ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 81 ชายรักชาย

            “อือ…ตรงนั้นออกแรงอีกหน่อยแรงอีก อือ…เยี่ยมไปเลย แบบนี้แหละใช่เลย!”

            “ไม่ใช่ข้างล่าง ขึ้นอีกหน่อยถูกต้อง ขึ้นอีกนิด…โอ้ว ตรงนั้นแหละ…ความถี่ประมาณนี้รู้สึกดีมาก ทำได้ไม่เลว!”

             

            ……

             

            โหยวเสี่ยวโม่ท้ายที่สุดทนไม่ไหวเหยียบเท้าลงบนอกเขาไปที จากนั้นกระโดดลงเตียง สีหน้าเดือดดาล “ทำไมท่านถึงต้องการอะไรเยอะแยะข้าไม่ทำแล้ว!” พูดจบก็พลันจะสวมรองเท้าที่พึ่งถอดออกครู่เดียว

            หลิงเซียวคว้าแขนเขาไว้ออกแรงดึงเพียงหน่อยเดียวก็กระชากมาอยู่บนตัวเขา เอ่ยเนิบนาบ “ศิษย์น้องเล็กไม่ทำก็ได้ งั้นเรามาใช้ข้อตกลงเหมือนตอนแรกดีกว่า”

            โหยวเสี่ยวโม่ถูกเขายื้อยุดฉุดกระชากครึ่งท่อนทับอยู่บนตัวเขา หากไม่ใช่ถูกหลิงเซียวทับท่อนบนอยู่เขากระโดดลุกขึ้นนานแล้ว เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าแดงก่ำก็เปลี่ยนเป็นมืดมัว

            ทำไมเดินมาถึงจุดนี้ได้ที่จริงมันง่ายมาก

            เดิมทีหลิงเซียวอยากให้เขาใช้สองมือโหยวเสี่ยวโม่ดึงดันไม่เอา คราวก่อนก็ช่วยเขาแล้วหนนึงปรากฏว่าแรงอึดเขาช่างเกินทน เล่นเอาสองมือเกือบหมดแรงความรู้สึกแบบนั้นลืมไม่ลงทีเดียว

            จากที่โหยวเสี่ยวโม่ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมทำหลิงเซียวจึงเปลี่ยนข้อตกลงเป็นการนวดตัว

            โหยวเสี่ยวโม่เคยนวดให้พ่อแม่บ้างรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ค่อยขาดทุน จึงตกปากรับคำ เริ่มแรกคือใช้สองมือช่วยเขานวดแต่หลิงเซียวก็ไม่พอใจตรงที่เขาแรงน้อย จึงให้เขาใช้สองเท้าเหยียบนวดแทนโหยวเสี่ยวโม่ก็รับปาก

            แต่ผลคือตั้งแต่เริ่มนวดจนถึงตอนนี้ยังไม่ทันสิบห้านาทีก็ได้ยินแต่เขาบ่นด้วยความไม่พอใจ เดี๋ยวก็ให้ออกแรงเยอะหน่อยเดี๋ยวก็ให้ขึ้นอีกนิด ลงอีกหน่อย ไม่เคยเห็นคนเลือกมากแบบนี้มาก่อนสิบห้านาทีผ่านไปโหยวเสี่ยวโม่จึงวางมือ

            หลิงเซียวไม่บ่นอะไร ในเมื่อเจ้าไม่ชอบก็ทำตามข้อตกลงเดิม

            การนวดเช่นนี้แม้จะสบายตัวโดยเฉพาะตอนที่เท้าโหยวเสี่ยวโม่นวดๆ เหยียบๆ บนตัวเขานั้นให้รู้สึกดีเยี่ยม

            เขาเป็นคนที่เมื่อคิดได้ก็ลงมือทำดังนั้นไม่ทันรอโหยวเสี่ยวโม่ตอบตกลง ก็อาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งตัว

            โหยวเสี่ยวโม่หน้าแดงจ้องหลิงเซียวเอ่ยติดๆ ขัดๆ “ท่าน ท่านคนขี้โกง มาไม้นี้อีกแล้ว”

            “เจ้าจะบอกว่าขี้โกงหน้าไม่อายได้ยังไง!” หลิงเซียวหัวเราะร่า สองแขนสอดเข้าไปแล้วอุ้มเขาขึ้นมา ลมหายใจอุ่นๆพ่นอยู่ข้างลำคอ ทำเอาคนในอ้อมแขนตัวสั่นระริก จนลำคอและใบหูแดงก่ำ

            โหยวเสี่ยวโม่แข็งเป็นหินแต่พอได้ยินเขาพูด ในใจก็ยิ่งไม่พอใจ “เจ้าบังคับข้าไม่ใช่ขี้โกงไร้ยางอายรึไง?”

            “ไม่ใช่แน่นอนข้ากำลังช่วยเจ้าให้รู้สึกผ่อนคลายต่างหาก” หลิงเซียวพูดเฉไฉเขาอยากทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานเขาก็มีความคิดเช่นนี้แก้มโหยวเสี่ยวโม่นุ่มขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเนื้อตัวจะให้ความรู้สึกสัมผัสแบบไหน

            หลิงเซียวตาเป็นประกาย

            ดูจากภายนอกโหยวเสี่ยวโม่ไม่ได้ดูน่าค้นหาเท่าภายใต้เสื้อผ้า ผิวที่สัมผัสผ่านมือนั้นไม่อาจสาธยายได้

            โหยวเสี่ยวโม่เองก็รู้สึกไม่น้อยไปกว่ากันราวกับว่าไม่ใช่ร่างกายตัวเอง

            แต่ว่า โหยวเสี่ยวโม่คิดอย่างไม่สบายใจเหมือนว่ามันไม่ถูกต้อง

            ทำไมร่างกายเขาถึงอ่อนไหวกับแค่เพียงสัมผัสราวกับทั้งคุ้นเคยแล้วก็แปลกใหม่นี่มันไม่เหมือนวิทยาศาสตร์เลยแต่ก่อนเขาแตะต้องตัวคนอื่นก็ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

            เมื่อคิดว่าร่างกายของตัวเองผิดปกติไปโหยวเสี่ยวโม่ทนไม่ไหวขอบตาเริ่มแดง เขาไม่อยากผิดแปลกไม่ปกติแบบนี้!

            จู่ๆหลิงเซียวก็ได้ยินเสียงสะอื้นร้องไห้กระซิก จึงก้มลงดู ถึงเห็นว่าคนในอ้อมกอดนั้นร้องไห้อยู่เล่นเอาสะดุ้ง แต่ก่อนจะรังแกขนาดไหนก็ไม่เคยร้องไห้ ครั้งนี้ทำไมร้องไห้ล่ะ?

            หลิงเซียวรีบพลิกเขากลับมาดู จ้องตาเขาสองมือจับหน้าเขา เอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยน “ศิษย์น้องเล็กอย่าร้องไห้สิ เอาล่ะๆ ศิษย์พี่ใหญ่ไม่รังแกเจ้าก็ได้ อย่าร้องไห้นะ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ โหยวเสี่ยวโม่กำหมัดยกหมัดขึ้นทุบเขาพร้อมน้ำตา “ท่านรู้ด้วยเหรอว่ารังแกข้า”

            หลิงเซียวปล่อยให้เขาทุบถึงไงแรงแค่นั้นก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร จากนั้นเห็นเขาเริ่มยิ้มออก จึงเอ่ยถาม “เอาล่ะไหนบอกข้ามาสิ เจ้าร้องไห้ทำไม? หรือเจ้าไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ?”

            พูดจบ เขาขมวดคิ้ว อย่างตรงนั้น…ของพวกเขาแทนคำว่าคนละกัน อยากก็ทำ ต้องการก็ทำ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยเข้าใจว่าโหยวเสี่ยวโม่รู้สึกเช่นไรทั้งที่รู้สึกดีขนาดนั้น แต่ทำไมถึงร้องไห้?

            เมื่อได้ยินเขาถามมาตรงๆ ไม่อ้อมค้อมโหยวเสี่ยวโม่หน้าแดงราวกับแสงส้มแดงของตะวันตกดิน

            คำถามนี้จะให้เขาตอบอย่างไรพูดถึงความเป็นจริง เอ่อ มันก็รู้สึกดีอยู่เขาไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกวิเศษแบบนั้นมาก่อน แต่ก็เพราะมันแปลกใหม่เกินไปดังนั้นจึงรู้สึกประหม่า คิดว่าตัวเองนั้นผิดปกติ

            แต่จะให้พูดความจริงแบบนั้นกับหลิงเซียวเขาก็ฝืนพูดไม่ออกจริงๆ

            “ตอบมาสิ!” หลิงเซียวไม่มีความอดทนถึงขั้นรอเขาตอบได้นานถึงสองชั่วยาม เห็นเขานิ่งจึงเร่งให้ตอบ

            โหยวเสี่ยวโม่บิดไปมาครู่หนึ่งนึกถึงหลิงเซียวที่ชอบแตะเนื้อต้องตัวเขา ช้าเร็วก็ต้องบอกเขาอยู่ดีจึงรวบรวมความกล้าใจทั้งที่ใจเต้นรัว แล้วถาม “ข้าๆๆข้ารู้สึกว่าตัวเองผิดปกติไป…”

            แม้คำท้ายๆโหยวเสี่ยวโม่จะเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่หลิงเซียวก็จับความคำว่าผิดปกติได้ ทำให้มองเขาอย่างฉงน “เจ้ารู้สึกว่าตัวเองผิดปกติยังไง?”

            “ก็คือ คือว่า…เมื่อครู่ที่ท่าน…ข้าก็รู้สึกว่าร่างกายมันแปลกๆ” โหยวเสี่ยวโม่หัวซุกเข้าไปในอกเขา เรื่องแบบนี้คงไม่ใช่ความลับอะไรกระมั้ง?

            เมื่อได้ฟัง หลิงเซียวระเบิดหัวเราะลั่นนึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เอง นี่มันเรื่องแสนจะปกติ หากไม่รู้สึกนั่นสิหมายถึงฝีมือเขาอ่อนด้อย หลิงเซียวรู้สึกว่าเขาตื่นตูมไปเองจากนั้นยกตัวเขาออกจากอ้อมอก มองหน้าแดงระเรื่อของเขาแล้วเอ่ย “ศิษย์น้องเล็กชายรักชายเป็นเรื่องธรรมชาติ เจ้าไม่ต้องรู้สึกว่ามันแปลกหรอก”

            โหยวเสี่ยวโม่เหวอ “ไม่ใช่ชายรักหญิงหรอกหรือ?”

            หลิงเซียวลูบหัวเขาแล้วเอ่ย “เหมือนกันนั่นแหละ”

            โหยวเสี่ยวโม่จ้องเขามึนงง “จริงหรือ?” เขาก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี

            “จริงแน่นอนสิเรื่องแบบนี้ขอแค่รู้สึกว่าใช่ ไม่มีใครมาคิดหรอกว่าจะชายชายหรือชายหญิง อย่างเช่นเจ้ามีความรู้สึก ส่วนข้าก็มีความรู้สึกให้เจ้า นั่นก็แปลว่าเราเหมาะสมกันไม่ใช่หรือ?” หลิงเซียวลูบไล้แก้มเขา

            โหยวเสี่ยวโม่จ้องเขาแล้วเอ่ย “ข้ารู้สึกว่าท่านยิ้มมีเลศนัย”

            หลิงเซียวยิ้มแล้วเอ่ย “เด็กดีนี่ข้ายิ้มอย่างจริงใจแล้วนะ”

            โหยวเสี่ยวโม่นึกย้อนอดีต พลันเอ่ย “แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่าข้าไม่ปกติคราวก่อนที่ท่านแตะตัวข้า ข้ายังไม่รู้สึกขนาดนี้เลย”

            เมื่อเขากล่าวเช่นนี้หลิงเซียวก็นึกขึ้นได้ ปฏิกิริยาเขานั้นรุนแรงไปหน่อย ตอนนี้ยังจำหน้าตาแดงก่ำในอ้อมกอดเขาวันนั้นได้อยู่เลยร่างอ่อนระทวยแทบไม่มีแรง

            “ถอดเสื้อออก” จู่ๆ หลิงเซียวก็เอ่ยขึ้น

            “ทำไมเหรอ?” โหยวเสี่ยวโม่รีบคว้าเสื้อตัวเองหมับ

            หลิงเซียวยิ้มมุมปาก เอ่ยปลอบประโลม “เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าร่างกายตัวเองผิดปกติ? ข้าจะช่วยเจ้าตรวจดู ดูซิว่ามีโรคอะไรรึเปล่า!”

            โหยวเสี่ยวโม่ลังเลทำไมเขารู้สึกว่ารอยยิ้มศิษย์พี่หลิงช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายราวกับหมาป่าเจ้าเล่ห์กับหนูน้อยหมวกแดงเลยล่ะ?

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473