อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

บทที่ 184 ทักษะพื้นฐาน

บทที่ 184 ทักษะพื้นฐาน




ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของสมาชิกในทีม ไม่ใช่ว่าซูหยวนไม่เข้าใจ แต่ตราบเท่าที่พวกเขารู้ว่าจะต้องทำอะไร เช่นนั้นเธอก็ไม่มีปัญหาแล้ว ขอแค่พวกเขายังทำตามคำสั่งของเธอ เท่านี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องจัดการ แม้ว่าจะน่ารำคาญไปเสียหน่อย หากแต่การต่อสู้ข้างหน้าก็ยังราบรื่นดี




“จุดอ่อนของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ก็คือด้านหลังของพวกมัน พยายามลอบไปที่มุมอับสายตาแล้วโจมตีลำคอของมันเพื่อให้สามารถจบการโจมตีได้ครั้งเดียว”


            


ซูหยวนมอบคำแนะนำให้พวกเขาเพิ่มเติม เหล่าผู้บังคับบัญชาลอบเบ้ปาก แต่คำพูดของซูหยวนก็ถูกต้อง หากเธอไม่ได้เตือนพวกเขาเกี่ยวกับความรู้ที่พวกผู้นำได้บอกมาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็คงจะถูกความตื่นตระหนกครอบงำจนโจมตีพวกจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ไม่ได้


            


หลังจากที่ทุกคนตั้งสติได้แล้วก็พยายามรับมือกับการโจมตีของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ ทีมของซูหยวนมีผู้ใช้หอก 2 คน ผู้ใช้ดาบ 1 คน ผู้ที่ใช้แส้ 1 คน และอีก 2 คนไม่รวมซูหยวนเป็นนักธนู ทั้งหมดแล้วเป็นทีม 7 คนตามมาตรฐานทั่วไปของทีมต่อสู้ อย่างไรก็ตาม...ปัญหาที่ซูหยวนมองเห็น ดูเหมือนผู้ที่เข้าโจมตีดึงดูดความสนใจของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์จะทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก


            


พวกเขาสี่คนของหน่วยจู่โจม สิบเอกที่เป็นหัวหน้าหน่วยนั้นคือผู้ใช้หอก เขากับคนใช้หอกอีกคนพยายามดึงความสนใจเพื่อให้โอกาสผู้ใช้ดาบเข้าโจมตีจากทางด้านหลัง โดยได้รับการสนับสนุนโดยผู้ใช้แส้หนามอีกแรง ส่วนหน่วยธนูทั้ง 3 ของซูหยวนพยายามดึงความสนใจของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ตัวอื่นๆที่ยังไม่ได้เป็นเป้าหมาย อีกทั้งพยายามแทรกการโจมตีเพื่อหาจังหวะให้หน่วยจู่โจมด้วย


            


ทว่า...การดึงความสนใจของผู้ใช้หอกทั้งสองคนไม่ดีนัก พวกเขาไม่สามารถทำร้ายจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์จนกระตุ้นความโกรธของพวกมันไปที่ตนเอง เพราะแบบนั้น...ผู้ใช้ดาบจึงทำงานไม่ได้




“ผู้ใช้หอกไม่ต้องแยกกันออกเป็นสองทาง พยายามดึงความสนใจไว้ในทิศทางเดียวกัน คนหนึ่งคอยบล็อกการโจมตีที่ขาทั้งสอง เมื่อเห็นมันตั้งหางก็ถอยกลับมาตั้งรับได้แล้ว ส่วนอีกคนคอยหาจังหวะในการจ้วงแทงหลังจากที่มันโจมตีมาแล้ว ตอนที่ชักเท้ากลับไปให้ใช้จังหวะนั้นแทงเข้าที่ถุงหน้าท้องของพวกมันให้ได้”




ซูหยวนให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงอีกครั้ง ทว่า...คำสั่งของเธอที่มีต่อผู้ใช้หอกนี้ ไม่ต่างอะไรกับคำสั่งสำหรับหัวหน้าหน่วยย่อยตำแหน่งสิบเอกเลย


            


คนมีอคติอยู่แล้ว ยิ่งได้ยินว่าเด็กสาวซึ่งมีความสามารถในการใช้ธนู เอาแต่หลบซ่อนอยู่ด้านหลังของพวกเขา จู่ๆก็นึกอยากจะสอนวิธีการใช้หอกให้พวกเขาเสียอย่างนั้น


            


เหอะ! เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? มีความสามารถขนาดนั้นเลยหรือ ถึงคิดจะมาสั่งสอนพวกเขา




“หัวหน้า พูดแบบนั้นมันก็ฟังดูง่ายอยู่หรอก แต่ตอนที่โจมตีจริง คนบล็อกการโจมตีนั้นไม่เท่าไร แต่จะบอกให้หาจังหวะโจมตีสวนกลับ มันง่ายขนาดนั้นเลยรึไง? พวกเขาแรกกันต่อสู้ก็เพื่อทำให้มันสับสน หัวหน้าจะใจร้อนก็ไม่ถูกต้องนะ ไม่อย่างนั้น...ทำไมไม่ลองมาทำให้พวกเราดูล่ะ”




“ใช่แล้วจ่าสิบตรีอัน การจะใช้หอกไม่ใช่ง่ายๆ แม้มันจะมีระยะการโจมตีก็จริง แต่ใช่ว่าจะจ้วงแทงออกไปในตำแหน่งไหนก็ได้ การจัดท่าทางหลังจากที่รับการโจมตีก็ยังสำคัญอยู่ เพราะความยาวของมันก็เลยเป็นปัญหาได้”




“จ่าสิบตรี พวกเรารู้ว่าคุณเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยในครั้งนี้ แต่สำหรับการจู่โจมแล้ว อนุญาตให้หัวหน้าของพวกเราจัดการด้วยเถอะ แค่ลำพังให้คุณนำทาง ก็วุ่นวายมากพอแล้ว”




“ใช่ๆ อนุญาติพวกเราทำงานหนักในรูปแบบของตัวเองเถอะ รับรองว่าพวกเราจะไม่ปล่อยให้จิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์พวกนี้หลุดเข้าไปหาพวกคุณแน่นอน อย่าได้กังวลมากเกินไปเลย”


            


เห็นพวกหน่วยจู่โจมลอบหัวเราะแบบนั้น หน่วยพลธนูที่ติดตามซูหยวนมาก็ลอบมองหน้ากันเอง พวกเขามาจากฝ่ายพลธนู ปกติก็ไม่ควรจะสั่งสอนหน่วยจู่โจมอยู่แล้ว ถึงอยากจะช่วยพูดแทนจ่าสิบตรีอันสักคำสองคำ แต่เรื่องนี้พวกเขาก็จนปัญญา


            


ทำภารกิจมานานขนาดนี้แล้ว ยังไม่เคยเห็นพลธนูที่ไหนจะสอนวิธีการโจมตีให้หน่วยจู่โจมเลย เรียกว่าเกินตัวไปมากแล้วจริงๆ


           


 ได้ยินคำพูดนั้นของพวกเขา ซูหยวนก็ถอนหายใจออกมา เธอรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะไม่เชื่อถือคำพูดของตัวเอง ปกติแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าการทำงานของพวกเขาไม่มีประสิทธิภาพจนเกินจะรับได้ แล้วอาจจะกลายเป็นปัญหาในการต่อสู้ในอนาคต เธอคงไม่เอ่ยปากขึ้นมาหรอก


            


สังเกตดูให้ดี พวกเธอที่ช่วยโจมตีเบี่ยงความสนใจให้จิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์นี้ต้องใช้ธนูไปมากเท่าไร ถ้าปล่อยให้พวกเขาเล่นไปเรื่อยๆเช่นนี้ การต่อสู้กับจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์แค่ 2-3 ตัวคงไม่มีปัญหา ทว่า...หลังจากซูหยวนตรวจสอบแผนที่แล้ว จุดสีแดงเต็มทั่วบริเวณขนาดนี้ ถึงจะพยายามหลีกเลี่ยงแค่ไหน ก็ไม่มีทางจะหลบพ้นทั้งหมดได้หรอก


            


ดังนั้นอาศัยโอกาสนี้ ทำให้พวกเขาเห็นว่าต้องลงมืออย่างไร หลังจากนี้จะได้จัดการจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ได้ดียิ่งขึ้นน่าจะดีกว่า




“ถ้าอย่างนั้น...ฉันรบกวนขอยืมหอกสักครู่ค่ะ”


            


ในขณะที่หน่วยจู่โจมคิดว่าผู้บังคับบัญชาตัวน้อยได้ยอมแพ้และเก็บเศษหน้ากลับไปด้วยความอับอาย ตอนนั้นเอง...พวกเขาก็ต้องขยี้หูของตนเองอีกครั้งเพื่อฟังดูว่าเมื่อครู่ จ่าสิบตรีอันพูดอะไรออกมา




“จ่าสิบตรี คุณพูดว่าอะไรนะ?”




“เอ่อ คงไม่ใช่ว่าอยากจะยืมหอกจริงๆหรอกใช่ไหม? หรือคุณคิดจริงๆว่าจะสาธิตวิธีการต่อสู้ให้พวกเราได้น่ะ”




“คุณคิดจริงๆหรอว่าการใช้หอกมันง่ายดายขนาดนั้น ถ้าคุณเข้ามาก่อกวนแล้วทำให้การต่อสู้เกิดปัญหา หรือบาดเจ็บขึ้นมา จะรับผิดชอบเรื่องนี้ไหวหรอ”




“นั่นน่ะสิ ด้วยอายุแค่นี้....เฮ้อ เอาล่ะ ไม่พูดแล้ว จ่าสิบตรีคิดให้ดีอีกครั้งเถอะ” 




เป็นครั้งแรกที่พวกเขาไม่ฟังคำสั่งของเธอ หากไม่ใช่ว่าซูหยวนไม่ได้เอาพลั่วออกมาตั้งแต่แรก แล้วการนำออกมาจากมิติฟาร์มจะทำให้พวกเขาสงสัยในความสามารถของเธอ ซูหยวนคงจะไม่ขอยืมอาวุธของพวกเขา แต่จะใช้พลั่วของเธอเข้าโจมตีจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ไปแล้ว




“เห็นพวกคุณบอกว่าทำไม่ได้ ก็เลยอยากจะแสดงให้เห็น แล้วก็อีกอย่าง...ที่สถาบัน ฉันเรียนวิชาหอกอยู่ด้วยค่ะ อย่างน้อยก็คงไม่แสดงท่าทางตลกออกมาให้เห็น” ซูหยวนอธิบายอย่างใจเย็น




“จ่าสิบตรีอัน คุณคิดว่าแค่เรียนขั้นพื้นฐานมาแล้วก็จะสามารถใช้มันในการต่อสู้ได้จริงๆหรอ? ด้วยอายุของคุณ...น่าจะเรียนอยู่ที่ชั้นปีที่ 1 หรือไม่ก็ 2 เท่านั้น ทำไมจึงคิดว่าจะมีทักษะหอกที่ดีกว่าพวกเราได้ล่ะ”




“ใช่แล้ว พวกเราใช้หอกในการต่อสู้มาหลายปีแล้ว ต่อให้จะมั่นใจขนาดไหนก็มีขอบเขตบ้างเถอะ” ผู้ใช้หอกทั้งสองคนบ่นออกมาอย่างไม่คิดเก็บซ่อนความรู้สึกอีก 


            


ตรงหน้าคือจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ ข้างหลังยังมีคนที่คอยจะสร้างความรำคาญใจ ทำให้พวกเขาไม่มีสมาธิในการต่อสู้อีก หากรู้ว่าจะต้องมาร่วมทีมกับคนเช่นนี้ เขาสู้ร้องขอให้ผู้บังคับบัญชาเปลี่ยนทีมที่จะเข้าไปติดตามเสียยังจะดีกว่า อาจจะถูกลงโทษหรือถูกตำหนิที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ แต่ก็ยังดีกว่าที่จะต้องมาทนกับสถานการณ์แบบนี้


            


อย่างไรก็ตาม การแสดงท่าทางของพวกเขาทั้งสองคนได้ทำลายฟางเส้นสุดท้ายที่คอยรั้งความใจเย็นของซูหยวนไปเสียแล้ว เธอแค่นหัวเราะออกมากับคำพูดอวดดีเหล่านั้น 


           


 ในเมื่อพูดไม่ฟัง เช่นนั้นก็จะไม่พูดอีก!


            


ซูหยวนก้าวออกไปข้างหน้า เก็บธนูไว้ที่ด้านหลังเหมือนเดิม การแสดงออกของเธอเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิด จู่ๆร่างบางก็เข้าไปกระชากหอกออกมาจากมือของสิบเอกผู้นั้น สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ปลายหอกก็กระทุ้งไปที่ท้องของสิบเอกจนเซถอยหลัง 


            


ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เขาเจ็บมากนักเนื่องจากชุดป้องกันที่เขาสวมใส่ แต่มันก็ทำให้เขาอับอายแล้ว! ใบหน้าของสิบเอกเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ นึกอยากจะตะโกนด่าอีกฝ่ายออกไป ทว่า....เขาทำได้แค่อ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น เพราะพริบตาเดียว...ร่างของอันซูหยวนก็พุ่งไปข้างหน้าแล้ว


            


แขนเล็กที่เข้าใจว่าไม่น่าจะมีแรงโจมตีมากนักกวัดแกว่งไปรอบๆอย่างชำนาญ เธอรั้งหอกกลับมาเพื่อปัดการโจมตีของเจ้าจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์อย่างที่ได้พูดเอาไว้ จากนั้นก็ยืมแรงของเจ้าสัตว์กลายพันธุ์เพื่อส่งแรงย้อนกลับ หอกอีกฝั่งที่ไม่ได้มีความคมถูกพลิกกลับ ส่งผลให้หอกอีกฝั่งฟาดลงมา


            


ฉึก!


            


แม้ว่าหอกจะไม่ได้มีความคมยาวเหมือนดาบ ยิ่งการที่โจมตีด้วยการฟาดลงมาเช่นนี้ยิ่งไม่ได้ผลดีมากนัก ถึงอย่างนั้น...อันซูหยวนก็ไม่ได้คิดจะเป็นฝ่ายปิดฉากการโจมตีนี้อยู่แล้ว




“รีบโจมตีจากด้านหลังเร็วเข้า!” เพราะจุดประสงค์ของเธอตั้งแต่แรก ก็คือการที่ให้ผู้ใช้ดาบเป็นคนโจมตีปิดฉากสุดท้ายต่างหาก!


            


ได้ยินเสียงของซูหยวน ร่างของทหารผู้ใช้ดาบก็เหมือนถูกกระตุ้น เขาพุ่งออกไปด้านหลังแล้วฟันดาบลงมาตามแนวสันคอ ส่งผลให้เจ้าจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ที่กำลังจะใช้หางของมันเพื่อยกตัวแล้วขึ้นเตะซูหยวนค่อยๆล้มลงไปอย่างไม่ยินยอมเช่นนั้น


            


เธอไม่ได้พอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ ถอนหอกออกจากบ่าของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ตัวนั้นแล้วพุ่งเข้าหาอีกตัวที่อยู่ไม่ไกล การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของซูหยวนทำให้ทุกคนประหลาดใจ แต่ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือการแสดงของเธอ ซึ่งเป็นการแสดงที่เหมือนเดิมทุกประการ!


            


ซูหยวนปรากฏตัวข้างหน้าของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์แล้วพยายามโจมตี ส่งผลให้เจ้าจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์พัวพันการต่อสู้กับเธอ เมื่อได้โอกาสก็ใช้หอกตั้งรับการโจมตีของมัน แล้วยืมแรงส่งเพื่อตวัดพลิกกลับหอกให้โจมตีเข้าตำแหน่งส่งบนของมัน ซึ่งการโจมตีที่อันตรายนี้จะดึงความสนใจของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์มาที่ผู้ใช้หอกได้เป็นอย่างดี


            


หญิงสาวขยับเท้าของตนเองอยู่เสมอ หากเจ้าจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์สามารถโจมตีเธอได้ หรือทหารผู้ใช้ดาบไม่สามารถปิดฉากการโจมตีได้ เธอก็พร้อมที่จะทำมันอีกครั้ง เรียกให้เจ้าสัตว์กลายพันธุ์ตัวนี้เพ่งเล็งมาที่เธอ


            


ทหารผู้ใช้ดาบไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ปรากฏว่าผู้บังคับบัญชาหน่วยย่อยนี้ทำได้อย่างที่ปากพูดจริง ผ่านไปไม่ถึง 3 นาที จิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ก็ตายไปแล้วสองตัว ซึ่งนั่นเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าเธอมีความสามารถพอที่จะแนะนำการต่อสู้ให้พวกเขาได้!


            


ก่อนหน้านี้ หน่วยจู่โจมโรมรันต่อสู้อยู่กับพวกจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์เกือบ 10 นาที แต่สร้างบาดแผลแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังไม่ได้ .... หากไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบ พวกเขาก็คงจะไม่ผิดอะไร ทว่า...เมื่อเห็นผู้อื่นทำได้ขนาดนี้ พวกเขาจะยังรักษาใบหน้าไว้ได้ด้วยหรือ?


            


บอกว่าตัวเองเรียนวิชาหอกพื้นฐานมาจากสถาบัน เหอ เหอ เหอ คิดว่าพวกเขาเป็นตัวตลกจึงได้ล้อเล่นกันหรือ? จ่าสิบตรีอันผู้นี้....คงไม่ใช่ว่ามีอาจารย์ดีๆอยู่ใช่ไหม?


            


ได้ยินว่าเธอเป็นนักเรียนส่วนตัวของพันเอกเติ้งที่มีทักษะด้านการใช้ธนูที่โดดเด่น แล้วพันเอกเติ้งคนนั้นก็มีเพื่อนที่เป็นผู้ใช้หอกอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ? เห็นได้ชัดว่าเธอได้รับคำชี้แนะจากเขา แต่ยังถ่อมตัวอยู่ได้




“เอาล่ะ วิธีการต่อสู้ฉันได้แสดงให้ดูแล้ว ดังนั้นช่วยประสานการต่อสู้เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิมด้วย ฉันลองตรวจสอบเส้นทางข้างหน้าแล้ว อาจจะไม่โชคดีได้เจอกลุ่มจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์แค่ 2-3 อีก แต่อาจจะเจอเป็นฝูงมากกว่า 5 ตัวขึ้นไป”


            


ซูหยวนโยนหอกกลับมาให้สิบเอก ท่าทางของเธอไม่ได้ใจดีเหมือนเดิมอีกแล้ว ใบหน้ามีแค่ความเรียบนิ่ง หากแต่ในน้ำเสียงนั้นแฝงความกดดันเอาไว้อย่างชัดเจน


            


เป็นพวกเขาที่ทำให้เธอไม่พอใจ....




“ขะ เข้าใจแล้ว” สิบเอกที่เย่อหยิ่งถูกความจริงตบหน้าจนไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว เขาทำได้แค่พยักหน้ารับ แล้วก็ใช้หอกที่ได้รับคืนกลับมาวิ่งเข้าใส่จิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ตัวสุดท้าย


            


ซูหยวนมองดูการแสดงออกของพวกเขา โชคดีที่คนเหล่านี้ยังสามารถกู่ให้กลับมาได้ หากพวกเขาดื้อรั้นจนไม่ยอมเชื่อฟังเธออีก ซูหยวนก็คิดว่าจะพาพวกเขากลับไปที่ฐาน แล้วขอให้ลงโทษพวกเขาตามกฎของทหาร จากนั้นเธอก็จะเข้าร่วมกับทีมของคนอื่นแทน


            


ยังดีที่ต้นเหตุความไม่พอใจของพวกเขาก็แค่เพราะคิดว่าซูหยวนไม่มีความสามารถจริง หลังจากได้เห็นเธอต่อสู้เมื่อครู่ก็ได้เปิดตาของพวกเขาแล้ว หลังจากนี้คงจะให้ความร่วมมือที่ดีขึ้น...


            


อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่คนกลุ่มนี้ หากแต่เป็นคนวางแผนส่งพวกเขามาทำภารกิจร่วมกับซูหยวนต่างหาก!


            


รู้ทั้งรู้ว่าความคิดของทีมจู่โจมเล็กๆนี้มีปัญหากับการยอมรับผู้นำเช่นซูหยวน ทว่า...พวกเขากลับถูกส่งมาเสียอย่างนั้น ราวกับตั้งใจจะทำให้ซูหยวนมีปัญหา


            


ถ้าเธอมีความสามารถแค่ใช้ธนูเท่านั้นจริงๆ ทัศนคติแย่ๆของพวกเขาทั้ง 4 คนที่มีต่อนักธนูก็คงจะทำให้การทำภารกิจครั้งนี้ไม่ราบรื่น โชคดีที่ซูหยวนได้แสดงทักษะโจมตีให้พวกเขาได้เห็นและยอมรับ การที่จะบอกว่าเธอได้เลื่อนขั้นจากการหลบหลังผู้อื่นจึงไม่อาจพูดได้อีกแล้ว...




……………………………………..

คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน