มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 72 มหาวิถีเจ็ดดารา

    บทที่72มหาวิถีเจ็ดดารา


             นับแต่ฮุ่ยจวินออกหน้าแทนบิดาตนเพื่อรับฝ่ามือบุรุษกลางคนมันก็รู้สึกสำนึกขอบคุณมากพอแล้ว จนกระทั่งถึงตอนนี้ได้เห็นบุรุษหนุ่มฝืนความตายตรงหน้ามุ่งเข้าหาศัตรูโดยไม่ย่นระย่อหรือรักตัวกลัวตายทั้งการกระทำนี้ยังเป็นการกระทำเพื่อคนอื่นจากใจจริง มันจึงยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจมิแพ้เหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายคนอื่นพลังใจที่ฮึกเหิมมิทราบผุดขึ้นมาจากที่ใด มันมิสนอาการเจ็บปวดแสนสาหัสของตน ระเบิดพลังเสี้ยวสุดท้ายที่มีแผ่พุ่งออกรอบกายส่งร่างของผู้ติดตามชุดม่วงเข้มสองผู้ที่คร่ากุมมันต้องกระเด็นล้มกลิ้งคืนกลับหลังไปคนละทางผู้ติดตามอีกคนคิดเข้ามาคร่ากุมมัน บุรุษกลางคนผู้นี้ก็กวาดเท้าเตะม้วนออก นำพาพลังญาณที่แกร่งกร้าวฟาดเข้าใส่ท่อนแขนของคนผู้นั้นต่างฝ่ายจึงต่างถลาถอยกรูดคืนกลับหลัง แล้วจังหวะนี้เองที่บุรุษกลางคนพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องคิดหวังไปรับฝ่ามือสุดท้ายแทนฮุ่ยจวิน

             

            ทว่าพลังแห่งบุปผาพิษม่วงในกายกลับกำเริบเป็นเพราะพลังญาณที่สมควรจะนำไปสะกดข่มพิษได้ถูกมันฝืนเร่งเร้าออกมาใช้ในการต่อสู้มันจึงตกอยู่ในสภาพสาหัสปางตาย ทะยานออกไปได้ครึ่งทางร่างก็ทรุดฮวบล้มกองอยู่กับพื้น

             

            บุรุษกลางคนทุบหมัดลงยังผืนปฐพีมันกัดฟันมองภาพฝ่ามือของบุรุษเจ้าสำอางกำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของฮุ่ยจวินด้วยความเจ็บใจภาพนี้คล้ายเป็นความทรงจำตอกย้ำ เป็นภาพแห่งความเจ็บปวดฉายซ้ำทำร้ายจิตใจมันอย่างแสนสาหัสเพราะครั้งหนึ่งมันก็ทำได้แต่เพียงมองคนผู้หนึ่งที่เป็นทั้งเจ้านายและสหายร่วมสาบานถูกสังหารตกตายต่อหน้าโดยที่ตนไร้ปัญญาที่จะช่วยเหลือ!

             

            ทั้งชิงหวง บุตรของมันและเหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายได้แต่นึกเจ็บใจที่พวกตนกลับมิอาจขัดขวางหรือทำสิ่งใดได้ ซ้ำยังต้องมีส่วนให้คนดีๆผู้หนึ่งต้องมารับชะตากรรมแทน วันนี้หากบุรุษหนุ่มผู้นั้นเป็นอะไรไป พวกมันต่อให้ต้องผลาญชีวิตทิ้งก็จะยินยอมทวงคืนความเป็นธรรมให้แก่มัน

             

            “โธ่เอ๊ย!”

             

            เสียงกัดฟันอย่างเจ็บใจพร้อมกับหมัดที่ทุบลงยังพื้นแทบจะดังสะท้านไปทั่วผืนปฐพีกลางแม่น้ำร้อยลี้แต่เสียงเหล่านั้น ความเจ็บปวดแลแค้นใจเหล่านั้นหาได้หยุดยั้งฝ่ามือของบุรุษเจ้าสำอางไม่วันนี้โชคชะตาส่งเสริมให้แก่มัน ตัวตนที่ร้ายกาจที่แม้หายสาปสูญแต่ก็ยังอาจคืนกลับไปสั่นคลอนบัลลังก์อำนาจของฝ่ายมันบัดนี้มันกลับบังเอิญพบเจอ ทั้งยังเป็นการเจอที่ได้เปรียบมากที่สุด และเป็นการเจอที่จะทำให้มันมีโอกาสได้ขุดรากถอนโคนเช่นนั้นมันจะปล่อยโอกาสให้พลาดได้อย่างไร

             

            หนึ่งฝ่ามือสังหารตัวบัดซบที่ร้ายกาจตรงหน้าเสร็จสรรพแล้วมันก็ค่อยสังหารสองพ่อลูกตระกูลชิงที่เป็นตัวอันตรายต่อ เท่านี้มันก็นับได้ว่าตัดคู่แข่งแห่งห้วงพลังอำนาจได้อย่างเต็มตัวและนี่ก็คงเป็นของกำนัลอันประเสริฐในวันครบรอบวันเกิดของบิดามันที่ใกล้จะมาถึงนี้

             

            “เป็นเจ้าที่แส่หาที่ตายเอง"

            ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มความได้ใจมาพร้อมกับฝ่ามือที่แผ่พลังญาณสีม่วงอันเย็นเยือกน่าหวาดหวั่น ฮุ่ยจวินมองฝ่ามือที่เคลื่อนมาสัมผัสได้ถึงไอมรณะตรงหน้า ชายหนุ่มก็พริ้มตาลงเตรียมรับพลังฝ่ามือนี้

             

            เมื่อหลับตา โสตประสาทของการมองเห็นก็ดับไปทว่าโสตประสาทการรับรู้แลสัมผัสรอบกายกลับเด่นชัดขึ้น และดูเหมือนว่าจะเด่นชัดขึ้นไปในทุกขณะมันรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งในธรรมชาติมากมายขึ้น รับรู้ถึงก้อนหิน ต้นไม้ใบหญ้า หรือแม้แต่มดปลวกที่อยู่ใต้ผิวดิน ทั้งหมดล้วนมีธรรมชาติในตัว แล้วธรรมชาติเหล่านั้นก็ก่อรวมในอากาศสลายหายไปตามกฎเกณฑ์ภายนอกชั่ววินาทีมันสัมผัสถึงกฎเกณฑ์นี้ และไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดมันจึงลองได้โคจรลมปราณภายในร่างด้วยกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติที่พึ่งสัมผัสดังกล่าวและเมื่อเพียงโคจรกฎเกณฑ์นี้ พลังธรรมชาติก็คล้ายถูกชักนำมารวมที่เบื้องหน้า เป็นการถูกชักนำโดยพลังลมปราณสามัญสายหนึ่ง!

             

            ฮุ่ยจวินมิอาจเข้าใจในสิ่งที่เกิดทว่าเมื่อหนึ่งฝ่ามือของบุรุษเจ้าสำอางเคลื่อนผ่านมวลพลังธรรมชาติตรงหน้าของชายหนุ่มกฎเกณฑ์บนพลังธรรมชาติดังกล่าวกลับสลายกฎเกณฑ์พลังญาณบนฝ่ามือของบุรุษเจ้าสำอางโดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่รับรู้พอฝ่ามือนี้ฟาดเข้าใส่ร่างที่ทรหดของฮุ่ยจวิน จึงเพียงทำให้ชายหนุ่มบาดเจ็บสาหัสแต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต!

             

            เป็นอีกครั้งที่ร่างของฮุ่ยจวินปลิวกระเด็นอัดกระแทกเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่จนหักโค่นล้มครืนลงชายหนุ่มกระอักโลหิตราดรดเต็มอก แต่กระนั้นมันก็ยังฝืนลุกขึ้นมาได้ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกผู้

             

            ถูกโจมตีขนาดนั้นทั้งยังเป็นเพียงผู้ฝึกลมปราณสามัญคนหนึ่ง มันยังยืนหยัดได้อย่างไร ทุกผู้ต่างมิอาจหาคำตอบในความสงสัยนี้ได้ทว่าเมื่อชายหนุ่มผู้มีเมตตาธรรมอันแผ่ไพศาลผู้นี้รอดตาย เหล่าผู้ฝึกญาณเดนตายรวมถึงชิงหวงและบุตรชายจึงคลายใจยิ่งนัก

             

            ทว่าสิ่งนี้กลับไปกระตุ้นโทสะของบุรุษเจ้าสำอางอย่างยิ่งยวดเพียงมดปลวกตัวหนึ่งจะหนีรอดจากความตายที่มันมอบให้ได้อย่างไร ถูกพลังฝ่ามือที่ขึ้นชื่อของมันสองฝ่ามือซ้ำยังเป็นการปล่อยให้โจมตีมิตอบโต้ หากเรื่องนี้หลุดออกไป มันคงได้ขายหน้าไปทั่วปฐพีผู้ฝึกญาณแล้ว

             

            ฮุ่ยจวินกระอักไอเอาโลหิตที่คลั่งอยู่ในลำคอออกมาจากนั้นก็ยื่นฝ่ามืออันสั่นเทาเพราะอาการบาดเจ็บสาหัสออกไปพร้อมกับเสียงที่แหบพร่า

             

            “ยา ถอนพิษ"

             

            ยิ่งได้เห็นท่าทีที่คล้ายกำลังอวดดีรวมถึงแววตาที่ไม่กริ่งเกรงนั่นของบุรุษหนุ่มตรงหน้า พัดขนนกในมือของบุรุษเจ้าสำอางก็หุบลงพร้อมกับฟันที่ขบกันแน่น เส้นเลือดก็เริ่มปูนโปนขึ้นบนขมับ

             

            “เพียงแค่มดปลวกอย่าได้แสดงท่าทีได้ใจต่อหน้าข้า!”

             

            ฝ่ามือที่สามของบุรุษเจ้าสำอางแผ่พุ่งพลังสังหารออกไปอีกรอบทุกผู้เห็นเช่นนั้นก็ต่างคำรามก้อง

             

            “นั่นเจ้าจะทำอะไร!”

             

            “คิดผิดคำพูดหรือ"

             

            บุรุษเจ้าสำอางคำรามก้องพร้อมกับฝ่ามือที่มุ่งต่ออย่างไร้ปราณี

            “ข้าเคยออกปากหรือว่ายินยอมให้มันรับเพียงสองฝ่ามือ”

             

            ทุกผู้ได้ยินก็ต่างถลึงตาขึ้นอย่างเดือดดาลและก่นด่าบุรุษเจ้าสำอาง

             

            “เจ้าสุนัขไร้ยางอาย!”

             

            “เจ้ามันสารเลวยิ่งนัก!"

             

            “ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!”

             

            แล้วพวกมันก็ต่างฝืนความเจ็บปวดโถมทะยานหวังหยุดยั้งบุรุษเจ้าสำอางแต่เพียงพวกมันทุ่มพลังญาณไปพร้อมกับพลังโจมตี พลังที่ใช้สะกดพิษแลอาการบาดเจ็บอยู่ก็เลือนหายพิษจึงแพร่กำจายได้รวดเร็วขึ้น พวกมันจึงได้แต่ทรุดลงกับพื้นมิอาจหยัดยืนแลขัดขวางดั่งใจหวัง

             

            โจรภูเขาบางผู้แม้ชั่วช้าแต่ก็ยังรักษาคำพูดจักรพรรดิที่เห็นแก่ตัวบางแคว้นเมื่อตรัสแล้วก็ยังไม่คืนคำ ทว่าบุรุษตรงหน้ากลับพลิกลิ้นเจ้าเล่ห์มากด้วยเพทุบายเพราะมีคนเช่นนี้บนผืนปฐพี การแย่งชิงจึงปรากฏอย่างไม่รู้จบ บุรุษเจ้าสำอางนับเป็นอีกผู้ที่ฮุ่ยจวินไม่ถูกชะตาเป็นที่สุดหากมีเวลามากกว่านี้ชายหนุ่มคงหาทางปรุงยารักษาพิษเองแล้ว แต่เพราะมันสัมผัสกับพิษนี้มาเหมือนกันจึงทำให้รู้ว่ายาถอนพิษต้องใช้เวลานานและต้องใช้ตัวสมุนไพรที่หายากพอสมควรเช่นนั้นการจะช่วยรักษาชีวิตของทุกผู้จึงมีแต่ต้องยอมรับข้อเสนอของบุรุษเจ้าสำอางผู้นี้แต่ใครจะคิดว่าคนที่ดูมิได้เลวร้ายจากกมลสันดาร กลับคิดชั่วทำเลวได้อย่างใสซื่อ คนมิอาจประเมินได้จากรูปลักษณ์ภายนอกจริงๆวันนี้เห็นทีว่ามันจะมิอาจช่วยชีวิตของใครได้แล้ว หรือแม้แต่ชีวิตของตนเองก็อาจจะปกป้องไว้มิอยู่

             

            สมองครุ่นคิด ชายหนุ่มก็ได้ฝืนยืนตั้งท่าในลักษณะคล้ายเอี้ยวตัวเตรียมง้างหมัดรูปแบบของท่วงท่าดูแปลกประหลาดไม่เคยปรากฏในปฐพี ท่าหมัดดูขัดจากหลักของมนุษย์ทั่วไปทว่าก็แฝงด้วยปริศนาที่ยากจะเข้าใจ ท่าหมัดที่ฮุ่ยจวินกำลังตั้งท่ารอรับฝ่ามือของศัตรูที่มุ่งมานี้คือกระบวนท่าที่ผสานหลักเกณฑ์มากมายจากประสบการณ์ที่มันพานพบก่อรวมมหาวิถีแห่งลมปราณผสานเข้ากับการสนองตอบของธรรมชาติ นี่ก็คือเคล็ดวิถีใหม่ที่ฮุ่ยจวินได้บัญญัติขึ้น!

             

            ในห้วงแห่งความเป็นตายชายหนุ่มกำลังจะปลดปล่อยมหาวิถีที่มิเคยปรากฏอยู่บนผืนแผ่นดินนี้มาก่อน!

             

            พลังลมปราณอันลึกล้ำพุ่งพล่านในเส้นลมปราณที่หนาใหญ่ของฮุ่ยจวินนับแต่ที่ชายหนุ่มได้ฝึกเคล็ดลมปราณที่พิสดารจากบิดาบุญธรรม มันก็ได้ต่อยอดปรับปรุงจนเห็นเส้นทางแห่งเคล็ดวิถีใหม่มันไม่รอวาสนาที่จะเปิดจุดชีพจรลมปราณพิเศษได้อย่างตัวตนพิเศษในมหาวิถีเทวะวจนะ ไม่มุ่งหวังที่จะเดินในเส้นทางแห่งผู้ฝึกญาณแลสร้างแก่นญาณชีพจรฟ้าในร่างแต่มันได้สร้างมหาวิถีที่เหมาะสมต่อตนเอง เป็นมหาวิถีในเส้นทางแห่งลมปราณสามัญที่ตอบสนองกับพลังธรรมชาติรอบกายซึ่งไม่เหมือนกับผู้ฝึกญาณมันได้สร้างจุดศูนย์รวมของพลังลมปราณบนเส้นชีพจรลมปราณในร่างเจ็ดจุด

             

            ไล่ตั้งแต่จุดที่หนึ่งบริเวณต้นขา

             

            จุดที่สองบริเวณหน้าท้อง

             

            จุดที่สามใต้ลิ้นปี่

             

            จุดที่สี่หน้าอก

             

             จุดที่ห้าบริเวณหัวใจ

             

            จุดที่หกอยู่ที่ใบหน้า

             

            และจุดสุดท้ายอยู่บริเวณศีรษะ

             

            โดยทั้งเจ็ดจุดมีความลึกล้ำแห่งพลังลมปราณที่แตกต่างการหมุนเวียนและความเข้มข้นของพลังลมปราณก็ต่างกันสุดขั้ว ยิ่งอยู่จุดที่สูงขึ้นไปยิ่งมีความเหนือล้ำยิ่งได้รับการหนุนเสริมยิ่งเพิ่มพูนระดับอย่างมิอาจควบคุม

             

            ฮุ่ยจวินนับตั้งแต่มุ่งในวิถีการฝึกยุทธ์มันก็ได้สังเกตุเห็นความแตกต่างของเส้นลมปราณของตนมาโดยตลอด เช่นเดียวกับหลายผู้ที่รู้สึกสงสัยในเส้นชีพจรลมปราณของมันเส้นชีพจรลมปราณในร่างมันนี้มีขนาดหนาใหญ่จนดูราวตีบตัน แต่แท้จริงกลับมิเป็นเช่นนั้นยิ่งมันหนาใหญ่การไหลเวียนของพลังก็ยิ่งมาก เมื่อยิ่งมากก็ทำให้ยากที่จะควบคุมแลกักเก็บพอปลดปล่อยไปพร้อมกับพลังการโจมตี พลังการโจมตีก็ยิ่งรุนแรง แต่กระนั้นก็ต้องแลกมาด้วยกับความสิ้นเปลืองที่เปล่าประโยชน์แม้มันจะมีพลังลมปราณที่มากกว่าคนปกติแต่พอใช้หมดไปการฟื้นฟูก็ย่อมนานและมีผลข้างเคียงต่อร่างกายเช่นกัน

             

            ตั้งแต่นั้นมาชายหนุ่มก็หาวิธีแก้ไขข้อเสียของเส้นชีพจรลมปราณของตนมาโดยตลอดทำอย่างไรจะรักษาพลังลมปราณให้สม่ำเสมอแลไม่สูญเสียอย่างใช่เหตุในทุกการลงมือแต่ละสถานการณ์ได้มันใช้เวลาเนิ่นนานคิดปรับปรุงแลนำกฎเกณฑ์ในหลายวิธีมาใช้ จนท้ายที่สุดได้รับเคล็ดวิถีลมปราณอันลึกล้ำจากบิดาบุญธรรมทำให้มันได้เห็นแนวคิดแลหลักเกณฑ์แบบใหม่ มันจึงได้ต่อยอดเพิ่มพูน ผสานหลักเกณฑ์แลใช้สติปัญญาที่เลิศล้ำของมันปรับปรุงเส้นชีพจรลมปราณของตนให้เหมาะสมแลเกิดประโยชน์ต่อการใช้สูงสุด

             

            มันจึงเป็นคนแรกที่บัญญัติมหาวิถีใหม่ขึ้นซึ่งเรียกว่า

             

            มหาวิถีเจ็ดดารา!

             

            มหาวิถีเจ็ดดาราหรือลมปราณเจ็ดดาราทุกชีพจรหนึ่งจุดจะถูกเรียกว่าดวงดารา แต่ละดวงดาราเพิ่มพูนพลังตามพลังลมปราณของเจ้าของที่ฝึกปรือยิ่งเพิ่มพูนพลังลมปราณ ยิ่งได้ฝึกปรือพลังฝีมือ เส้นพลังลมปราณที่เชื่อมไปยังแต่ละดวงดาราก็จะผสานส่งเสริมอย่างไม่รู้จบทั้งจากการที่เส้นชีพจรของมันมีความพิเศษบางอย่างจึงทำให้พลังผสานส่งเสริมแบบเพิ่มพูนเป็นเท่าทวีคูณหากผู้ฝึกยิ่งสั่งสมเพิ่มพูนพลังลมปราณ พลังลมปราณเหล่านั้นก็จะไปผสานรวมอยู่ที่ดวงดาราตามระดับความสูงล้ำและความหนาแน่นที่ต่างกันออกไป

             

            นั่นก็คือดาราดวงแรกจะได้รับการผสานรวมและความเข้มข้นของพลังทุกระดับในปริมาณหนึ่งส่วนส่วนดวงดาราดวงที่สองจะสะสมแลผสานรวมพลังสองส่วน ดวงที่สามพลังที่สะสมจะเพิ่มพูนถึงสามส่วนดวงที่สี่เพิ่มพูนพลังเป็นสี่ส่วน ไล่ไปจนถึงดวงที่เจ็ดอันเป็นดาราดวงสุดท้ายในมหาวิถีเจ็ดดาราก็จะยิ่งมีพลังลมปราณสะสมเพิ่มพูนถึงเจ็ดส่วนเช่นนั้นหากผู้ฝึกต้องการใช้พลังในระดับใด มันก็เลือกที่จะเปิดจุดดาราดวงนั้น พลังที่ใช้ออกก็จะถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ต้องการอีกทั้งพลังก็จะยิ่งควบรวม อัดแน่น ทั้งมีความเข้มข้นแห่งพลังที่เหนือไพศาลยากจะประมาณ!

             

            แต่ใช่ว่าดวงดาราทั้งเจ็ดจุดจะสามารถเปิดใช้ได้ตามอำเภอใจเพราะยิ่งพลังลมปราณที่สั่งสมเพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง ดวงดาราที่อยู่ชั้นบนก็จะยิ่งสะสมผสานรวมอย่างเท่าทวีคูณพลังลมปราณที่อยู่ในดวงดาราดังกล่าวจึงยากจะเปิดออก เพราะหากเปิดออกโดยพละการ เปิดออกโดยที่พลังร่างกายยังไม่เพียงพอที่จะทานรับผลข้างเคียงหากฝืนเปิดมีหวังเส้นชีพจรลมปราณภายในระเบิดออก อวัยวะภายในเองก็จะแตกดับทำให้คนตกตายด้วยซึ่งผู้ที่บัญญัติเคล็ดวิถีนี้ขึ้นมาอย่างฮุ่ยจวิน มันก็เพียงสามารถเปิดดวงดาราได้แค่จุดที่หนึ่งเท่านั้น!

             

            ทว่าจากเส้นลมปราณที่หนาใหญ่และมีพลังลมปราณมากมายเช่นมันทั้งยังมีพลังลมปราณในมหาวิถีอันลึกล้ำที่บิดาบุญธรรมถ่ายทอดให้ เพียงเปิดใช้ดาราดวงแรกพลังที่พวยพุ่งออกก็นับว่ามากพอแล้ว!

             

            “ย่าห์!”

            เสียงคำรามของฮุ่ยจวินดังสะท้อนไปทั่วผิวน้ำท่วงท่าอันพิสดารของมันปลดปล่อยพลังลมปราณสามัญที่ดูไม่สามัญแม้เพียงนิด รอบกายมีไอพลังสีขาวราวม่านหมอกปกคลุมหมัดที่กำแน่นคล้ายมีเวิ้งสุญญากาศครอบอยู่

             

            มันได้เบิกดาราดวงที่หนึ่งแล้ว!

             

            “ดาราไร้เงา!”

             

            หมัดของฮุ่ยจวินชกสวนออกไปนำพาความครืนครั่นจนพลังธรรมชาติรอบหมัดโถมไปตามกระแสของเวิ้งสุญญากาศ

             

            หมัดซึ่งนำพาพลังที่น่าหวาดหวั่นของฮุ่ยจวินนี้กำลังจะทำให้บุรุษเจ้าสำอางผู้มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมตื่นตระหนกแต่แล้วพลังหมัดที่ก่อรวมพลังอันน่ากลัวนี้ก็พลันขาดห้วงไปเสียก่อน

             

            เนื่องเพราะมหาวิถีลมปราณเจ็ดดารานี้พึ่งคิดค้นพึ่งรวบรวมพลัง และพึ่งเคยใช้ออกเป็นหนแรก มหาวิถียังมิได้รับการปรับปรุงแลขัดเกลาให้สมบูรณ์แบบเช่นนั้นหมัดนี้จึงชะงักไปเพราะการหนุนเสริมของพลังลมปราณขาดห้วงไม่ต่อเนื่อง เวิ้งสุญญากาศหายวูบพลังธรรมชาติที่ถูกชักนำพัดหวนคืน กลับกลายเป็นฝ่ามือของบุรุษเจ้าสำอางที่ชิงความได้เปรียบและมุ่งหมายถึงชีวิตของชายหนุ่มแทน!

             

            “เพียงเคล็ดวิชาหลอกเด็กกลับกล้าอวดโอ่ต่อหน้าข้าสมควรตาย!”

             

            ฝ่ามือของบุรุษเจ้าสำอางทะลวงผ่านม่านพลังสีขาวที่กำลังกำจายเข้าสู่แผ่นอกของฮุ่ยจวินโดยพลันเหตุการณ์กลับตาลปัตร ฮุ่ยจวินตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง!

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน