บ้านพลตรีมีหนุ่มน้อยนำโชค (นิยายแปล)

    ตอนที่ 7 แต่งแล้วก็อยู่ได้


            เจียงเจิ้นเทากับเฉียวมู่หลานจ้องอวี๋จิ่นลี่ตาเขม็งด้วยความตะลึงมากทีเดียว แววตาปรากฏความระแวดระวังเป็๞พิเศษ

            นอกจากคู่สามีภรรยาเจียงเจิ้นเทากับลูกชายของพวกเขาที่รู้เ๱ื่๵๹เขาถูกพิษ ก็มีแต่หมอที่เคยวินิจฉัยอาการรู้เ๱ื่๵๹นี้ ส่วนคนภายนอกต่างทึกทักกันว่าเพราะพลังพิเศษถูกทำลายจึงเป็๲เหตุให้สุขภาพของเขาอ่อนแอลง ทว่าหนุ่มน้อยที่อยู่ข้างหน้านี้รู้เ๱ื่๵๹ได้อย่างไรล่ะ

            “เธอ...รู้ได้ยังไง” เจียงเจิ้นเทาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            หากไม่ใช่เพราะหนุ่มน้อยมีแววตาที่บริสุทธิ์ใสซื่อ เขากับเฉียวมู่หลานก็เกือบจะนึกว่าเขาเป็๲สายลับที่ศัตรูส่งมาแล้ว

            แต่ก็เป็๞เพราะแบบนี้เขาถึงกลับตะลึงกว่าเดิม แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้เขาตะลึงมากกว่าก็คือคำพูดประโยคนั้นของหนุ่มน้อย

            พออยู่นี่ อาการคุณลุงจะดีขึ้น

            ทุกครั้งที่ได้กลับบ้าน เขาก็จะรู้สึกผ่อนคลายเป็๞อย่างมาก ทว่าเขานึกมาโดยตลอดว่าเกิดจากการกลับบ้านตนถึงได้ผ่อนคลายลง แล้วมันไม่ใช่เหตุผลนั้นหรือไง

            หลังจากความสงสัยนี้ผุดขึ้นในความคิด เจียงเจิ้นเทาก็หัวเราะเยาะเย้ยตัวเองอย่างอดไม่ได้

            จะเกิดจากสาเหตุอื่นได้อย่างไรกัน ทุกสิ่งในบ้านนั้นเหมือนกับที่แล้วมา ส่วนเขาถูกพิษมาเป็๞เวลาพอสมควร หลายปีที่ผ่านมานี้สุขภาพของเขาทรุดลงทุกที ถ้าเกิดว่ามีสิ่งใดในบ้านที่สามารถรักษาเขาได้จริงๆ เขาก็คงหายดีไปตั้งนานแล้ว

            อวี๋จิ่นลี่ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย เขานึกขึ้นมาได้ว่าอาจารย์เคยกำชับนักกำชับหนากับเขาว่าอย่าได้เล่าเ๱ื่๵๹ที่เขาเห็นชะตากรรมของใครโดยเด็ดขาด

            เนื่องจากมนุษย์ไม่ได้มีพลังพิเศษแต่อย่างใด พวกเขาจะกีดกันทุกคนที่ผิดแปลกจากตน ต่อให้เป็๞ผู้มีเมตตากรุณามาจากไหน พวกเขาก็จะหวาดกลัวอยู่ดี

            ส่วนเขาก็ต่างจากมนุษย์มา๻ั้๹แ๻่เกิด ถ้าเขาพูดออกไป คนเ๮๣่า๲ั้๲ก็ต้องรู้แน่ๆ ว่าเขาเป็๲ภูตปีศาจ แล้วคนพวกนั้นจะคร่าชีวิตเขาไหมนะ

            อวี๋จิ่นลี่เงยหน้ามองเจียงเจิ้นเทากับเฉียวมู่หลานด้วยความยุ่งยากใจ เขาอยากบอกแต่ห้วงความคิดของเขากลับสะท้อนคำเตือนของอาจารย์ซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งไปกว่านั้นเขายังโกหกคนพวกนี้ไม่ได้อีก

            “ผมไม่บอกได้ไหมครับ” พออวี๋จิ่นลี่ถามเสียงอ่อน ใบหน้าซูบผอมของเขาก็ยิ่งทำให้ดวงตาโตๆ ดูกลมกว่าเดิมซ้ำยังมีน้ำฉ่ำวาวอีก จึงพลอยให้ผู้อื่นใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว

            “พวกเราค่อยว่าเ๹ื่๪๫นี้ทีหลัง วันนี้เธอเพิ่งมาเป็๞ครั้งแรก ฉันจะพาเธอไปเดินดูสักหน่อย” เฉียวมู่หลานทนไม่ไหวเป็๞คนแรก ถึงได้พูดออกมา

            ถึงจะไม่รู้ว่าหนุ่มน้อยคนนี้มองออกได้อย่างไรว่าในร่างกายของสามีตนมีพิษอยู่ แต่หนุ่มน้อยก็ไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อพวกเขา ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังมองคนออก

            ขณะเดียวกันหนึ่งความหวังเล็กๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจของเธอ

            ในเมื่ออวี๋จิ่นลี่รู้ได้ว่าในร่างกายของสามีเธอมีพิษอยู่ ถ้าเป็๲แบบนั้น เขาจะมีวิธีรักษาหรือเปล่า

            หมอที่ดีที่สุดจากทั่วโลกต่างวินิจฉัยอาการให้เจียงเจิ้นเทามากันหมดแล้ว น่าเสียดายที่ได้แต่ระงับอาการกำเริบไว้ได้ชั่วคราวแต่กลับไม่มีหนทางรักษาให้หาย ส่วนเธอก็ได้แต่มองดูสามีอาการทรุดลงทุกวันๆ แบบนี้

            ตอนแรกเธอคิดว่าเ๱ื่๵๹นี้เป็๲เ๱ื่๵๹ที่ยากจะทนไหวแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่า กลับได้ข่าวร้ายในเ๱ื่๵๹เดียวกันจากลูกชายอีก

            เฉียวมู่หลานคิดว่าตัวเองอาจจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

            “ได้ครับ เห็นลุงเจียงบอกว่าการมาของผมในครั้งนี้คือการมาแต่งงานกับคุณชายตระกูลของคุณลุงคุณป้า ถ้าผมแต่งกับเขาก็จะอยู่ที่นี่ได้แล้วใช่ไหมครับ” อวี๋จิ่นลี่เอ่ยถามด้วยดวงตาเปล่งประกาย

            เมื่อเจียงเจิ้นเทากับเฉียวมู่หลานได้ยินก็ตะลึงอีกครั้ง จนคิดว่าจำนวนครั้งที่พวกเขาตะลึงพรึงเพริดในวันนี้มันมากกว่าที่ผ่านๆ มารวมกันเสียอีก ซึ่งหลักๆ แล้วเป็๞เพราะหนุ่มน้อยคนนี้พูดจาเหนือความคาดหมายจริงๆ

            “เธอคิดจะแต่งงานกับอาเซิ่งงั้นเหรอ” เฉียวมู่หลานถามอย่างไม่แน่ใจ

            หรืออวี๋จิ่นลี่เป็๞พวกคลั่งไคล้อาเซิ่ง แต่ก่อนพวกคลั่งไคล้อาเซิ่งมีอยู่มากมายจริงๆ คนที่อยากจะแต่งเข้าตระกูลเจียงของพวกเขาก็มีมากเป็๞พิเศษ แต่ว่าหลังจากเกิดเ๹ื่๪๫ขึ้นมีพวกคลั่งไคล้คนไหนบ้างที่ไม่หนีไปไกลๆ

            ขนาดอวี๋จิ่นเซิงรายนั้นที่เคยป่าวประกาศว่าถ้าเกิดคู่สมรสไม่ใช่เจียงม่อเซิ่งจะไม่แต่งด้วยเด็ดขาดก็ยังถอนหมั้นไปเองไม่ใช่หรือ ในสถานการณ์แบบนี้ยังจะมีใครยอมแต่งกับลูกชายของเธออีกล่ะ

            

            “ใช่ครับ” เมื่ออวี๋จิ่นลี่ได้ยินก็พยักหน้าหนักแน่นพลางยิ้มจนตาหยี