-ยามบ่ายของวันหยุด-
"เดี๋ยวพวกแม่ออกไปที่ร้านก่อนนะ อยู่บ้านกันดีๆล่ะ อย่าทะเลาะกันเข้าใจไหม" เสียงของสายรุ้งเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนกล่าวไว้เป็มั่นเป็เหมาะ เมื่อแม่ทั้งสองจะพากันออกไปช่วยภูผาพ่อของนับฟ้าที่ร้านขายขนมปัง
บ้านของนับฟ้าทำธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านขนาดกลางขายจำพวกขนมปังต่างๆ สูตรต้นตำรับได้มาจากคุณปู่ที่เป็เชฟอยู่ฝรั่งเศสครึ่งชีวิต กระทั่งบังเอิญเจอคุณย่าที่นั่น พวกท่านทั้งสองก็เลยตัดสินใจกลับบ้านเกิด เพื่อลงหลักปักฐานและเปิดร้านขนมปังเอาไว้ให้ลูกหลานได้สืบทอด
จนปัจจุบันพ่อของนับฟ้าเป็คนดูแล เช้ามืดของทุกวัน ภูผาจะเป็ฝ่ายออกไปจัดการและอบขนมปังรอ เพราะสายรุ้งจะต้องทำหน้าที่แม่ หุงหาอาหารมื้ออร่อยไว้ให้ลูกสาวสุดน่ารักของเธอ พอตกสายเธอถึงจะออกไปช่วยสามีและทำหน้าที่ภรรยา
บ่อยครั้งเช่นวันนี้เพื่อนสนิทข้างบ้านอย่างลินดาก็จะออกไปด้วยกัน เนื่องจากพ่อของขุนเขาต้องออกไปทำงานที่บริษัทเกือบทุกวัน ความเงียบเหงาของแม่บ้านอย่างลินดาจึงหาที่พักผ่อนหย่อนใจเม้าท์มอยตามประสาแม่ๆ
ส่วนลูกสาวลูกชายเมื่อวันหยุดมาถึงก็ปล่อยให้เฝ้าบ้าน แต่ก่อนที่แม่ทั้งสองจะออกไป เสียงตักเตือนได้กล่าวเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ทั้งคู่ทะเลาะเบาะแว้งเช่นเมื่อก่อน
แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขาไม่มีทางก๋ากั่นเช่นตอนนั้นอีกแล้ว...
"วันนี้อยากไปไหนไหม" เสียงทุ้มของหนุ่มร่างสูงเอ่ยขึ้น หลังจากอยู่กันตามลำพัง เนื่องด้วยมื้อเช้าได้จบลงและแม่ของพวกเขาก็ออกไปกันหมด
ขุนเขาจึงเดินดุ่มๆตรงไปนั่งบนโซฟาห้องรับแขก ประหนึ่งเ้าของบ้าน ทั้งยังเปิดโทรทัศน์รายการสุดสัปดาห์โดยไม่ต้องรอให้นับฟ้าจัดการ
ส่วนลูกสาวบ้านนี้ก็ทำได้เพียงเดินตามต้อยๆ คล้ายเป็แขกผู้มาเยือนเสียเอง ทว่านับฟ้าก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก เพราะขุนเขาเข้าออกที่นี่ประจำอยู่แล้วและนับฟ้าเองก็เช่นกัน เข้าออกบ้านอีกฝ่ายทั้งยังคุ้นชินหลายๆอย่าง
พวกเขาเป็เช่นนี้มาหลายปี ต่อไปก็คงเหลือแค่ทุบกำแพงเชื่อมต่อเป็บ้านหลังเดียวแล้ว...
"วันนี้ฉันอยากอยู่บ้าน" นับฟ้าเอ่ยขณะหย่อนกายนั่งลงข้างขุนเขา เธอแอบชำเลืองเล็กน้อยเพื่อดูอารมณ์ของอีกฝ่ายว่ายังปกติดี หรือผิดแปลกอะไรบ้าง "แล้วนายล่ะ อยากไปไหนไหม"
"ไม่อยาก" ตอบเพียงสั้นๆพร้อมจดจ่อรายการทีวีตรงหน้า
นับฟ้าได้แต่เกาข้างแก้มไปพลางๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่ายคล้ายจะตอบแบบขอไปที เธอพอเข้าใจว่าขุนเขาอาจจะโฟกัสสิ่งตรงหน้า แต่บางครั้งสายตาของเขาก็บ่งบอกอะไรไม่ได้เลย มันพลอยให้เธอเกิดกังวลตามไปด้วย
"จ้องจนจะทะลุแล้วนะ" ขุนเขาเอียงคอมองคนข้างกาย หลังจากหางตาััได้ถึงใบหน้าของนับฟ้าที่กำลังจ้องเขาจนตาแทบไม่กะพริบ
"ขอมองไม่ได้เหรอ?"
"เอ๊ะ!" ดวงตาสีเข้มเบิกค้างอย่างตะลึง เขาไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคดังกล่าวจากปากของนับฟ้า "มอง...เอ่อ! มองได้สิ มองเยอะๆเลยก็ได้" ใบหน้าคนแกร่งเริ่มขึ้นสีระเรื่อ ทั้งยังเอ่ยตะกุกตะกักพูดคำว่ามองออกไปเสียเยอะ
นับฟ้าเองก็กระตุกริมฝีปากพะงาบเล็กน้อย เหมือนจะเผลอหลุดคำในหัวออกไป สุดท้ายก็ต้องเบือนสายตาหลบ ทั้งยังเม้มปากแน่นแสดงท่าทีเก้งก้างออกมา "อืม...ไม่มองแล้ว"
"มองหน่อยนะ ขุนอยากให้นับมองบ่อยๆ"
"ไม่ต้องมาอ้อนเลย"
"นิดหน่อยก็ไม่ได้เหรอ? นานๆทีจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้" เอ่ยคำอ้อนอีกครั้ง ทั้งยังเอาแต่เพ่งพินิศหญิงคนรัก เพราะเธอมัวเลี่ยงสายตาจากเขาั้แ่เมื่อครู่แล้ว "นับฟ้า"
"ว่า" ั์ตาคู่สวยแอบปรายตามองเล็กน้อย
"อยากอยู่กับเธอแบบนี้ไปนานๆจัง ถ้าขุนทำอะไรพลาดไปหรือนับมีเื่ไม่สบายใจต้องรีบบอกเข้าใจไหม ห้ามเก็บไว้คนเดียว" คล้ายเป็คำหวานที่ส่งผ่านออกมา ทว่าความหมายกับแฝงไปด้วยน้ำเสียงวิตก ไหนจะใบหน้าจืดจางที่ทอดมองกัน
นับฟ้ารู้สึกสะอึกในใจ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของขุนเขา เธอไม่อยากให้มันหมองลงไปกว่านี้เลย แต่จะทำเช่นไร ในเมื่อเื่ที่เก็บเอาไว้ไม่อาจบอกได้
"เข้าใจแล้ว ถ้ามีอะไรนับจะบอกขุนเป็คนแรกเลยนะ" ร่องยิ้มอันอ่อนล้าถูกส่งออกไป เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล ประกอบกับสรรพนามอันคุ้นเคยที่นับฟ้าใช้เมื่อหนึ่งปีก่อน
ครั้งนี้จึงทำให้ขุนเขาเกิดโล่งใจได้เปลาะหนึ่ง
"สัญญาแล้วนะ" คนหน้าเจื่อนเริ่มยิ้มกว้าง พลางส่งนิ้วก้อยออกมา เพื่อเป็สัญลักษณ์แห่งคำมั่น
"อืม" นับฟ้าเอื้อมนิ้วเกี่ยวก้อยขุนเขาเอาไว้แน่น ทั้งยังส่งยิ้มอ่อนประดับใบหน้าฝืน
เธอจ้องมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็แฟนอยู่ครู่หนึ่ง หลายอย่างทบทวีเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำ เมื่อย้อนคิดถึงสมัยที่พวกเขายังเป็เด็ก ่ที่เจอกันก็ไม่เคยพูดดีเลยสักครั้ง
เื่ราวของพวกเขามันบิดเบี้ยวไปั้แ่เมื่อไหร่กันแน่ ทำไมถึงลงเอยกันเช่นนี้ ยิ่งทวนเข็มนาฬิกาถอยหลังมากเพียงใด ความสงสัยก็พลอยเหนี่ยวรั้งความรู้สึกเอาไว้ทุกครา
คนหนึ่งเป็เด็กเกเรที่คอยแกล้งเพื่อนข้างบ้านมาตลอดั้แ่ม.4
ส่วนอีกคนก็ชังน้ำหน้าเพื่อนข้างบ้านมาตลอดั้แ่เจอกัน เพราะถูกเขากลั่นแกล้ง แถมยังไม่เคยช่วยเหลือเธอ ปล่อยให้เธอต้องถูกคนอื่นรังแก
เป็เช่นนี้แล้วเหตุไฉนทั้งสองถึงตกลงปลงใจกันได้ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่เคยถูกใจกัน
ความย้อนแย้งในอดีตจึงก่อให้เกิดภาพทรงจำที่หวนคืน...