“ข้ามิได้เจตนามิดี เพียงแต่ข้า้าทำพันธสัญญากับเ้า”เสียงเย็นเอ่ยใกล้ๆเยว่ซิน ทำให้นางขนลุกขนชันแม้จะได้ยินเสียงิญญาบ่อยเสียจนชิน แต่กับเสียงนี้นางกลับรู้สึกว่าน่าเกรงขามประหลาด
“เ้าหมายถึงอะไร ข้ามิเข้าใจ”แม้จะรู้สึกกลัวแต่ทว่านางก็ทำใจสู้เอ่ยบ่ายเบี่ยงออกไป นางไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับิญญามากนักหากมิจำเป็
“ท่านคือผู้มีัั์ และมิติที่ 3 นั้นจะเป็ผู้เลือกเ้าของด้วยตนเอง ข้ารอคอยให้มีผู้ถูกเลือกถือกำเนิดมานานแสนนาน ในที่สุดท่านก็ปรากฏตัวเสียที” ิญญาตนนี้เคยทำพันธสัญญากับใครผู้หนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ก่อนที่เ้านายคนเก่าจะดับสูญไปเขาได้บอกให้อยู่รอจนกว่าผู้ถูกเลือกคนใหม่จะปรากฏตัวขึ้น เมื่อนั้นจงให้เขาคอยชี้แนะสิ่งต่างๆให้แก่ผู้ถูกเลือก
“เ้ารู้เื่มิติด้วยหรือ ”นางนั่งลงใต้ร่มไม้ใหญ่ที่บดบังร่างเล็กจนมิด
“แน่นอนสิ ข้ามีประสบการณ์มาหลายพันปีมีสิ่งใดบ้างที่ข้ามิรู้”ิญญาตนนี้มีนิสัยคุยโวอยู่เป็นิจ แต่ด้วยอำนาจปกครองในแดนหลังความตายของเขาจึงไม่มีิญญาภูติผีตนใดกล้าล่วงเกิน
“ท่านเร่ร่อนมานานขนาดนั้นเลยหรือ เหตุใดไม่ไปผุดไปเกิดเสียทีเล่าเ้าคะ” เยว่ซินนางคงมรู้ว่านางได้ล่วงเกินิญญาผู้เป็ใหญ่เข้าให้แล้ว
“สามหาว! ข้ามิได้เร่ร่อนเช่นที่เ้ากล่าวหา นั่นเป็เพราะข้ารอเ้าอย่างไรเล่า ข้าเพียงอยากเห็นมิติที่ 3 อีกครั้งเท่านั้น” มิติที่ 3 เปรียบเสมือนบ้านเก่าของเขา เมื่อเ้านายคนเก่าได้ดับสูญ ิญญาทุกตนที่มีพันธสัญญากับผู้เป็เ้าของจะถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด และมิสามารถเข้าไปยังที่แห่งนั้นได้อีก เขาก็เป็เช่นิญญาดวงอื่นที่ถูกปลดปล่อยออกมาเช่นกัน
“อีกครั้งอย่างนั้นหรือเ้าคะ ถ้าเช่นนั้นแสดงว่าท่านเคยเห็นมาก่อนแล้วใช่หรือไม่”นางตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็เช่นนั้นนั่นหมายความว่าเคยมีผู้ที่ถือครองมิติที่ 3 เช่นนางอยู่เหมือนกัน หากว่าผู้ถือครองมิติผู้อื่นข้ามภพมาเหมือนนางเช่นกันเล่า มิเช่นนั้นเหล่าผู้ข้ามภพจงมารวมตัวกันเถอะ
“ใช่แล้ว แต่ข้ามิบอกอะไรเ้าหรอกนะ จนกว่าเ้าจะทำพันธสัญญากับข้าเสียก่อน” เขาพูดราวกับเข้ามานั่งในใจนาง
เยว่ซินอยากรู้เกี่ยวกับมิติที่ 3 ให้มากขึ้น เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูอย่างทะเลสาบนั่นนางคาดว่าน้ำในนั้นน่าจะมีคุณสมบัติทำให้เจริญงอกงามและสดชื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่วนของใช้ภายในบ้านก็ไม่มีวันหมด แล้วยังมีอะไรอีกมายมายภายในมิติที่นางยังมิรู้คุณสมบัติแน่ชัด หากนางได้ผู้ชี้แนะคงดีไม่น้อย และที่สำคัญนางอยากรู้ถึงตัวตนผู้ที่ครองมิติที่ 3 เช่นนาง แต่ทว่านางกลับต้องผิดหวังเสียแล้ว เนื่องจากผู้ถือครองมิติที่นาง้าพบนั้นได้ดับสูญไปนานแสนนานแล้ว ส่วนตัวนางนั้นคือผู้ถือครองมิติคนถัดมาอย่างไรเล่า
~วูบ~
เยว่ซินรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือเหมือนครั้งแรกที่ได้ทำพันธสัญญากับเหยียนเหยา นางลูบข้อมือเล็กที่ปรากฏปานคล้ายปีกผีเสื้อเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งปีก บัดนี้ปานนั้นดูเหมือนผีเสื้อครึ่งตัวอย่างชัดเจน เยว่ซินดึงชายแขนเสื้อลงมิให้ผู้ใดได้พบเห็นปานที่ข้อมือของนาง
“จากนี้ท่านคือเ้านายของข้าอย่างสมบูรณ์ ท่านเรียกข้าว่าหานฉี ผู้มีประสบการณ์หนึ่งพันปีแห่งโลกิญญา”เขาหายเข้าไปในปานที่ข้อมือนาง ก่อนจะออกมาปรากฏตัวตรงหน้าเยว่ซินอีกครั้ง
ร่างทั้งร่างนิ่งไปชั่วขณะราวกับว่ามีสิ่งใดมาตรึงไว้ ั์ตาดอกท้อสะท้อนชายร่างสูงชะลูดผู้หนึ่ง ผมนั่นขาวโพลนไปทั่วทั้งศีรษะแต่ทว่าเมื่อสะท้อนกลับแสงแดดกลับแปรเปลี่ยนเป็สีเงินไปทั่วเส้นผมเงางาม มือเรียวขาวผ่องดั่งดรุณีน้อยก็มิปานโบกพัดแบบผู้ทรงภูมิปัญญาไปมาเบาๆ หากให้เปรียบเทียบเขามิได้รูปงามเยี่ยงบุรุษผู้น่าเกรงขาม แต่กลับงามเยี่ยงจิ้งจอกขาวเก้าหางเสียมากกว่า ยิ่มเผยรอยยิ้มเลอโฉมนั่นออกมาก็ยิ่งเหมือนปีศาจนางจิ้งจอกแปลงกายมาเสียจริง หากบุรุษใดได้ยลโฉมเข้าก็คงต้องหวั่นไหวอย่างแน่นอน เมื่อได้สติเยว่ซินจึงรู้ทันทีว่านั่นมิใช่คนมีเืเนื้อเช่นนางอย่างแน่นอน เพราะรอบกายของเขามีไอเย็นแผ่ออกมาตลอดเวลาจนเห็นเป็หมอกขาว
“ข..ข้าเห็นท่านแล้ว”นางพูดติดขัด ทั้งสีหน้ายังแดงระเรื่อให้แก่ความงามเย้ายวนตรงหน้านี้
“เ้าเห็นข้าแล้วหรือ”เขาลอยตัวเข้ามาใกล้เยว่ซิน มือเรียวโบกไปมาตรงหน้านาง ส่งผลให้ดรุณีน้อยต้องขยับถอยห่างไปหลายก้าวเดิน เนื่องจากรูปลักษณ์ที่เย้ายวนนั้นทำให้นางอดใจเต้นระรัวมิได้ ทั้งในภพก่อนและภพใหม่นี้นางมิเคยพบบุรุษใดที่งามจนน่าหวั่นใจขนาดนี้มาก่อน นางจึงต้องหลับตาลงตั้งสติให้มั่น มิใช่ว่าเพราะกลัวิญญาใดๆ แต่นางเขินอายิญญารูปงามนามว่าหานฉีต่างหากเล่า
“ข้าไม่ได้เห็นแค่เ้านะแต่….” เยว่ซินมองเห็นิญญาดวงอื่นที่ล่องลอยไปมาอยู่อีกมากมายด้วย มีบางตน้าเข้ามาใกล้นาง แต่เหมือนกลัวอะไรสักอย่างจึงได้แอบหลบอยู่ห่างๆ