สายตาของทุกคนในที่นั้นต่างหันไปมองทางเข้าห้องทดสอบเป็จุดเดียว พวกเขาเห็นซูหยางกำลังกึ่งวิ่งกึ่งพุ่งตรงมายังใจกลางสนาม แต่กลับถูกเ้าหน้าที่ลาดตระเวนร่างผอมสูงขวางทางไว้เสียก่อน
"คุณเป็ใคร?"
"ผมเป็ครูของเขาครับ!" ซูหยางรีบตอบ "ผมช่วยได้!"
เ้าหน้าที่ร่างผอมสูงชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "ระดับมหาโธรนยุทธ์เหรอ?"
"เอ่อ... เปล่าครับ จิติญญายุทธ์ขั้นแปด"
"..."
เ้าหน้าที่ร่างผอมสูงกลอกตาใส่พลางเอ่ยดุเสียงเบา "อย่ามาล้อเล่นน่า รีบออกไปซะ! ไอ้เครื่องจักรพัง ๆ นี่มันมีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่ามหาโธรนยุทธ์เลยนะ หมัดเดียวของมันซัดสมองคุณไหลได้เลย!"
ในจังหวะนั้นเอง หลี่อีิที่กำลังถูกเ้าหน้าที่ร่างั์กำยำไล่กวดอยู่กลางสนามก็ะโลั่นอย่างร้อนรน "เหล่าซู! ช่วยผมด้วย! ช่วยผมเร็ว!"
"ครูผมมีทักษะนิ่งดั่งภูผา มีพลังแปรเปลี่ยน! ครูรับมือมันได้!"
เสียงะโของหลี่อีิทำเอาเ้าหน้าที่ลาดตระเวนทั้งสามคนถึงกับเหวอ
นิ่งงันดั่งขุนเขา!?
พลังแปรเปลี่ยน!?
ล้อกันเล่นหรือไง!?
นั่นมันสิ่งที่ระดับ ราชันยุทธ์ถึงจะฝึกฝนได้ไม่ใช่เหรอ?
ฟึ่บ! เ้าหน้าที่หญิงพุ่งตัวมาหยุดตรงหน้าซูหยางเช่นกัน ใบหน้าสะสวยนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย "พลังแปรเปลี่ยนงั้นเหรอ!?"
"กะ... ก็ประมาณนั้นครับ" ซูหยางจำต้องเออออไปตามน้ำ
เพราะเื่นี้เขาก็ไม่รู้จะอธิบายให้เคลียร์ได้ยังไงเหมือนกัน
"ระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปด แต่เข้าถึงพลังแปรเปลี่ยน..." เ้าหน้าที่ร่างผอมสูงปรายตามองซูหยางด้วยสีหน้าประหลาด "คุณเชื่อเหรอ?"
เ้าหน้าที่หญิงลังเลครู่หนึ่ง "โลกนี้กว้างใหญ่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ฉันเชื่อ! แต่เพื่อความปลอดภัยของคุณ ฉันขอทดสอบพลังแปรเปลี่ยนของคุณหน่อย!"
"ขอแนะนำตัวก่อน ฉันชื่อฉินเหยา ยอดฝีมือระดับมหาโธรนยุทธ์ขั้นหก"
"..."
รูม่านตาของซูหยางหดเกร็งทันที
เชี่ย!
มหาโธรนยุทธ์ขั้นหก!
ฝ่ามือเดียวของเธอก็ส่งครูไปคุยกับรากมะม่วงได้เลยนะนั่น!
ในขณะที่ฉินเหยาเริ่มรวบรวมลมปราณเตรียมจะทดสอบพลังของซูหยาง ซูหยางก็ใส่เกียร์หมาพุ่งออกไปทันที
"ไม่ต้องทดสอบหรอกครับ ดูด้วยตาตัวเองเลยดีกว่า!"
ฉินเหยาที่เพิ่งจะเงื้อมือชะงักค้าง เธอสบตากับเ้าหน้าที่ร่างผอมสูงข้าง ๆ
"ที่เขากล้าพุ่งไปแบบนั้น แสดงว่าคงมั่นใจพอตัว"
"อืม"
ทั้งคู่ไม่ได้ตามไป แต่จับตาดูซูหยางที่พุ่งไปถึงใจกลางสนาม เขาะโบอกเ้าหน้าที่ร่างั์ทันที "ล่อมันมาทางผมนี่!"
"น้องชาย เธอใช้พลังแปรเปลี่ยนได้จริงเหรอ!?"
"ใช้ได้ครับ ล่อมันมาเลย!"
"จัดไป!"
ชายร่างั์หักหลบวูบ ร่างกลายเป็เงาพร่าเลือนราวะุที่หลุดจากลำกล้อง พุ่งผ่านตัวซูหยางไปอย่างรวดเร็ว
"ถอยไป!"
ซูหยางคำรามเบา ๆ พร้อมก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว!
เขารู้สึกถึงเงาดำที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า วินาทีต่อมา หมัดที่หุ้มด้วยโลหะของชุดเกราะะเิคลื่นอากาศออกมา ซัดเข้าที่ไหล่ของซูหยางอย่างจัง!
ไม่มีเสียงะเิกึกก้อง ไม่มีแม้แต่เสียงกระแทกหนัก ๆ ซูหยางยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างไร้รอยขีดข่วน เขารีบยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ส่วนแขนของเกราะกลที่สวมทับมือหลี่อีิไว้แน่น
"เหล่าซู! ในที่สุดครูก็มาช่วยผมแล้ว!"
เมื่อััได้ว่าเกราะกลไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหน ความรู้สึกโล่งใจทำให้หลี่อีิตื้นตันจนน้ำตาแทบไหล
"ครูครับ ผมรักครูที่สุดเลย!"
เมื่อเห็นเกราะกลถูกซูหยางสยบไว้ด้วยมือเปล่าจนขยับไม่ได้ เ้าหน้าที่ร่างั์ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ เขาเกาหัวแกรก ๆ ก่อนจะพึมพำออกมาคำเดียวว่า "สุดยอด..."
ฉินเหยาและเ้าหน้าที่ร่างผอมสูงรีบตามมาสมทบ เมื่อเห็นกับตาว่าเกราะกลถูกซูหยางหยุดไว้ได้จริง ๆ ทั้งคู่ก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคนจริง ๆ!
ใครจะเชื่อว่าชายหนุ่มระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปด จะเข้าถึงแก่นแท้ของพลังแปรเปลี่ยนที่มีเพียงระดับราชันยุทธ์เท่านั้นที่เข้าใจ!
มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"น้องชาย เก่งเป็บ้าเลยว่ะ!"
"ธรรมดาครับ พลังแปรเปลี่ยนของครูผมเนี่ย ขนาดรสเปรี้ยวจี๊ดของชามะนาวเสาวรสเข้มข้นยังสลายทิ้งได้เลย!" หลี่อีิได้ทีรีบอวด
"หือ?"
ครูว่าแล้วเชียวว่าเ้าเด็กนี่ต้องแอบใส่อะไรลงไปในน้ำมะนาวนั่นแน่ ๆ!
รอกลับไปโรงเรียนก่อนเถอะ จะจัดหนักให้เข็ด!
"พวกคุณทั้งสามคน มีวิธีถอดเกราะนี่ออกไหมครับ?" ซูหยางถามพร้อมกับพยายามยึดแขนของหลี่อีิที่ยังสั่นไหวอยู่ สื่อว่าเกราะกลกำลังพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการควบคุม แต่พอเขาหันไปถาม เ้าหน้าที่ร่างั์ก็ะโลั่น "ระวังข้างล่าง!"
หือ?
ซูหยางก้มลงมองตามสัญชาตญาณ และเห็นเท้าของหลี่อีิ (ที่ถูกเกราะกลควบคุม) เตะเสยเข้าที่หว่างขาของเขาอย่างจัง!
ภาพนี้ทำเอาผู้ชายทุกคนในที่นั้นถึงกับรู้สึกเสียววาบไปถึงสันหลัง
"เหล่า... เหล่าซู! ผมไม่ได้ทำนะครับ! ไอ้เกราะบ้านี่มันเตะเอง!"
"..."
"น้องชาย... เธอเป็อะไรไหม?"
ซูหยางนิ่งเงียบไม่ตอบคำ แผ่นหลังเย็นวาบด้วยความสยดสยอง
ให้ตายเถอะ...
โชคดีที่มีทักษะ คุรุไร้พ่าย!
ไม่อย่างนั้นลูกศิษย์คนนี้คงทำครูสูญพันธุ์ไปแล้ว!
เดี๋ยวนะ ไอ้เกราะกลนี่มันไม่ได้รวบรวมข้อมูลมาจากยอดฝีมือวรยุทธ์หรอกเหรอ?
ยอดฝีมือที่ไหนเขาสอนให้เตะผ่าหมากกันล่ะเนี่ย!?
สงสัยเกราะกลมันจะดิ้นไม่หลุดจนเริ่มหัวร้อน เลยหันมาใช้ไม้ตายสกปรกเสียเลย
"ถอดไม่ได้!" ฉินเหยารีบบอก "เกราะรุ่นนี้มันเป็โครงสร้างชิ้นเดียวต่อเนื่องกัน ไม่มีจุดให้แยกชิ้นส่วนได้ ถ้าจะถอดต้องทำลายทิ้งสถานเดียว!"
ซูหยางมองดูเกราะที่คลุมร่างหลี่อีิไปกว่าครึ่ง ถ้าขืนใช้กำลังทำลายทิ้ง มีหวังหลี่อีิคงได้พิการไปทั้งชีวิตแน่
หลี่อีิหน้าซีดเผือด "งั้นผมก็ตายสถานเดียวเลยสิครับ!?"
"ยังมีอีกวิธีคือรอให้ทางหยุนฉิงแก้ไวรัสแล้วรีเซ็ตระบบใหม่ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน"
พอรู้ว่ายังมีทางแก้ ซูหยางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก "งั้นก็รอรีเซ็ตระบบเถอะ!"
"แต่ก่อนอื่น..."
ซูหยางตวัดขาเตะกวาด ล้มหลี่อีิลงกับพื้นในพริบตา
เกราะกลเสริมพลังดูไร้ค่าไปเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ฉินเหยาและพรรคพวกเห็นแล้วก็ได้แต่ทึ่งในใจ!
ยอดฝีมือพลังแปรเปลี่ยน ช่างน่าเกรงขามสมคำร่ำลือ!
หลี่อีิที่หัวกระแทกพื้นจนมึนได้สติขึ้นมาก็โวยวาย "เหล่าซู! ครู... ครูแอบแก้แค้นผมใช่ไหมครับ!?"
"เหลวไหล ครูไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น!" ซูหยางเอ่ยเสียงเรียบ "ครูแค่กดเธอไว้ไม่ให้พุ่งไปทำร้ายคนอื่นต่างหาก"
หลี่อีินอนแผ่อยู่บนพื้น ถูกซูหยางกดไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้
ภาพที่เห็นทำเอาหน่วยลาดตระเวนทั้งสามคนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเห็นซูหยางที่ดูไม่มีอาการเหนื่อยหอบหรือหน้าแดงเลยสักนิด ยิ่งดูไม่ออกว่าเขาใช้พลังไปมากแค่ไหน
เ้าหน้าที่ร่างผอมสูงรีบเข้ามาถาม "น้องชาย นายชื่ออะไรนะ?"
"ซูหยางครับ"
"สอนอยู่ที่ไหน?"
"โรงเรียนมัธยมปลายวรยุทธ์ตงไห่แห่งที่สามครับ"
เ้าหน้าที่ร่างผอมสูงลังเลครู่หนึ่งก่อนจะโพล่งออกมา "หน่วยลาดตระเวนของเรา้ายอดฝีมือแบบนาย! เป็ครูสวัสดิการไม่ดีเท่าพวกเราหรอก ด้วยความสามารถพลังแปรเปลี่ยนของนาย ไม่ต้องสอบให้เสียเวลา ฉันรับเข้าทำงานได้เลย มาอยู่ทีม 7 กับฉันสิ ฉันจะยกตำแหน่งหัวหน้าทีมให้นายเอง แล้วฉันจะยอมเป็ลูกน้องนาย!"
ฉินเหยาอึ้ง ใบหน้าสวยงามเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะรีบแย้ง "ถ้าจะมา ก็ต้องมาทีม 6 ของฉันสิ!"
"ให้เป็แค่ลูกทีม เสียของเปล่า ๆ โดยเฉพาะคุณที่มีระดับแค่จิติญญายุทธ์ขั้นแปด... อืม เส้นทางอาชีพยังไปได้ไกล!" เ้าหน้าที่ร่างั์มองซูหยางด้วยสายตาจริงใจ "ซูหยาง นายควรเก็บไปพิจารณานะ!"
"คนเก่งอย่างนาย ถ้าไม่มาอยู่หน่วยลาดตระเวนก็นับว่าเสียของที่สุด!"
"ไม่ต้องมาทีม 5 ของฉันหรอกนะ นายไม่เหมาะเป็หัวหน้าทีมหรอก"
"เอาอย่างนี้ เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับผู้อำนวยการให้เขาลาออกไปซะ แล้วนายมาเป็ผู้อำนวยการแทนเลยเป็ไง!"