วมกับคนพวกนั้นแบบโจ่งแจ้งเลยล่ะ "
' งั้นก็ง่ายแล้ว '
" ฉันไม่คิดอย่างนั้น "
เพราะคนที่กล้าเล่นสกปรกโจ่งแจ้งกับตนแบบนี้ไม่น่าจะใช่คนที่สามารถกำจัดได้โดยง่าย
' จะบอกพี่ชายนายหรือเปล่า '
" เดี๋ยวฉันบอกพี่เอง "
' เออจริงสิ พี่ชายนายฝากบอกว่าให้เตรียมตัวให้พร้อมทุกเมื่อ '
" อืมฉันรู้แล้ว "
' แล้วแกจะเอายังไงกับเด็กคนนี้ ' ออสตินพยักพเยิดไปทางไนเจลตรงโซฟาตัวใหญ่
บาร์เซทท์นิ่งไปสักพักอย่างใช้ความคิดก่อนถอนหายใจออกมา
" จับตาดูสักพักแล้วกัน ถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องจริงๆ ค่อยปล่อยไป "
' ทางอมีตี้นั่นล่ะนายจะปล่อยไปเฉยๆ แบบนี้น่ะหรอ ดูไม่ใช่นิสัยของนายเลยนะ '
" นายเคยเห็นฉันปล่อยให้ใครเล่นง่ายโดยไม่เอาคืนบ้างล่ะ "
' โอ้ว... ้าให้ช่วยอะไรไหมคุณชายรอง '
" หาวิธีรับมือไอ้ยานรกนั่นให้ฉัน " บาร์เซทท์หมุนแหวนที่นิ้วชี้ก่อนยกยิ้มเย็น " แล้วก็เอายานั่นมาให้ฉันด้วย "
' ไม่มีปัญหา '
ออสตินยักคิ้วตอบแล้วไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติมอีกเพียงแค่กำชับข้อความที่บาร์เนทท์ฝากมาอีกสองสามคำแล้ววางสายไป
เช้าวันต่อมา
ไนเจลสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย หลังจากขยี้ตาปรับการมองเห็นชายหนุ่มก็นั่งมึนงงอยู่ที่เดิมไม่ขยับ
ทำไมเขารู้สึกเหมือนลืมอะไรไปเลยนะ??
" ตื่นแล้วเหรอ "
ไนเจลสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นชายร่างใหญ่เดินเข้ามาทางประตูด้านหน้า ในมือนั้นถือถาดใส่เครื่องดื่มมาด้วยสองแก้ว
หลังจากเพ่งมองสักพักไนเจลถึงจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อวาน เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ไนเจลจึงขยับตัวเตรียมวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างที่คิด คนตรงหน้าก็เข้ามารวบตัวไนเจลเอาไว้เสียก่อนราวกับรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร
" จะไปหนีไปไหน "
" ปล่อยนะ ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจ "
ไนเจลพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนหนาๆ ที่รวบร่างของตัวเองไว้ อารมณ์โกรธ หวาดกลัว ตื่นตระหนก ผสมปนเปกันไปหมดจนะโออกมาเสียงดัง เสียดายที่ห้องนี้เป็ห้องเก็บเสียงอย่างดี ไม่ว่าชายหนุ่มจะะโดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน
" โอเค ผมปล่อยคุณก็ได้แต่ถ้าคุณคิดจะหนีอีกอย่าหาว่าผมโหดร้ายก็แล้วกัน "
เมื่อเห็นว่าคนในอ้อมแขนพยักหน้ายอมรับ บาร์เซทท์จึงคลายอ้อมกอดออก แต่พอเ้าตัวหลุดจากพันธนาการได้ก็หันหลังกลับไปชกใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรงด้วยความโกรธ
" นี่สำหรับที่คุณทำกับผมเมื่อวาน " ว่าจบก็เตรียมวิ่งหนีอีกครั้ง แต่บาร์เซทท์เร็วกว่าจึงคว้าตัวไนเจลไว้ได้
" ผมบอกคุณแล้วไงว่าอย่าหนี "
บาร์เซทท์พลิกตัวไนเจลให้หันมาเผชิญหน้ากัน ั์ตาคมเข้มมีแววกรุ่นโกรธจางๆ แต่ไนเจลไม่สะทกสะท้านทั้งยังกระทืบเท้าบาร์เซทท์ไปเต็มแรงจนเ้าตัวเผลอผ่อนแรงที่ล็อกตัวเขาไว้แล้วคิดจะฉวยโอกาสตอนนี้ถีบหน้าท้องของบาร์เซทท์ด้วย แต่บาร์เซทท์คว้าข้อเท้าไว้ได้ก่อนทำให้ไนเจลเสียหลักหงายหลังโดยมีร่างหนาหนักของบาร์เซทท์ทาบทับลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
" ลุกออกไปนะ หนักจะตายอยู่แล้ว "
ไนเจลยันหน้าอกของบาร์เซทท์ไว้อย่างนึกรังเกียจ แต่บาร์เซทท์เพียงแค่ขยับเว้นช่องว่างเล็กน้อยทั้งยังใช้วงแขนและ่ขาล็อกร่างไนเจลไว้อย่างแ่า
" จะคุยกันดีๆ ได้หรือยัง "
" คุณก็ลุกขึ้นไปสิ "
" คุยกันแบบนี้แหละ ไม่งั้นคุณก็วิ่งหนีอีก "
" ผมไม่หนีแล้ว "
" ผมไม่ไว้ใจคุณ "
" ไอ้บ้า!! "
" ใช่!! ผมบ้าพอตัวเลยล่ะ จะลองดูหน่อยไหม "
บาร์เซทท์หยักยิ้มทำท่าจะก้มล้มไปหาไนเจลจนเ้าตัวเปลี่ยนมือที่ยันหน้าอกอยู่มายันใบหน้าหล่อเหล่าไว้แทน
" จะคุยก็รีบคุย "
" พูดง่ายๆ แต่แรกก็สิ้นเื่ "
ไนเจลจ้องบาร์เซทท์เขม็ง ใจอยากจะซัดคนตรงหน้าหนักๆ หลายๆ ทีแต่จนใจที่ทำไม่ได้ จึงได้แต่อดกลั้นเอาไว้อย่างยากลำบาก
" ผมจะถามคุณอีกครั้ง ใครส่งคุณมา "
" นี่ยังไม่จบอีกเหรอ ก็บอกแล้วไงว่าไม่มีๆ หูหนวกหรือสมองเสื่อมฮะ!! ไอ้บ้าเอ๊ย ไอ้คนเฮงซวย!! " ไนเจลสบถออกมาอย่างเหลืออด
" คุณรู้ไหมว่าผมเป็ใคร "
" ไอ้บ้าตัณหากลับ "
" ไนเจล ดิสซ์!! " บาร์เซทท์เค้นเสียงรอดไร้ฟันพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้หักคอเล็กๆ ตรงหน้าอย่างสุดกำลัง
" อะไร!! " ไนเจละโกลับอย่างลืมกลัว ตอนนี้นอกจากความโกรธแล้วก็ไม่หลงเหลืออะไรอีก
" คุณต้องอยู่ที่นี่ "
" ไม่!! นายเป็ใครจะมากักขังหน่วงเหนี่ยวคนอื่นแบบนี้ไม่ได้ ฉันจะแจ้งความ "
" เอาเลย ระหว่างผมกับคุณ คุณว่าตำรวจจะเชื่อใคร "
" ไอ้คนชั่ว "
" แล้วแต่คุณจะคิด จนกว่าผมจะจับตัวการได้ คุณต้องอยู่ในสายตาผมตลอดเวลา ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรจริงๆ คุณจะกลัวไปทำไม "
" ผมไม่ได้กลัว แต่ผมไม่อยู่ที่นี่ คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับผม "
" สิทธิ์ของเ้าของบริษัท "
ฮะ!! ล้อกันเล่นหรือเปล่า เ้าของบริษัทที่เป็ไอดอลของเขามาตลอดจะกลายเป็คนบ้าเลวทรามตรงหน้าไปได้ยังไง เขาไม่เชื่อ!!
" นายโกหก คุณบาร์เซทท์ไม่มีทางเป็คนบ้าชั่วช้าแบบนายแน่ๆ "
" คุณรู้จักบาร์เซทท์แต่ไม่รู้จักผมเนี่ยนะ ตลกหรือเปล่า "
บาร์เซทท์เลิกคิ้วอย่างนึกขบขัน อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่พลันเบาบางลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดของคนใต้ร่าง
ชายหนุ่มบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงพูดออกไปแบบนั้น อาจเป็เพราะเด็กคนนี้มาจาก Star9999 เหมือนเด็กน้อยของเขา เขาถึงอ่อนไหวเป็พิเศษ??
แต่ไหนๆ ก็เผลอพูดออกไปแล้ว ปล่อยเลยตามเลยไปก็ไม่เสียหาย อีกอย่างมันก็สะดวกในการจับตามองไปอีกแบบด้วย
" คุณคือบาร์เซทท์ เออเบรย์จริงๆ เหรอ?? "
ไนเจลไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ต้องยอมรับว่าเขาไม่เคยเห็นตัวจริงของบาร์เซทท์มาก่อนเพียงแค่ได้ยินคนเขาเล่าต่อกันมาว่าตัวจริงของบาร์เซทท์ เออเบรย์นั้นทั้งหล่อเหลา ฉลาดหลักแหลม เป็คนดีมีเมตตาคนหนึ่ง
แต่ความจริงกลับโหดร้ายนัก ไอดอลในดวงใจกลับกลายเป็คนละคนอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกันเลยสักนิด!!
คิดแล้วไนเจลก็อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ แต่กับไม่มีน้ำตาให้ไหลเสียนี่
" แล้วคุณคิดว่าผมเป็ใครล่ะ "
ไนเจลทิ้งมือลงอย่างหมดแรง รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงความฝันที่มีมานานแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ
" ผมอยากร้องไห้จริงๆ "
" อะไรนะ " บาร์เซทท์ขมวดคิ้วอย่างมึนงงไปชั่วขณะ
" ไม่มีอะไร "
" ต่อไปนี้คุณเป็ผู้ช่วยของผม "
" อืม "
" ต้องอยู่กับผมตลอดเวลา ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนคุณต้องไปกับผม "
" อืม "
" ย้ายข้าวของของคุณมาไว้ที่บ้านพักของผมด้วย "
" อืม "
" นอนกับผม "
" อืม ฮะ!! เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมต้องนอนกับนายด้วย "
" เห็นคุณตอบอืมๆๆ เลยเช็กดูว่ามีสติอยู่หรือเปล่า " บาร์เซทท์เลิกคิ้วนิดๆ อย่างขบขัน
" คุณมันไอ้โรคจิต ผมจะลาออก "
" เสียใจด้วย ถ้าผมไม่อนุมัติคุณก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น "
" ไอ้บ้าเอ๊ย "
" ผมบ้าได้ก็ว่านี้อีกนะ คุณจะลองดูไหม "
" ไอ้โรคจิต "
" แล้วก็ขอโทษด้วย "
" ..... "
หูฝาดหรือเปล่า?? เมื่อกี้เขาได้ยินอะไรนะ
" คุณว่าอะไรนะ "
" ผมบอกว่าขอโทษ เมื่อวานผมขาดสติไปหน่อย "
" ..... "
" แต่ผมยังไม่ไว้ใจคุณหรอกนะ "
โอเค
เขาสรุปได้แล้วว่าอดีตไอดอลในดวงใจของเขาเป็พวกอารมณ์แปรปรวน...
ลาก่อนไอดอลของฉัน
พูดแล้วอยากจะร้องไห้!!
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)